เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 18

ตอนที่ 18

ตอนที่ 18


“นายน่ะ…รู้ไหมว่าที่ทำอยู่มันอันตรายแค่ไหน?”

โคลเตอร์ถามรูนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรเลย

สมาธิของรูนนั้นเพ่งไปที่โอเกอร์เท่านั้น

“เฮ่อ…ไอ้เด็กน่าหงุดหงิดนี่”

โคลเตอร์ถามอาจารย์ไฮเดลที่ยืนอยู่ด้านข้าง

“แล้วเราจะทำยังไงกันล่ะ? เราแค่ต้องนั่งรอดูเขางั้นเหรอ?”

อาจารย์ไฮเดลนั้นพร้อมที่จะร่ายเวทย์ม่านพลังชั้นสูงใส่รูนและเข้าไปช่วยอยู่แล้ว แต่ดวงตาของเขากำลังจับตามองสถานการณ์ด้วยความเย็นชาและคำนวนทุกอย่างอยู่

มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อใจและศรัทธาในตัวเด็กคนนั้น

โคลเตอร์หรี่ตาและหันไปมองรูน

“นายน่ะ…เป็นใครกันแน่?”

รูนส่ายหัวกลับเงียบ ๆ เมื่อโคลเตอร์ถาม

“ก็แค่นักเรียนที่อยากได้คะแนนสอบดี ๆ คนหนึ่ง”

ผมไม่รู้ว่าผมไปเอาความกล้ามาจากไหนต่อหน้าโอเกอร์ที่ใหญ่กว่าผมเกินห้าเท่า จนทำให้ผมกล้าวิ่งและแกว่งหมัดใส่มันได้อย่างบ้าคลั่งแบบนี้

แน่นอนว่าผมกังวลตั้งแต่ต้น

ถึงกับกลัวอยู่นิด ๆ

แต่มีอยู่สองเหตุผลที่มันต้องเปลี่ยนอารมณ์เหล่านั้นให้กลายเป็น ‘ความกล้าบ้า ๆ’

อย่างแรกคือความสามารถที่ผมมี

เพื่อนของโอเกอร์

ฉายานี้จะลดโอกาสที่ ‘โอเกอร์’ จะมุ่งร้ายต่อผม

ฉายานี้จะทำให้ผมสื่อสารกับ ‘โอเกอร์’ ได้

มันคือฉายาที่ผมได้มาจากโอเกอร์บรรพกาลคิงแกรมเมื่อไม่กี่วันก่อน

ความสามารถที่ทำให้ผมสื่อสารกับโอเกอร์ได้

หมายความที่ผมเข้าใจจาก ‘โฮกกกกกกก!’ ที่โอเกอร์ตะโกนนั้นหมายความว่า

‘เจ้านั่น มันกำลังกลัว’

คนปกติไม่เข้าใจภาษาโอเกอร์อยู่แล้ว และคงเห็นเพียงความดุร้ายของมัน แต่ไม่ใช่กับผม

เจ้านั่นเริ่มกังวลจากการที่จู่ ๆ ผมก็วิ่งเข้าใส่มัน

และได้เห็นภาพของคนมากมายที่มองดูมันพร้อมกับจอมเวทย์และอัศวินที่รายล้อมพื้นที่ มันเริ่มที่จะกลัวอย่างมาก

ต่อมาคือเหตุผลที่สอง

จู่ ๆ ภารกิจก็ได้โผล่ขึ้นมา

ภารกิจเร่งด่วนได้มาถึง

ถึงเวลาต่อสู้

เวลาแห่งการเตะต่อยอากาศได้จบลงแล้ว ศัตรูที่เลี่ยงไม่ได้ได้ปรากฏตัว ตอนนี้เป็นเวลาต่อสู้ วิ่งไปจัดการมันให้ได้ก่อนใคร

เป้าหมาย : โจมตีศัตรูเป็นคนแรก 0/1

เป้าหมาย 2 : เป็นผู้ชนะศัตรู 0/1

*รางวัล : strength +30

*รางวัล 2 : สกิล : ดวงตาผู้เล่น

ภารกิจที่ให้ strength 30 เทียบเท่ากับการทำภารกิจทำซ้ำได้ 3 วัน

ใครจะไม่สนใจข้อเสนอนี้กันเล่า?

นี่คือเหตุผลที่ผมกล้าวิ่งเข้าใส่โอเกอร์

และเพราะเรื่องนั้น

โฮกกกกกกกก!

โอเกอร์โกรธเสียยิ่งกว่าโกรธ

แต่ว่า ผม…

“เข้ามาเลย”

ผมยิ้มยั่วกับโอเกอร์ตาแดงก่ำที่อยากจะฉีกผมเป็นชิ้น ๆ

ใช่แล้ว

ตอนนี้ ที่ผมต้องทำก็แค่ชนะ

[เจ้ามนุษย์! ตายซะ!]

มันดูเหมือนเสียงคำรามของมอนสเตอร์กับคนอื่น แต่สำหรับผม คำพูดและความตั้งใจของมันนั้นชัดเจน

โอเกอร์เทออร่าอันบ้าคลั่งใส่ผม

หลังจากยืดคอและตั้งท่าพร้อมแล้ว มันเดินไม่กี่ก้าวและกระโดดมาที่ด้านหน้าผมในทันที

เร็ว

เร็วพอที่จะตั้งคำถามว่าร่างกายใหญ่ขนาดนั้นเร่งความเร็วขนาดนี้ได้ยังไง

[หัวแก! จะขยี้มัน!]

แน่นอนว่าผมไม่คิดจะให้มันสมหวัง

ฟึ่บ…

หมัดโอเกอร์พลาดหัวของผมไปแค่เส้นผม

“ว้าว! เห็นนั่นไหม?”

“เขาหลบได้ยังไงน่ะ?”

เสียงอุทานดังมาจากมุมลานสอบ

เมื่อรู้สึกถึงอันตราย อาจารย์ไฮเดลก็ร่ายบาเรียใส่ผม

แต่อาจารย์ ผมไม่ได้โดนอะไรซักหน่อย

“เจ้าโง่! ดูข้างหน้า!”

“หืม?”

ผมรีบตั้สติจากเสียงตะโกนของหัวหน้าอัศวินโคลเตอร์ พิรันเต้

ในตอนที่ผมวอกแวก เจ้าโอเกอร์วิ่งเข้าใส่ผมอีกครั้ง

“โอ๊ะ”

ผมรีบใช้สกิลและรีบออกจากระยะโจมตีของโอเกอร์อย่างรวดเร็ว

และจากนั้น

“เฮ่อ…ไปกันเลย”

หลังจากบิดตัวเหมือนกับธนู ผมก็วิ่งไปข้างหน้าในเสี้ยววินาที

ความเคลื่อนไหวของผมเร็วขึ้นเกิน 200% จากความเร็วปกติด้วยผลของสกิล

กาเคลื่อนไหวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเร็วเกินไปที่ผมจะรับไหว

‘พละกำลังจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหว’

มันคือผลสองสกิลติดตัว ‘จอมเวทย์คลั่ง’

จากนั้นผมก็กำหมัดแน่น

การไม่สนใจ ‘กฎแห่งสาม’ รวบรวม เสริมพลัง ขึ้นรูป ความเร็วในการร่ายเวทย์ของผมไม่เป็นสองรองใคร และหลังจากสร้างทรงกลมสองครั้งในพริบตา ผมก็ปล่อยหมัดใส่ท้องของโอเกอร์ตรง ๆ

ตู้ม! ตู้ม!

คว๊ากกกก!

สะเก็ดไฟกระเด็นทุกครั้งที่หมัดกระแทก และโอเกอร์ก็ส่งเสียงกรีดร้องอย่างน่ากลัวด้วยความเจ็บปวด

แต่มันยังไม่ใช่ท่าสุดท้าย

“ให้ตายเถอะ หนังเจ้านี่มันหนาจริง ๆ…”

การโจมตีนั้นโดนอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ผิวของโอเกอร์นั้นแข็งเหมือนกับหิน

เอาเถอะ ผมไม่คิดว่าจะชนะมันในทีเดียวอยู่แล้ว

‘ฟันทีละนิดก็โค่นไม้ใหญ่ได้’

ผมตั้งใจจะโจมตีมันจนกว่ามันจะล้ม

[มนุษษษษย์! ตาย!]

มันตามืดบอดจากความโกรธแค้น โอเกอร์วิ่งใส่ผมราวกับจะโยนตัวใส่

และแทนที่ผมจะหลบ ผมใช้พลังทั้งหมดที่มีพุ่งเข้าใส่โอเกอร์ตรง ๆ

ตู้ม!

พลังสู้กับพลัง

การต่อสู้ระหว่างพลังของมนุษย์และโอเกอร์เกิดขึ้น และลานสอบก็กลายเป็นความวุ่นวายกับการต่อสู้ประหลาดนี้

“บ้าไปแล้ว…”

“นะ…นี่ชั้นดูอะไรอยู่เนี่ย?”

ถ้ามีใครสักคนที่โดนดันไปข้างหลัง มันจะไม่ได้จบแค่กระดูกหักไม่กี่ชิ้นแน่

แต่คนที่ทำลายสมดุลการปะทะของพลังนั้นคือผม

‘หรือว่ามันยังมากเกินไป…?’

ต่อให้ผมจะรักษาระดับพลังต่อโอเกอร์ได้ แต่การสยบมันโดยใช้พลังอย่างเดียวก็ยังมาเกินไปในตอนนี้อยู่ดี

นี่จึงเป็นเหตุผลให้ผมรีบพลิกตัวออกจากเส้นทาง

และเมื่อพลังที่หยุดมันหายไป โอเกอร์ก็พุ่งไปข้างหลังและจนกับต้นไม้

โครม!

แน่นอนว่าสิ่งที่หักคือต้นไม้

[ไอ้หนูโสโครก!]

เมื่อเรียกสติจากการสะบัดหัวอย่างแรงและทุบอกแล้ว โอเกอร์ก็ปล่อยออร่าป่าเถื่อนออกมาและวิ่งใส่ผมขณะที่แกว่งกำปั้น

ฟึ่บ! ฟึ่บ!

กำปั้นอันป่าเถื่อนนั้นรุนแรงพอที่จะทำให้การถากเล็กน้อยขยี้กระดูกของผม แต่โชคดีที่หมัดนั้นไม่โดน

มันอยู่ในระดับที่ผมหลบได้ขณะที่การเคลื่อนไหวถูกสนับสนุนอยู่ และ

ปั้ง!

หมัดซัดใส่ท้องของโอเกอร์อีกครั้ง ผมเตะขาของมันเมื่อมันเสียการทรงตัว

กร๊อบ!

[อ๊าก!]

เมื่อโดนโจมตีเหนือต้นขาที่ผิวบางกว่า โอเกอร์ก็เสียสมดุลและล้มลงไปข้างหลัง

มันกำลังงุนงงเหมือนกับต้นไม้ใหญ่ที่โค่นลง

ผมกระโดดไปบนตัวโอเกอร์ที่ล้มและแบมือสองข้าง

เพลิงนรกสีชาดเริ่มเบ่งบานจากระหว่างฝ่ามือของผม

“เอาล่ะ จบมันได้แล้ว”

สกิล

สกิลยืมพลังจากโอเกอร์และเพิ่ม strength ของผมเป็นเวลา 30 วินาที

พรึ่บ!

หมัดของผมลุกไปด้วยแสงสีแดง

พลังที่ไม่ขาดสายไหลเข้าสู่ร่างกายของผม และพลังมหาศาลนั้นก็ร่ำร้องที่จะถูกปล่อยออกไป

บางทีโอเกอร์อาจจะรู้สึกคุ้นเคยกับ ‘พลัง’ ที่ไหลท่วมหมัดของผม

โอเกอร์พึมพำ

[เจ้าเป็นมนุษย์จริงเรอะ?]

พละกำลังที่เทียบได้กับโอเกอร์

และกลิ่นอายที่คุ้นเคยอย่างเข้าใจผิดไม่ได้จากสกิล

ผมก้มลงมองโอเกอร์ที่ขมวดคิ้ว ผมยิ้มอย่างน่าขยะแขยง

“แกคงไม่ได้ต้องการคำตอบใช่ไหม?”

[...นี่แก เข้าใจที่พูดด้วยเรอะ?]

“แกก็เข้าใจที่ชั้นพูดใช่ไหม?”

มนุษย์กับโอเกอร์

ทั้งสองกำลังพูดกันด้วยต่างภาษษ แต่ทั้งสองก็เข้าใจกันและกันได้

โอเกอร์สับสนเกินกว่าจะเชื่อได้ มันทำได้แค่กระพริบตากับเรื่องประหลาด

และนี่คือท่าสุดท้าย

“ระเบิดเผามานา”

นี่คือเวทย์ที่รุนแรงที่สุดที่ผมร่ายได้ และมันยังเป็นเวทย์ที่ทำให้ผมได้ 100 คะแนนจากโอเกอร์บรรพกาลคิงแกรมเมื่อไม่กี่วันก่อนด้วย

ผลจากความโกรธของโอเกอร์ถูกเพิ่มเข้าไป

เวทย์เปลี่ยนเป็นสภาวะบ้าคลั่ง

‘กุญแจ’ ดอกเล็กปรากฏในฝ่ามือและผมก็พลิกมันก่อนจะแทงมันไปที่คางของโอเกอร์ด้วยหมัด

ตะ…ตะ…ตู้มมมมมมมม!

คางของโอเกอร์ที่แข็งราวกับหิน ละลายและขาดหายไปในทันทีที่หมัดสัมผัส

มันคือพลังที่รุนแรงมากจนแม้แต่ตัวผมเองก็ตกใจ

ตะ..ตะ..ตู้มมม!

ที่ความร้อนสูงจากไฟและแรงระเบิดจากกำปั้น กรามของโอเกอร์ได้ระเหิดหายไป โอเกอร์ที่โดนเผานั้นหมดสติ มันทำไม่ได้แม้แต่กรีดร้อง

ซ่าาาา…

กลิ่นเหม็นจากเนื้อโอเกอร์ไหม้กระจายไปทั่วลานสอบพร้อมกับควันดำ

ลานสอบในตอนนี้เงียบราวกับป่าช้า

“มัน…จบแล้วเหรอ?”

คนที่ทำลายความเงียบก็คือหัวหน้าอัศวินที่มองดูการต่อสู้ของผมจากระยะใกล้ที่สุด

โคลเตอร์ พิรันเต้

“นี่นาย…”

เขาเดินมาหาผมด้วยท่าทางพูดไม่ออก

“...นายเป็นใครกันแน่?”

“ก็แค่…”

“แหงสิ ก็แค่นักเรียนที่อยากได้คะแนนดีคนหนึ่ง ถ้างั้นชั้นจะถามอีกรอบ นักเรียนที่อยากได้คะแนนดีนี่ชื่ออะไรนะ?”

“รูน อาเดล”

“รูน อาเดล เอ๋?”

ผมไหล่สั่น

ดูเหมือนว่าผมจะใช้ร่างกายมากเกินไปเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ต่อสู้ของจริง

ผมนวดไหล่ที่แข็งขณะที่หัวหน้าอัศวินโคลเตอร์ พิรันเต้เอาแต่ถามคำถามราวกับจะก้าวข้ามความสงสัย

“ไม่รู้จักตระกูลอาเดลเลย…หรือว่าตระกูลของนายมีปรมาจารย์ดาบ? หรืออัครจอมเวทย์”

“เราไม่มีเลย”

“ชั้นเป็นมือใหม่ถ้าเป็นเรื่องเวทมนตร์ ตัวชั้นก็ไม่ได้รู้อะไรมากนัก แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้เห็นเวทมนตร์แบบนั้น พลังมหาศาลนั้นเองก็คนละเรื่องกับ…”

“ผมต้องตอบไหม?”

“หืม? ถ้าไม่สบายใจก็ไม่ต้องตอบหรอก แต่ขอถามเป็นคำถามสุดท้าย การเคลื่อนไหวแบบนั้น ไปเรียนมาจากใครงั้นเหรอ?”

“ไม่นะครับ”

“เรียนรู้เองเหรอ?”

“ครับ”

โคลเตอร์เกาคางและหัวเราะกับคำตอบของผม

“ถ้าอย่างนั้น…”

ใบหน้าเขาราวกับกำลังวางแผนเจ้าเล่ห์

ผมลดสายตาจากโคลเตอร์และมองไปที่อาจารย์ไฮเดล

อาจารย์ไฮเดลทำหน้าตกใจอย่างมาก แม้จะแค่ครู่เดียว

สีหน้าของเขาพูดว่า

‘เขาชนะจริง ๆ’

แต่สีหน้านั้นก็จางหายไปอย่างรวดเร็วและเขาก็เดินมาหาผมด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“ชั้นคิดว่ามันจะเป็นศัตรูที่ยากสำหรับนาย แต่นายไม่แม้แต่ให้โอกาสได้ช่วยเหลือเลย”

“นายเกินกว่าความคาดหวังเสมอ รูน”

“จะบอกว่า…”

“ใช่แล้ว นายผ่าน”

ผ่าน

“...แบบนั้นก็ดีเลย”

รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า

“โว้ววววววววววววววว!”

เสียงตะโกนโห่ร้องดังไปทั่วสถานที่สอบ มันดังพอจะพัดทุกอย่างจนปลิวไป

พร้อมกันนั้นหน้าต่างสถานะกึ่งโปร่งใสก็ปรากฏที่หน้าผม

ภารกิจเร่งด่วนสำเร็จแล้ว

โปรดรับรางวัล

จบบทที่ ตอนที่ 18

คัดลอกลิงก์แล้ว