เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10

ตอนที่ 10

ตอนที่ 10


“นะ…นั่นมัน…”

เมื่อพายุฝุ่นควันกระจายไปทั่วลานทดสอบก็ไม่มีใครมองเห็นรูนและพูดอะไรได้

มีเพียงเสียงอุทานเบา ๆ เท่านั้น

สายตาทุกคู่จ้องมองไปที่ฝุ่นควัน

เมื่อควันค่อย ๆ จางหายไปก็เหลือเพียงแค่รูนที่ยืนกลางลานทดสอบและมีเสียงตะโกนจากความตกตะลึงดังขึ้น

“นั่นมัน! ไม่มีทาง! ไม่จริงใช่ไหม?!”

หุ่นไล่กาสำหรับการสอบนั้นมีอยู่ 30 ตัว

และไมเคิลก็ล้มมันได้ 13 ตัว

แต่ทว่า

“ละ…เหลือแค่…สามตัว?!”

ไม่ยากที่จะนับคะแนนของรูน เพราะวิธีนับที่เร็วกว่าก็คือนับจำนวนหุ่นไล่กาที่ไม่ล้มลงไป

“ว่าไงนะ? 27 เรอะ?”

“27! นี่มันคะแนนสูงสุด!”

27

จำนวนหุ่นไล่กาที่รูนโค่นโดยใช้

ที่รูนโค่นมันลงโด…

ไม่

เขาลบล้างหุ่นไล่กาหายไปจนไม่รู้ว่าส่วนของหุ่นไล่กาหายไปที่ไหนเสียมากกว่า

การตอบสนองของนักเรียนคนอื่นนั้นมีอยู่หลากหลายรูปแบบ

“ละ…แล้ว…เอ่อ…นี่ชั้นเห็นอะไรไปเนี่ย?”

“เขา…ถือเวทย์แล้วต่อยหุ่นไล่กาเหรอ?”

“นายก็เห็นแบบนั้นใช่ไหม? ชั้นคิดว่าตัวเองตาฝาด…แต่ทำไมเขาถึงเร็วขนาดนั้นล่ะ? ชั้นคิดว่ากำลังมองยอดนักดาบอยู่ซะอีก…”

“แน่ใจนะว่านั่นคือเวทมนตร์น่ะ?”

เหล่าอาจารย์เองก็อยู่ในสภาพไม่ต่างกัน

ในประวัติศาสตร์ของโรงเรียน ที่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นเรื่องแบบนี้ และพวกเขาก็ค่อนข้างจะตกใจด้วย

“นี่มัน…ยอดไปเลย การใช้เวทมนตร์แบบนี้”

ไทเรียนกล่าวชมจากใจจริง และไฮเดลก็อดยิ้มไม่ได้

“ใช่แล้ว นี่มันประหลาดมาก”

แน่นอนว่าก็มีความเห็นตรงกันข้ามด้วย

อาจารย์เอลริคที่ตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจนั้นสลัดตัวเองให้ตื่นจากภวังค์

“ผะ…ผู้อำนวยการ นั่นถือว่าขาดคุณสมบัตินับคะแนนไหม?”

“พูดอะไรน่ะอาจารย์เอลริค”

“เราจะบอกว่าที่เราเห็นนั่นเป็นเวทมนตร์งั้นเหรอ? จะ…จากที่เห็น…มันเหมือนกับออร่าดาบที่อัศวินใช้เลยนะ”

“แล้วอาจารย์ไม่เห็นบอลไฟที่อยู่บนฝ่ามือเขารึไง?”

“ก็…ก็ต้องเห็นสิ…แต่ไม่เคยได้ยินว่ามีเวทมนตร์แบบนั้นอยู่เลย ให้จอมเวทย์ถือเวทมนตร์ไว้ในมือแล้วใช้หมัดชกออกไปแบบนั้น…นอกรีตจริง ๆ…”

เมื่ออาจารย์เอลริคหาข้ออ้างให้ยืดเยื้อ ไทเรียนก็หรี่ตาลงเล็กน้อย

เขาไม่อยากจะได้ยินอะไรแบบนั้นอีกแล้ว

“เราจะคุยเรื่องการประเมินทีหลัง ตอนนี้แสดงความยินดีกับรูนก่อนจะดีกว่าไหม? เขาอาจจะรอโอกาสนี้มา 6 ปีแล้วก็ได้”

เมื่อผู้อำนวยการไทเรียนพูดเช่นนั้น อาจารย์เอลริคก็ไม่มีทางเลือกนอกจากหยุดพูด

“รูน นั่นน่าประทับใจมากเลยนะ”

ไทเรียนเริ่มปรบมือจากที่นั่ง อาจารย์ไฮเดลก็ไม่อยากจะน้อยหน้า เขาเองก็เริ่มปรบมือด้วย

เสียงปรบมือดังก้องไปทั่วลานทดสอบ

“ทำได้ดีมากรูน!”

“ยินดีด้วยนะ!”

มีเสียงแสดงความยินดีและเสียงผิวปากด้วยเช่นกัน

อาจารย์เอลริคได้เห็นแบบนี้ก็ทำได้แค่เงียบปากและปรบมือเงียบ ๆ ตามไปด้วย

.

.

ระหว่างทดสอบ

ผมไม่รู้ว่าผมชกหุ่นไล่กาไปกี่ตัว

ผมแค่ทำลายอะไรก็ตามที่มันขยับและทำไปเรื่อย ๆ แม้ว่าจะจบลงแล้ว

เมื่อเสียงไซเรนดังบอกว่าจบการสอบ ผมก็ผิดหวังกับจำนวนหุ่นไล่กาที่ยืนตรงหน้า

แต่ว่า…

อะไรเนี่ย?

‘3?’

เหลือหุ่นไล่กาแค่ 3 ตัวเท่านั้น

นี่คือสถิติสูงสุดตั้งแต่ที่โรงเรียนนี้ก่อตั้งขึ้นมาเลย

‘ทำไมถึงได้ขนาดนี้…’

ผมมองรอบ ๆ หลังจากงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เสียงตะโกนจากความตกใจของนักเรียนดังตามมา

ตามด้วย

“นั่นมันใช่เวทมนตร์เหรอ?”

ข้อกังขาจำนวนมากหลั่งไหลมาที่ผม

แต่ผมก็ไม่หลีกหนี

ผมคิดมาตั้งแต่ก่อนสอบแล้วไม่ใช่หรอกหรือ?

เรื่องที่ว่าเวทมนตร์ของผมอาจจะดูแปลกสำหรับพวกเขา และพวกเขาจะต้องตัดสินและเหยียดหยามในสิ่งที่แตกต่างจากตัวเอง

ดังนั้นผมจึงตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับมันตรง ๆ

เพราะไม่ว่าผมจะทำลายหุ่นไล่กาไป 27 ตัวหรือ 30 ตัว สิ่งที่ผมทำได้ก็ต้องได้รับการยอมรับว่าเป็นเวทมตร์

ผมจึงได้เชิดหน้าและมองเหล่าอาจารย์ตรง ๆ

‘ภูเขา’

เหล่าอาจารย์ที่เป็นเหมือนกับขุนเขาของผมในตอนนี้จะต้องยอมรับคะแนนของผมเพื่อที่ผมจะได้ก้าวข้ามบททดสอบที่เรียกว่า ‘จบการศึกษา’ ต่อไป

มันคือภูเขาที่ผมต้องปีนขึ้นไปให้ได้

แต่…ถ้าผ่อนคลายซักหน่อยจะเป็นอะไรไหมนะ?

“รูน! น่าประทับใจจังเลยนะ!”

การตอบสนองนั้นไม่ธรรมดา

ผู้อำนวยการไทเรียนเรียกผมเพื่อชมเชยขณะที่หัวเราะอย่างชอบอกชอบใจ และอาจารย์ไฮเดลเองก็ยิ้มมองผมด้วย

อารมณ์เหล่านั้นแพร่กระจายไปทั่วลานทดสอบและเพื่อนร่วมรุ่นทั้ง 110 คนของผมก็ปรบมือให้ผมด้วย

“ทำได้ดีมาก รูน!”

“ยินดีด้วยนะ!”

นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่ผมเข้ามาในโรงเรียนและถูกยอมรับในการสอบภาคปฏิบัติ

หัวใจที่ลุกไหม้ของผมอบอุ่นไปด้วยอีกเหตุผล

ผมประทับใจอย่างมาก

ใช่แล้ว

การยอมรับนี้เป็นสิ่งที่ผมหาจากที่อื่นไม่ได้

บางทีผมอาจจะต้องการมัน

และจากนั้น

ก็คือสีหน้าเหยเกของไมเคิล

สมบูรณ์แบบ

ในที่สุดผมก็ยิ้มออก

หลังจากจบการสอบ ผู้คุมสอบทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องประชุมหลัก

และพวกเขามารวมตัวกันด้วยเหตุผลเดียวเท่านั้น

‘รูน อาเดล’

เหตุผลที่ว่าพวกเขาจะบอกว่าเวทมนตร์ที่เขาแสดงออกมานั้นนับว่าเป็น ‘เวทมนตร์’ หรือไม่

อาจารย์ 10 คนนั่งอยู่บนโต๊ะกลม ที่หัวโต๊ะคือผู้อำนวยการไทเรียน

คนแรกที่พูดก็คืออาจารย์เอลริค

“ด้วยความเคารพนะ ผู้อำนวยการไทเรียนและอาจารย์ทั้งหลาย เราต่างรู้และได้เห็นเรื่องในวันนี้ รูน อาเดลได้เยาะเย้ยการสอบที่ควรจะยุติธรรมสำหรับทุกคน เขาได้ใช้วิธีการอื่นขณะที่ทุกคนพยายามสุดฝีมือด้วยวิธีการที่ถูกต้อง เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เราต้องให้เขาต้องสอบตก”

มีบางส่วนที่เห็นด้วยกับอาจารย์เอลริคและพยักหน้า

คนแรกที่ปฏิเสธข้อนี้ไม่ใช่ใครนอกจากอาจารย์ไฮเดล

“ตกงั้นเหรอ? เราจะให้คนที่ทำคะแนนสอบได้ดีที่สุดตั้งแต่ที่ก่อตั้งโรงเรียนมาสอบตกงั้นเหรอ? แบบนี้รับไม่ได้หรอกนะ”

“เขาไม่ได้ถือเวทมนตร์ไว้ในมือแล้วชกออกไปเหรอ? ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย อาจารย์ไฮเดลเคยเห็นมาก่อนไหมล่ะ?”

“นี่เป็นครั้งแรกของผมเหมือนกัน แต่ที่รูนแสดงให้เห็นคือเวทมนตร์แน่นอน ผมจะไม่ปฏิเสธเรื่องนี้”

ขณะที่อาจารย์เอลริคลังเล อาจารย์ไฮเดลก็ลุกจากที่นั่งและกล่าว

“รูนทำตามเวลาที่จำกัดและแสดงพลังและสร้างบอลไฟหลายสิบลูกด้วยการร่ายครั้งเดียว และเขาก็สอบด้วยลูกไฟพวกนั้น รูนไม่ได้ทำผิดกฎอะไรเลย ที่เขาชกด้วยเวทมนตร์น่ะเหรอ? มันมีปัญหาอะไรกัน? ถ้าถือเวทย์เอาไว้แล้วชกออกไปมันจะถือว่าไม่เป็นเวทมนตร์งั้นเหรอ? รูนมีปัญหาในการปล่อยเวทย์แต่ก็ไม่เคยยอมแพ้ แล้วเขาก็ยังก้าวข้ามจุดอ่อนของตัวเองและฝึกร่างกายในเดือนที่ผ่านมา นี่คือผลจากการฝึกฝนของเขา เราต้องยินดีกับเขาในความสำเร็จนี้ไม่ใช่รึไง?”

อาจารย์ส่วนใหญ่พยักหน้าเห็นด้วยในประเด็นของอาจารย์ไฮเดล

แต่อาจารย์เอลริคก็เริ่มพูดราวกับรับไม่ได้

“เห็นความเร็วการร่ายเวทย์ของรูนไหม?”

“เห็นสิ”

“เขาเป็นแค่นักเรียน แต่เขาร่ายเวทย์เร็วขนาดนั้นได้ยังไง? รวบรวม เพิ่มพลัง ขึ้นรูป เขาไม่ได้สนใจ 3 ขั้นตอนนี้เลย อัครจอมเวทย์รวมถึงตัวชั้นเองก็ยังทำแบบนั้นไม่ได้เลย! เขาจะต้องใช้กลกระจอก ๆ แน่”

มีอาจารย์จำนวนหนึ่งที่เห็นด้วยกับคำกล่าวนี้

การเคลื่อนไหวและเวทมนตร์ของรูนนั้นมีจุดประหลาดหลายจุดที่ไม่ควรมองข้าม

แต่อาจารย์ไฮเดลก็ยืนกราน

“ลองคิดย้อนไปสิ อะไรคือสิ่งแรกที่เราเรียนรู้ตอนที่เริ่มเรียนเวทมนตร์?”

“คิดจะพูดอะไรกันแน่?”

“เวทมนตร์ไม่มีขีดจำกัด มันคือดินแดนแห่งความเป็นไปได้ไร้สิ้นสุด นี่คือเหตุผลที่เวทมนตร์น่าหลงใหลไม่ใช่หรือ?”

“เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อพูดเรื่องแบบนั้น กลับมาพูดเรื่อ…”

“มีสิ่งที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของพวกเราอยู่เสมอ ถ้าหากทุกสิ่งเป็นไปตามการคำนวน นั่นจะเป็นเวทมนตร์หรือคณิตศาสตร์กันล่ะ?”

เวทมนตร์

จอมเวทย์มหาศาลคิดว่ารู้จักเวทมนตร์ดี แต่พวกเขาก็อยู่ในจุดที่ ‘รู้เกี่ยวกับเวทมนตร์’ เท่านั้น

เพราะเจ้าของของเวทมนตร์นั้นคือมังกร ไม่ใช่มนุษย์

และมนุษย์ที่ยืมเวทมนตร์นี้มาก็ยังมีส่วนที่พวกเขาไม่รู้อะไรเลย

บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลว่าบางครั้ง เวทมนตร์จะสร้างสิ่งที่ทำให้ฟ้าดินสั่นสะเทือนได้ และจอมเวทย์นั้นคือคนที่เกิดมาและเปลี่ยนโลกได้

เช่นเดียวกัน เวทมนตร์ของจอมเวทย์แต่ละคนก็มีความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร

นั่นคือสิ่งที่เรียกว่าเวทมนตร์

ต่อให้เราไม่สนใจเรื่องอื่น ผู้อำนวยการโรงเรียนไทเรียนเองก็ให้การเรียนรู้ไร้สิ้นสุดและการค้นคว้าเรื่องเวทมนตร์เหนือสิ่งอื่นใด

ไทเรียนกล่าวขึ้นมา

“สิ่งที่อาจารย์ไฮเดลพูดนั้นถูกต้อง เวทมนตร์เป็นสิ่งที่น่าหลงใหลอยู่เสมอ ไม่ใช่เรื่องธรรมดาหรอกหรือที่จอมเวทย์แต่ละคนจะมีความพิเศษที่คนอื่นไม่มี?”

เวทมนตร์ที่รูนแสดงให้เห็นนั้นคือสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่การจะไปสอบสวนเขานั้นก็เป็นเรื่องที่ขัดกับธรรมชาติของเวทมนตร์

บางครั้ง มันก็เป็นการถูกต้องที่จะปล่อยมันไปและไหลไปตามน้ำ

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ไทเรียนกำลังมีวันที่ดีมาก

“วันนี้เป็นวันที่ได้เห็นนักเรียนคนหนึ่งแสดงปาฏิหาริย์ให้ได้เห็น ปาฏิหาริย์ทางเวทมนตร์ที่สมบูรณ์แบบ แต่ดูเหมือนว่าจะมีเหล่าอาจารย์ที่ไม่คิดแบบนั้น”

ความภาคภูมิใจแห่งอาณาจักรเรเดียน

อัครจอมเวทย์ชั้น 7 ผู้ที่เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ไทเรียน อิกนิท

คำถามของเขามีความหมายนี้อยู่

‘ถ้ากล้าก็พูดออกมาสิ’

เหล่าอาจารย์ที่รู้เรื่องนี้ต่างค่อย ๆ พูดขึ้นมา

“ผู้อำนวยการพูดถูกแล้ว นี่เป็นปาฏิหาริย์ ปาฏิหาริย์ของเวทมนตร์ยังไงล่ะ”

“จริงด้วย รู้สึกปลื้มใจจริง ๆ ที่เขาก้าวข้ามความผิดปกติของตัวเองจนมาเป็นแบบนี้ได้”

“ใช่ไหม?”

สายตาของไทเรียนหันไปมองอาจารย์เอลริค

“...อ๊ะ ครับ”

เขาทำได้แค่หุบปากด้วยความอับอาย

ดังนั้น มันจึงตัดสินแล้ว

พวกเขารู้ว่าไทเรียนชอบคนแบบรูนที่ฝึกฝนอย่างขยันขันแข็งและกระหายอยู่ตลอด แต่ไม่คิดว่าจะชอบถึงขั้นนี้

การตัดสินใจของเขาแน่วแน่แล้ว เอลริคเองก็ปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไป

ไม่ใช่แค่ในโรงเรียน ถ้าวัดจากทั้งโลกเวทมนตร์ ไทเรียนคือคนที่จะต้องไม่เป็นศัตรูกับเขาอย่างเด็ดขาด

อาจารย์เอลริคเค้นตาหลับและพูด

“...ผู้อำนวยการพูดถูกแล้ว”

จากนั้นไทเรียนก็ตอบด้วยรอยยิ้มสดใส

“เอาล่ะ ดูเหมือนว่าอาจารย์ทุกคนจะเห็นตรงกันแล้ว ดี เราจะจบการประชุมเท่านี้”

เป็นแบบนี้แล้ว อาจารย์เอลริคก็ได้แต่กลืนความคิดเข้าไปในใจ

‘อันตราย’

แบบนี้อันตรายแน่

สำหรับการที่มีเด็กที่โผล่มาจากไหนไม่รู้และคุกคามตำแหน่งนักเรียนดีเด่นของลูกหลานตระกูลเกลฮิลแบบนี้

จบบทที่ ตอนที่ 10

คัดลอกลิงก์แล้ว