เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4

ตอนที่ 4

ตอนที่ 4


ภารกิจทำซ้ำได้

ฝึกฝนร่างกาย

เมื่อคุณเป็นผู้เล่นที่เชื่อมโยงกับดราก้าผู้ทำลายล้างโลก คุณจำเป็นต้องฝึกร่างกายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเพิ่มพลัง

ต่อย : 0/100

เตะ : 0/100

หมุนเตะ : 0/100

* รางวัล : Strength +10

* รางวัล : ปลดล็อคสกิล

.

.

“ต่อย? เตะ?”

สำหรับจอมเวทย์อย่างผม นี่มันภารกิจไร้สาระ

“นี่มันทำไปเพื่ออะไรกัน?”

แต่นี่ก็ไม่ใช่เวลาจะมาตั้งคำถาม

ผมต้องทำอะไรก็ได้และต้องทำทุกสิ่งทุกอย่าง

ผมเล็งไปที่ความว่างเปล่าและปล่อยหมัดออกไป

จากั้น

.

.

จำนวนในหน้าต่างภารกิจก็เพิ่มขึ้น

.

.

‘โอเค ตอนนี้ไม่ต้องสงสัยแล้วทำไปก็แล้วกัน’

ผมเริ่มหายใจเป็นจังหวะ ตั้งท่าที่เหมาะสมและเริ่มชกเข้าไป

ฉึบ - ฉึบ -

เสียงลมกับเสียงลมหายใจหนักอึ้งดังทั่วห้องในไม่นาน

.

.

.

100 ครั้ง

ด้วยการใช้เวทย์ที่ทำให้วิงเวียนจากภาวะของร่างกาย แม้ว่าจะแค่ยื้อร่างกายเอาไว้ก็ทำให้มีเม็ดเหงื่อผุดออกมาจากหน้าผาก และไม่นานพลังในร่างก็หมดไป

นั่นก็เพราะถ้าหากการตั้งท่าของผมเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย จำนวนก็ไม่ยอมเพิ่มขึ้น

ในตอนที่ผมเพ่งสมาธิกับการทำภารกิจให้จบ ผมไม่รู้ตัวเลยว่าเฮเลนกำลังเดินเข้ามา

“โอ้โห เธอชกไปทั่วแบบนี้เลยเหรอ”

“อั่ก…เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอครับ?”

“อืม ชั้นนับว่าเธอชกได้เกิน 10 ครั้งแล้วล่ะมั้ง?”

“ขอโทษด้วยครับ ไม่รู้ว่าคุณเฮเลนมาตรงนี้”

“ชั้นบอกให้เธอพัก แล้วจู่ ๆ ถึงทำอะไรแทนที่จะนอนพักกันล่ะ?”

“เอ่อคือ…ผมคันน่ะ”

ต่อให้ผมจะรู้ดีว่ามันเป็นข้ออ้างแปลก ๆ

แต่เฮเลนก็ยักไหล่และเชื่อผม

“ผลตรวจของเธอมาแล้ว สุขภาพดีสมบูรณ์ กลับไปที่หอพักได้แล้วล่ะ”

“จริงเหรอครับ?”

“ใช่ ชั้นเองก็ไม่รู้ว่ามันถูกต้องไหม แต่ดูสภาพเธอตอนนี้ เธอคงไม่เป็นไรแล้วล่ะ”

“ฮ่าฮ่า…”

สุขภาพดีสมบูรณ์…

ผมแทบจะไม่เชื่อตัวเอง

ผมเกาหัวและโค้งพร้อมกับกล่าวลาคุณเฮเลน

“ขอบคุณครับ”

“ถ้ามีปัญหาอะไรก็มาที่นี่ได้ทุกเมื่อเลยนะ เข้าใจไหม?”

“ได้เลยครับ”

ผมออกจากห้องพักฟื้นและเดินกลับหอพัก

แต่ผมก็จำได้ว่าผมยังทำภารกิจไม่เสร็จ

.

.

.

‘ต้องทำภารกิจให้เสร็จก่อนจะไปไหมนะ?’

ในทุกห้องพักจะมีจัดให้มีคนสองคน

แน่นอนว่ามันไม่มีพื้นที่มากพอที่ผมจะภารกิจให้สำเร็จทั้งหมดในห้อง

‘ไปที่พื้นที่ฝึกกลางแจ้งดีกว่า’

ผมมองพระอาทิตย์ที่กำลังตกดินและเดินออกมานอกโรงเรียน

.

.

กลิ่นของฤดูใบไม้ผลินั้นรุนแรงในความอบอุ่นของเดือนที่ 4 ของปี

เหมาะสำหรับการออกแรง

อืม ถ้าหากเมินสายตาประหลาดที่มองมาน่ะนะ

“อะไรกันเนี่ย? รูน ออกมาเดินแบบนี้ได้แล้วเหรอ?”

“ใช่…จริงด้วย ก็เมื่อกี๊น่ะ…”

เพื่อนร่วมชั้นปี 6 ของผมมองราวกับว่าผมเป็นสัตว์ประหลาด

แต่นั่นก็เข้าใจได้

เพราะเป็นแค่เมื่อเช้านี้เองที่ไอ้ปัญญาอ่อนร่ายสายฟ้าใส่ผมและผมล้มลงไปกองกับพื้น

บางคนคงคิดว่าผมตายแล้วโดนชุบชีวิตกลับมา

ไม่ผิดเลยถ้าพวกเขาะตกใจเพราะผมออกมายืดเส้นยืดสายและเดินอย่างสบายใจแล้วยังยิ้มขี้เกียจ ๆ บนใบหน้าได้อีก

“ชั้นไม่เป็นไร”

แต่ผมก็ไม่ได้สนใจกับสายตามากมายที่มองเข้าาและเดินไปที่กลางลานฝึกที่มีหุ่นไล่กาสำหรับต่อสู้ตั้งอยู่

ผมตะโกนสั้น ๆ เพื่อช่วยให้ตั้งสมาธิได้ก่อนจะชกอากาศอีกครั้ง

.

.

.

ต่อย : 98/100

ต่อย : 99/100

ต่อย : 100/100 (สำเร็จ)

.

.

.

ไม่นานผมก็ทำหนึ่งในภารกิจเสร็จและเข้าสู่การเตะ

ต่อย

เตะ

หมุนเตะ

เพราะผมไม่เคยเรียนรู้ศิลปะป้องกันตัวมาก่อน ผมก็เลยไม่รู้ว่าการตั้งท่าหรือท่าที่ถูกต้องนั้นเป็นอย่างไรและเคลื่อนไหวอย่างเงะงะ

หรือเป็นเพราะว่าเรื่องนั้น?

การเคลื่อนไหวที่ไม่เหมาะสมนั้นจะไม่เพิ่มจำนวนในภารกิจ และการเตะที่เพิ่งสมาธิเต็มที่เท่านั้นที่จะนับจำนวนในภารกิจ

.

.

“ดูหมอนั่นสิ”

“หืม? นั่นมันรูนไม่ใช่เหรอ? เจ้านั่นทำอะไรน่ะ?”

“ใครจะไปรู้ล่ะ…คิดจะสู้ด้วยมือด้วยเท้าแล้วทิ้งเวทมนตร์ไปแล้วรึ?”

“บ้าน่า ไม่มีทางหรอก แล้วทำไมเขาถึงยังไม่เป็นอะไรอยู่ล่ะ? ถ้าโดนเวทย์สายฟ้าไปแล้วยังไงก็ต้องตายนี่…”

“รู้ไหมว่าชั้นได้ยินน่ะ?”

“ขะ..ขอโทษทีนะ…”

ผมไม่รู้ว่าทำไม

หรือเป็นเพราะว่าผมออกกำลังแบบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังจากโดนเวทย์สายฟ้า?

หรือเพราะว่าเป็นภาพลักษณ์ใหม่ที่บอกว่าผมจะแว้งกัดถ้าโดนหาเรื่อง?

บรรยากาศประหลาดที่เกิดจากภาพที่เพื่อนร่วมห้องมองผมเปลี่ยนไปได้เกิดขึ้น

“โย่ ไปกันเถอะ”

“อื้อ”

แม้แต่คนที่ตั้งใจมองในสิ่งที่ผมทำก็ทำได้แค่มองจากระยะไกลและไม่กล้าเข้ามายุ่งด้วย

ในความจริงแล้ว มันดูเหมือนกับว่าพวกเขาค่อย ๆ เลี่ยงผมไป

แน่นอน แบบนี้ก็ยิ่งง่ายสำหรับผม

.

.

.

“แฮ่ก…แฮ่ก…”

พอผ่านไปช่วงเวลาหนึ่ง ผมก็เตะครบ 100 ครั้ง

แน่นอนว่าถ้าเทียบกับการต่อยแล้ว การเตะนั้นต้องใช้การตั้งท่าที่ดีกว่า มันก็เลยใช้พลังมากกว่าที่จำเป็น

ผมเกือบจะสำลักจากการหายใจหอบรุนแรง แต่ผมยังต้องหมุนเตะอีก 100 ครั้ง

‘ยากกว่าที่คิดอีกแฮะ’

แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ตั้งใจจะทำให้มันเสร็จในวันนี้

เพื่อที่จะรู้ให้ได้ว่าพลังใหม่ประหลาดนี้ที่จะให้ผมคืออะไร

ผมต้องรู้ให้ได้โดยไม่พลาด

“อีกรอบ”

ผมเค้นตัวและเล็งเป้าไปยังศัตรูในจินตนาการ

จากนั้นผมก็เตะ

.

.

.

อาจารย์ไฮเดล

ไม่มีนามสกุล

หมายความว่าเขาเกิดมาเป็น ‘สามัญชน

อาจารย์หนุ่มคนนี้เพิ่งจะมีอายุ 40 ในปีนี้และทำทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยพลังของตัวเอง

ความหิวกระหายในอาหารนั้นเป็นสิ่งที่เขาเกิดมาแล้วต้องเจอและอดทนแบกรับ แต่ความหิวในความรู้นั้นเป็นสิ่งที่เขาแบกรับไม่ไหว

เขาช่วยงานในไร่ทุกวันและเรียนรู้ตัวอักษรในตอนกลางคืนด้วยการสละเวลานอน

เขาเดินไปรอบ ๆ นักแปรธาตุที่อยู่ในระแวกนั้นและผู้ช่วยจอมเวทย์และเรียนรู้จากคำพูดที่ได้ยินมาจากพวกเขา

ลูกชายของเจ้าของดินแดนได้เห็นความพยายามของไฮเดลจึงเขียนจดหมายแนะนำกับพ่อของเขาให้ไฮเดลเข้าเรียนโรงเรียนเวทมนตร์อิกนิท

ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าเขาจะอายุมากกว่าคนอื่นสักหน่อย แต่เขาก็ได้เข้าเรียนในโรงเรียน

แน่นอนว่าเส้นทางที่เขาเดินนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบดอกไม้ แต่เป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนาม

แม้ว่าสามัญชนจะเข้าเรียนในโรงเรียนนี้ได้ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้รอดชีวิต

แต่เขาก็อดทนและเอาชีวิตรอดมาได้ในท้ายที่สุด

เขาเรียนจบด้วยเกรดที่น่าประทับใจอีกทั้งยังถูกเชิญไปที่หอคอยเวทมนตร์และถูกเรียกว่าเป็นความภูมิใจของจอมเวทย์

แต่ถึงอย่างนั้นไฮเดลก็ทนการอยู่ในหอคอยได้ไม่นานนัก

‘เกิดมาเป็นคนธรรมดา’

มันคือป้ายราคาที่ติดตามเขาไปตลอดชีวิต

หอคอยนั้นไม่ยกเว้นจากข้อขัดแย้งทางการเมืองและการต่อสู้ชิงอำนาจ และสามัญชนอย่างเขาก็ไม่มีที่ยืนเช่นเดียวกัน

ในที่สุดไฮเดลก็ออกจากหอคอยราวกับจะหนีไป

และสถานที่ที่เขามาถึงก็คือที่นี่

โรงเรียน

เขากลายเป็นอาจารย์และเริ่มสอนให้กับศิษย์รุ่นหลัง

แต่เขาก็มิอาจที่จะยึดติดกับโรงเรียนได้เช่นกัน

เพราะเขารู้ว่าในท้ายที่สุดแล้ว จอมเวทย์ก็ไม่ต่างอะไรกับเครื่องมือที่ขุนนางใช้เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองจะมีพลังและอำนาจ

นักเรียนจากตระกูลขุนนางที่รักและศึกษาค้นคว้าเวทมนตร์อย่างจริงจังนั้นไม่มีอยู่เลย

ขุนนางส่วนใหญ่ที่ไฮเดลเจอเป็นเช่นนี้

พวกเขาจะพยายามเล็กน้อย และเมื่อมันไม่ได้ผล พวกเขาก็จะยอมแพ้ในทันที

พวกเขามักจะเริ่มเพราะความสนุก แต่ไม่นานก็หยุดเมื่อเริ่มเบื่อ

พวกเขามักจะดูถูกเขาที่เกิดมาเป็นสามัญชน

มันทำให้เขารู้สึกอคติต่อขุนนางอย่างลึกล้ำ

แต่วันหนึ่งเขาก็ได้เจอกับนักเรียนคนหนึ่ง

‘รูน อาเดล’

เขาเรียนรู้และเข้าใจเรื่องมานาได้ด้วยตัวเองและถึงกับร่ายเวทย์ชั้นหนึ่งขึ้นมาได้

จอมเวทย์อัจฉริยะ

เด็กชายที่เป็นที่พูดถึงในอาณาจักรตั้งแต่ก่อนที่จะได้เข้าโรงเรียน

บางคนก็พูดว่าเขาจะได้เป็นมหาจอมเวทย์ในอนาคต ส่วนคนอื่นก็ยิ่งไปกว่านั้น เขาบอกว่ารูน อาเดลจะได้เห็นเจ้าของหอคอยเวทมนตร์

จากมุมมองของไฮเดลนั้น รูนคือเด็กที่มีทุกสิ่งทุกอย่าง

มากพอที่จะอิจฉาเขา

ตรงกันข้ามกับเขาที่เป็นสามัญชนและไต่เต้าตัวเองด้วยความพยายามเพียงอย่างเดียว รูนนั้นเกิดมาเป็นขุนนางและมีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์อย่างน่ากลัว

มังกรที่เกิดมาด้วยช้อนเพชรวิเศษในปาก

แต่หลังจากที่ได้เห็นเนื้อแท้ในมังกรตัวนั้นแล้ว เขาก็ตระหนักว่ามันเป็นเพียงแค่เปลือกนอกที่น่าดูเท่านั้น

.

.

.

‘ภาวะไร้การปลุกมานา’

โทษประหารสำหรับจอมเวทย์ทุกคน

หลังจากรู้เรื่องนี้ ไฮเดลก็สงสัยว่ารูนจะยอมแพ้ในเวทมนตร์ในอีกไม่นาน

‘พวกขุนนาง’ ที่ไฮเดลรู้จักนั้นเป็นเช่นนี้

กลุ่มคนที่ไม่แน่วแน่จนถึงที่สุดและทิ้งอะไรไปง่าย ๆ หลังจากที่พยายามจนเบื่อแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้น

‘หืมม?’

รูนนั้นต่างออกไป

ใครก็ตามที่ตกลงอยู่ความสิ้นหวังและยอมแพ้ถ้าหากจู่ ๆ ก็กลายเป็น ‘จอมเวทย์พิการ’ จากที่เคยเป็น ‘จอมเวทย์อัจฉริยะ’

แต่เขาก็รอดมาได้ เหมือนกับที่วัชพืชยังคงอยู่แม้จะในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย

แม้แต่รูนจะทำเรื่องทั้งหมดนี้แล้ว แต่เขาก็ยังคงไม่มีหวัง

ในฐานะผู้สอน ไฮเดลรู้ว่าชีวิตของรูนในฐานะจอมเวทย์นั้นจบตั้งแต่ที่จะเริ่มเสียด้วยซ้ำ

ยิ่งคาดหวังและหวังไปเท่าใด มันก็ยิ่งโหดร้ายและผิดหวังมากเท่านั้น

แต่ถึงอย่างนั้นรูนก็ไม่เคยยอมแพ้

‘เพราะอะไรน่ะเหรอ?’

เขาเกิดมาเป็นขุนนางแต่ก็ไม่เหมือนขุนนาง

ไฮเดลคิดว่ารูนนั้นจะยอมแพ้เมื่อขาดพรสวรรค์ของเขาไป แต่เขากลับกลายเป็นคนที่พยายามอย่างหนักที่สุด

เหมือนกับตัวไฮเดลเอง

แค่สิ่งที่เขาเห็นในตัวรูนนั้นก็มากพอแล้วที่จะท้าทายความผิดหวังและอคติที่มีต่อเหล่าขุนนาง

.

.

จากนั้น 6 ปีก็ได้ผ่านพ้นไป

ไฮเดลแอบสังเกตความก้าวหน้าในการเติบโตของรูนจากห่าง ๆ เสมอ

บางครั้งก็เหมือนกับพ่อ บางครั้งก็เหมือนกับคนดูอยู่ห่าง ๆ

การได้มองดูชีวิตในโรงเรียนของรูนนั้นเป็นหนึ่งในความพอใจที่เรียบง่ายในชีวิตไฮเดล

แต่ในวันนี้

.

.

“ดูเขาสิ”

“หืม? นั่นมันรูนไม่ใช่เหรอ? เขาทำอะไรอยู่น่ะ?”

“ใครจะไปรู้ล่ะ…? เขาคิดจะมาต่อยตีแทนหลังจากทิ้งเวทมนตร์งั้นเหรอ?”

เขาบังเอิญได้เห็นรูนกำลังฝีก

เขาต่อยและเตะราวกับคนบ้าที่ไม่รู้จักพักผ่อน

เขาทำอย่างเป็นระบบและซ้ำไปซ้ำมา

นี่มันแตกต่างจากการฝึกกล้ามเนื้อทั่วไป

มันเหมือนกับว่าเขากำลังตั้งท่าเพื่อหาท่าที่สมบูรณ์ที่สุดในแต่ละครั้ง

ขณะที่สังเกตรูน ไฮเดลก็หรี่ตามอง

ในฐานะคนที่คอยดูรูนมาเป็นเวลานาน เขาบอกได้โดยสัญชาตญาณว่า

‘รูนเปลี่ยนไปแล้ว’

ไม่ว่าจะด้วยอะไร หรือที่ไหน แต่เขาก็เปลี่ยนไปแล้ว

ไฮเดลหันหลังกลับและเดินออกไปทันที

‘ชั้นควรจะบอกเขา’

มันเป็นเวลาที่หาเขียนจดหมายไปหาสหายเก่า

.

.

.

.

.

.

ทันทีที่การเตะ 100 ครั้งจบลง ผมก็ล้มและนั่งลงกับพื้น

“แฮ่ก…แฮ่ก…”

การหมุนเตะนั้นยากอย่างมาก

“ให้พยายามหมุนเตะทั้ง ๆ ที่เราไม่เคยคิดเรื่องเตะมาก่อนเนี่ยนะ”

ในตอนที่เตะ ขาซ้ายของผมนั้นเหมือนกับจุดหมุนที่ต้องอยู่อย่างมั่นคงขณะที่ขาขวาต้องรักษาความเร็วและพลัง

ต้องเตะออกไปแบบนี้เท่านั้นจำนวนในภารกิจถึงจะเพิ่มขึ้น

เขาใช้ความรู้สึกนี้เท่านั้นในการเตะ 100 ครั้งอย่างสมบูรณ์แบบและใช้เวลาหลายชั่วโมง

ด้วยเหตุนี้ เวลาจึงเลยผ่านเที่ยงคืนมาแล้วและไฟหอพักทั้งหมดเองก็ดับแล้ว

สายลมเยือกเย็นในเวลาเที่ยงคืนพัดเข้ามา แต่เสื้อผ้าของผมยังคงชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ

แม้จะเป็นอย่างนั้น ผมก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

“เสร็จแล้ว”

ต้นกำเนิดแห่งพลังไร้ขีดจำกัด…ภารกิจ

ภารกิจแรกสำเร็จแล้ว

.

.

.

.

ภารกิจทำซ้ำได้

เมื่อคุณกลายเป็นผู้เล่นที่เชื่อมโยงกับดราก้าผู้ทำลายล้างโลก คุณต้องฝึกฝนร่างกายเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเพิ่มพลัง

ต่อย : 100/100 (สำเร็จ)

เตะ : 100/100 (สำเร็จ)

หมุนเตะ : 100/100 (สำเร็จ)

ภารกิจสำเร็จ

ได้รับรางวัล

พละกำลังเพิ่มขึ้น 10

‘สกิล’ ถูกปลดล็อค

.

.

.

.

รางวัลนั้นคือการเพิ่มพละกำลังและ ‘สกิล’

“เดี๋ยวก่อน…นี่มันอะไรเนี่ย?”

คำถามใหม่เช่นเคย

“เอ๋?”

ผมรู้สึกว่ามีสิ่งของเล็ก ๆ ที่ไร้รูปร่างเข้ามาสู่กระแสเลือด

มันเหมือนกับมานาที่ไหลเวียนรอบวงแหวนมานาของผมอย่างมาก

แต่มันเป็นสิ่งที่ดั้งเดิมกว่านั้น

มันคือพละกำลัง

‘เราแข็งแรงขึ้นจริง ๆ’

ผมบอกไม่ได้อย่างแน่ชัดว่ามันต่างจากเดิมมากแค่ไหน แต่ผมก็รู้ว่าร่างกายตัวเองนั้นเบาขึ้น และผมก็มีพละกำลังเพิ่มขึ้น

ผมลุกขึ้นและลองต่อยและเตะอย่างเดิม และพบว่าผมทำมันได้ง่ายขึ้นและแม่นยำขึ้น

‘แรงที่ออกไปมันไม่เหมือนเดิม’

ความเร็ว แรงต้านอากาศ พลังทำลาย

ทุกปัจจัยให้ความรู้สึกที่ต่างจากเดิม

ใช่แล้ว

พลังกายของเขาเพิ่มขึ้นจริง ๆ

ถ้าเป็นแบบนั้นแล้ว แล้ว ‘สกิล’ ล่ะ?

ผมกลืนน้ำลายเบา ๆ และพูดออกมาเบา ๆ

“สกิล”

จบบทที่ ตอนที่ 4

คัดลอกลิงก์แล้ว