เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12

ตอนที่ 12

ตอนที่ 12


เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่โอเกอร์จะไม่พูดภาษามนุษย์

แต่ถึงอย่างนั้นโอเกอร์บรรพกาลคิงแกรมก็เป็นกรณีพิเศษ

แม้แต่ในเผ่าโอเกอร์ที่มีอยู่มากมาย อย่างหัวหน้าเผ่าฟีนิกซ์ท้องฟ้าที่เป็นโอเกอร์ที่แก่ที่สุดในเผ่าก็ไม่มีเรื่องแบบนี้ แต่คิงแกรมนั้นใช้ภาษามนุษย์และใช้เวทมนตร์โบราณได้เมื่อแสดงตัวเองแก่ทวีป

เช่นเดียวกับที่ทุกวันนี้มีสัตว์ประหลาดปรากฏตัวขึ้นมา แต่มันก็พบเห็นได้ง่ายกว่าเมื่อเป็นในอดีต

การได้ครอบครองร่างที่มีคุณสมบัติดีและมีสติปัญญาล้ำเลิศ การมีอยู่ของโอเกอร์คิงแกรมจึงเป็นภัยต่อมวลมนุษย์

สุดท้ายแล้วอัครจอมเวทย์โฟรเลียน อิกนิทก็มาเพื่อสยบคิงแกรม

นั่นจึงเป็นการที่คิงแกรมมายืนที่นี่ในฐานะตัวตนอมตะที่ใช้ชีวิตผ่านการเป็นอาติแฟกต์

นี่คือประวัติศาสตร์ 500 ปีของเขา

และผม

“สวัสดีครับ”

[หืม…?]

ประวัติศาสตร์มีชีวิตที่ได้เห็นยุคสมัยมามากกว่าสิ่งมีชีวิตอื่น

และผมยืนอยู่หน้าคิงแกรม

“ฮะฮะ…ผมสั่นกลัวหน่อย ๆ น่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เจอคุณเลย ผมชื่อ ‘รูน อาเดล’”

รูปปั้นยักษ์ที่ใหญ่กว่าโอเกอร์ทั่วไปอย่างน้อยสองเท่า

กับรูปปั้นที่ผมทักทายอย่างสุภาพ

ในตอนนั้น ดวงตาของรูปปั้นได้เปิดออก

หมายความว่าคิงแกรมกำลังมองผม

[เจ้า…ข้าไม่เคยเห็นหน้าเจ้ามาก่อน]

ผมยักไหล่ตอบ

“ผมมีเงื่อนไขของตัวเองอยู่ มันยาวหน่อย คุณอยากฟังไหม?”

[...ข้าปฏิเสธ]

เขาไม่ได้ล้อเลียนอะไร คิงแกรมใช้เวทย์เป้าหมายด้วยสีหน้าเป็นกลาง

ประตูเปิดจากความว่างเปล่าและก็มีกระเป๋าเงินใบใหญ่ปรากฏขึ้นมา

นี่คือเป้าหมายที่นักเรียนต้องอัดด้วยเวทมนตร์ และจากกระเป๋าใบนี้คิงแกรมก็จะรับพลังเวทย์ไปหล่อเลี้ยงร่างกาย

มันคือสัญญาณบอกให้ผมเงียบปากและรีบสอบ

“เข้าใจแล้ว อยากให้ผมสอบซักทีสินะ?”

ผมมองตรง ๆ ไปยังคิงแกรมที่ไม่สนใจอะไรและกำหมัด

ในขณะเดียวกัน วงแหวนพลังของผมก็ขยับเล็กน้อย ‘พละกำลัง’ เริ่มไหลเข้าสู่กล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกาย

ผมแบมือที่กำหมัดไว้

ฝ่ามือในตอนนี้มีเวทมนตร์ที่อันตรายที่สุดที่ผมร่ายออกมาได้

“นั่นมัน ‘ระเบิดเผามานา!’”

“โว้ว! นั่นมันเวทย์ชั้น 4 ไม่ใช่เหรอ?”

ระเบิดเผามานา

มันคือเวทย์ชั้น 4 ขั้นสูงที่ใช้ ‘กุญแจ’ ของจอมเวทย์เป็นตัวเร่งเพื่อจุดระเบิดมานาที่กระจายในอากาศอย่างรวดเร็วและให้เกิดระเบิด

กุญแจเล็ก ๆ ที่ยิงใส่เป้าหมายนั้นจะกลายเป็นเหมือนตัวจุดระเบิดที่จะสังหารเป้าหมายทันทีเมื่อระเบิดแล้ว

ผมรู้วิธีร่ายเวทย์นี้มานานมากแล้ว

ผมแค่ใช้มันไม่ได้

แต่เร็ว ๆ นี้ผมเพิ่งจะรู้หนทาง

[...หืม?]

คิงแกรมลืมตาอีกครั้งเมื่อผมย่อตัวลงและตั้งท่าจะกระโจนเข้าไป

[ท่านั่นมันอะไร?]

เขามองด้วยความสนใจ

แน่นอนว่าผมอยากจะทำให้คิงแกรมสนใจอยู่แล้ว

“จะเริ่มแล้วนะ”

แล้วพูดจบ ผมก็พุ่งเข้าใส่คิงแกรมทันที

ผมขยับ ‘กุญแจ’ จากฝ่ามือลงไปที่ปลายเท้าและเมื่อถึงเป้าหมาย ผมก็กระโดดและหมุนเอวเป็น 180 องศา

ผมเตะด้วยพลังทั้งหมดที่มีใส่เป้าหมายด้วยร่างกายที่หมุนอย่างรวดเร็ว

ปั้ง!

ปลายเท้าสัมผัสเป้าหมายโดยตรง

มันคือผลของสกิล ‘ศิลปะร่างกาย’ ด้วย

ด้วยเสียงเตะเป้าดังก้อง ‘กุญแจ’ ก็ได้ระเบิดออกมาพร้อมกันและเริ่มเผามานาจำนวนมากรอบตัวผม

ฟึ่บ!

เมื่อมานาเริ่มไหม้ เวทย์ที่เป็นตัวเร่งก็ก่อให้เกิดระเบิดรุนแรง

ตะ...ตะ…ตู้ม!

ที่น่าตลกก็คือ ผลจากสกิลไม่ได้ทำให้ร่างกายผมได้รับผลจากเวทมนตร์เลย

“โว้ว!”

“นั่นมันบ้าไปแล้ว…”

เหล่านักเรียนอดตื่นเต้นเมื่อเห็นผมไม่ได้

‘ระเบิดเผามานา’ นั้นเหมือนกับเวทมนตร์ขั้นใหม่สำหรับเพื่อนร่วมรุ่นของผม

ทันทีที่กลายเป็นจอมเวทย์ขั้น 5 พวกเขาจะมีทางเลือกในการเป็นจอมเวทย์ในสภา หรืออาจจะเป็นจอมเวทย์ที่แข็งแกร่งที่ลอร์ดเจ้าของดินแดนนับถือ

และ ‘ระเบิดเผามานา’ ก็ไม่ได้ใช้ขั้นตอนรวบรวมและขึ้นรูปมานาในร่างกายด้วย แต่มันใช้มานาที่กระจายอยู่ในอากาศ เป็นเวทมนตร์ระดับสูงที่ต้องการการควบคุมมานาที่เวทย์ต้องใช้

มันคือเวทย์ขั้น 4 ที่จอมเวทย์ขั้น 5 มักจะใช้ได้ การใช้เวทมนตร์นี้ไม่ต่างจากประกาศระดับของผมออกไป

“ระ…รูนเป็นจอมเวทย์ขั้น 4 เหรอ?”

“ไม่ใช่! ขั้น 5 ต่างหาก!”

กลิ่นกำมะถันหนาแน่นกระจายไปทั่วพื้นที่สอบ

หลังจากผมตกลงพื้น ผมก็หายใจเข้าลึกและเงยหน้ามองรูปปั้น

แทบจะไม่เห็นดวงตาที่เปล่งแสงของ ‘คิงแกรม’ ผ่านควัน

‘หรือว่า…’

ผมสงสัยว่าคิงแกรมจะประเมินเวทมนตร์ของผมแบบไหน

แต่จากนั้นเอง

‘เอ๋?’

การตอบสนองของคิงแกรมแปลกไปเล็กน้อย

เขากระพริบตาสองสามครั้งและจากนั้นก็กระพริบตาอีก

เหมือนกับเขากำลังผงะ

นี่เป็นความจริง

และหลังจากกระพริบตา คิงแกรมก็ถามด้วยเสียงสั่นที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน

[เจ้า…เจ้าเป็นใคร?]

“เอ๋? อ๊ะ ผมชื่อรูน อาเดล…”

[เจ้าคือดราก้าใช่ไหม?]

“...เอ๋?”

เขาว่าไงนะ?

ไม่ใช่ผมคนเดียวที่แปลกใจ

[ข้ากำลังรออยู่]

“ดราก้า? ใครน่ะ?”

“ไม่รู้สิ เขาพูดชื่อผิดมั้ง?”

“เงียบหน่อย!”

ด้วยการตอบสนองที่ไม่คาดคิดของคิงแกรม เหล่านักเรียนก็เริ่มพูดคุยกันส่วนผู้คุมสอบก็หันไปสนใจ

แต่ผมไม่ได้สนใจกับเสียงภายนอกนั่น

นั่นก็เพราะสิ่งที่คิงแกรมพูด มันคือชื่อที่ผมตามหามาอย่างยาวนาน ชื่อที่ผมใช้เวลาค้นหามาสองเดือนราวกับคนบ้า

‘ผู้ทำลายล้างโลก ดราก้า’

เจ้าของเดิมในพลังของผม

ผมไม่คิดถึงความเป็นไปได้ที่จะได้ยินชื่อนี้จากปากคิงแกรมด้วยซ้ำ

ผมถามอย่างระมัดระวัง

“เขาเป็น…คนรู้จักของคุณเหรอ?”

คิงแกรมถอนหายใจแรง

[ฮื่ม! ก็ใช่น่ะสิ]

ผมมองคิงแกรมด้วยความงุนงง คิงแกรมเองก็หัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นหน้าผม

[น่าสนใจจริง ๆ ฮ่าฮ่า! ข้ากับผู้สืบทอดของเขา! เจ้าบอกว่าเจ้าชื่ออะไรนะ?]

“รูน…รูน อาเดล”

[อืม ดูเหมือนว่าข้าจะต้องพูดกับเจ้าทีหลังเพราะตรงนี้มีคนอยู่เยอะนะ]

การประเมินจบลงแล้ว

คิงแกรมละสายตาจากผมและตะโกนกับผู้คุมสอบที่ช่วยเหลือการสอบ

[นี่ไม่ใช่เวทยมนตร์ที่ข้าตัดสินได้]

เหล่าผู้คุมสอบต่างลนลาน

“เอ๋ อะไรกัน?”

คำพูดของเขามีน้ำหนักต่อคนอื่นอย่างมาก

ปฏิเสธการประเมิน

นี่เป็นครั้งแรกที่มันเกิดขึ้น

ในจุดที่คิงแกรมที่จะดูหมิ่นเหยียดหยามต่อนักเรียน กลับปฏิเสธการให้คะแนน

“ทะ…ท่านคิงแกรม แต่มีแค่ท่านที่ประเมินได้นะ”

“ใช่แล้ว ตามกฎท่านคิงแกรมจะต้องประเมินอย่างยุติธรรมให้กับนักเรียนในโรงเรียนหลังจากการจากไปของอัครจอมเวทย์โฟรเลียน อิกนิท…”

จากนั้นก็มีเสียงคำรามดังขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด

[พอได้แล้ว! พวกเจ้าคิดจะพูดกับข้าเรื่องกฎเรอะ? สำหรับข้าที่ไม่ได้ประเมินจอมเวทย์ที่แท้จริงมา 500 ปีแล้วน่ะรึ?]

“ระ…เราขออภัยด้วย”

ผู้คุมสิบก้มหน้า คิงแกรมบ่นด้วยเสียงรำคาญ

[ฮื่ม…ไอ้พวกโง่อิกนิท ใช่…ใช่แล้ว การประเมินต้องทำให้เสร็จ เพราะข้าสัญญากับเจ้านั่นไว้]

หลังจากคิดสักครู่ คิงแกรมก็อ้าปาก

[ถ้าข้าต้องให้คะแนน… 0 คะแนน]

[หรืออาจจะเป็น 100 คะแนน]

ดวงตาสีแดงเพลิงของคิงแกรมลืมขึ้นมา

ดวงตานั้นจ้องตรงมาที่ผม

[เจ้าต้องการทางไหน นักทำลายตัวน้อย]

ราวกับการยั่วยุของปีศาจ

แต่แม้ว่านี่จะเป็นปีศาจของจริง คำตอบของผมก็แน่อยู่แล้ว

จะถามให้ซ้ำซ้อนทำไมกัน

“100 คะแนน”

แน่นอนว่าผมเลือกอย่างหลัง

เมื่อผมตอบ คิงแกรมก็หัวเราะราวกับพอใจ

[ได้ ข้าจะให้เจ้า 100 คะแนน]

“น่ะ…นั่น…”

“ชั้นหูฝาดใช่ไหม? 100 คะแนน…”

“ไม่…นายได้ยินถูกแล้ว ชั้นก็ได้ยินเหมือนกัน…”

“บางทีพวกเราอาจจะเป็นบ้ากันหมดแล้ว มันมีเวทย์หลอนรึเปล่า?”

เพียงเพราะคำพูดเดียวของคิงแกรม ทั้งสถานที่สอบก็เต็มไปด้วยความวุ่นวาย

ทุกสายตาจับจ้องมาที่ผมด้วยความตกตะลึง

“100 คะแนน…”

ความสามารถในการมองดูโชคชะตาในอนาคตของจอมเวทย์นั้นเป็นสิ่งที่รู้กันดี

จอมเวทย์ทุกคนที่ได้ 50 คะแนนหรือมากกว่านั้นจากคิงแกรมจะได้กลาเยป็นจอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

แต่ก็ไม่มีใครที่ได้คะแนนเกิน 70 คะแนนเลย

เพราะมาตรฐานของคิงแกรมนั้นสูงเกินไปตั้งแต่แรก

แต่… 100 คะแนน

นักเรียนที่ได้คะแนนเต็มนั้นไม่เคยมีมาก่อน และอาจจะไม่เคยมีอีกแล้วก็ได้

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า…”

ผมได้แต่หัวเราะอย่างว่างเปล่า

100 คะแนนเหรอ?

ผมเหมือนกับว่า ‘นี่พูดจริงเหรอ…?’

นี่มันเรื่องอะไรกัน?

แบบนี้ก็ได้เหรอ?

แขนและขาของผมเสียพละกำลังไปเมื่อได้ยินแบบนั้น

คิงแกรมพูดอีกครั้ง

[‘เรื่องยาว’ ที่เจ้าพูดถึงก่อนหน้านี้ ตอนนี้ข้าอยากรู้แล้ว ข้าอยากจะฟังมันจากปากเจ้า]

“อ๊ะ…ครับ…”

[ตอนสอบเสร็จแล้ว มาที่ชั้นใต้ดิน]

ชั้นใต้ดิน

มันคือแหล่งเก็บสมบัติที่เก็บอาติแฟกต์ทั้งหมดของโรงเรียนเอาไว้

จากที่ข่าวลือกล่าว ในห้องใต้ดินนั้นมีอาติแฟกต์มากกว่าท้องพระคลังของราชววงศ์เสียอีก

เป็นธรรมดาที่นักเรียนจะห้ามเข้าไป

“ผมเข้าไปไม่ได้”

คิงแกรมบอกผมด้วยน้ำเสียงที่บอกว่าราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่

[ข้าจะบอกเจ้าหนูอิกนิทเอง]

เจ้าหนูอิกนิทที่เขาพูดถึง หรือว่าจะเป็นผู้อำนวยการไทเรียน?

เขาเรียกจอมเวทย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรว่า ‘เจ้าหนู’

อา เดาว่าคงเป็นเพราะเขาอยู่มาพันปี ทุกคนเลยดูเหมือนกับเด็ก

“ครับ เข้าใจแล้ว”

เมื่อผมตอบไป การประเมินก็จบลง

‘พฤติกรรมลึกลับ’ ของคิงแกรมเองก็จบลงด้วย

[ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเรียนอะไรใน 6 ปีที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีเงินมีเวลาให้เสียเปล่านะ]

หลังจากจบการประเมินของผม คิงแกรมก็กลับมาดูถูกนักเรียนโดยไม่ลังเลอีก

[ข้าไม่อยากจะกินเวทย์นี่ด้วยซ้ำ ไสหัวไป]

[ไม่ได้เรื่อง มีแต่ขยะมารวมตัวกันรึไง เจ้าอยากจะเป็นจอมเวทย์ด้วยความสามารถแค่นั้นเรอะ? ข้าได้แต่หัวเราะกับความอวดดีของเจ้า]

10 คะแนน, 3 คะแนน, 5 คะแนน, 1 คะแนน

มีแต่คะแนนที่แทบจะไม่พ้น 0 ที่คิงแกรมให้มา

ในตอนนี้ก็มีนักเรียนบางคนที่เริ่มมองผมด้วยความแค้น

“รูน…แกจะมากไปแล้วนะ…”

ผมกลายเป็นไอ้เวรที่เพิ่มคะแนนเฉลี่ยขึ้นมาอย่างมหาศาลในทันที

ผมได้แค่ยักไหล่ตอบ

โทษทีนะ

แม้แต่ตัวผมเองก็ไม่รู้ว่าจะได้ 100 คะแนน

“ระ…ร้อยคะแนน?”

ผู้อำนวยการโรงเรียน

ไทเรียนอิกนิทได้รับรายงานที่ไม่คาดคิด

รายงานว่าที่ว่า 100 คะแนนที่ไม่มีใครเคยได้รับมาก่อนถูกมอบให้แก่นักเรียนและคิงแกรมก็ขอพบนักเรียนคนนั้นเพื่อพูดคุยกันตัวต่อตัวด้วย

และนักเรียนคนนั้นก็คือ

“รูน……”

รูน อาเดล

เขาลูบเคราสีขาวด้วยความแปลกใจ

“ฮ่าฮ่า…ถึงกับได้ 100 คะแนน…เด็กคนนี้แปลกจริง ๆ”

รูน อาเดล

เขาเคยคิดว่าเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์แต่ล้มเหลว

แต่ในไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาก็ปรากฏตัวพร้อมกับเวทมนตร์ที่พลิกมุมมองของเวทมนตร์ในหัวเขาไป

และตอนนี้ เขาก็ใช้เวทมนตร์ที่ทลายกำลังที่ชื่อว่าคิงแกรมไปด้วย

นี่คือสถานการณ์ที่ไม่แปลกใจคงไม่ได้

“หึหึ”

แม้แต่ไทเรียนเองก็ยังมั่นใจ ว่าเมื่อราว 50 ปีก่อน เมื่อเขาเข้าโรงเรียนในฐานะนักเรียน ว่าเขาได้กี่คะแนนจากคิงแกรม?

เขาจดจำมันได้ขึ้นใจ

คะแนนที่เขาได้ขณะที่ถูกบอกว่าเขาอ่อนแอเกินไปถ้าเทียบกับบรรพบุรุษ

‘เขาให้มา 58 คะแนน…’

58 คะแนน

แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือในอดีตก็มิอาจปฏิเสธได้ว่ามันเป็นคะแนนที่สูง

ไทเรียน อิกนิทในตอนนี้คือจอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และยังเป็นความภาคภูมิใจสุดท้ายของอาณาจักรเรเดียนเล็ก ๆ แห่งนี้ด้วย

แต่คะแนนที่เขาได้ก็ยังไม่ถึงมาตรฐานของลูกหลานอัครจอมเวทย์ และแม้แต่คะแนนนั้นก็ถูกทำลายสถิติในตอนนี้

เขาจะไปแข่งกับ 100 คะแนนได้อย่างไร?

‘100 คะแนน…คิงแกรมชอบตรงไหนของรูนนักนะ…?’

ไทเรียนรู้เรื่องนี้

ว่าไม่มีใครได้ 100 คะแนนเพียงเพราะว่าพรสวรรค์ทางเวทมนตร์ยอดเยี่ยม

มันจะต้องเข้ากับนิสัยของคิงแกรมด้วยถึงจะได้ 100 คะแนน

ถ้าคิดแบบนี้ เวทมนตร์เฉพาะตัวของรูนก็อาจจะนับว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง

‘และการได้พูดคุยตัวต่อตัวกับคิงแกรม…เขาเป็นนักเรียนที่น่าสนใจจริง ๆ’

ไทเรียนพยักหน้าด้วยความพอใจ

“อนุญาตให้นักเรียนรูน อาเดลเข้าห้องอาติแฟกต์โดยเข้าไปภายใต้การดูแลของอาจารย์ไฮเดล”

จบบทที่ ตอนที่ 12

คัดลอกลิงก์แล้ว