เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5

ตอนที่ 5

ตอนที่ 5


สกิล

คงง่ายกว่าถ้าจะคิดว่ามันเป็นรูปแบบหนึ่งของเวทมนตร์

แต่ถ้าเทียบกับเวทมตร์ที่ใครก็ใช้ได้ถ้าหากรับรู้ถึงมานาแล้ว สกิลคือพลังพิเศษสำหรับผม

ใช่แล้ว

มันมีไว้สำหรับผมคนเดียวเท่านั้น

ในหน้าต่างสกิลนั้นมีสกิลทั้งหมดสองสกิล

ผมเลือกอันแรก

.

.

.

.

วงแหวนพลัง

ติดตัว

มานาแทนที่ด้วยพละกำลัง

วงแหวนมานาแทนที่ด้วยวงแหวนพลัง

ทุกเวทมนตร์ของผู้เล่นตอนนี้จะได้รับผลจากพละกำลัง

ทุกความเคลื่อนไหวของผู้เล่นตอนนี้จะได้รับผลจากพละกำลัง

.

.

.

นี่คือคำอธิบายทั้งหมดที่ผมได้อ่าน แต่ผมก็อดแปลกใจเล็ก ๆ ไม่ได้

“แทนที่มานา…ด้วยพละกำลังงั้นเหรอ?”

มานา แก่นรากฐานที่จำเป็นสำหรับเวทมนตร์

มันปะปนอยู่ในอากาศ แต่มันเบากว่า แผดเผาง่ายยิ่งกว่า และถ้าหากมีสิ่งอื่นเจือปน มันจะสลายและหายไป

เป็นสสารที่จัดการได้ยากมาก

มันล้ำค่า ไม่ใช่เพราะมันหายาก แต่เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ควบคุมมันได้

จำเป็นต้องใช้งานมานาให้ได้เพื่อที่จะใช้มานาในการร่ายเวทย์

มานาเป็นทั้งจุดเริ่มต้นและจุดจบของจอมเวทย์

แต่แทนที่มานาด้วยอย่างอื่นงั้นหรือ?

ไม่ว่าจะเป็นจอมเวทย์ชั้น 1 ที่ต่ำที่สุดหรือยอดจอมเวทย์ชั้น 8 มานาก็เป็นสิ่งที่มิอาจแทนที่ด้วยสิ่งอื่นได้

“บ้าอะไรกันเนี่ย? มันไม่มีเหตุผลเลย…”

ผมพึมพำด้วยความสับสน แต่ผมก็รีบสลัดความคิดและดูวงแหวนมานาของตัวเอง

วงแหวนมานา สำหรับคนที่รู้สึกถึงมานาและค้นคว้าเกี่ยวกับมัน วงแหวนจะอยู่ในจุดที่ใกล้กับหัวใจ

มันเหมือนกับพื้นที่กักเก็บมานา

ไม่าเพียงเท่านั้น มันยังเป็นศูนย์กลางการร่ายเวทย์ที่ใช้เพื่อจุดและเพิ่มผลของมานา

และมันยังเพิ่มปริมาณมานาที่คนเราจะใช้ในแต่ละครั้ง และถ้าหากฝึกเวทมตร์มาแล้ว วงแหวนมานาก็จะเพิ่มขึ้นด้วย

ในเวลาที่ผ่านมา วงแหวนมานาของผมนั้นมีอยู่สี่วง

มันเป็นวงแหวนจำนวนที่เหนือกว่าคนรุ่นเดียวกันอย่างมาก แต่ในเมื่อผมปล่อยมานาออกมาไม่ได้ มันก็ไม่ต่างอะไรจากการไม่มีวงแหวนมานาอยู่เลย

แต่ในตอนนี้

“ไม่มีเลย…มันหายไปหมดแล้ว…”

วงแหวนมานาทั้งหมดของผมหายไป

ในจุดที่เคยมีวงแหวนอัดกันอยู่อย่างแน่นหนา ได้เกิดแถบสีแดงที่เปล่งแสงปรากฏขึ้น

มันเป็นสัญลักษณ์ที่หมายถึงความ ‘ไร้สิ้นสุด’

และที่กลาง ‘วงแหวน’ นี้ พละกำลังก็ตื่นตัวที่จะเข้าไป

“อะไร…นี่มันอะไรกัน?”

สถานการณ์บ้า ๆ นี่มันอะไร

จู่ ๆ วงแหวนมานาที่ผมใช้ทั้งหัวใจและจิตวิญญาณฟูมฟักมันขึ้นมาได้หายไปแล้ว

จอมเวทย์ที่ไม่มีวงแหวนมานาน่ะเหรอ?

เดี๋ยวสิ ตอนนี้ผมยังเป็นจอมเวทย์อยู่รึเปล่า?

“แล้วเวทมนตร์ของเราล่ะ…”

ผมเริ่มตื่นตระหนก ผมเริ่มรู้สึกมึนหัวเมื่อหัวใจเต้นแรงและความกลัวก็แล่นผ่านความเย็นมาถึงกระดูกสันหลัง

ผมสั่นด้วยความกลัว

กลัวที่ผมจะไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้อีกไปตลอดชีวิต

“โถ่โว้ย…บัดซบ”

มีเวลาไหนในชีวิตบ้างที่ผมรู้สึกอึดอัดขนาดนี้?

ผมหายใจเข้าลึกเพื่อพยายามจะทำใจให้เย็นลง

ถ้าหาก-

ถ้าหากผมใช้เวทมนตร์ไม่ได้อีกเลย…

ถ้าแบบนั้นผมก็…

“เฮ่อ…”

ผมหลับตา หายใจสั้น ๆ และยื่นมือออกไป

ผมพยายามร่ายเวทย์อย่างเคย มีบางอย่างที่น่าสนใจเกิดขึ้น

.

.

.

ขั้นแรกก็คือ เก็บมานาดิบที่กระจัดกระจายอยู่ในอากาศ

ขั้นที่สอง เพิ่มพลังของมานาที่รวบรวมมาผ่านวงแหวนมานา

ขั้นที่สาม ขึ้นรูปมานาที่เพิ่มพลังแล้ว

จากนั้นจึงจะปล่อยเวทย์ออกมาได้

นี่คือพื้นฐานที่เรียกว่า ‘กฎแห่งสาม’ พื้นฐานของเวทย์ทั้งมวล

แต่แล้ว

“นี่มัน…ได้ยังไงกัน?”

ผมได้พลิกรากฐานทั้งหมดบนหัวไป

เวทย์ที่ผมร่ายคือเวทย์สอง 2 วงแหวนพื้นฐาน ‘ลูกไฟ’

ทันทีที่ผมเริ่มร่าย วงแหวนมานาของผมก็…

ไม่สิ

วงแหวนใหม่ของผมเริ่มที่จะสะบัดไปมาอย่างควบคุมไม่ได้ และลูกไฟที่ลุกโชนก็โผล่ขึ้นมาเหนือฝ่ามือ

“นี่มัน…เร็วมาก”

รวบรวม เพิ่มพลัง ขึ้นรูป

ด้วยพละกำลังเพียงอย่างเดียว ผมได้ทะลวงผ่านขั้นตอนเหล่านี้ซึ่งตามปกติจะต้องใช้เวลา 10 วินาที

มันง่ายดาย

มันทั้งเร็วและง่าย

การลดเวลาร่ายเวทย์นั้นจะเพิ่มประสิทธิภาพของจอมเวทย์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด

“ทำไมมันถึงได้…”

ฟึ่บ!

แค่เหลือบมองทีเดียวก็บอกได้เลยว่าลูกไฟที่เกิดจากพละกำลังนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าลูกไฟที่เกิดจากมานา

‘แล้วเวทย์ประเภทอื่นล่ะ…?’

ผมทดลองกับเวทธาตุอื่น

น้ำ, ไฟ, ดิน, ลม

เวทมนตร์พื้นฐานทั้งสี่ตอบสนองแบบเดียวกัน

เวทย์ทั้งหมดก้าวข้ามสามขั้นตอนของการรวบรวม เพิ่มพลัง ขึ้นรูป และก่อตัวขึ้นมาเลยโดยตรง

ในความเร็วที่บ้าคลั่ง

‘เวทย์แบบอื่นก็ใช้ได้ด้วยวิธีเดียวกัน…’

เมื่อมานาแทนที่ด้วยพลังเท่านั้น ผมถึงทำเรื่องแบบนี้ได้ และวงแหวนมานาก็เปลี่ยนเป็นวงแหวนพลัง

ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมากนัก

ใช่แล้ว

ผมยังใช้เวทมนตร์ได้

ปลดปล่อยตัวเองจากสิ่งเหนี่ยวรั้งที่ชื่อว่ามานาและวงแหวนมานา เวทมนตร์แบบใหม่ได้เกิดขึ้นจากแหล่งพลังใหม่

กลายเป็นเวทมนตร์ที่มีแต่ผมเท่านั้นที่ใช้ได้

“นี่น่ะเหรอ…พลังของอาติแฟกต์”

ผมตื่นเต้นอย่างประหลาด

ผมหันไปมองหน้าต่างสกิล

จากนั้น

ผมก็ได้เห็น

.

.

.

จอมเวทย์คลั่ง

ติดตัว

วิธีใช้เวทมนตร์ที่ออกแบบโดยดราก้า ผู้มีปัญหาในการปล่อยมานา

คุณสามารถโจมตีศัตรูโดยการร่ายเวทย์จากภายในร่างกาย

.

.

.

โลกใบใหม่ได้เปิดให้ผมแล้ว

.

.

.

คุณสามารถโจมตีศัตรูได้โดยการอัดเวทมนตร์ใส่ตัวเอง

คุณไม่ได้รับผลจากเวทมนตร์ที่ตัวเองร่าย

พละกำลังจะเพิ่มพลังให้กับเวทมนตร์ของคุณ

เวทมนตร์ของคุณจะเพิ่มพลังทำลายตามความเสียหายกายภาพ

.

.

.

“อัดเวทมนตร์ในร่ายกายเพื่อโจมตีงั้นเหรอ?”

นี่คือเหตุผลที่ต้องใช้ ‘พละกำลัง’ แทนมานาสินะ

เหตุผลที่ภารกิจแรกคือการเตะและต่อย

ดราก้า ผู้ที่ปลดปล่อยเวทมนตร์ออกมาไม่ได้

เขาได้ต่อสู้โดยการอัดพลังเวทย์ใส่แขนและขาของตัวเอง

“ใครจะไปคิดเรื่องแบบนี้ได้กัน?”

ในตอนนั้นเองหน้าต่างภารกิจก็เริ่มสะท้อนแสง

.

.

“ภารกิจใหม่งั้นเหรอ?”

ผมอ่านมัน

.

.

.

ภารกิจ

ทดสอบวิธีการ

โดยใช้วงแหวนพลังและ ‘พละกำลัง’ ในการโจมตีเป้าหมายกายภาพ

โจมตีเป้าหมายกายภาพ : 0/1

* รางวัล : Strength +10

.

.

.

ภารกิจให้ใช้สกิลทำอะไรซักอย่าง

ลมหายใจอันตื่นเต้นของผมกลับคืนมาเป็นปกติ

หัวใจที่ลุกโชนด้วยไฟเองก็เย็นลงแล้ว

อนาคตที่ดูมืดมิดราวกับความว่างเปล่าได้เริ่มส่องประกายมาทีละน้อย

ทันทีที่ผมใจเย็นลง ผมก็เริ่มเห็นสิ่งใหม่

‘วิธีการนี้…เป็นเรื่องที่เราไม่เคยคิดมาก่อนเลย’

ถือเวทมนตร์ไว้ในมือและปล่อยกำปั้นมันออกไป

‘เราจะทำได้ไหมนะ?’

มันไม่ใช่การถามคำถามเล็กน้อยอย่าง

ผมจะเป็นจอมเวทย์ได้ไหม?

ผมจะแข็งแกร่งขึ้นได้ไหม?

ผมจะเป็นมหาจอมเวทย์ได้ไหม?

มันเป็นคำถามอย่าง ‘ผมจะเป็นจอมเวทย์ที่แข็งแกร่งที่สุดได้ไหม?’ ที่ยากแม้แต่จะจินตนาการต่างหาก

แน่นอนว่าคำตอบมันแน่อยู่แล้ว

‘ผมต้องทำมัน’

.

.

.

ด้วยลูกไฟในมือและก้อนน้ำแข็งในอีกมือ ผมยืนหน้าหุ่นไล่กา

หุ่นไล่กากับจมูกแปลก ๆ กับดวงตาที่ไม่ได้สร้างมาอย่างดีด้วยซ้ำนั้นมองผมกลับมาราวกับจะล้อเลียน

เพราะแบบนี้ ผมถึงไม่ลังเลที่จะปล่อยหมัดใส่เจ้าหุ่นไล่กาตรงหน้า

“มือซ้าย!”

ตู้ม!

ลูกไฟที่ถือในมือซ้ายระเบิดหัวหุ่นไล่กาและเผาหุ่นในทันทีที่สัมผัส

“มือขวา!”

ชิ้ง!

ก้อนน้ำแข็งในมือขวาแช่แข็งหุ่นไล่กาที่ลุกไหม้

และจากนั้น

เพล้ง!

หุ่นไล่กาที่ถูกแช่แข็งนั้นแตกเป็นล้านชิ้นเมื่อผมซัดด้วยหมัดเสริมพลัง

‘ว้าว’

เมื่อได้เห็นพลังอันไม่น่าเชื่อ ผมก็ผงะมาข้างหลัง

.

.

.

ภารกิจสำเร็จแล้ว

ได้รับรางวัล

Strength เพิ่มขึ้น 10

.

.

.

หุ่นไล่กาที่ล้อเลียนผมเมื่อวินาทีก่อนนั้นไม่เหลืออยู่อีกแล้ว

เหลือแค่เพียงกิ่งไม้ที่ติดไฟกับรอยไหม้ที่กระจายกับพื้น

“เราทำลายหุ่นไล่กานั่นได้…”

มันก็เป็นแค่หุ่นไล่กา ทำไมถึงผมถึงอ่อนไหวขนาดนี้กัน?

ผมรู้

เพราะสำหรับคนอื่น มันเป็นเพียงแค่หุ่นไล่กาธรรมดา

แต่สำหรับผม มันคือตัวตนที่แข็งแกร่งเกินกว่าผมจะทำได้แม้กระทั่งการสัมผัส

ตัวตนน่ารำคาญที่อยู่ไกลเกินระยะเวทมนตร์ของผมเสมอมา สิ่งที่ล้อเลียนผมอยู่ตลอดมา

ผมฝันถึงฝันมาตลอด 6 ปีที่อยู่ในโรงเรียน

ฝันว่าวันหนึ่ง ผมจะใช้เวทมนตร์โค่นเจ้าหุ่นไล่กานั่นไปให้ได้

จนถึงตอนนี้ ผมถูกหยุดในขั้น ‘ปลดปล่อย’ เวทย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แต่ในตอนนี้ ความฝันนั้นเป็นจริงแล้ว

ด้วยกำปั้นของผมเอง

“นี่คือ…เวทมนตร์ของดราก้า”

ผมจ้องมองซากหุ่นไล่กาด้วยดวงตาว่างเปล่า

ผมรีบหยิกตัวเองและขยี้ตา

มันไม่ใช่ฝัน

มันไม่ใช่ภาพหลอนเช่นกัน

ทั้งหมดคือความจริง

ผมล้มลงกับพื้นและตะโกน

“โว้ว”

ผมล้มลงเงยหน้ากับดินแข็ง ๆ

“...สวยจัง”

พระจันทร์สองแสงยามวิกาลในท้องฟ้ายามค่ำคืนช่างดูงดงามยิ่งกว่าที่เคยเห็นมา

แม้แต่พื้นดินแข็ง ๆ ก็รู้สึกเหมือนกับเตียงอันนุ่มนิ่ม

ได้เอนกายนอนแบบนี้ ร่างกายเริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยล้า

ควาามเหนื่อยล้าจากการออกกำลังวันนี้ ประกอบกับความเศร้าโศกในหกปีที่ผ่านมา ทั้งหมดทั้งมวลได้ถาโถมเข้ามาบนตัวผมราวกับน้ำตก

ดวงตาทั้งสองข้างหนักอึ้ง

ผมต้องตื่นขึ้น

ผมต้อง…

…ช่างเถอะ

คร่อกกกกก…

.

.

.

.

หลังจากตื่นนอนแล้วผมก็กลายเป็นคนดังขึ้นมาด้วยเหตุผลอื่น

“อะไรน่ะ? เจ้านั่นหลับอยู่นี่เหรอ?”

“ดูเหมือนว่าเขาจะฝึกตรงนี้จนถึงเช้าตรู่เลยนะ ชู่ว เขาหลับอยู่แน่ะ”

“เราปลุกเขาไม่ดีกว่าเหรอ?”

ผมคงต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ

ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน ให้นอนกลางดินแบบนี้…

“ไม่นะ…เขาตายแล้วเหรอ?”

“ไม่มีทาง โดนเวทย์สายฟ้าไปเขายังไม่เป็นอะไรเลย…โว้วว! รูน! ตกใจเป็นบ้า”

แต่ผมก็ลืมตาขึ้นมาราวกับไม่มีอะไรผิดปกติ

จากนั้นผมก็ลุกขึ้นเหยียดตัวและหักคอส่งเสียงกร๊อบแกร๊บ

“ทำไมทุกคนถึงมาอยู่ตรงนี้ล่ะ? ไม่เคยเห็นคนนอนข้างนอกกันรึไง?”

“ใช่ ชั้นเพิ่งเคยเห็นขุนนางนอนกลางดินทั้ง ๆ ที่มีหอพักดี ๆ ห่างออกไปอีก 100 เมตรก็วันนี้นี่แหละ”

บัดซบ

เถียงออกไปไม่ได้ด้วยสิ

“รูน นายเมารึไง?”

“หมายความว่าไงที่ว่าเมาน่ะ? ชั้นเหนื่อยก็เลยหลับไปแค่นั้นเอง”

มันดูเหมือนกับว่ามีคน 10 คนกำลังเค้นคอเอาอะไรบางอย่างจากผม

จากการที่ถูกมองเหมือนกับสัตว์หายาก สุดท้ายความอับอายก็เกิดขึ้นกับผมจนได้

ผมอยากจะขุดหลุมแล้วเข้าไปอยู่ในนั้น

แต่ผมก็เหนื่อยที่จะทำเป็นไม่ใส่ใจขณะที่เก็บข้าวของและเริ่มเดินไปทางหอพัก

“ยอดไปเลยนะ…ไม่ว่าจะมองทางไหนก็เถอะ”

“ว่าแต่ว่า หุ่นไล่กาที่พังนั่น…ฝีมือรูนเหรอ?”

“ไม่มีทางอยู่แล้วไม่ใช่รึไง”

คำพูดของพวกเขาแล่นเข้ามาถึงหูผม แต่ใครจะสนถ้าพูดถึงผมกันเล่า?

ถึงจะน่าแปลกที่รอยยิ้มบนริมฝีปากของผมไม่คิดจะหุบก็เถอะ

นานแค่ไหนกันนะที่ไม่ได้ตื่นมาแล้วสดชื่นแบบนี้?

ถ้าให้ตอบ นี่คงเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่เข้าโรงเรียนมา

ในตอนที่เดินเข้าห้องพัก เจสันเพื่อนร่วมห้องพักของผมก็ถามขณะที่กำลังแปรงฟัน

“โย่ รูน เมื่อวานนายไปนอนข้างนอกมาเหรอ?”

ใช่ ผมเดาว่ามันคือการนอน ‘ข้างนอก’ นะ

ผมยักไหล่แทนที่จะตอบเจสันไป

เจสันเองก็หรี่ตากับท่าทีของผม

“เอ๋? เดี๋ยวสิ นี่นายออกไปนอกโรงเรียนเหรอ? หรือว่า…ตายแล้ว! นายไปเจอผู้หญิงมาเหรอ? จนถึงเช้าเนี่ยนะ???”

.

.

.

เจสัน เดมอน

ลูกชายคนโตจากตระกูลเดมอนที่มีความมั่งคั่งจากการทำเหมืองเหล็ก

สำหรับผมที่พบเจอกับความยากลำบากในการเรียกคนในโรงเรียนว่า ‘เพื่อน’ แล้วนั้น เขาเป็นคนดี

เป็นไอบ้าเวรตะไลที่จะกระโดดข้ามรั้วโรงเรียนไปดื่มไวน์อย่างสนุกสนานกับผู้หญิงในตอนที่เบื่อ

บางครั้งก็มีคนว่ากันว่าเราจะสบายใจกับคนที่มีนิสัยตรงกันข้ามเสียมากกว่า

เจสันกับผมนั้นเองก็สบายใจกันในเทือกนั้น

“ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย!”

“ไอ้บ้านี่! สุดท้ายแกก็ตื่นขึ้นมาจากการโดนเวทย์สายฟ้า แล้วก็พูดว่า ‘ไม่นะ~ ชั้นจะตายแบบนี้ไม่ได้! ทุกวันที่ผ่านมาชั้นเอาแต่อ่านหนังสือ! ชั้นต้องกลายเป็นชายเต็มตัว!’”

“นี่แกพูดบ้าอะไรกันอยู่เนี่ย?”

“ยังไงล่ะ ท่านรูน รู้สึกยังไงบ้างหลังจากที่ได้กลายเป็นชายเต็มตัว?”

ผมไม่อยากจะคุยกับเขาอีกแล้ว

“ชั้นจะไปอาบน้ำ”

ผมเข้าห้องอาบน้ำกับผ้าเช็ดตัว

เจสันเองก็พึมพำเรื่อยไป

‘ใช่สิ นายต้องล้างตัวนั่นแหละนะ ลูบ ลูบ’

ไอ้นี่มันบ้าไปแล้วจริง ๆ

.

.

.

ซ่า!

ผมลอยในอ่างอาบน้ำที่เต็มไปด้วยน้ำอุ่น

“อา จริงด้วย”

ขณะที่ลอยตัว ผมนึกได้ว่าลืมดูภารกิจหลังจากที่ตื่นนอน

“ภารกิจ”

ผมยังไม่ชินกับหน้าต่างกึ่งโปร่งใสที่ปรากฏตรงหน้าเลย

ผมจะชินกับมันในซักวันใช่ไหม?

มันไม่ได้ต่างจากภารกิจจากเมื่อวานเท่าไหร่

แต่จะว่าไป มันก็มีจุดที่ต่างอยู่นะ…

.

.

.

ภารกิจทำซ้ำได้

ฝึกฝนร่างกาย I

เมื่อคุณเป็นผู้เล่นที่เชื่อมโยงกับดราก้าผู้ทำลายล้างโลก คุณต้องฝึกฝนร่างกายเพื่อเตรียมพร้อมกับการเพิ่มพลัง

ต่อย : 0/200

เตะ : 0/200

หมุนเตะ : 0/200

* รางวัล Strength +10

.

.

.

รางวัลยังคงเป็น ‘Strength +10’ เหมือนเดิม แต่จำนวนที่ต้องฝึกนั้นเพิ่มขึ้น

“เฮ่อ…ต้องเหนื่อยอีกแล้วสิ”

แต่ถึงอย่างนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าผมก็ไม่ได้หายไปในเร็ว ๆ นี้

จบบทที่ ตอนที่ 5

คัดลอกลิงก์แล้ว