เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25

ตอนที่ 25

ตอนที่ 25


หลังออกมาจากห้องทำงานของผู้อำนวยการ ลอร์ดโคลเตอร์ พิรันเต้อาจารย์รับเชิญและผมก็เดินไปทางโต๊ะรับองที่ชั้นแรกของอาครหลัก

ลอร์ดโคลเตอร์มีป้ายชื่อ ‘อาจารย์รับเชิญ’ ติดอยู่ที่อกด้านขวาของเขา

มันทำให้เขามี ‘อำนาจ’ เล็กน้อยในการให้เขาใช้พื้นที่พิเศษในโรงเรียนที่คนธรรมดาเข้าไปไม่ได้

“เอิ่ม เป็นอาจารย์มันรู้สึกแบบนี้เองสินะ”

ลอร์ดโคลเตอร์ลูบป้ายชื่อและยิ้มเบา ๆ เมื่อเห็นสถานการณ์ตลก ๆ

มันค่อนข้างจะเป็นใบหน้าที่ไม่ค่อยดูดีและแอบมีความงี่เง่าอยู่ด้วย แต่ทันทีที่เขาเข้าไปยังห้องรับรองและนั่งตรงข้ามกัน สายตาเขาก็คมดั่งมีมีดซ่อนเอาไว้

“ดีใจที่ได้เจอนายนะ เราควรจะเริ่มด้วยการรู้จักกันจริง ๆ ก่อนไหม?”

“ครับ ผมชื่อรูน…”

“ชั้นรู้น่า รูน อาเดล ครั้งที่แล้วก็ได้ยินแล้ว ที่ชั้นอยากรู้ไม่ใช่เรื่องนั้น หลังจากสอบครั้งที่แล้วชั้นก็กลับไปแล้ววิเคราะห์แผลของโอเกอร์ตัวนั้น”

“...แล้ว?”

“ชั้นไม่มีเวลาคิดในตอบสอบ แต่ก็เจอเรื่องน่าสนุกเข้าจนได้ แผลที่ทำให้โอเกอร์นั่นตายไม่ใช่แผลเวทมนตร์”

“กระดูกมันหัก แล้วก็เป็นกระดูกกรามด้วย”

คำพูดเฉียบคมนั้นพุ่งตรงเข้าใส่ผม

สมกับที่เขาเป็นหัวหน้าอัศวิน

บางคนนั้นบอกไม่ได้เลยว่าเกิดจากอะไร

ผมหุบปากเงียบ

ในช่วงการสอบ ผมร่ายระเบิดเผามานาและซัดโอเกอร์เข้าไปที่กราม

ระเบิดเผามานานั้นเป็นเวทย์ที่จะสร้างการเผาไหม้รุนแรงผ่านการระเบิด จึงนั้นจึงไม่ธรรมดาที่กระดูกของโอเกอร์ที่แข็งแรงจะหักได้เพราะเวทย์นั้น

แต่กระดูกของมันกลับหัก

ลอร์ดโคลเตอร์เองก็รู้เรื่องนี้ด้วย

“เวทย์ที่นายร่าย ชั้นไปค้นคว้ามานิดหน่อย…มันเป็นเวทย์ที่สร้างการเผาไหม้ผ่านการระเบิดใช่ไหม? แล้วกระดูกกรามของโอเกอร์มันหักแบบนั้นได้ยังไง?”

ลอร์ดโคลเตอร์หรี่ตา

“นายทำได้ยังไง? ดู เหมือนว่ามันไม่ใช่เรื่องที่นายทำได้ด้วยพลังของนายอย่างเดียวนะ”

เขากำลังถามว่าผมหักกระดูกของโอเกอร์ด้วยกำปั้นอย่างเดียวได้ยังไงน่ะหรือ?

ผมกำลังครุ่นคิดหาทางตอบ

เมื่อผมหาทางตอบไม่ได้ ลอร์ดโคลเตอร์ก็เปลี่ยนสายตาจริงจังเป็นรอยยิ้มสดใสแทน

“เอาเถอะ นั่นไม่ใช่คำถามที่ชั้นอยากรู้ขนาดนั้นหรอก ถ้าหากอาจารย์คนอื่นไม่ได้ถามนายถึงเรื่องพลังบ้าบอนั่น…มันก็คงมีเหตุผล และมันก็ไม่สุภาพที่จะมาถามตั้งแต่แรกแล้วด้วยใช่ไหม?”

“ใช่ครับ”

“งั้นเหรอ? โทษทีนะ”

ลอร์ดโคลเตอร์รีบขอโทษทันทีและยิ้ม

ไม่ว่าจะเป็นผู้อำนวยการไทเรียนหรืออาจารย์ไฮเดลก็ไม่ถามเรื่องพลังของผม

นี่อาจเป็นเพราะว่าส่วนหนึ่งของแนวคิดเกี่ยวกับเวทมนตร์นั้นคือการค้นคว้าเรื่องราวมหาศาล

ต้องขอบคุณที่แนวคิดในแบบเดียวกันนี้มีอยู่ในแวดวงของอัศวินด้วย

“แต่ในฐานะของอาจารย์รับเชิญที่จะสอนการต่อสู้ให้กับนาย ชั้นต้องรู้พื้นฐานของร่างกายนายก่อน แข็งแกร่งผิดปกติ ชั้นควรรู้แค่นี้ใช่ไหม?”

ผมพยักหน้า

ลอร์ดโคลเตอร์หรี่ตาถามเมื่อผมพยักหน้าให้

“แข็งแกร่งกว่าชั้นอีกเหรอ?”

หงึก หงึก

เมื่อผมพยักหน้าอีกครั้ง ลอร์ดโคลเตอร์ก็ถามอีกครั้งด้วยความอยากรู้

“ถ้างั้น แข็งแกร่งกว่าออคใช่ไหม?”

หงึก หงึก

จากนั้น ลอร์ดโคลเตอร์ก็ลุกขึ้นราวกับจะระเบิดออกมา

“ถ้างั้น…แข็งแกร่งยิ่งกว่าโอเกอร์อีกเหรอ?”

เขาควรจะรู้ตั้งแต่เห็นผมครั้งที่แล้วแล้วนี่นา

เมื่อผมนิ่งเงียบและจ้องมองลอร์ดโคลเตอร์ เขาก็ข่มความตื่นเต้นและนั่งลง

“ถ้าหากมีเด็กคนอื่นบอกว่าแข็งแกร่งขนาดนี้ เราคงต้องงัดข้อหรืออะไรกันหน่อยแล้ว…แม้แต่ตัวชั้นก็มั่นใจในพลัง ชั้นไม่คิดว่าความสงสัยนี้จะทำให้ชั้นยอมอยู่เฉยนะ”

“คุณจะเสียใจนะ”

“หืม? ทำไมถึงสรุปแบบนั้นกันเล่า? นายจะทำยังไงถ้าชั้นแกร่งกว่าโอเกอร์เหรอ?”

“คุณอัศวินเองก็สรุปเรื่องผมมาแล้วนี่”

“แล้วผมเองก็แข็งแกร่งกว่าโอเกอร์จริง ๆ ด้วย ผมไม่ได้บลัฟนะ”

“จริงเหรอ? งั้นก็มาเลย! เข้ามา!”

ลอร์ดโคลเตอร์ม้วนแขนเสื้อและวางแขนลงบนโต๊ะ

“อย่าเสียใจนะครับ แขนคุณอาจจะหักก็ได้”

ผมจับมือเขาให้เบาที่สุด

เขาจะรู้สึกถึง ‘ความต่างของพลัง’ ตรงนี้ไหมนะ?

เมื่อผมเริ่มออกแรงกับการจับมือ สีหน้าของลอร์ดโคลเตอร์ก็เปลี่ยนไปและเริ่มพึมพำว่า “เอาล่ะ พอแค่นี้เถอะ”

“ให้ตายสิ ไอ้เด็กอวดดีนี่ จะอ่อนข้อให้ก็ไม่ได้…”

เขาเป็นอะไรน่ะ?

แต่ผมก็ไม่รู้สึกถึงความอาฆาตจากน้ำเสียงของเขา

มันดูเหมือนกับ…

สติของเขากำลังจะหลุดไป

แต่น้ำเสียงติกตลกของเขานั้นคือหนึ่งในสิ่งที่เป็นตัวตนเขา

ภาพลักษณ์ของชื่อโคลเตอร์ พิรันเต้คืออัศวินขั้น 6 เพียงคนเดียวในส่วนตะวันออกของทวีป

ฉายา ‘โล่แห่งแดนบูรพา’

ถ้าคิดว่ามีอัศวินขั้น 6 แค่ 5 คนในอาณาจักรเรเดียน ระดับฝีมือของเขาก็ชัดเจนอยู่แล้ว

บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่สายตาของเขาเปลี่ยนไปเมื่อพูดว่า ‘การฝึก’ เริ่มต้นขึ้น

“เอาเถอะ ชั้นไม่สนใจการงัดข้อไร้ความหมายนี่แล้ว ได้ยินจากอาจารย์ไฮเดลมาแล้วล่ะ…เขาบอกว่านายเป็นกรณีพิเศษของจอมเวทย์ที่สู้ได้ในระยะประชิดเท่านั้น ใช่ไหม?”

“ครับ”

“จากที่เห็นคราวที่แล้ว การเคลื่อนไหวของนายถือว่าใช้ได้ มันแม่นยำและไม่มีการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น จนถึงขั้นยากที่จะเชื่อว่านายเรียนรู้ด้วยตัวเอง”

การต่อยและเตะที่ผมฝึกมาในไม่กี่เดือนที่ผ่านมานั้นล้วนเกิดจากภารกิจประจำวัน

การนับจำนวนครั้ง 3000 ครั้งที่ถูกต้องเท่านั้นนั้นทำให้ต้องเคลื่อนไหวอย่างถูกต้อง

ผมใช้แค่การเคลื่อนไหวที่สมบูรณ์แบบซ้ำไปซ้ำมาเพื่อทำให้ภารกิจนับจำนวนที่ผมต้องทำ

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าไม่มีการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็นและแม่นยำ

แต่ขีดจำกัดก็ชัดเจนด้วย

ลอร์ดโคลเตอร์พูดออกมาตรง ๆ

“แต่บอกตามตรง มันเห็นได้ชัดว่านายไม่ได้ฝึกฝนวิชาต่อสู้มาเลย นั่นจึงเป็นเหตุที่มันคาดเดาได้ง่าย มันจะได้ผลกับโอเกอร์ที่ความคิดเรียบง่ายและไม่เคยเจอกับจอมเวทย์อย่างนายเท่านั้น แต่กับอัศวินที่ช่างสังเกตและมีความสามารถ การเคลื่อนไหวของนายจะถูกมองออก คนที่เก่งจะรู้ว่านายจะโจมตีที่ไหนแบบไหนจากแค่ดูไหล่และเอวที่ขยับ”

นี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจ

ใช่แล้ว

การเคลื่อนไหวของผมนั้นทั้งหมดเป็นการเคลื่อนไหวที่ซื่อตรง

มันเหมือนกับว่าผมเรียนมันมาจากหนังสือและทำมันจนชำนาญ

การเคลื่อนไหวที่จะใช้ได้ในสถานการณ์จริงนั้นยังบกพร่องอยู่

แต่ถ้าหากผมเรียนวิชาต่อสู้ที่ดีล่ะ?

“ถ้านายเรียนจากชั้น การเคลื่อนไหวของนายจะเปลี่ยนไปจากพื้นฐานที่มี”

ถ้าแบบนั้น…

คำถามเกิดขึ้นในทันที

“ทำไมล่ะ?”

“...หืม?”

“ต่อให้สอนวิชาต่อสู้กับผม มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับคุณอัศวิน และคุณเป็นอาจารย์รับเชิญ คุณคงไม่ได้รับเงินมากมายจากโรงเรียนด้วย…แล้วยังต้องมาลำบากมาทำงานที่โรงเรียนอีก คุณอัศวินต้องแบกรับเรื่องทั้งหมดนั่นเพื่อผม…”

ลอร์ดโคลเตอร์พึมพำและลูบหนวดกับคำถามของผม

“เด็กน้อยอย่างนายคิดเรื่องต้นทุนกำไรระหว่างคน…”

“ครับ?”

“ชั้นจะบอกว่าไม่ต้องคิดทุกเรื่องในตอนที่ผู้ใหญ่ให้ยืมมือหรอกน่า”

“เฮ้อ..ก็ได้ ถ้านายสงสัยขนาดนั้นจะบอกให้ก็ได้ คิดว่ามันเป็นการลงทุนก็แล้วกัน”

สีหน้าของลอร์ดโคลเตอร์จริงจังขึ้นมา

“ชั้นได้เจอกับคนที่จะเป็นจอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่ได้ และถ้าช่วยเหลือคนที่มีอนาคตเป็นจอมเวทย์คนนั้นไว้…มันจะไม่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเหรอ?”

ใช่

ผมเข้าใจแล้ว

ลอร์ดโคลเตอร์อาจต้องการความช่วยเหลือของผมในอนาคต

และที่เขาพูดก็ถูกต้อง

ในตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องคิดมากไปเสียทุกเรื่องเมื่อผู้ใหญ่ยื่นมือเข้าช่วย

ผมจะเข้าไปที่เทศกาลใหญ่ในฐานะตัวแทนโรงเรียน และยังมีอาจารย์รับเชิญที่ถูกเชิญมาเป็นพิเศษเผื่อว่าจะมีประโยชน์กับผมด้วย

ลอร์ดโคลเตอร์เองก็มีความคาดหวังและเข้ามาเพื่อสอนผมโดยเฉพาะ

“ดูเหมือนว่านายจะไม่เห็นชั้นเป็นคนที่พึ่งพาได้นะ ถ้ากังวลเรื่องที่จะเรียนก็ไม่ต้องห่วงเลย ชั้นคือคนที่ได้ขั้น 6 ที่อายุน้อยที่สุดในทางตะวันออกของอาณาจักรเรเดียน…”

“ไม่ใช่ครับ นั่นไม่ใช่ปัญหา”

“...หืม? แล้วอะไรล่ะ…?”

ใช่

อย่าไปคิดมากเลย

ผมปฏิเสธไม่ได้ว่านี่จะเป็นโอกาสที่ดีแน่ ๆ

ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้และโค้งศีรษะให้กับลอร์ดโคลเตอร์

“ถ้าอย่างนั้น ขอฝากตัวด้วย คุณอัศวินโคลเตอร์…ไม่สิ อาจารย์รับเชิญ”

จากนั้นลอร์ดโคลเตอร์ก็บิดตัวเล็กน้อย เหมือนว่าเขาจะเขินกับคำว่า ‘อาจารย์รับเชิญ’ อยู่เล็ก ๆ

“เอ่อ ว้าว ได้ยินแบบนั้นมันอึดอัดไปหน่อยนะ เรียกว่าพี่ชายก็พอ”

“...พี่?”

“ทำไมล่ะ? ถึงจะเป็นแบบนี้ชั้นก็ยังอายุไม่ถึง 30 นะ”

ไม่มีทาง

คุณหัวหน้าอัศวินโคลเตอร์…

ไม่สิ

‘พี่’ โคลเตอร์มาหาผมที่ลานฝึกกลางแจ้งของโรงเรียนทุกวันตอน 11 โมงเช้าตามสัญญา

บทเรียนแรก

สิ่งที่ลอร์ดโคลเตอร์สอนผมเป็นอย่างแรกนั้นคือ ‘ฟุตเวิร์ค’

“รู้ไหมว่าอะไรสำคัญที่สุดในการเป็นอัศวิน?”

“อืม…ดวงตาเหรอครับ?”

“ดวงตาน่ะสำคัญ แต่ที่สำคัญที่สุดคือเท้าต่างหาก”

เท้า

“สมดุลโดยรวมของทั้งร่างกายมันอยู่ที่ร่างกายท่อนล่าง ส่วนที่ช่วยให้ส่งแรงไปยังดาบก็เป็นเท้า ทิศทางของเท้าเองก็ใช้เดาทิศทางการเคลื่อนไหวของศัตรูด้วย ความสำคัญของเท้านั้นมากเกินกว่าจะอธิบายได้ นั่นคือสาเหตุที่นายต้องเรียนรู้วิธีการ ‘เดินที่ดี’”

วิธีการเดินที่เป็นอุดมคติที่สุด

วิธีการเดินที่แม่นยำและมั่นคงขณะที่ใช้แรงน้อยที่สุด

วิธีการเดินที่ไหล่ผ่อนคลายและหน้าตัดของเท้าติดพื้นมากที่สุด

วิธีที่จะหาวิธีการนี้ ผมต้องเดินรอบโรงเรียนทั้งวัน

เพื่อที่จะลบการเดินที่ไร้ความตั้งใจที่ผมเดินมาตลอด 16 ปีและหาวิธีเดินใหม่นั้นเป็นเรื่องที่ยากจะทำ

ลอร์ดโคลเตอร์นั้นจะเดินตามผมอยู่ตลอดและเมื่อใดก็ตามที่ผมเดินโดยไม่ระวัง…

เพี๊ยะ!

“จ๊าก!”

ผมไม่รู้ว่าเขาไปหาไม้ไผ่มาจากไหน แต่เขาจะตีผมด้วยไม้ไผ่จนเกิดเสียงดัง

“หึหึ…เอาอีก!”

เขาหัวเราะราวกับกำลังสนุกกับเรื่องนี้

แต่สิ่งหนึ่งนั้นแน่นอน

เมื่อผมใช้ความคิดในวิธีการเดิน มันก็เริ่มมีประโยชน์ที่ผมเริ่มจะสังเกตได้

หลังจากเรียนรู้การเดิน สิ่งต่อมาที่ผมเรียนก็คือวิชาต่อสู้พื้รฐานที่มีรากฐานมาจาก ‘วิชาต่อสู้สวรรค์’ ที่ถูกสอนกันเป็นทั่วไปในหมู่อัศวินที่ศูนย์ฝึก

“ถ้าไม่นับวิชาดาบ วิชาต่อสู้สวรรค์นั้นจะมีการเคลื่อนไหวทั้งหมด 36 แบบ”

นี่เป็นเรื่องใหม่

เรื่องที่ว่าการเตะต่อยและหมุนเตะนั้นมีอยู่หลายรูปแบบ

ผมรู้ว่าอัศวินไม่ได้เรียนรู้แค่การจับดาบ แต่การที่พวกเขาเรียนรู้วิชาต่อสู้ที่เป็นระบบแบบนี้…

ผมใช้การเดินที่เพิ่งจะเรียนรู้ใหม่นี้เริ่มฝึกการเตะ ต่อย และหมุนเตะอีกหลายรูปแบบ

เพราะเรื่องนี้

ศิลปะร่างกาย VII

ติดตัว

สกิลศิลปะร่างกายก็ได้พุ่งพรวดไปถึงระดับ 7 ในทันที

มันไม่ใช่การเคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้า การถูกสอนที่ดีโดยมืออาชีพนั้นทำให้ผมมีประสบการณ์ที่ดีอย่างมาก

‘เรียนรู้เรื่องใหม่มันน่าสนุกขนาดนี้เชียว’

เพราะ 6 ปีที่ผ่านมาผมเรียนรู้แต่เวทมนตร์

การได้เรียนรู้เรื่องที่ไม่รู้นอกเหนือจากเวทมนตร์นั้นเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนาน

ลอร์ดโคลเตอร์เองก็ดูจะสนุกกับการได้พบกันของเราด้วย จนถึงขั้นที่ว่า

“นี่…แกไม่เรียนรู้เร็วไปหน่อยเหรอ?”

“งั้นเหรอ?”

“แกเป็นอัศวินหรือจอมเวทย์กันแน่…ชั้นไม่รู้ว่าเพราะแกไม่เคยอู้กับการออกกำลังประจำวันไหม แต่รากฐานของแกมันหนักแน่นมาก ดูเหมือนว่าเราจะเพิ่มความเข้มข้นได้มากกว่านี้นะ”

“นั่นก็ดี เราเหลือเวลาไม่มากหรอกครับ”

“อืม…คิดจะทำอะไรหลังเรียนจบจากโรงเรียนล่ะ?”

“หลังเรียนจบเหรอ? ผมไม่รู้สิ?”

“อืม…เข้าภาคีอัศวินของชั้นเป็นไง? ชั้นจะเพิ่มเงินเดือนให้เป็นสองเท่าเลย”

“เอ่อ คงไม่นะครับ”

“หา? เด็กอย่างแกนี่มัน… ก็ได้ 3 เท่าล่ะเป็นไง?”

“ไม่เป็นไรครับ”

“ถ้าเป็นสี่เท่าของอัตราแรกเริ่ม ขนาดลอร์ดกากุนยังไม่ได้ค่าจ้างแบบนั้นเลย! ทำไมเด็กอย่างแกถึงโลภแบบนี้นะ…”

พูดถึงลอร์ดกากุน เขาคือปรมาจารย์ดาบเพียงคนเดียวของอาณาจักรเรเดียน

เรื่องที่ว่าเขาได้ค่าจ้าง 3 หรือ 4 เท่าจากค่าจ้างปกติในตอนที่เป็นอัศวินฝึกหัดนั้นไม่ได้น่าสนใจกับผมเท่าไหร่

“เงินไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ”

“แล้วมันอะไร?”

“ก็มีอีกหลายเรื่องที่ผมอยากทำนี่นา”

“แกอยากทำอะไรงั้นเรอะ?”

“อืม…ก็ไม่รู้สิ”

“ไอ้เด็กนี่ อย่ามาทำให้ชั้นสงสัยนักสิ เริ่มใหม่อีก!”

“ครับ หึหึ”

ในการใช้ชีวิต 16 ปีของผม

ผมใช้เวลา 10 ปีในดินแดนอาเดล

และอีก 6 ปีในโรงเรียน

ผมไม่เคยท่องเที่ยวเหมือนกับคนอื่น และผมเองก็ไม่เคยไปที่เมืองหลวงอาณาจักรเรเดียนเลยเหมือนกัน (มีคนบอกว่าผมเคยไปกับพ่อตอนที่ยังเด็ก แต่ผมก็จำไม่ได้หรอก)

ถ้ามองแบบนี้ เทศกาลใหญ่ที่จะจัดขึ้นในเดือนที่ 7 ของปีนี้ มันอาจะเป็นครั้งแรกที่ผมได้เดินทางจริง ๆ ก็ได้…

ผมยังมีเรื่องอีกมากมายที่อยากจะได้เจอ

และสิ่งมากมายที่ยังไม่เคยเห็น

นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ผมวางแผนจะคิดอย่างหนักในอีกไม่กี่เดือนที่เหลือ

เพี๊ยะ!

“อีกรอบ!”

อืม หลังจากเรียนวิชาต่อสู้จนจบล่ะนะ

จบบทที่ ตอนที่ 25

คัดลอกลิงก์แล้ว