เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 23

ตอนที่ 23

ตอนที่ 23


หลังจากยืนยันว่าไมเคิลใช้ดอกไม้แผดเผาแล้ว ผมจงใจไม่ใช้เวทย์โจมตีโดยตรงเลย

เพราะว่าถ้าต้องสู้กับไมเคิลด้วยเวทมนตร์ในสภาพที่พลังเวทย์ลดลง 99% มันจะยากกว่าในการเปิดเผยว่าเขาใช้ยา

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผมจงใจใช้ ‘กำลัง’

มันเป็นวิธีอันตรายที่อาจทำให้เขาบาดเจ็บรุนแรงได้

แค่ดีดนิ้ว

แค่ต่อยเบา ๆ

มันเป็นกลยุทธ์อันยอดเยี่ยมที่จะล่อลวงผู้อยู่เบื้องหลังที่นั่งรอดูอย่างสบายใจให้ออกมา เพราะพวกเขาคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองติดกับดักแล้ว

“บะ บ้าเอ้ย! ไมเคิล! รอก่อนนะ!”

อาจารย์เอลริค เกลฮิล

เขา ‘แทรกแซง’ การสอบเพราะกลัวว่าหลานจะตายไปจริง ๆ

มันทำให้เรื่องราววุ่นวายอย่างหนักกว่าเดิม

“อาจารย์เอลริค!”

เสียงยิ่งใหญ่ดังก้องไปด้วยโทสะ

ต้นเสียงนั้นไม่ใช่ใครนอกจากผู้อำนวยการไทเรียน อิกนิท

เขาปิดบังความโกรธไม่ได้อีกต่อไปและลุกขึ้นจากที่นั่งเมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“กล้าดียังไง…ถึงได้ทำเรื่องแบบนี้กับสนามสอบอันศักดิ์สิทธิ์…”

“ผะ ผู้อำนวยการ…ตะ ต้องรักษาไมเคิลก่อ…”

“หุบปาก!”

โอ้ ผู้อำนวยการไทเรียน

เขามักจะยิ้มอย่างมีเมตตาเสมอ

การที่ผู้อำนวยการคนนั้นแสดงด้านที่น่าสะพรึงกลัวออกมาแบบนี้

ผมเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก

“ส่งไมเคิล เกลฮิลไปที่ห้องพยาบาลเดี๋ยวนี้ ส่วนอาจารย์เอลริค ตามมาที่ห้องทำงาน”

“ครับ!”

เมื่อผู้อำนวยการสั่งแล้ว คนในสนามสอบก็เริ่มทำตามคำสั่ง

เจ้าหน้าที่พยาบาลที่ยืนประจำการอยู่ยกตัวไมเคิลแบกไปที่เปล และภูติพิทักษ์มานาที่คุ้มกันสนามสอบก็เข้าไปล้อมอาจารย์เอลริค

แต่ที่น่ากลัวที่สุดก็คือ…

“คิกคิกคิก…มันยังไม่จบหรอก…”

แม้ว่าจะถูกหามขึ้นเปลแล้ว ไมเคิลก็ยังหัวเราะอย่างควบคุมไม่ได้

ผมถามกรรมการ

“จบแล้วใช่ไหมครับ?”

“......เอ๋? เอ่อ จริงด้วย”

กรรมการมองทุกสิ่งด้วยสีหน้างุนงงและตะโกนเสียงดัง

“กะ การสอบจบแล้ว!”

การสอบรอบที่ 4 ได้ผ่านพ้นไปราวกับพายุ

ในระยะเวลาหนึ่ง เป็นแค่ ‘ความเชื่อ’ เท่านั้นในการโกงของตระกูลเกลฮิล แต่เมื่อผ่านการทดสอบแล้วก็ได้พบกับ ‘หลักฐาน’

ซึ่งเป็นหลักฐานที่นำไปสู่การสอบสวนอาจารย์เอลริค

และด้วยการสอบสวน การทุจริตมากมายที่เกิดจากอาจารย์เอลริคก็ถูกเผยออกมา

นั่นยังหมายถึงว่าชื่อของเกลฮิลจะไม่มีวันได้เข้าสู่อาณาเขตของโรงเรียนอีกแล้ว

“ไมเคิลน่ะ ได้ยินว่าเขาถูกไล่ออกนะ”

“อีกแค่เทอมเดียวก็จะเรียนจบแล้วแท้ ๆ …น่าสงสารจัง”

ข่าวลือว่าไมเคิล เกลฮิลถูกไล่ออกนั้นเผยแพร่ออกมาเป็นวงกว้าง

ข่าวลือนั้นมาจากผู้อาวุโสของตระกูลเกลฮิลที่มายังโรงเรียนด้วยตัวเอง

แต่มันก็ยังไม่ได้รับการยืนยัน

เพราะอาจารย์เอลริคเองก็พยายามที่จะแบกรับความผิดทั้งหมดและยืนกรานว่าเขาเป็นคนบังคับให้ไมเคิลดื่มยา

เขาทำแบบนี้เพื่อที่จะช่วยไมเคิลให้ได้จนถึงที่สุด

เอาเถอะ ไม่ว่าเขาจะถูกไล่ออกหรือไม่…

อำนาจของชื่อเกลฮิลในโรงเรียนก็จะหายไปในอีกไม่นาน

ไมเคิลเองก็จะไม่ได้เรียนจบในฐานะนักเรียนดีเด่น

และเขาก็จะไม่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนของโรงเรียนในเทศกาลใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือน

และเพราะเรื่องนี้ ผมก็เลยได้รับชื่อเล่นใหม่ว่า ‘นักไล่ออก’

เบน พอลท์ที่พยายามจะฆ่าผมด้วยเวทมนตร์ก่อนหน้านี้

และตอนนี้ยังไมเคิล เกลฮิลอีก

ใครที่พยายามจะเผชิญหน้ากับผมล้วนโดนไล่ออกทั้งสิ้น

‘เอ่อ นี่เราควรจะดีใจดีไหมเนี่ย?’

“รู้ไหม…บรรยากาศในโรงเรียนตอนนี้น่ากลัวชอบกล”

“อืม…”

แม้ว่าการสอบอันยาวนานจะจบลงแล้ว บรรยากาศในโรงเรียนก็ชวนหนาวสั่นและเงียบกริบ

นั่นก็เป็นเพราะว่าจอมเวทย์จากตระกูลเกลฮิลนั้นมาที่โรงเรียนหลายครั้งในหนึ่งวัน

ซึ่งทุกคนก็ล้วนมาเพื่อจับตามองผม

“รูน อาเดลใช่ไหม?”

“...ใช่”

ทีแรก พอถามชื่อผมเสร็จแล้วพวกเขาก็ไม่ได้เข้าหาเป็นพิเศษและสังเกตการณ์จากระยะไกล

แต่ผมก็เดาได้ว่าคนทั้งหมดนี้มีความคิดร้ายกับผม

“บ้าที่สุด! พวกมันต่างหากที่ทำเรื่องไม่ดี แล้วตอนนี้คิดจะโทษนายงั้นเหรอ?”

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า”

เจสันบ่นเมื่อมองคนเหล่านี้ ส่วนผมก็ส่ายหน้าไม่ใส่ใจ

ที่บ้านเกลฮิล

ทั้งตระกูลนั้นไม่ได้เสียหายแค่เพราะเรื่องเสื่อมเสียที่เกิดขึ้นในโรงเรียน

สำหรับพวกเขา มันก็แค่รอยข่วนเล็ก ๆ

แต่สำหรับผม ผมโดนหมายหัวโดยตระกูลเกลฮิลแล้วอย่างแน่นอน

เมื่อผมเป็นคนที่ไล่ลูกชายคนที่สามของตระกูลเกลฮิลออกจากโรงเรียน (ถึงจะไม่ใช่ความผิดของผมก็เถอะ) และยังไล่อาจารย์ที่พวกเขาฝังเอาไว้ในโรงเรียนออกไปอีก…

เป็นธรรมดาที่พวกเขาอยากจะกำจัดผมในทุกทางที่เป็นไปได้

ผมไม่รู้ว่าในอนาคต ตระกูลเกลฮิลจะวางแผนอะไรกับผม

“ยังไงชั้นก็ต้องปะทะกับพวกมันอยู่แล้ว มันไม่สำคัญหรอก”

ผมตัดสินใจที่จะไม่สนใจ

เพราะอย่างไรในอนาคต ผมก็ต้องเผชิญหน้ากับพวกเขาอยู่แล้ว

แล้วก็ ไม่ว่าบ้านเกลฮิลจะพยายามใช้กำลังอย่างไร พวกเขาก็ยังมีอำนาจจำกัดอยู่แค่ในอาณาจักรเรเดียนเล็ก ๆ แห่งนี้

ผมต้องแข็งแกร่งกว่านี้

และถ้าผมปีนไปอยู่ในจุดที่สูงกว่านี้ พวกเขาก็จะทำไม่ได้แม้แต่แตะต้อง

ใช่แล้ว

“รูน”

“หืม?”

“ผู้อำนวยการตามหานายอยู่น่ะ”

“...ผู้อำนวยการเหรอ?”

มันคือเวลาที่จะปีนให้สูงกว่าเดิม

ไทเรียน อิกนิท

ลูกหลานของอัครจอมเวทย์โฟรเลียน อิกนิทและเป็นผู้อำนวยการของโรงเรียน

และยังเป็นเพียงผู้เดียวในอาณาจักรที่ไม่ยอมสยบต่ออำนาจ

จอมเวทย์ผู้ซื่อตรง

การที่คนแบบนี้เชิญนักเรียนไปที่ห้องทำงานของเขานั้นเป็นเรื่องที่พิเศษมาก

และมันก็มีอยู่เหตุผลเดียวเท่านั้น

‘ตัวแทนโรงเรียน’

มีแค่นักเรียนที่โดดเด่นที่สุดเท่านั้นที่จะได้พูดคุยตัวต่อตัวกับเขา

ผมไปที่อาคารหลักและไปยังจุดสูงสุดของโรงเรียน

ห้องของผู้อำนวยการนั้นอยู่ในชั้นที่ 41 ของอาคารหลัก และยังไม่มีบันไดที่ไปถึงชั้นนั้นด้วย

มีแค่ทางเดียวที่จะไปข้างบนนั้นได้

มีแค่ ‘ถนนมานา’ ที่ตั้งอยู่กลางอาคารหลักเท่านั้นที่พาไปยังชั้นบนสุด

แน่นอนว่าในการจะใช้ถนนมานา จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการ แต่ผมถูกเชิญแล้ว

ภูติผู้พิทักษ์มานาที่คุ้มกันถนนมานาหลีกทางให้กับผม

“อนุญาตให้เข้า”

บนถนนมานา มีแค่สองตัวเลขเท่านั้น

นั่นคือชั้น 1 และชั้น 41

ผมปล่อยมานามาที่มือและกดเลข 41 อย่างไม่ลังเล

ถนนมานานั้นต้องใช้มานาของผู้ร่ายในการทำงาน ถ้าหากไม่ใช่จอมเวทย์ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเข้ามา

วิ๊งงงงงงง

ประตูปิดหลังจากรับมานาของผมไป

‘อึก’

มันพุ่งขึ้นเร็วมาก มากพอที่จะทำให้มึนหัวไปหนึ่งวินาทีและพาผมมาถึงชั้นบนสุด

มันคือเวลาเพียงพริบตาเดียว

ในตอนที่ผมกำลังจะรู้สึกเวียนหัว ผมก็มาถึงชั้น 41 ในทันทีและประตูถนนมานาก็เปิดออก

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมายังชั้นที่ 41 ของโรงเรียน

แต่ว่า…

“...อะไรกัน?”

มีบางอย่างผิดปกติ

เมื่อประตูเปิด สิ่งที่ผมเห็นคือดินแดนอาเดลไม่ผิดแน่

ทะเลใต้อันงดงามกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุด

เกาะน้อยใหญ่เชื่อมต่อกันดั่งภาพเขียนบนขอบฟ้า

จะเห็นทุ่งนากว้างถ้าหากมองลงมาเล็กน้อยจากชายฝั่ง

ภาพอันอบอุ่นและสงบของชนบท

แต่มีบางอย่างแปลกไป

ที่กลางทุ่งหญ้านั้นไม่เหมือนกับอาเดลบ้านเกิดของผมที่เป็นดินแดนชนบทเล็ก ๆ ที่นั่นมีเก้าอี้ตัวใหญ่วางอยู่

ผมรู้จักเก้าอี้นั้นดีกว่าใคร

มันคือบัลลังก์แห่งทีรอน

ราชาแห่งจอมเวทย์

เก้าอี้ที่มีเพียงจอมเวทย์ที่ทรงพลังที่สุดในโลกเท่านั้นที่จะนั่งได้

เก้าอี้ที่เหมาะสมกับจอมเวทย์ที่ทุกคนให้ความสนใจ

ทำไมมันถึงมาอยู่ในดินแดนอาเดลล่ะ?

ถึงตอนนี้

“ดูอะไรอยู่เหรอ รูน?”

“......ครับ?”

ผมหันหน้าไปหาเสียงที่คุ้มเคยจากด้านหลัง

ผู้อำนวยการไทเรียน อิกนิทยืนอยู่ตรงนั้น

“...ผู้อำนวยการ”

เมื่อผมทัก ผู้อำนวยการก็ยิ้มอย่างมีเมตตาและพูดกับผม

“ตกใจที่เห็นภาพแปลก ๆ เหรอ?”

“ครับ…นิดหน่อยน่ะ”

ในตอนนี้ ภาพดินแดนอาเดลและบัลลังก์แห่งทีรอนได้หายไปแล้ว

สิ่งเดียวที่ผมเห็นคือภาพป่ากว้างใหญ่รอบโรงเรียนเมื่อมองลงมาจากชั้น 41

“ที่ชั้น 41 น่ะ คือจุดที่ดวงตาแห่งมัลเลอรอกถูกสร้างขึ้นใหม่เอาไว้ รู้จักดวงตาแห่งมัลเลอรอกไหม?”

“...เคยได้ยินครับ”

ดวงตาแห่งมัลเลอรอก

ผู้นำของเหล่าปีศาจที่บุกเข้ามาในทวีปฟรีเลียเป็นตนแรกคือมัลเลอรอก

ว่ากันว่าเขาใช้พลังพิเศษเพื่อทำให้เป้าหมายเห็นสิ่งที่ปรารถนามากที่สุด หลอกหลอนพวกเขาและควบคุมจิตใจจนกว่าจะตาย

หลังจากการตายของมัลเลอรอก ชิ้นส่วนของร่างกายของเขาก็กระจัดกระจายไปในหลายสิบชนชาติของทวีปฟรีเลีย

และทุกคนก็สร้างมันขึ้นมาเป็นอาติแฟกต์

และในบรรดากลุ่มคนเหล่านั้น ผู้ที่ได้ ‘ดวงตา’ ของมัลเลอรอกก็คือโรงเรียนเวทมนตร์อิกนิท

ดวงตาแห่งมัลเลอรอกนั้นอยู่บนชั้น 41 แห่งนี้

สิ่งที่อาติแฟกต์แสดงให้ผมเห็นก็คือ

‘ดินแดนอาเดลกับบัลลังก์แห่งทีรอน’

ทำไมดวงตามัลเลอรอกถึงแสดงภาพแบบนี้ล่ะ?

ผู้อำนวยการอธิบายกับผม

“ไม่ว่าจะเห็นอะไร…แต่ดวงตามัลเลอรอกจะแสดงโลกที่นายอยากเห็น โลกที่นายเพิ่งเห็นคือโลกที่ใกล้เคียงกับที่ปรารถนา”

ดวงตามัลเลอรอก ที่บอกว่าจะแสดงภาพที่อยากเห็นให้เห็น

มันพูดถึงความปรารถนา

ความปรารถนาที่จะเป็นจอมเวทย์ที่แข็งแกร่งกว่าใคร

ความปรารถนาที่จะให้ตระกูลอาเดลยืนอยู่เป็นศูนย์กลางของโลก

ได้เห็นแบบนี้ อาติแฟกต์เปิดเผยความจริงแบบเปลือยเปล่าออกมา

เพราะผมรู้สึกเหมือนว่ากำลังเปลือยอยู่จริง ๆ

“ชั้นชอบที่นี่นะ ดวงตามัลเลอรอกแสดงสิ่งที่อยากเห็นให้เห็น โลกที่ปรารถนา นายสงสัยรึเปล่าว่ามันเป็นยังไง?”

“ครับ”

“โลกที่นักเรียนทำตัวเหมือนกับนักเรียน และจอมเวทย์ทำตัวเหมือนกับจอมเวทย์”

มันเข้าใจได้ไม่ยาก

แต่มันเป็นโลกที่ยากจะได้เห็นในความเป็นจริง

ผมมาที่นี่ด้วยจิตใจที่เบาสบาย แต่ส่วนหนึ่งเริ่มจะหนักอึ้งขึ้นมาแล้ว

จากนั้นผู้อำนวยการไทเรียนก็มองผมด้วยรอยยิ้มเบา ๆ

“รูน ชั้นชอบนายมากนะ”

“...งั้นเหรอครับ?”

“‘นักเรียนที่ทำตัวเหมือนนักเรียน’ อย่างนายไม่ค่อยมีในโรงเรียนนี้หรอก”

“ครับ จอมเวทย์ที่ไม่ค่อยเหมือนจอมเวทย์แบบผมก็ไม่ค่อยมีเหมือนกัน”

“หืม? แบบนั้นเหรอ? ฮ่าฮ่าฮ่า…ไปกันเถอะ”

ผู้อำนวยการไทเรียนหัวเราะชอบใจกับมุกตลกของผมและเริ่มเดินมาข้างหน้า

ในพื้นที่พิเศษแห่งนี้นั้นถูกสร้างผ่านดวงตาแห่งมัลเลอรอก

ชั้น 41 ของโรงเรียน

มันแสดงถึงสเน่ห์ที่ไม่รู้จบ

ในขณะนั้น มันชักชวนผมให้เห็นบัลลังก์แห่งทีรอนอยู่ในดินแดนอาเดล

และตอนนี้ มันก็พาผมไปยัง ‘เทศกาลใหญ่’ ที่จะเกิดขึ้นในเดือนที่ 7 ของปี

ในที่แห่งนั้น ผมได้เข้าไปในฐานะตัวแทนของโรงเรียน และเป็นผู้ที่ชนะอย่างมั่นใจ

ขณะที่เดินไปยังประตูห้องทำงาน ผมเห็นตัวเองยืนอย่างมั่นใจอยู่หน้านักเรียนหลายร้อยคนของโรงเรียนเวทมนตร์อิกนิทและเรียนจบในฐานะนักเรียนที่ดีที่สุด

มันเป็นความรู้สึกแปลก เหมือนกับว่ามันเห็นสิ่งที่อยู่ลึกที่สุดในความคิดผม

“นั่งสิ”

โล่งอกที่ห้องทำงานของผู้อำนวยการนั้นไม่มีอะไรพิเศษ

โต๊ะทำงานที่เรียบร้อยนั้นไม่ได้มีลูกเล่นให้ผมตกใจ

หลังจากนั่งบนโซฟาสีน้ำตาลนุ่มแล้ว ผมก็จิบชาอุ่น ๆ ที่ผู้อำนวยการชงให้

ดื่มด่ำกับเวลานี้

ผู้อำนวยการให้เวลาผมสงบตัวเอง

ผมพยักหน้าหลังจากดื่มชาไปแล้วครึ่งแก้ว

ผู้อำนวยการถามผมด้วยสีหน้าที่จริงจังกว่าเดิม

“รูน อยากจะถามนายซักเรื่อง พอจะตอบให้ได้ไหม?”

“ได้ครับ”

“รู้ได้ยังไงว่าไมเคิลใช้ดอกไม้แผดเผา?”

จบบทที่ ตอนที่ 23

คัดลอกลิงก์แล้ว