เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20

ตอนที่ 20

ตอนที่ 20


การเตรียมการสอบรอบที่ 4 นั้นเป็นไปอย่างราบรื่น

แม้แต่ในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ‘เทศกาลใหญ่’ หรือ ‘นักเรียนอันดับหนึ่ง’ โรงเรียนก็เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยกันเรื่องผมและไมเคิล

แต่ผมก็เลือกที่จะสนใจกับเรื่องที่จำเป็นต้องทำ

ซึ่งก็คือ ภารกิจ

ผมฝึกฝนต่ออีก 4 วันหลังจาก strength ของผมเพิ่มขึ้น

และสุดท้าย

คุณได้มี strength 1000

คุณได้รับฉายา ‘การเตรียมการจบลงแล้ว’

ภารกิจทำซ้ำได้จะเลื่อนเป็นระดับ II

ความยากของภารกิจทำซ้ำได้จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และรางวัลจะเพิ่มเป็นสามเท่า

รางกำเนิดแห่งพลัง สแตรงได้เลื่อนเป็นขั้น 2**

Strength เพิ่ม 200 เป็นรางวัล

เมื่อ strength ของผมถึง 1000 สแตรงนั้นถูกเลื่อนเป็นขั้น 2

และเพราะแบบนี้ strength ของผมจึงเพิ่มขึ้นทันที

“อืม strength ของเจ้าเพิ่มขึ้นเป็น 1000 แล้วใช่ไหม?”

“ใช่ ถ้าพูดชัด ๆ ก็ 1200 ล่ะนะ”

“นี่คือจุดที่เจ้าจะได้เริ่มของจริง ดูภารกิจเจ้าสิ ความยากและรางวัลควรจะเพิ่มขึ้นแล้ว”

ผมเปิดหน้าต่างภารกิจ

เป็นเรื่องจริง

ภารกิจทำซ้ำได้

ฝึกฝนร่างกาย II

คุณฝึกระดับพื้นฐานจนมากพอสำหรับการต่อสู้แล้ว แต่การฝึกไม่เคยจบสิ้น จงก้าวต่อไปข้างหน้า

ต่อย : 0/5000

เตะ : 0/5000

หมุนเตะ : 0/5000

วิ่ง 15 กิโลเมตร : 0/1

ฝึกฝนสู้จริง : 0/1

*รางวัล : strength +30

เมื่อภารกิจเข้าสู่ขั้นสอง จำนวนการเตะและต่อยที่ผมต้องทำในแต่ละวันก็เพิ่มขึ้น และยังมีการวิ่ง 15 กิโลเมตรเพิ่มขึ้นมาด้วย

แต่ต้องขอบคุณคำแนะนำของสแตรงในเร็ว ๆ นี้ ผมได้เพิ่มการเตะและต่อยมาเป็น 5000 ครั้งแล้ว และตั้งแต่ที่ผมเพิ่มการวิ่งเข้าาด้วยแล้ว มันก็ไม่ใช่จำนวนที่มากเกินไป

และมันยังเป็นสถานการณ์ที่เป็นใจเพราะการฝึกแทบจะรู้สึกเหมือนเดิม แต่รางวัลที่ได้นั้นเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า

แต่ก็มีภารกิจหนึ่งที่ผมไม่เข้าใจในทีแรก

ซึ่งก็คือ

นี่เราต้องทำอะไรกัน?

ในตอนนั้น สแตรงที่กินจนอิ่มหลังจากเป็นขั้น 2 ก็บอกผมขณะที่ลูบท้องที่บวมขึ้นมา

“เอิ้ก~! ดีจริง ๆ ข้าบอกเจ้าตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม? ว่าข้าเป็นอะไรก็ได้น่ะ?”

“หืม? ก็บอกนะ”

“ตอนนี้ข้าทำได้แล้ว การแปลงร่างน่ะ”

ตอนนี้สแตรงเป็นขั้น 2 แล้ว เขาไม่ดูเหมือนกับภูติตุ๊กตาหมีที่จะแปลงร่างเป็นร่างที่เห็นและสัมผัสได้

“ถ้างั้น แปลงร่างเป็นมนุษย์ได้ไหม?”

“ได้สิ ถ้าเป็นขั้น 5 น่ะ แต่ตอนนี้ข้ายังแปลงร่างเป็นมนุษย์ไม่ได้”

“แล้วตอนนี้แปลงร่างเป็นอะไรได้บ้างล่ะ?”

“ให้ทำให้ดูไหม?”

สแตรงหัวเราะติดตลก

ก่อนที่ผมจะตอบ ควันสีแดงก็ปกคลุมร่างกายสแตรง

ควันหมุนรอบตัวสแตรง และจากนั้นไม่นานเขาก็ปรากฏตัวเป็นร่างที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง

ซึ่งก็คือ…

“...หุ่นไล่กา?”

รูปร่างหุ่นไล่กา

มันดูแตกต่างจากหุ่นไล่กาไม้ปกติเล็กน้อยเพราะมีแขนและขาติดอยู่

ดูจากการเป็นร่างกำเนิดแห่งพลัง ผมคิดว่าเขาจะใช้ร่างที่ดูดีกว่านี้ การแปลงร่างเป็นหุ่นไล่กานั้นไม่ได้คิดมาก่อน

สแตรงพูดเมื่อผมทำหน้าสับสน

“อย่าเมินข้าแค่เพราะข้าเป็นหุ่นไล่กา เจ้ารู้ไหมว่าข้าช่วยได้มากแค่ไหนในตอนที่ดราก้าฝึกฝนต่อสู้จริงครั้งแรกน่ะ?”

“ฝึกการต่อสู้จริง? หรือจะบอกว่า…แกถูกใช้ฝึกงั้นเหรอ?”

“ใช่ ถ้าบอกชัด ๆ ก็เพื่อทำการกิจนั่นแหละ”

“...อา”

ใช่แล้ว

เป้าหมายของการแปลงร่างของสแตรงในตอนนี้ก็คือ…

เป็นหุ่นไล่กาเพื่อทำภารกิจ

“ก็คือนับจากนี้ไป ชั้นต้องฝึกสู้กับแกทุกวันสินะ?”

“ใช่แล้ว”

จากนี้ไป หนึ่งครั้งในทุกวัน…

ผมต้องประลองกับสแตรงอย่างไม่มีหยุดพัก

“ตอนนี้ข้าอ่อนแอเกินไป เป็นได้แค่จอมเวทย์ชั้น 3 หรืออัศวินขั้น 3 น่ะ…แต่ต่อไปที่ข้าได้พลังทั้งหมดคืนมา ทุกอย่างก็เป็นไปได้ ถ้าเจ้าต้องการ แม้แต่ปีศาจหรือมังกรข้าก็เป็นได้”

ขั้นแรก หุ่นไล่กาแบบมนุษย์

ต่อมาก็มนุษย์ของจริง

และหลังจากนั้นยังเป็นสัตว์ประหลาดมากมายและยังเป็นปีศาจได้อีก

ความสามารถเฉพาะตัวของสแตรงนั้นทำให้เขาเป็นอิสระจากรูปร่างเดียว

ถ้าหากเงื่อนไขตรง เขาจะแปลงร่างเป็นอะไรในรูปร่างและขนาดใดก็ได้

และยังหมายความว่ายังใช้สำหรับการฝึกฝนเพื่อเพิ่มความชำนาญในการต่อสู้ได้

“...ว้าว”

โคตรเจ๋ง

ไมเคิลเป็นจอมเวทย์

และเป็นจอมเวทย์ที่พอใช้ได้ด้วย

ผมเป็นนักเรียนล้มเหลวมาตลอด 5 ปี ผมไม่เคยต่อสู้หนึ่งต่อหนึ่งกับจอมเวทย์คนอื่นเลย และในเวลาแบบนี้ ผมต้องเตรียมตัวให้พร้อม

และตอนนี้การฝึกก็เป็นไปได้

เป็นความสามารถที่มีขึ้นมาในเวลาที่ผมต้องการมากที่สุด

ผมไม่มีอะไรให้ห่วงอีกแล้ว

ผมพูดกับสแตรง

“ถ้างั้น ก็มาทำกันเลย”

“แบบไหนล่ะ?”

“จอมเวทย์”

สแตรงสร้างรอยแยกในอากาศและคทาไม้ขนาดใหญ่ก็ปรากฏในมือเมื่อผมขอจอมเวทย์

“ได้สิ”

และจากนั้น อย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง…

“ฮึบ!”

เริ่มถาโถมเวทมนตร์ใส่ผม

สแตรงตะโกน

“ต่อให้เจ้าโดนเวทย์ของข้ามันก็ทำได้แค่กระเด็นเท่านั้น มันทำร้ายเจ้าไม่ได้ ไม่ต้องห่วงอะไรหรอก!”

แค่กระเด็น ต่อให้โดนเวทย์

ถ้าผมโจมตีสแตรง เขาก็ไม่เป็นอะไร

สถานการณ์นี้ทำให้เกิดการฝึกที่ไม่จบสิ้นได้เลยทีเดียว

“...แบบนี้สินะ?”

ผมอัดพลังใส่หมัดทั้งสองข้าง

พลังมหาศาลที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อนอัดแน่นในมือผม จากนั้นผมก็วิ่งเข้าใส่สแตรง

ในตอนนี้ ผมคิดถึงไมเคิล เกลฮิล

‘ไมเคิล เกลฮิล…เจ้านั่นเตรียมตัวมามากแค่ไหนนะ?’

ขณะที่ผมเตรียมตัวสู้กับไมเคิล ไมเคิลเองก็ต้องเตรียมตัวต่อสู้กับผมอีกแน่

ไม่ว่าจะเป็นวิธีที่ดี…

หรือที่เลวร้าย

อาจารย์แผนกปรุงยาเอลริค เกลฮิลระเบิดความโกรธจากความหงุดหงิด

“บ้าเอ้ย! บัดซบ!”

เขาให้รูนสู้กับโอเกอร์ได้สำเร็จ

แต่ใครจะไปเดาผลลัพธ์ได้กันล่ะ?

สำหรับนักเรียนที่ไม่มีประสบการณ์สู้จริงและแสดงพลังในการต่อสู้ที่เทียบเท่าโอเกอร์ออกมาได้และถึงกับเอาชนะได้ในการใช้พลังครั้งเดียว

และเขายังได้คะแนนพิเศษเพื่อฟื้นเกรดขึ้นมาอีกด้วย

ถ้ามองจากมุมอื่น มันจะดูราวกับว่าอาจารย์เอลริคนั้นอยากจะให้รูนได้คะแนนดีจึงช่วยเขาไม่มีผิด

และเพราะเรื่องนี้ รูน อาเดลก็ถึงจุดสูงที่คนอื่นเอื้อมไม่ถึงและยังได้รับความสนใจจากทุกคนในโรงเรียน

แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดก็คือ…

‘ต้องสู้กับรูน อาเดลทั้ง ๆ ที่มีคนอื่นตั้งมากมาย…’

เรื่องที่หลานของเขา ไมเคิล เกลฮิลต้องสู้กับรูนในการสอบรอบที่ 4

ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป มันจะเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าตระกูลเกลฮิลจะต้องขายหน้าในการสอบรอบที่ 4

ซึ่งมันยังหมายความว่าการได้เป็นตัวแทนของ ‘เทศกาลใหญ่’ ที่จะเริ่มในเดือน 7 จะไม่เกิดขึ้น

และตอนนี้ก็มีโอกาสที่พวกเขาจะเสีย ‘นักเรียนอันดับหนึ่ง’ ไปด้วย

นี่คือ…สิ่งที่จะเกิดขึ้นไไม่ได้

‘ต้องหาทางพลิกผันเรื่องนี้ให้ได้’

ตระกูลเกลฮิลจะต้องเป็นจุดสูงสุดของโรงเรียน

ถ้าไมเคิล เกลฮิลขาดความสามารถ เอลริคในฐานะอาจารย์ก็ต้องทำให้ได้

ตระกูลจอมเวทย์ที่ดีที่สุดอย่างเกลฮิลนั้นเป็นตระกูลที่ดีที่สุดในอาณาจักรเรเดียนมาอย่างยาวนานแล้ว

และมันจะต้องดีที่สุดต่อไปในอนาคต

การใช้ทุกวิถีทางนั้นเป็นสิ่งจำเป็น

ก๊อก ก๊อก

ขณะนี้ มีคนเคาะประตูห้องวิจัยของอาจารย์เอลริคและเขาก็รอบราวกับรออยู่แล้ว

“เข้ามา”

คนที่เข้ามาในห้องวิจัยนั้นคือไมเคิล เกลฮิล

ไมเคิลทำหน้ารำคาญในทันทีที่เห็นลุงของเขา

“แล้วเราจะทำยังไงกันดี?”

“ไอ้เด็กเวร นี่เป็นสิ่งที่แกควรจะพูดตอนนี้เหรอ? ถ้าแกแข็งแกร่งกว่านี้ซักหน่อยล่ะก็…”

“มีคนบอกว่าลุงเป็นคนเพิ่มเกรดของรูนไปเยอะเลย”

“วะ…ว่าไงนะ?”

“ก็ถูกไม่ใช่รึไง? มันคือความคิดของลุงที่ให้รูนสู้กับโอเกอร์ไม่ใช่เหรอ? เป็นเพราะลุง รูนเลยได้คะแนนดีที่สุดในประวัติศาสตร์ และถ้าหากเรื่องนี้รู้ถึงบ้านเกลฮิล ลุงจะต้องตกที่นั่งลำบากแน่”

“เด็กอย่างแกกล้าขู่ชั้…”

“มันไม่สำคัญแล้ว ตอนนี้เราจะทำยังไงกันดี?! ลุงคิดจะปล่อยให้เจ้ารูนนั่นลอยนวลงั้นเหรอ? ถ้าเจ้าหมอนั่นกลายเป็นตัวแทนของโรงเรียนไปที่ ‘เทศกาลใหญ่’ ล่ะก็…”

“...ไม่ จะไม่เกิดเรื่องแบบนั้นเด็ดขาด”

อาจารย์เอลริคส่ายหน้าและหยิบขวดยาในลิ้นชัก

“หึหึหึ รับนี่ไปสิ”

ขวดนั้นมีดอกไม้ดอกเล็กวาดเอาไว้ แต่มันแปลกที่ดอกไม้นั้นกำลังดื่มเลือดอยู่

“นี่มัน…สมุนไพรแห่งการตื่น ดอกไม้แผดเผา”

สมุนไพรแห่งการตื่น ดอกไม้แผดเผา

เติบโตในดินแดนมายา เป็นสมุนไพรหายากที่ล้ำค่า

และยังใช้สร้างยาวิเศษได้ด้วย

มันจะกระตุ้นผู้ใช้โดยการเพิ่มอัตราการเก็บมานาเพื่อลดความเร็วการร่ายและผลักดันการปลุกมานาให้ถึงขีดจำกัดสูงสุด

ผลของมันยังทำให้ประสาทสัมผัสทื่อลงและลืมความเจ็บปวดไปด้วย

มันมอบพลังอันยิ่งใหญ่ให้ แต่ก็มีผลข้างเคียงที่รุนแรง

“ถะ…ถ้าผมดื่มนี่…ว่ากันว่าจะแยกเพื่อนกับศัตรูไม่ได้”

ด้วยผลของภาพหลอน มันยากที่จะแยกมิตรกับศัตรู

สภาวะถูกกระตุ้นทำให้ผู้ใช้ยาลืมการใช้เหตุผลไป

เพราะแบบนี้ มันจึงเป็นยาอันตรายที่จะใช้แค่ในสนามรบหรือสถานการณ์เลวร้ายที่สุดเท่านั้น

อาจารย์เอลริคพยักหน้า

“ใช่แล้ว แกแค่จะมองเห็นไม่ชัด หึหึ ดูเหมือนว่าแกจะไม่ได้แอบวอกแวกในชั้นเรียนของชั้นสินะ”

“ตะ…แต่ทำไมกัน? ไม่มีทาง…ลุงจะให้ผมดื่มนี่เหรอ?”

“ใช่”

ความมั่นใจของไมเคิลจางหายในทันที

“ลุงบ้าไปแล้วเหรอ?”

ดื่มยาต้องห้ามนั้นจะทำให้หมดสิทธิ์สอบ

และถ้ามันเป็นยาที่อันตรายมากแบบนี้ล่ะ?

บทลงโทษก็จะยิ่งหนักหนา

มากพอที่จะทำให้โดนไล่ออกจากโรงเรียนได้

แต่อาจารย์เอลริคเพียงแค่หรี่ตาพูด

“แกเลือกได้รึไง? ไม่เห็นเจ้ารูนนั่นสู้เรอะ? แกอยากจะแพ้ให้เด็กนั่น ให้ตระกูลต้องขายหน้า และโดนไล่ออกจากตระกูลใช่ไหม?”

“ตะ…แต่ผมถูกจับได้แน่ อาจารย์คนอื่นจะจับได้แน่”

“ลืมไปแล้วเรอะว่าชั้นเป็นใคร? งานตรวจเรื่องยาเป็นของชั้นไม่ใช่เหรอ?”

เอลริค เกลฮิล

อาจารย์แผนกปรุงยา

ผู้ตรวจสอบที่จะตรวจสอบยาของนัะกเรียนทุกคนและตัดสินใจว่าใช้ได้หรือไม่

แต่ไมเคิล เกลฮิลส่ายหน้า

“อาจารย์ฮะ…ไฮเดลรู้ระดับพลังของผมดี เขาจะตะ…ต้องรู้การเปลี่ยนแปลงแน่”

“คิดว่าชั้นไม่ได้เตรียมตัวกับเรื่องเล็กน้อยนั่นรึไง?”

อาจารย์เอลริคหยิบอีกขวดออกมา

มันคือขวดแก้วที่ไม่มีร่องรอยและมีของเหลวใสอยู่ข้างใน

“นี่เป็นยาที่จะปิดบังว่าแกใช้ยาหลอนประสาท ดื่มนี่หลังจากดื่มยานั่น แล้วแกจะไม่มีวันถูกจับได้”

อาจารย์เอลริคคิดจะใช้ทุกวิถีทาง

“ถ้ามีคนถามว่าทำไมแกถึงแข็งแกร่งขึ้นเหรอ? ใครจะสนล่ะ? ถ้าไม่มีหลักฐาน แกก็ไม่ถูกจับได้ หึหึ”

ไม่ว่าวิธีการจะอันตรายแค่ไหน…

ไมเคิล เกลฮิล แม้ว่าเขาจะทำใจแล้วยังเริ่มกลัวที่จะต้องกินยาอันตรายและความเกินเลยที่ไม่คาดคิด

“มะ…มันเป็นทางเดียวเหรอ?”

แต่อาจารย์เอลริคก็ยิ้มชั่วร้ายเหมือนกับงูและพยายามสงบไมเคิลลง

“อย่ากลัวไปหน่อยเลย พี่น้องแก พ่อของแก ปู่ของแก่ ทุกคนก็ชนะแบบนี้ แกแค่ต้องเป็นจอมเวทย์ที่เด่นกว่าใคร เข้าใจไหม?”

จอมเวทย์ที่โดดเด่น

การเป็นจอมเวทย์ที่โดดเด่นหมายถึงการเป็นคนที่ใช้ทุกวิถีทางเพื่อชัยชนะ

จอมเวทย์ประเภทนั้น

ยอมทำเรื่องเลวร้ายทุกอย่างเพื่อที่จะอยู่เหนือคนอื่น

ถ้าอยู่เหนือคนอื่นได้ การโกงก็จะกลายเป็น ‘ความยุติธรรม’

นี่คือ…ธรรมเนียมของตระกูลเกลฮิล

ทางเดียวที่พวกเขาใช้เพื่อเอาตัวรอด

จบบทที่ ตอนที่ 20

คัดลอกลิงก์แล้ว