เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 19

ตอนที่ 19

ตอนที่ 19


ภารกิจสำเร็จแล้ว

ได้เวลาต่อสู้

เวลาแห่งการต่อยเตะอากาศได้จบลงแล้ว ศัตรูที่เลี่ยงไม่ได้ปรากฏตัว ถึงเวลาต่อสู้ วิ่งไปสยบมันให้ได้ก่อนคนอื่น

เป้าหมาย : โจมตีใส่ศัตรูเป็นคนแรก 1/1 (สำเร็จ)

เป้าหมาย 2 : เป็นผู้ชนะศัตรู 1/1 (สำเร็จ)

คุณได้รับ strength +30

ผมได้ 30 strength เป็นรางวัลกับภารกิจ

พอเป็นแบบนี้ strength ที่ผมต้องการก็เหลืออีกแค่ 40 เพื่อที่จะเริ่มการฝึกของจริงที่สแตรงพูดถึง

นอกเหนือจากนั้น

สกิลใหม่ถูกปลดล็อค

สแตรงที่จำสกิลได้ในทันทีก็พูดขึ้นมา

“ดวงตาผู้เล่น! ตอนนี้เจ้าเป็นผู้เล่นของจริงแล้ว”

“แกรู้จักสกิลนี้เหรอ?”

“ก็ใช่น่ะสิ! มันคือสิ่งที่มีแต่ผู้เล่นเท่านั้นที่จะมีเลยนะ”

มันคือของสุดยอดที่แม้แต่สแตรงยังยอมรับ

หมายความว่ามันเป็นสกิลที่หลากหลายมาก

ดวงตาผู้เล่น

ติดตัว

เต็ม

คุณได้รับความสามารถที่จะมองเห็นรายละเอียดของทุกสิ่งด้วยดวงตาผู้เล่น คุณในตอนนี้สามารถรวบรวมและทำข้อมูลทั้งหมดเป็นตัวเลขได้

คุณสามารถรับรู้ถึงการซ่อนตัวและแกะรอยการล่องหนได้

ปลดล็อคมินิแมพ

คุณสามารถอ่านหน้าต่างสถานะของคนอื่นได้ ปริมาณข้อมูลที่เห็นจะจำกัดตามพลัง

ไม่ยากที่จะรู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร

“ศัตรูที่ซ่อนตัวโดยใช้เวทย์ซ่อนตัวหรือล่องหนจะดูแปลกจากสายตาคุณ คุณจะเห็นเป็นโครงร่างจาง ๆ”

รับรู้ถึงเวทย์ซ่อนตัวและล่องหน

เรื่องนี้ไม่ต้องการคำอธิบายเพิ่ม

มันเรียบง่ายมาก แต่ก็เป็นความสามารถที่แข็งแกร่งมากด้วย

ต่อมา เมื่อผมใช้ ‘มินิแมพ’

‘นี่มัน…’

จอกึ่งโปร่งใสปรากฏเป็นแผนที่แบบหนึ่ง

แผนที่แสดงรายละเอียดภูมิประเทศของสถานที่สอบ และยังบ่งบอกจุดที่โอเกอร์นอนอยู่นอนนี้ด้วย

ถ้าผมเชื่อตามที่สแตรงบอก ‘มินิแมพ’ อันนี้จะแสดงทุกอย่างในเห็นในรัศมี 500 เมตรรอบตัวผม

สิ่งต่อมาที่ผมเห็นนั้นค่อนข้างน่าตกใจ

โอเกอร์สะบักหลัง

ขั้น 3.5/***x

อาศัยอยู่ในเทือกเขาพายุฝน เป็นโอเกอร์ที่มีสะบักหลังยื่นออกมา มันมีขนาดเล็กกว่าโอเกอร์ทั่วไปและแม้ว่าจะอ่อนแอกว่า มันก็ว่องไวกว่า

“นี่มันอะไร?”

“เห เจ้าตกใจเหรอ? นี่น่ะคือประโยชน์ที่แท้จริงของดวงตาผู้เล่นยังไงล่ะ”

ดวงตาผู้เล่น

ทำให้เห็นรายละเอียดของทุกสิ่ง

ผมเริ่มที่จะเห็นหน้าต่างสถานะของสิ่งอื่น

ในหน้าต่างสถานะ ผมจะเห็นชื่อ ระดับ และเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่อธิบายมาอย่างเข้าใจได้

‘ข้อมูล’ นั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเปลี่ยนผลการต่อสู้ได้อย่างมาก

ในการต่อสู้จริง แค่รู้ระดับของศัตรู พลังพิเศษ และพฤติกรรมก็ชิงความได้เปรียบได้แล้ว

เมื่อรู้แบบนี้แล้วก็ได้รู้ว่าความสามารถนี้เป็นประโยชน์ในระดับที่สูงมาก

แต่แน่นอน

ไฮเดล

จอมเวทย์ชั้น 6

คุณยังอ่านไม่ได้

“ไม่ง่ายที่เจ้าจะได้ข้อมูลของคนที่ระดับเหนือกว่าเจ้า”

เหมือนกับอาจารย์ไฮเดล ข้อมูลที่ผมเห็นจากคนที่แข็งแกร่งกว่านั้นถูกจำกัดอย่างมาก

ส่วนคนอย่างผู้อำนวยการไทเรียน อิกนิทที่แข็งแกร่งกว่าผมอย่างมากนั้น

ไม่มีแม้กระทั่งชื่อในหน้าต่างสถานะเลย

แต่แค่นี้ก็เหลือเฟือแล้ว

เมื่อคิดถึงพลังในตอนนี้ของผม ถ้าไม่รวมอาจารย์ไม่กี่คน มันก็แทบจะไม่มีใครในโรงเรียนเลยที่หน้าต่างสถานะถูกซ่อนจากผมได้

และถ้าคิดจากที่สแตรงบอก

“ยิ่งเจ้าแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ เจ้าก็จะยิ่งอ่านคนได้มากขึ้น”

หมายความว่าถ้าผมแข็งแกร่งพอ ผมจะเห็นหน้าต่างสถานะของใครก็ไได้

‘นี่มัน ให้ตายเถอะ…’

การแอบดูพลังของคนอื่นได้แบบนี้

แม้แต่จอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกก็ยอมทิ้งทุกสิ่งเพื่อสร้างมัน และมันอาจจะเป็นไปไม่ได้เลยก็ได้

เพราะมันไม่ต่างอะไรจากอำนาจของพระเจ้า

ผมเกาปลายจมูกด้วยความรู้สึกสุขใจและอึ้งในขณะเดียวกัน

ในสถานที่สอบ เสียงเชียร์และเสียงตะโกนหาผมกำลังเกิดขึ้นไม่ขาด

การสอบครั้งที่สาม

มันดูเหมือนจะเป็นการต่อสู้ตัวต่อตัวกับโอเกอร์ที่ทำให้เพื่อนร่วมรุ่นของผมประทับใจมาก

“เอ่อ..นายคือรูน ใช่ไหม?

“เอ๋? ใช่”

“การสอบรอบสามน่ะ…นายเท่มากเลย เอ่อ…นี่…เอาไปกินตอนหิวนะ”

“ทำไมถึงให้ผมล่ะ…?”

มีหลายครั้งที่ผู้หญิงรุ่นน้องที่ผมไม่เคยเห็นหรือรู้จักชื่อจะเข้ามาและยื่นกล่องอาหารกลางวันกับเครื่องดื่มให้

และจากนั้น แน่นอน

“อ๊าย! น่าอายจังเลย!”

เด็กผู้หญิงคนนั้นก็จะใช้มือปิดหน้าที่แดงและกรี๊ด ‘อ๊าย! อ๊าย!’ แล้วก็วิ่งไป

ถ้าอายขนาดนี้แล้วจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน?

มันเหมือนกับว่าพวกเธอสนุกเสียมากกว่า

เมื่อเห็นเรื่องทั้งหมดนี้ เจสันเพื่อนร่วมหอพักจะพึมพำกับตัวเองในน้ำเสียงพ่ายแพ้

“แกนี่มัน…น่าอิจฉาชะมัด”

“นายอยากกินไหม?”

เมื่อผมยื่นน้ำให้เจสัน เขาก็ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้และตะโกนใส่ผมทันที

“ไม่ได้โว้ย! ถ้าชั้นกินก็ถือว่าไม่ให้เกียรติผู้หญิงที่ให้ข้าวกล่องแกทั้ง ๆ ที่เขินสิ!”

“...โมโหอะไรของนาย…”

“ครั้งหน้า! หลังจากสอบเสร็จชั้นจะต้องได้ของขวัญแบบนี้แน่! รูน! ชั้นรู้เรื่องพรสวรรค์ทางเวทย์นะ แต่ชั้นไม่เคยแพ้เรื่องความเป็นที่นิยมกับนายหรอก!”

เจ้าหมอนี่พูดอะไร?

ผมหัวเราะขณะส่ายหัว

เพื่อนร่วมหอของผม เจสัน

เขามักจะเป็นคนเจ้าชู้ที่ชอบผู้หญิงและรักสนุก และบางครั้งก็จะกระโดดข้ามกำแพงโรงเรียนเพื่อออกไปดื่มข้างนอก

เขาอาจจะขี้เกียจอยู่บ้างและขาดสเน่ห์ แต่เขาเป็นคนดีจริง ๆ

กับเจสันที่พูดแบบนี้โดยไม่เข้ากับนิสัยนั้น ดูเหมือนว่าเขาจะรู้สึกอะไรมาบ้างในการสอบครั้งที่แล้ว

ผมพูดหนึ่งสิ่งกับเจสัน

“พยายามอีกหน่อยเถอะ สอบรอบหน้านายต้องทำได้ดีแน่”

“อย่าเลย ชั้นไม่อยากได้ความเห็นใจจากนาย…”

“ไม่ใช่ความเห็นใจหรอก แล้วก็ไม่ใช่การให้กำลังใจกลวง ๆ ด้วย นายน่ะมีพรสวรรค์พอ ทำใจให้ดีและพยายามเข้าไว้”

“...จริงเหรอ?”

สิ่งที่ผมพูดนั้นเป็นความจริง

เป็นแค่เขาไม่พยายามเพราะมีนิสัยเจ้าชู้

เจสันนั้นมีพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่จริง ๆ

ไม่กี่วันก่อน ผมดูหน้าต่างสถานะของนักเรียนชั้นปีสุดท้ายทุกคนเผื่อไว้

และพวกเดียวที่ผมเห็นสถานะก็คือไมเคิล เกลฮิลกับเจสัน

ดังนั้น ถ้าเขาพยายามอีกซักหน่อย เขาก็จะได้ผลสอบที่ดีในครั้งถัดไป

“ใช่ พยายามเข้า อย่าเอาแต่เล่น”

เจสันกำหมัดด้วยความมุ่งมั่นหลังจากดูจะมั่นใจเมื่อได้รับคำชม

“เอาล่ะ! ครั้งถัดไป ชั้นต้องได้ 10 อันดับแรก!”

10 อันดับแรก

ค่อนข้างจะยากสำหรับเขาในตอนนี้

แต่อย่างไรก็ดีถ้าจะมีเป้าหมายเพื่อตัวเอง

ผมยักไหล่และหัวเราะติดตลกกับคำตอบ

เจสันยิ้ม เขาดูเขินอายนิด ๆ

“ยังไงก็เถอะ…รูน บางครั้งชั้นก็เชื่อไม่ลง”

“เชื่ออะไร?”

“นายยังเป็นรูนคนเดิมที่ชั้นรู้จักมา 6 ปีใช่ไหม?”

อืม

บางครั้งผมก็เชื่อไม่ลงเหมือนกัน

ความแตกต่างระหว่างชีวิตใน 5 ปีที่ผ่านมากับชีวิตในไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้มันมากเกินไป

ความตั้งมั่นที่แผดเผาอยู่ในใจยังคงเดิม

แต่คนอื่นนั้นมองผมเปลี่ยนไป

จากนักเรียนที่ล้มเหลวได้เลวร้ายที่สุด

“ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปมันก็ต้องเป็นแบบนี้แหละรูน มีคนพูดว่านายจะก้าวข้ามไมเคิล เกลฮิลและเป็นนักเรียนที่ดีที่สุดในโรงเรียน”

เป็นนักเรียนอันดับต้น ๆ เพื่อแข่งขันในการเป็นที่หนึ่ง

ผมที่ไม่ได้หลุดจากวงโคจรเองก็รู้เรื่องดีเช่นกัน

ไมเคิล เกลฮิลที่รักษาตำแหน่งนักเรียนคะแนนสูงมา 5 ปี

และผม คนที่ผ่านฤดูจบการศึกษา ‘อย่างก้าวกระโดด’ ในจุดที่คะแนนมีผลมากกว่า

การต่อสู้ระหว่างผมกับไมเคิลเพื่อชิงอันดับ 1 ในตอนนี้นั้นเป็นเรื่องเร่าร้อนที่สุดในวงสนทนา

ใครเก่งกว่ากัน?

ใครแกร่งกว่ากัน?

‘ตอนนี้ไมเคิลยังนำหน้าอยู่’

‘รูนเริ่มจริงจังมากขึ้นแล้วนะ’

เหตุผลที่ทุกคนพูดคุยกันเรื่องนี้ก็เพราะว่า…

“ก็นี่มันเป็นปีนั้นนี่ ปีของ ‘เทศกาลเวทมตร์’ และ ‘โอลิมเปียด’ ที่ทับซ้อนกัน ปีของเทศกาลครั้งใหญ่”

‘เทศกาลมหาเวทย์เรย์แนค’ จะเปิดในปีนี้

ในเดือน 5 ของทุกปี ‘เทศกาลเวทมนตร์’ จะถูกจัดขึ้นและจะรวบรวมนักเรียนที่มีความสามารถจากทั้งทวีปมารวมตัวกันและโรงเรียนที่มีชื่อเสียงจะตัดสินใจกันว่าใครเหนือกว่ากัน

และในทุก 8 ปี จอมเวทย์จะมาที่ ‘โอลิมเปียด’ เพื่อแข่งขันกันในหลายงาน

ในปีนี้ ‘เทศกาลเวทมนตร์’ และ ‘โอลิมเปียด’ ได้จัดในปีเดียวกัน

จึงเรียกว่าเป็น ‘เทศกาลใหญ่’

เทศกาลใหญ่นั้นเป็นการแข่งขันระดับชาติสำหรับนักเรียนที่มาจากโรงเรียนที่มีชื่อเสียงที่สุด

โรงเรียนที่เป็นผู้ชนะในเทศกาลใหญ่จะได้รับเงินจำนวนมหาศาลและสิทธิพิเศษมากมาย

แน่นอนว่าโอกาสที่จะเข้าร่วมงานใหญ่ครั้งนี้ไม่ได้มอบให้กับนักเรียนทุกคน

1 คนสำหรับงานเดี่ยว

30 คนสำหรับงานกลุ่ม

มีเพียงนักเรียน 31 อันดับแรกของโรงเรียนเท่านั้นที่จะเข้าร่วมได้

เพราะเรื่องนี้ เรื่องหลักที่คนพูดคุยกันก็จึงเป็น…

คนที่จะได้เข้าร่วมกิจกรรมเดี่ยว

“คิดว่าใครจะเป็นตัวแทนโรงเรียนเราปีนี้ล่ะ? ต้องเป็นรูนแน่เลยใช่ไหม?”

ตัวแทนของโรงเรียน

นักเรียนตัวแทนนั้นจะถูกเลือกภายในโรงเรียน

แน่นอน มันหมายความว่าจนกระทั่งตอนนี้ ตำแหน่งตัวแทนของโรงเรียนนั้นเป็นของไมเคิล เกลฮิล และผมก็ไม่เคยถูกนับว่าเป็น 31 ลำดับแรกใน ‘กิจกรรมกลุ่ม’ เลยสักครั้ง

แต่เพราะจู่ ๆ ที่ผมก็พุ่งทะยานขึ้นมา สถานการณ์จึงเปลี่ยนไปในปีนี้

ระหว่างผมกับไมเคิล

ใครจะเป็นตัวแทนของโรงเรียน?

เพราะคำถามนี้เอง คุณจึงได้ยินทั้งชื่อของผมและไมเคิลเต็มไปหมดเมื่อเข้ามาในโรงเรียน

“ก็ต้องเป็นรูนอยู่แล้วสิ!”

“ใช่ เขาเป็นจอมเวทย์คนเดียวที่ได้ 100 คะแนนจากคิงแกรมด้วยนี่นา”

ในเหตุการณ์ที่คล้าย ๆ กันแบบนี้ เจสันและนักเรียนคนอื่นอีกหลายคนก็เดาว่าผมจะเป็นตัวแทน

โดยมากก็เพราะหนึ่งเหตุผล

“ก็ครั้งที่แล้วที่ส่งไมเคิลไปสิ น่าขายหน้าจริง ๆ”

ผลการแข่งที่ไมเคิลแสดงออกมาในตอนที่ร่วมงานเทศงานเวทมนตร์นั้นนับได้ว่าเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์

ไม่จำเป็นต้องพูดถึงงานกิจกรรมกลุ่มด้วยซ้ำ และแม้แต่ในกิจกรรมเดี่ยว ใน 5 ครั้งที่เขาเป็นตัวแทน เขาได้ที่โหล่ไปสี่ครั้ง

และครั้งเดียวที่ไม่ได้อันดับสุดท้ายก็เป็นอันดับรองสุดท้าย

นี่จึงเป็นเหตุผลที่เรามีชื่อเล่นในระดับชาติว่า

‘โรงโหล่’

เกียรติยศของโรงเรียนที่สุดยอดอัครจอมเวทย์โฟรเลียน อิกนิทนั้นหมดความเปล่งประกายไปแล้ว

ถ้าหากออกไปนอกอาณาจักร ยังมีโรงเรียนเวทมนตร์เลื่องชื่อและมีเกียรติยศอยู่มากมาย

ถ้าหากเลือกโรงเรียนเหล่านั้นมาก็จะมีศูนย์ฝึกทหารเวทมนตร์เรย์แนคจากอาณาจักรเรย์แนคที่แข็งแกร่งที่สุด และวิทยาลัยหญิงเซกิที่ความสามารถโดดเด่นพอที่จะแข็งขันกับทีมที่ชนะในทุกปี

ดูจากระดับปัจจุบันของโรงเรียนเราแล้ว เราไม่มีสิทธิจะไปแข่งในกิจกรรมเดี่ยวหรือกลุ่มทั้งนั้น

“รูนคือโอกาสเดียวของเราเท่านั้นที่จะรอดจากการเป็น ‘โรงโหล่’ ได้ ไม่คิดแบบนั้นเหรอ?”

“ใช่ รูน นายคิดว่าไง?”

โรงโหล่

เพื่อที่จะกำจัดชื่อเล่นน่าอัปยศที่ติดอยู่หน้าชื่อโรงเรียนอิกนิทมา 6 ปี

เพื่อที่จะสลักชื่อในทวีปว่า ‘รูน อาเดล’ คือตัวแทนของโรงเรียน

ความปรารถนาได้กำเนิดขึ้น

เพราะนี่คือความฝันของนักเรียนทุกคนที่อยากจะเป็นจอมเวทย์ฝันอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต

แต่ว่า

“...การสอบยังไม่จบนะ”

ยังเร็วเกินไปที่จะมั่นใจและคาดหวัง

คัวแทนองโรงเรียนที่จะเข้าเทศกาลใหญ่นั้นขึ้นอยู่กับผลสอบสองเทอมหนึ่งและการได้รับการแนะนำจากอาจารย์

และการสอบเทอมนี้ยังไม่จบ

ยังเหลือการสอบรอบ 4 อยู่

ซึ่งก็คือ การสู้กับไมเคิล

“มาสนใจการสอบครั้งต่อไปกันเถอะ”

เป้าหมายคือการเอาชนะในการสอบครั้งถัดไป

ในตอนนี้ นั่นคือสิ่งเดียวที่ต้องทำให้ได้

จบบทที่ ตอนที่ 19

คัดลอกลิงก์แล้ว