- หน้าแรก
- เซียนพลังจิตในโลกไซเบอร์พังค์
- บทที่ 6 ความฝัน
บทที่ 6 ความฝัน
บทที่ 6 ความฝัน
ณ ห้องปฏิบัติการจิตเวช สถาบันวิจัยจิตวิทยาและปัญญาประดิษฐ์ที่ 3 พาลอเซอ
ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนเขากำลังฝัน
ในความฝัน เขาชื่อมาริโก เป็นวิศวกรระดับสามของ "คอนดิน แมนูแฟคเจอริ่ง" ชายวัยกลางคนที่หย่าร้างและมีลูกสาวหนึ่งคนที่เพิ่งเข้าเรียนมัธยม
ชีวิตแต่งงานที่ล้มเหลว การทำงานล่วงเวลาซ้ำซากจำเจ ร่างกายที่ทรุดโทรมลงเรื่อยๆ การตกงานกะทันหัน และกำหนดชำระหนี้สินมากมายที่จ่อคอหอย
ช่างเป็นชีวิตที่บัดซบจริงๆ
ชายหนุ่มคิดในใจ
แม้จะไม่มีเงิน เช่าห้องรูหนูราคาถูกในเขตเซินไถ ขับรถมือสองที่มีคนเคยตายคาเบาะ และรับจ็อบขนส่ง "น้ำตาล" ให้กับแก๊งปากอินทรี——ขนมหวานผสมสารเสพติดที่กำลังฮิตในหมู่ขี้ยาช่วงนี้
แต่เขาก็มีแฟนสาวแสนสวยชื่อเกรลี เกรลีรักเขามาก เหมือนกับที่เขารักเธอสุดหัวใจ
เหลือเชื่อจริงๆ ที่ผู้หญิงสวยขนาดนี้จะมาสนใจคนอย่างเขา โชคดีที่นี่ไม่ใช่แค่จินตนาการ แต่เป็นความจริง
ชายหนุ่มเริ่มคิดถึงเกรลีขึ้นมาตงิดๆ
เขาคิดถึงผมยาวสลวยของเธอ มันเป็นอวัยวะเทียมที่น่าทึ่งมาก เพราะมีเซลล์เม็ดสีที่เพาะเลี้ยงไว้ภายใน ทำให้เปลี่ยนสีผมได้ตามใจชอบ เขาชอบตอนเกรลีทำผมสีทองที่สุด สวยมาก เหมือนดวงดาวบนท้องฟ้าเลย
อาทิตย์ก่อนหลังจากที่พวกเขาวาดลวดลายกันอย่างดุเดือดในครัว เกรลีก็กระซิบข้างหูเขาด้วยลมหายใจกระเส่าว่า เธอจะประกาศความสัมพันธ์ของเราในงานวันเกิดพรุ่งนี้ และจะแนะนำเขาให้เพื่อนๆ รู้จัก——ชายหนุ่มจำได้ดีว่าตอนนั้นเขาดีใจแค่ไหน
ใช่แล้ว งานวันเกิด
แต่ทำไมพอเขาไปถึงงานวันเกิด เกรลีถึงมองเขาด้วยสายตาหวาดกลัวแบบนั้น? หรือของขวัญที่เตรียมไปจะไม่ถูกใจ? หรือเขาทำให้เธอผิดหวัง?
แล้วก็... บ้าเอ๊ย
ผู้ชายที่กอดเกรลีอยู่นั่นมันเป็นใคร? ไอสารเลว! ใครอนุญาตให้แกแตะต้องผู้หญิงของฉัน!
แล้วก็พวกคนพวกนั้น
"ก... แก..."
"ช... ช่วยด้วย! มันหิ้วหัวของเบอร์แฮงค์มา!"
"ตำรวจล่ะ?! รีบแจ้งกรมความมั่นคงเร็ว!"
"เวรเอ๊ย! ป้อมปืนกลอัตโนมัติอยู่ไหน! ทำไมยังไม่ยิง!"
หนวกหูชะมัด แล้วพวกมันพูดเรื่องบ้าอะไรกัน? ทำไมเขาฟังไม่รู้เรื่อง
อ้อ ใช่สิ
เกือบลืมไปเลยว่ากำลังฝันอยู่
ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มเปี่ยมสุข
โชคดีที่ทั้งหมดนี่เป็นแค่ของปลอม
ต้องเตรียมของขวัญชิ้นใหม่แล้ว งานวันเกิดของเกรลีสุดที่รัก เขาจะทำพังไม่ได้เด็ดขาด
งั้นก็ ตื่นจากฝันได้แล้ว
ต้องไปร่วมงานวันเกิดแล้ว
"ดัชนีสติปัญญาของเป้าหมายลดลงถึงจุดวิกฤต สามารถระบุทางการแพทย์ได้ว่าเป็น 'โรคไซเบอร์ไซโคซิส'"
นักวิจัยในชุดกาวน์จ้องมองกราฟบนหน้าจอแล้วตะโกนเสียงดัง
"เตรียมฉีดเอนไซม์พุ่งเป้า——"
นักวิจัยอีกคนรีบหยิบหลอดแก้วจากตู้แช่เย็น บรรจุลงในเข็มฉีดยา พร้อมส่งสัญญาณให้เพื่อนร่วมงานเปิดเครื่องปรับจูนสติปัญญา
เอนไซม์สังเคราะห์นี้ออกฤทธิ์ต่อวงจรประสาท จึงต้องฉีดเข้าที่ศีรษะโดยตรง ดังนั้นต้องถอดเครื่องปรับจูนสติปัญญา——หรือไอ้เครื่องที่หน้าตาเหมือนหมวกกันน็อกนั่น——ออกจากหัวเป้าหมายก่อน
นักวิจัยมีทั้งหมดห้าคน วิดานีและนักวิจัยชายคนนั้นจ้องมองจอแสดงผล
ส่วนอีกสามคนล้อมเข้ามา เตรียมฉีดเอนไซม์
"แต่ทำไมเจ้านี่ถึงนิ่งไปเลยล่ะ?" ใครคนหนึ่งถามขึ้นอย่างสงสัย
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การใส่เมมโมรี่ชิปที่ดึงมาจากพวกบ้าไซเบอร์เข้าไประหว่างการปรับจูน ผู้ทดลองมักจะคลุ้มคลั่งอย่างหนัก เกิดอาการแทรกซ้อนหลายอย่างรวมถึงบุคลิกแตกแยก
นั่นคือเหตุผลที่พวกเขามายืนล้อมเตรียมจับกดร่างผู้ทดลอง
แต่ครั้งนี้ พวกเขาสังเกตเห็นว่า
นอกจากเสียงคำรามสั้นๆ ในตอนแรก หลังจากนั้นเป้าหมายก็เงียบมาตลอด แทบไม่ขยับตัวด้วยซ้ำ
"เฮ้ย คอนนี่ นายไปเช็คข้อมูลทางกายภาพหน่อยสิ ฉันกลัวว่า..."
"วางใจเถอะ เมื่อกี้ฉันดูแล้ว ปกติดีทุกอย่าง——อย่างน้อยก็ทางร่างกายนะ"
ได้ยินดังนั้น อีกคนก็หัวเราะขัดขึ้น
"แต่สมองเป็นไงไม่รู้นะ หรือจะเป็นตัวอย่างหายาก? ถ้างั้นรอบนี้คงได้ผลงานชิ้นโบแดงแน่"
"ระวังปากหน่อย อย่าพูดเหมือนพวกนักวิทยาศาสตร์บ้าคลั่งในหนังจะได้ไหม" นักวิจัยที่ถือเข็มฉีดยาบ่น
"นี่เป็นสัญญาอาสาสมัครที่ถูกต้องตามกฎหมาย เราเป็นบริษัทการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ไม่ใช่คลินิกเถื่อนใต้ดินที่ลักลอบค้าอวัยวะ"
ระหว่างที่คุยกัน นักวิจัยที่เงียบมาตลอดก็ถอดเครื่องปรับจูนออกสำเร็จ แล้วถอนหายใจ:
"ถอดออกสักที ของเก่าคร่ำครึแบบนี้ใช้ยากชะมัด ถ้าโปรเจกต์นี้สำเร็จจริงๆ ต้องขอซื้อเครื่องรุ่นใหม่มาใช้บ้างแล้ว... ชิ สถาบันวิจัยชายขอบอย่างเรา งบประมาณน้อยจนน่าเกลียด"
"ว่าแต่ รอบนี้ใช้เมมโมรี่ชิปของใคร?"
"พวกแก๊งข้างถนนที่เสพติดตุ๊กตาเสมือนจริงน่ะ นายก็รู้ ไอ้พวกบริการสร้างตุ๊กตาเสมือนจริงตามข้อมูลที่ลูกค้าป้อนให้ เอาไว้บำบัดความใคร่ บริการรายเดือนของเจ้าดังๆ ในตลาดแพงหูฉี่เลยนะ"
"ได้ยินว่าตอนที่กรมความมั่นคงวิสามัญเขา ศพเกลื่อนไปสิบกว่าศพ โรงแรมงี้เลือดนองเต็มพื้นไปหมด"
"อืม เดี๋ยวฉันดูหน่อยว่าจะฉีดตรงไหน..."
เสียงของนักวิจัยขาดหายไปดื้อๆ
มือที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งคว้าท่อนแขนของเขาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
ชั่วพริบตาหนึ่ง นักวิจัยคนนั้นถึงกับตะลึงงัน
วินาทีก่อนหน้านั้น สายรัดโพลีเอไมด์ความแข็งแรงสูงเริ่มตึงเขม็ง วินาทีถัดมา มาริโกที่นอนอยู่บนแท่นก็ลืมตาโพลง กระชากสายรัดจนขาดสะบั้น แล้วลุกพรวดขึ้นมานั่ง
ก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว มาริโกก็คว้าแขนนักวิจัยไว้แน่น
เพื่อให้เหมาะกับงานวิศวกรระดับสาม มือทั้งสองข้างของมาริโกได้ถูกเปลี่ยนเป็นแขนเทียมรุ่น "แฮนด์ ออฟ แดดาลัส" ของบริษัทยักษ์ใหญ่ 【นานยู่เฮฟวี่อินดัสตรี】 ซึ่งเป็นแขนกลสำหรับงานวิศวกรรมที่เน้นการปรับแต่งเครื่องจักรหนัก
อวัยวะเทียมที่ควรจะถูกล็อกระบบไว้ บัดนี้กลับตื่นตัวเต็มที่
เมื่อเจอกับพละกำลังที่สามารถบิดเหล็กเส้นให้ขาดได้ แขนของนักวิจัยจึงไม่อาจขยับได้แม้แต่มิลลิเมตร เข็มฉีดยาหลุดจากมือ ตกลงพื้นเสียงดังแปะ
ได้ยินเสียงนั้น
มาริโกค่อยๆ หันหน้ามา จ้องมองนักวิจัยคนนั้นด้วยแววตาว่างเปล่า
จากนั้น บนใบหน้าของเขา
รอยยิ้มแห่งความสุขค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พวยพุ่งขึ้นมา
"พวกแก..."
"คิดจะขวางไม่ให้ฉันไปงานวันเกิดใช่ไหม?"
ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นเล็กน้อย
หน้าห้องน้ำ
เมื่อเห็นผู้เข้าแข่งขันที่ตัวเองแทงไว้โดนกระสุนดัมดัมเจาะกะโหลก ของเหลวหลากสีระเบิดกระจายเต็มจอ ชายร่างยักษ์ก็เดาะลิ้นอย่างหงุดหงิด แล้วปิดสตรีมมิ่งไลฟ์แบทเทิลรอยัลนั้นทิ้ง
เสียเงินฟรีไปอีกหนึ่งพันเครดิต
อาจเป็นเพราะเปิดโหมดความสมจริงไว้สูงเกินไป ประสาทสัมผัสเลยยังค้างคา แม้จะปิดสตรีมไปแล้ว แต่ชายร่างยักษ์ยังรู้สึกเหมือนได้กลิ่นคาวเลือดลอยมาเตะจมูก
"แม่ง ไม่น่าเปิดความสมจริงสูงขนาดนั้นเลย..."
ชายร่างยักษ์สะบัดหัว พยายามเรียกสติกลับมา
แต่แล้วเขาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้
เดี๋ยวสิ กลิ่นเลือดที่นี่...
——ไอ้ลูกหมานั่น คิดจะฆ่าตัวตาย?!
ชายร่างยักษ์โกรธจนหลุดหัวเราะ
ใช่ ที่นี่เป็นแค่สถาบันวิจัยชายขอบที่ไม่มีใครสนใจ แม้แต่หัวหน้าอย่างเคนก์ก็ได้ข่าวว่าพ่ายแพ้การเมืองภายในจนถูกเนรเทศมาที่นี่
แต่ถึงยังไง ที่นี่ก็เป็นสถาบันวิจัยสาขาของ 【เฟยชุ่ยฟาร์มาซูติคอล】 ตราบใดที่หัวยังไม่หลุด พวกเขาก็ยื้อชีวิตคนกลับมาได้แน่!
แต่ในสถานการณ์แบบนี้ โทษฐานละเลยหน้าที่อย่างร้ายแรง เขาคงหนีไม่พ้นแน่
"ไอ้ลูกหมา แกทำฉันโมโหจริงๆ แล้วนะ!"
ชายร่างยักษ์ยกปืนไฟฟ้าขึ้นประทับบ่าทันที แล้วพุ่งพรวดเข้าไปในห้องน้ำ
เขากระชากประตูห้องแรกออก พอเห็นว่าว่างเปล่า ก็รีบเปิดห้องถัดไป
ห้องที่หนึ่ง, สอง, สาม...
ไม่นาน เขาก็มาถึงห้องสุดท้าย
เมื่อเห็นสัญญาณเตือนว่า "มีคนใช้งาน" เขาแค่นหัวเราะเย็นชา มือขวาที่เผยให้เห็นโครงกระดูกโลหะสีดำกำลูกบิดแน่น แล้วออกแรงกระชาก เสียงเหล็กบิดงอดังแสบแก้วหู ประตูห้องน้ำบิดเบี้ยวผิดรูปด้วยตาเปล่า
ตามด้วยเสียงดังสนั่น ประตูทั้งบานถูกกระชากหลุดออกมาดื้อๆ!
"ออกมานะโว้ย——"
ภายในห้องว่างเปล่า
วินาทีที่เห็นภาพนั้น ชายร่างยักษ์ชะงักกึก
แทบจะพร้อมกันนั้นเอง จากด้านหลังประตูที่บิดเบี้ยว ซ่งสือที่ซ่อนตัวแนบสนิทอยู่กับบานประตูด้านในก็ดีดตัวออกมา พุ่งเข้าชนชายร่างยักษ์ที่กำลังตะลึงงันอย่างดุดัน!
(จบบท)