เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11

ตอนที่ 11

ตอนที่ 11


เจสันเพื่อนร่วมหอพักของผมตะโกนขณะที่เดินมาหาผม

“หลีกทางให้ท่านอัครจอมเวทย์หน่อย!”

ทำไมต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้กัน?

“โอ้โห! รูนเองนี่นา!”

“เฮ้ รูน! ไปกินข้าวกลางวันด้วยกันไหม?”

“นายไปออกกำลังกายตอนเช้าใช่ไหม? ทำแบบนั้นทุกวันเลยเหรอ?”

ทุกอย่างเปลี่ยนในข้ามคืน

จนกระทั่งเมื่อวาน ผมยังเป็นคนที่เดียวดายที่สุดในโรงเรียนอยู่เลย

“รูน รู้สึกยังไงกับการสอบวันนี้บ้าง?”

“นายจะใช้หมัดนายอีกใช่ไหม? ฟึ่บ ฟึ่บ แบบนี้น่ะ?”

“เขาก็ต้องใช้น่ะสิ!”

หรือผมจะบอกว่าจำนวนคนที่อยากจะเป็นเพื่อนของผมนั้นเพิ่มขึ้นดี?

กับเพื่อนร่วมห้องเหล่านี้ ผมได้แต่ส่ายหัว

“...สนใจแต่เรื่องตัวเองไม่ได้รึไง”

แต่ยิ่งผมทำแบบนี้ไปเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งเข้าหากันมากขึ้น

“รูน รู้จักชื่อชั้นไหม? เราเรียนห้องเดียวกันมา 6 ปีแล้วนะ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้คุยกันแบบนี้ ชั้นชื่อฮัลเบิร์ท อย่าลื…”

“ออกไปได้แล้ว! ตาชั้นแล้ว รูนรู้จักชื่อชั้นไหม? ชั้นเป็นลูกบารอนมุงจ์ลินด…”

โทษทีนะ ชั้นไม่สนใจชื่อของพวกแกหรอก

“เฮ่อ…”

พอผมถอนหายใจเบา ๆ ออกมา เจสันเองก็พูดกับผมด้วยความสนุกสนานกว่าเดิม

“ท่านอัครจอมเวทย์! ท่านรู้สึกไม่สบายตรงไหนรึเปล่า?”

“พูดดังไปแล้วนะ พอทีเถอะ”

“ฮ่าฮ่า”

มันทำให้เหนื่อยยิ่งกว่าเดิมในตอนที่ไม่มีใครสนใจผม

แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่เป็นมิตรเช่นกัน

บางกลุ่มที่ชอบพูดในทางร้าย ๆ กับผมก็ยังคงมีอยู่

“ไม่เข้าใจผู้คุมสอบจริง ๆ ยอมรับ ‘ไอ้นั่น’ เป็นเวทมนตร์ได้ยังไง?”

“เขาจะต้องใช้กลลวงแปลก ๆ แน่ ไม่คิดแบบนั้นเหรอไมเคิล?”

กลุ่มหลักก็คือขุนนางที่ยึดโยงกับไมเคิล เกลฮิล เพื่อที่วันหนึ่งพวกเขาจะได้กินเศษก้อนขนมปังบ้าง

พวกเขามองผมเหมือนการมีอยู่ของผมเป็นขวากหนามของพวกเขาอยู่เสมอ

แต่บอกตามตรง คนประเภทนี้นั้นรับมือง่าย

ผมฉีกยิ้ม

“เอ๋?”

“ไอ้เวรนั่น…มันยิ้มเหรอ?”

ถ้าผมยิ้มเบา ๆ ให้ พวกมันก็จะระเบิดกันไปเอง

“นี่แก หัวเราะเยาะพวกชั้นเรอะ?”

“คิดว่าแกหยุดไม่ได้แค่เพราะสอบครั้งเดียวได้คะแนนดีเรอะ?”

อย่างที่คิดเลย ไม่ต่างจากที่เดาไว้

ไมเคิล เกลฮิลที่ดูผมจากระยะไกลค่อย ๆ เดินมาหา

“กับจอมเวทย์ที่ใช้หมัดน่ะ…ก็หยาบช้าสมกับเป็นแก”

“หยาบช้า? ชั้นถือว่านายกำลังเหยียดหยามอัศวินทุกคนในอาณาจักรได้ไหมนะ?”

“...หึ ชั้นไม่สนว่าแกจะพูดอะไร ไม่รู้นะว่าเมื่อวานแกทำอะไร แต่…”

ไมเคิลฉีกยิ้มราวกับวางแผนเอาไว้

“แกรู้ว่ามันไม่มีประโยชน์กับการสอบวันนี้ใช่ไหม?”

การสอบครั้งที่ 2 คือวันนี้

มันเป็นการสอบที่ตรงไปตรงมาเพื่อวัดพลังทำลายของเวทมนตร์

แต่ก็มีหนึ่งตัวแปรของการสอบครั้งนี้

อาติแฟกต์ที่ใช้ในการสอบ ‘โอเกอร์บรรพกาลคิงแกรม’ นั้น ‘มีชีวิต’

และก็เป็นอย่างที่ชื่อบอกไว้ นักล่าบรรพกาลโอเกอร์ ‘คิงแกรม’ นั้นพ่ายแพ้จากอัครจอมเวทย์คนแรก โฟรเลียน อิกนิท และดังนั้นจึงติดอยู่ในพื้นที่ข้างในอาติแฟกต์ ถูกสาปให้อดอยากอยู่เสมอ

เขากลายเป็นอาติแฟกต์ในสภาพนี้และคิงแกรมก็ยังคงติดอยู่ในอาติแฟกต์และได้รับมานาของจอมเวทย์ที่โจมตีเข้าไปและดูดซับ

ซึ่งโดยทฤษฎีแล้วเขาถูกใช้เป็น ‘กระสอบทรายเวทมตร์’ มานาที่ถูกคิงแกรมดูดซับเข้าไปจะถูกคำนวนออกมาเป็นตัวเลข ซึ่งจำนวนนั้นจะเป็นคะแนนของจอมเวทย์

หมายความว่านี่คือตัวแปรที่แตกต่างจากการสอบอื่นทั้งหมด

‘ถ้าหากโอเกอร์ไม่ยอมรับเวทมนตร์แบบอื่นน่ะ’

เอาเถอะ ผมไม่เคยแตะต้อง ‘คิงแกรม’ ซักครั้งอยู่แล้ว

และเหนือไปกว่านั้น เวทมนตร์ของผมมันประหลาด

เวทมนตร์ที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน

นี่อาจเป็นเหตุผลที่ไมเคิลมาโอ้อวดในวันนี้

แต่แทนที่จะกังวล ผมกลับยิ้มอย่างสดใสออกไป

“ไมเคิล โชคดีในการสอบนะ”

“ว่าไงนะ? พูดบ้าอะไรของแก?”

“เดี๋ยวนายก็จะได้เจอชั้นอีก”

ที่การทดสอบสุดท้าย และเป็นการสอบที่น่าดูที่สุด

การต่อสู้กันเองของนักเรียนในม่านมานาพิเศษที่ความรุนแรงของเวทมนตร์ถูกลดไป 99%

สิ่งสำคัญก็คือคู่ประลอง

และการจัดคู่ประลองจะขึ้นอยู่กับผลของการสอบวันนี้

การจัดกลุ่มจะแบ่งตามผลสอบที่ได้

พวกที่ได้คะแนนต่ำจะต้องสู้กับคนคะแนนต่ำ และคนที่ได้คะแนนสูงจะได้สู้กับคนที่คะแนนสูง

“นายเองก็อยากจะเจอกับชั้นไม่ใช่รึไง?”

คำยั่วยุเล็ก ๆ ของผมทำให้ไมเคิลคิ้วกระตุกและถอนหายใจแรงใส่ผม

“แกคิดรึว่าแกมีโอกาสจะได้สู้กับชั้นน่ะ? แกมันก็แค่คนต้อยต่ำที่สอบตกมาตลอด 6 ปี…”

นักเรียนต้อยต่ำ

สอบตก

นั่นคือตราที่ประทับตัวผมมาจนถึงท้ายสุด

ผมตอบไมเคิลด้วยเสียงที่เย็นชากว่า

“ไมเคิล นายไม่ได้กำลังขวัญอ่อนเกินไปหรอกเหรอ?”

“ว่าไงนะ?”

เป็นตอนนั้นเอง

วี๊ดดดดด-!

เสียงไซเรนสัญญาณเริ่มสอบดังไปทั้งโรงเรียน

ครืน!

ประตูพื้นที่สอบเปิดออก อาจารย์ผู้ช่วยที่ดูการสอบปรากฏตัวออกมาทีละคน

“การสอบเริ่มแล้ว! ทุกคนนั่งที่ได้!”

ใบหน้าไมเคิลพูดหลายสิ่งหลายอย่างกับผม แต่การมาของผู้คุมสอบก็ทำให้เขาไม่ได้พูดอะไรและกลับไปนั่งที่

และมันก็ดูเหมือนว่าเขากำลังพูดกับผมด้วยสายตาที่จ้องราวกับจะฆ่าฟัน

เห็นไมเคิลเป็นแบบนี้ ผมก็ยักไหล่กลับไปให้

ใจเย็นเพื่อนยาก

เป็นแบบนี้จะมีเลเซอร์ออกมาจากตาเอานะ

ใในตอนนี้ เจสันที่นั่งติดกับผมชี้ไปที่ทางเข้าพื้นที่สอบ

“เฮ้รูน ดูนั่นสิ!”

“หืม?”

“ถึงชั้นจะเห็นมาหลายรอบแล้วก็เถอะ แต่มันก็เท่ทุกครั้งที่ได้เห็นเลย”

ตรงที่เจสันกำลังชี้นั้น เหล่าผู้คุมสอบของโรงเรียนกำลังเดินวนรอบรูปปั้นใหญ่

มันเป็นรูปปั้นยักษ์สีเงิน

แม้ว่าด้านนอกจะสร้างจากแพลตตินัมแข็งแรง ด้านในนั้นคือสิ่งมีชีวิตที่กำลังหายใจอยู่

นั่นจะต้องเป็น

“...คิงแกรม”

โอเกอร์บรรพกาลคิงแกรม

มันคือสมบัติที่เป็นตัวแทนของโรงเรียน เป็นอาติแฟกท์เกรดหายาก สิ่งที่ยากจะหาได้แม้จะค้นจนทั่วทวีป

‘โอเกอร์บรรพกาลคิงแกรม’

มันมีชีวิตมาหลายพันปีแล้ว

และมันก็ติดอยู่ในรูปปั้นมาหลายร้อยปีก่อนที่จะกลายเป็นอาติแฟกต์

โอเกอร์โบราณ

โอเกอร์ที่ใช้เวลาเกิน 500 ปีในฐานะอาติแฟกต์ของโรงเรียนเวทมนตร์อิกนิท

ส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต

และวันนี้ มันคือผู้คุมสอบที่จะวัดคะแนนของนักเรียนทุกคนที่นี่

ทันทีที่มาถึง คิงแกรมก็พูดด้วยคำที่เต็มไปด้วยการเหยียดหยาม

[กลิ่นเหม็นเน่าของพวกอ่อนแอแปดเปื้อนอากาศตรงนี้ กลิ่นเหม็นเสียจนคิดว่าหัวจะระเบิด]

การสอบครั้งที่สองเริ่มแล้ว

การสอบนั้นเรียบง่าย

นั่นก็คืออัดเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งที่สุดที่ร่ายได้ใส่คิงแกรม

“โซ่สายฟ้า!”

เหล่านักเรียนต่างปล่อยเวทย์ของตัวเองใส่คิงแกรม

[ได้แค่นี้เหรอ?]

“เอ๋?”

[ก็แค่จั๊กจี้นิดหน่อย คิดจะทำให้ร่างนี้บุบด้วยการโจมตีแบบนั้นรึไง?]

และคิงแกรมก็ประเมินความสามารถของพวกเขา

นี่คือการสอบ

แต่มาตรฐานของคิงแกรมนั้นสูงเกินไป

[อ่อนแอเกินไปแล้ว ให้ 10 คะแนนยังไม่ได้เลย]

[ไปให้พ้น เจ้าจอมเวทย์ 1 คะแนน ไม่สิ ให้ 1 คะแนนยังเป็นการดูถูก 1 คะแนนเลย ยอมแพ้เรื่องเวทมนตร์ไปดีกว่าไหม?]

เขาไม่สะทกสะท้านกับเวทมนตร์ทั่วไป

[ติดอยู่ในก้อนหินในโรงเรียนนี้มา 500 ปี คิดว่าจะจำนักเรียนทุกคนที่มาได้รึไง? แต่ข้าจำเจ้าได้แน่นอน เจ้ามันน่าประทับใจอยู่]

“จะ…จริงเหรอ?”

[ใช่ เจ้ามันขยะไร้ค่าที่สุดเลย]

แม้ว่าเวทมนตร์ของเขาจะค่อนข้างดี แต่ทุกอย่างที่ออกมาจากปากคิงแกรมนั้นก็มีแต่คำดูถูก

มันไม่ได้มีข้อผิดพลาดแม้แต่น้อย

แต่เป็นแค่มาตรฐานของคิงแกรมที่สูงเกินไป

500 ปี

ในเวลาอันยาวนานของประวัติศาสตร์ 500 ปีของโรงเรียน ว่ากันว่านักเรียนเกือบทุกคนในโรงเรียนนั้นเป็นเครื่องรองรับคำถากถางของคิงแกรม

เพราะจอมเวทย์ที่เลี่ยงคำดูถูกได้นั้นมีแค่หนึ่งในพัน

แต่ที่น่าสนุกก็คือ คนที่คิงแกรมยอมรับนั้นจะได้เป็นมหาจอมเววทย์ที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่นักเรียนทุกคนที่เข้าสอบนั้นจะกังวลและมีความหวัง

“ครั้งนี้คิงแกรมจะต้องยอมรับชั้นแน่!”

“ไปกันเลย!”

การได้ยินเพียแค่คำชมเล็กน้อยจากคิงแกรมก็หมายความว่าถูกลิขิตให้เป็นจอมเวทย์ที่เหนือกว่าที่ตัวเองคิดไว้แล้ว

ในตอนนี้ เจสันที่นั่งถัดจากผมและกำลังดูการสอบได้หันมาพูด

“รูน นี่เป็นการสอบครั้งแรกของนายใช่ไหม?”

“หา? ก็ใช่น่ะสิ”

“ไม่ต้องกังวลไปนะ แค่ใช้เวทย์ที่มั่นใจที่สุดออกไปก็พอ ฮู้ววว…ทำไมชั้นตัวสั่นขนาดนี้เนี่ย”

แม้ว่าเขาจะพูดแบบนั้น เจสันก็พยายามอย่างหนักเพื่อที่จะหยุดขาที่กำลังสั่น

ดูเหมือนว่านายจะกังวลยิ่งกว่าชั้นอีกนะ

“ไอ้โอเกอร์เวรนั่น มันขึ้นชื่อเรื่องขี้เหนียวคะแนน ไม่ต้องสนใจเรื่องคะแนนมากหรอก แค่ 20 คะแนนก็นับว่ายอดเยี่ยมแล้ว”

เจสันที่พูดว่า 20 คะแนนคือคะแนนที่ยอดเยี่ยม

[เวทมนตร์เจ้ามันช่างจืดชืดเสียนี่กระไร เอาไปผสมน้ำมาเรอะ?]

“หา? ว่าไงนะ? ผสมน้ำงั้นเหรอ? ไอ้เวรนี่! นี่มันมานา 100% เลยนะโว้ย! ไอ้บ้า!”

[เจ้าเอาไป 3 คะแนนก็พอ ออกไปให้พ้น]

“อ๊ากก!”

เขาได้ 3 คะแนน ส่วนเวทย์ของเขาก็ถูกเหยียดว่าผสมน้ำมา

“ไอ้โอเกอร์นั่นเป็นกระสอบทรายมาตลอดชีวิต เป็นใครกันถึงมาพูดแบบนี้กับเวทมนตร์ของชั้น!”

“นายเป็นคนที่บอกว่าเขาขี้เหนียวคะแนนเองนะ ไม่ต้องคิดมากซี่”

“ไอ้เวรนั่นบอกว่าเวทย์ชั้นมันผสม…! เฮ้ย! ไอ้โอเกอร์! ถ้าเวทมนตร์ผสมน้ำมันจะไม่ทำงานนะ!”

เจสันบ่นคิงแกรมต่อไป แต่เขาก็ถูกผู้ช่วยคุมการสอบให้หยุด

ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน นี่ก็คือระดับของเจสันในตอนนี้

3 คะแนน

นี่แสดงให้เห็นว่าความแม่นยำและความซื่อตรงของการประเมินจากคิงแกรมนั้นเป็นอย่างไร

นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมถึงมีแต่ผู้ช่วยคุมสอบที่ใช้งานคิงแกรม ส่วนอาจารย์ที่เหลือนั้นก็ไม่ต้องเข้ามายุ่งกับเรื่องเล็กน้อย

เขามีสติปัญญาที่จะมองทะลุผ่านพรสวรรค์ของจอมเวทย์ได้ดีกว่าใคร

คิงแกรมพูดด้วยเสียงดูถูกและบ่งบอกถึงความผิดหวังของเขา

[หึหึ พวกเจ้าไม่มีใครดีเลยซักคน โฟรเลียน อิกนิทที่จับข้ามาอยู่ที่นี่แข็งแกร่งอย่างมากแม้จะเป็นแค่มนุษย์ต้อยต่ำ พวกเจ้ามันก็แค่แมลงวันถ้าเทียบกับเจ้านั่น แค่นิ้วก้อยของข้าก็ฆ่าพวกเจ้าทุกคนได้แล้ว]

ไม่มีใครโต้แย้งคำพูดนี้

เพราะว่ามันคือความจริง

มาตรฐานของคิงแกรมนั้นคือมาตรฐานของจริงของจอมเวทย์

“อ๊า…ชั้นทำได้ไม่ดีอีกแล้วเหรอ?”

“คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 10 คะแนนใช่ไหม?”

“ต่อให้เราตก เราก็ตกด้วยกัน…หรือแบบนี้มันดีกว่า?”

“คงแบบนั้นล่ะ ถ้าไม่มีใครที่เพิ่มค่าเฉลี่ยออกไปมาก ๆ เราจะไม่เป็นไร”

และคะแนนเฉลี่ยในตอนนี้คือ 9 คะแนนจาก 100 คะแนนเต็ม

นักเรียนแต่ละคนได้แต่ภาวนาว่าไม่ใช่แค่พวกเขา แต่ทุกคนจะต้องได้คะแนนแย่ด้วย

ความจริงอันโหดร้ายนี้ไม่ได้ต่างกันกับไมเคิล เกลฮิลนี่นับว่าเป็นนักเรียนที่เด่นที่สุดในชั้นปีที่กำลังจะจบการศึกษา

[จบแล้วใช่ไหม?]

แม้แต่ไมเคิลจะใช้เวทย์ประจำตัวที่แข็งแกร่งและผสานกับธาตุที่ตรงข้ามกันสองธาตุนั่นคือไฟกับน้ำให้เป็นหนึ่งเดียวอัดใส่คิงแกรม แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือความเย็นชาของโอเกอร์

[นี่น่ะหรือเกลฮิล…น่าผิดหวังจริง ๆ]

“ผะ…ผิดหวัง?”

[ข้าโดนเวทย์นับไม่ถ้วนจากตระกูลเกลฮิลมาแล้ว คิดถึงจอช เกลฮิลเลยนะ]

จอช เกลฮิล

หัวหน้าตระกูลเกลฮิลในตอนนี้ และเป็นสมาชิกหลักของหอคอยเวทมนตร์

ผู้เป็นพ่อของไมเคิล เกลฮิล

ทันทีที่ได้ยินชื่อพ่อ เขาก็ตบอกด้วยความภูมิใจ

“เอ๋ ก็จำได้ดีนี่ พ่อของชั้นคือเคาท์จอช เกลฮิล”

[เจ้าเป็นลูกจอช เกลฮิลรึ?]

“ใช่แล้ว! ชั้นเป็นลูกของจอช เกลฮิลผู้น่าภาคภูมิใจ! ลูกคนที่สาม ไมเคิล เกลฮิล…”

[น่าภูมิใจ? จอช เกลฮิลน่ะนะ? มันก็แค่เด็กที่ขอร้องข้าให้ได้คะแนนเยอะ ๆ]

“...ว่าไงนะ?”

[“คะแนนผมต่ำเกินไป” แง แง “แบบนี้ก็เป็นที่หนึ่งไม่ได้” แง แง “ผมต้องได้คะแนนดีเพื่อที่จะเป็นหัวหน้าตระกูล” แง แง ไอ้โง่เอ้ย]

เมื่อเจอเรื่องจริงที่คิงแกรมพูดออกมา ผู้คนก็กลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่อยู่ และความมั่นใจของไมเคิลเองก็แตกสลายเหมือนกับกระดาษ

นี่อาจจะเป็นความลับน่าตกใจของพ่อที่ไม่กล้าบอกใคร แม้ว่าจะตายไปแล้วก็คงไม่บอก

“นี่แก…แกโกหก…”

ไมเคิลพยายามปฏิเสธความจริง แต่ก็น่าเศร้าที่มันอาจจะเป็นเรื่องจริง

เพราะอาติแฟกต์นั้นไม่โกหก

[ไมเคิล เกลฮิล พรสวรรค์ของเจ้าไม่ได้ใกล้เคียงแม้แต่เจ้าโง่จอช เกลฮิลด้วยซ้ำ เจ้าได้ 27 คะแนน นี่ข้าเห็นแก่พ่อเจ้าเลยนะ]

27 คะแนน

แม้จะดูเหมือนไม่มีอะไร แต่มันก็ยังเป็นคะแนนสูงสุดอยู่ดี

แต่ไมเคิลไม่ได้ดีใจ

“มะ…ไม่! ไม่จริง! ทั้งหมดมันเรื่องโกหก! พ่อชั้นเป็นมหาจอมเวทย์ที่เก่งกว่าใคร!”

เขาตะโกนออกมาจากใจว่าเรื่องทั้งหมดมันโกหกและเดินออกมาจากสถานที่สอบด้วยหน้าแดงก่ำราวกับจะวิ่งหนีไป

อนิจจา ดูเหมือนว่าตระกูลจะเป็นจุดอ่อนของเขา

ส่วนผมเองนั้นก็หัวเราะโดยไม่สนใจอะไร

“ต่อไป! รูน อาเดล!”

ผู้คุมสอบเรียกผม

ในที่สุดก็ถึงเวลาของผมแล้ว

ผมสะบัดมือและพูดกับเจสัน

“เดี๋ยวชั้นกลับมา”

จบบทที่ ตอนที่ 11

คัดลอกลิงก์แล้ว