เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 การเชื่อมต่อทางกายภาพ

บทที่ 2 การเชื่อมต่อทางกายภาพ

บทที่ 2 การเชื่อมต่อทางกายภาพ


【โปรแกรมปลดล็อกอวัยวะเทียม "ไวร์ลีด" กำลังประมวลผล ความคืบหน้า 32%】

หากมีใครแอบมองหน้าจอเทอร์มินัลส่วนตัวของซ่งสือในขณะนี้ ก็จะเห็นแถบความคืบหน้านี้ปรากฏอยู่ด้านบนสุดอย่างชัดเจน

หน้าที่เดียวของโปรแกรมนี้คือการปลดล็อกระบบอวัยวะเทียม

โรคส่วนใหญ่ทำร้ายแค่ตัวเอง โรคส่วนน้อยทำร้ายผู้อื่น

แต่ในบรรดาโรคทั้งหมด โรคไซเบอร์ไซโคซิส คือสิ่งที่ทำร้ายผู้อื่นได้อย่างร้ายกาจที่สุด ข่าวคนบ้าไซเบอร์เปลี่ยนถนนทั้งสายให้กลายเป็นหนังสยองขวัญเกรดสามเลือดสาด ไม่เคยขาดหายไปจากหน้าสื่อของเมืองปาโลเซอร์

ด้วยเหตุนี้ ทันทีที่ก้าวเข้าสู่สถาบันวิจัย อวัยวะเทียมของอาสาสมัครทุกคนจึงถูกล็อกระบบ เหลือเพียงฟังก์ชันพื้นฐาน และถูกตัดขาดจากการเชื่อมต่อเครือข่าย

เพียงแต่สถาบันวิจัยแห่งนี้ไม่ใช่หน่วยงานที่ขึ้นตรงกับบริษัทยักษ์ใหญ่ 【เฟยชุ่ยฟาร์มาซูติคอล】 เสียทีเดียว มันเป็นเพียงสถาบันวิจัยระดับล่างที่ค่อนข้างชายขอบ ทรัพยากรที่มีจึงจำกัด

ประกอบกับแม้ 【เฟยชุ่ยฟาร์มาซูติคอล】 จะเป็นยักษ์ใหญ่ด้านวิศวกรรมชีวภาพและการแพทย์ แต่เทคโนโลยีเครือข่ายไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาเชี่ยวชาญนัก

ดังนั้นในสายตาของซ่งสือ โปรแกรมล็อกระบบระดับนี้จึงดูหยาบโลนไปหน่อย

เมื่อเทียบกับการรุกรับข้อมูลข่าวสารบนเครือข่ายแล้ว การใช้พลังจิตอันมหาศาลถล่มโจมตีทางกายภาพจนอีกฝ่ายย่อยยับ คือสิ่งที่ซ่งสือถนัดกว่า หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ทักษะด้านเครือข่ายของซ่งสืออยู่ในระดับพอถูไถเท่านั้น

——เพียงแต่

แม้ซ่งสือจะไม่เก่งเรื่องสงครามข้อมูล แต่เขารู้จักคนเก่งๆ มากพอ

สำหรับเหล่ายอดแฮกเกอร์ผู้แหวกว่ายอยู่นอก "ไฟร์วอลล์มิติเครือข่าย" ใน 【อาบิส】 หรือเครือข่ายชั้นล่าง ผู้มีคุณสมบัติท้าทายบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ยืนตระหง่านเสียดฟ้ามองลงมายังเบื้องล่าง สามารถยึดครองเครือข่ายของเมืองทั้งเมืองได้ด้วยตัวคนเดียว... การมีพันธมิตรที่มีพลังรบซึ่งหน้าแข็งแกร่งอย่างเขา ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย

เมื่อคลุกคลีอยู่กับคนระดับนั้น อย่างน้อยวิสัยทัศน์ของซ่งสือก็ไม่มีปัญหา

และด้วยเทคนิคพิสดารที่เหล่าแฮกเกอร์ระดับเทพถ่ายทอดให้เป็นครั้งคราว หรือโปรแกรมส่วนตัวที่ให้มาเป็นค่าตอบแทน ทำให้สไตล์การต่อสู้บนเครือข่ายของเขากลายเป็นวิถีนอกรีต——เปรียบได้กับ "การดวลดาบที่แอบซ่อนปืนคาบศิลาไว้ในด้าม พออีกฝ่ายชักดาบ เขาก็ยิงสวน"

กับระดับยอดฝีมืออาจจะไม่ได้ผลนัก แต่ถ้าเจอกับพวกมือสมัครเล่นหรือระดับกลางๆ รับรองว่าได้ผลชะงัดนักแล

ดังนั้น

แม้จะไม่มีโมดูลเครือข่ายและอวัยวะเทียมที่เคยมีในอดีต แต่การล็อกระบบระดับนี้ก็หยุดเขาไม่ได้ โปรแกรม "ไวร์ลีด" นี้คือมาตรการรับมือที่ซ่งสือคัดสรรมาจากความทรงจำ ซึ่งเหมาะสมกับสถานการณ์ตอนนี้ที่สุด

บรรทัดโค้ดรัวเร็วปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

เขียนสดตรงนี้เลย

อีกอย่าง

ใครบอกว่านี่เป็นของที่ซ่งสือใช้คนเดียว?

• ·····

"โย่ คนของบริษัท... ถึงเวลาขนาดนี้แล้ว ยังไม่ยอมถอดคราบมนุษย์เงินเดือนออกอีกเหรอ?"

ในเวลาเดียวกันกับที่โปรแกรม "ไวร์ลีด" กำลังคอมไพล์ ซ่งสือก็เอ่ยปากขึ้น

ในสายตาของซ่งสือ ชายวัยกลางคนในชุดสูทเรียบร้อย มือที่ประสานแน่นเผยให้เห็นความเป็นโลหะอย่างชัดเจน และท้ายทอยที่มีพอร์ตเชื่อมต่อสมองในสถานะปิดอยู่ เมื่อรวมกับอวัยวะเทียมที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกาย อัตราการดัดแปลงร่างกายน่าจะไม่ต่ำกว่า 30%

ในปาโลเซอร์ นี่คือการแต่งกายแบบฉบับของ "คนบริษัท" มีเพียงความสามารถจากอวัยวะเทียมเท่านั้นที่ตอบโจทย์งานบริษัทได้ มนุษย์ธรรมชาติที่ร่างกายสะอาดบริสุทธิ์อย่าหวังว่าจะได้เข้าทำงานบริษัทเลย แม้แต่เป็นแรงงานเถื่อนในโรงงานก็ยังไม่มีสิทธิ์

แน่นอน ถ้าชายคนนี้ถือกระเป๋าเอกสารสีดำอีกสักใบ ก็คงจะครบสูตร

แต่การแต่งตัวแบบนี้ไม่ควรมาอยู่ที่นี่

ที่นี่ไม่ใช่ตึกระฟ้าหรูหราที่เปิดไฟสว่างไสวตลอดคืนในเขตเซ็นทรัลหรือเขตไป๋เหมิน ที่นี่คือโซนอาสาสมัครของสถาบันวิจัยจิตวิทยาและปัญญาประดิษฐ์ที่ 3 พาลอเซอ เป็นที่พักของพวกหนูทดลองที่กำลังจะถูกส่งเข้าห้องเชือด

แต่เมื่อได้ยินคำพูดของซ่งสือ ชายคนนั้นยังคงนิ่งเฉย

เขายังก้มหน้า ประสานมือแน่น ไม่พูดไม่จา

"ไม่พูดงั้นเหรอ?"

ซ่งสือเว้นจังหวะ ก่อนจะพูดต่อ

"ดูสภาพนายตอนนี้สิ พ่อคนบริษัท..."

"พูดตามตรงนะ ด้วยสภาพจิตใจของนายตอนนี้ ฉันไม่คิดว่านายจะมีโอกาสรอดไปได้หรอก"

เมื่อได้ยินประโยคนี้ ชายคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นในที่สุด

ดวงตาขวาที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นตาจักรกลมีเส้นเลือดแดงก่ำ บริเวณขมับมีเส้นผมจับตัวเป็นก้อน เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ดูแลตัวเองมาหลายวัน ผิวหนังบางส่วนซีดขาวผิดปกติ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาข้างเคียงของการหยุดใช้สารกระตุ้นบางชนิด น่าจะหยุดมาไม่ต่ำกว่าครึ่งเดือน

แต่วินาทีนี้ สีหน้าของชายคนนั้นดูน่ากลัวยิ่งนัก

เขาจ้องเขม็งไปที่ซ่งสือ เสียงแหบพร่ายลอดไรฟัน:

"ถ้าพล่ามอีกคำเดียว ฉันจะดึงลิ้นแกออกมาผูกโบว์ แล้วยัดกลับลงไปในกระเพาะแกซะ ไอ้เด็กเวร หุบปากเน่าๆ ของแกเดี๋ยวนี้"

"เหอะ"

ซ่งสือไม่หลบสายตา กลับจ้องตอบอย่างท้าทาย

"อย่าบอกนะว่านายไม่รู้ว่า 'กลุ่มอาการต่อต้านทางจิตจากการปลูกถ่าย' มันคือตัวบัดซบอะไร มีวันไหนบ้างที่หนังสือพิมพ์ปาโลเซอร์ไม่ลงข่าวคนบ้าไซเบอร์ไล่ฆ่าคน? หรือนายไม่เคยแทงหวยล็อตเตอรี่คนตาย?"

"เหอะ ได้ข่าวว่าห้องดับจิตของกรมความมั่นคงเปิด 'นิทรรศการศพแยกชิ้นส่วน' ได้แล้วมั้ง! ฮ่า! แล้วทีนี้ นายจะบอกฉันว่าโรคไซเบอร์ไซโคซิสเนี่ย มันรักษาได้งั้นเหรอ?"

ซ่งสือแค่นหัวเราะ

"ฉันไม่เรียกว่า 'หมาบริษัท' ก็ถือว่าให้เกียรติมากแล้วนะ! นายเป็นคนบริษัท อย่าบอกนะว่าไม่รู้ว่าพวกบริษัทมันชอบทำเรื่องสวะๆ อะไรบ้าง!"

"อ๊ะ ไม่สิ" ซ่งสือหยุดพูดกะทันหัน

เหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้

"ฉันขอโทษสำหรับคำพูดเมื่อกี้ ลืมไปว่าตอนนี้นายคงไม่รู้เรื่องของบริษัทแล้วจริงๆ ไม่งั้นคงไม่มาเป็นหนูทดลองเหมือนฉันหรอก"

ซ่งสือตบหน้าผากตัวเอง ส่งยิ้มเยาะเย้ยไปให้:

"——ฉันพูดถูกใช่ไหม ท่าน 'อดีตคนบริษัท' ผู้ทรงเกียรติ?"

คำพูดนี้เหมือนไปกระตุกหนวดเสือเข้าอย่างจัง

ชายคนนั้นลุกพรวดขึ้น มือข้างหนึ่งคว้าคอเสื้อซ่งสือแล้วยกตัวลอยขึ้นมา แม้ระบบอวัยวะเทียมจะถูกล็อกเหลือแค่ฟังก์ชันพื้นฐานเพราะการทดลองใกล้จะเริ่ม แต่แขนจักรกลโลหะผสมที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังเทียม ก็ยังแข็งแรงพอที่จะหักคอคนธรรมดาได้สบายๆ

ซ่งสือไม่ขัดขืน เพียงแค่จ้องตาชายคนนั้นกลับ

ราวกับการวัดใจ

ผ่านไปครู่ใหญ่ กำปั้นของชายคนนั้นก็ไม่ได้ถูกส่งออกไป เขาปล่อยมือจากคอเสื้อซ่งสือ แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตามเดิม

ซ่งสือจัดคอเสื้อให้เข้าที่ แล้วนั่งลงเช่นกัน

ทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนเดิมเดินเข้ามา ชายร่างยักษ์สูงร้อยแปดสิบเซนติเมตร สวมชุดเกราะกันกระสุนที่ดูแฟบลงเพราะถอดแผ่นเซรามิกออก ใบหน้ามีรอยสักวงจรไฟฟ้าสีเงิน ดวงตาทั้งสองข้างเรืองแสงสีแดง เห็นได้ชัดว่าเป็นตาเทียม

เขาก้าวเข้ามาในห้อง กวาดสายตามองไปรอบๆ เห็นได้ชัดว่าได้ยินเสียงเอะอะเมื่อครู่

"คุยอะไรกันอยู่เหรอครับเนี่ย? ครึกครื้นเชียว"

ชายร่างยักษ์ขยับปืนไฟฟ้าในอ้อมแขน พูดด้วยน้ำเสียงดัดจริตเกินจริง

"เวลาแบบนี้แล้ว ยังไม่รีบทบทวนชีวิตตัวเองอีกเหรอ?"

สายตาของเขาไล่มองซ่งสือกับชายคนนั้นหัวจรดเท้า ก่อนจะแค่นหัวเราะ

"ยังมีอารมณ์มาเล่นกันอีก? ผมล่ะนับถือพลังงานเหลือเฟือของพวกคุณจริงๆ"

ซ่งสือกับชายคนนั้นมองเจ้าหน้าที่รปภ.ด้วยสายตาเย็นชา ไม่ตอบคำ

"ฮ้า น่ากลัวจัง หวังว่าเดี๋ยวพวกคุณจะรักษาความเก๋าแบบนี้ไว้ได้ตตลอดนะ"

ชายร่างยักษ์ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ยิ้มกวนประสาท กวาดตามองรอบห้องอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ก่อนจะเดินออกไป

เมื่อเจ้าหน้าที่รปภ.จากไป เสียงของชายคนนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง

"ฮึ นายพูดถูก"

ชายคนนั้นประสานมือ ก้มหน้าลงตามเดิม

"อดีตคนบริษัท หึ... อดีตพนักงานที่ถูกไล่ออกจนตรอก ฉันไม่มีเหตุผลที่จะต้องโมโหจริงๆ"

โดยเฉพาะกับไอ้เด็กเวรจากเขตเซินไถที่กำลังจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน

ชายคนนั้นกลืนประโยคหลังลงคอ

เขาถอนหายใจในใจ กำลังจะก้มหน้าลงอีกครั้ง แต่จู่ๆ ก็เห็นมือข้างหนึ่งยื่นมาตรงหน้า

เจ้าของมือนั้นพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า

"ซ่งสือ"

ชายคนนั้นแปลกใจเล็กน้อย ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่ได้ยื่นมือไปจับ แต่เอ่ยออกมาสั้นๆ ว่า

"...มาริโก"

"นายต้องการอะไร?"

มาริโกชะงักไปนิดหนึ่ง เหมือนจะนึกขึ้นได้ เสียงแหบพร่ายเอ่ยว่า

"อย่ามาพล่ามเรื่อง 'อยากหาคนคุยด้วยก่อนตาย' เชียวนะ ตั้งแต่ฉันสอบเข้าวิทยาลัยเทคนิคในเครือ 'คอนดิน แมนูแฟคเจอริ่ง' ตอนอายุสิบสอง คำพูดพวกนี้ก็หลอกฉันไม่ได้แล้ว"

"จริงๆ นายก็ไม่ได้พูดผิดหรอก แต่ถูกแค่ครึ่งเดียว"

สีหน้าของซ่งสือเปลี่ยนเป็นจริงจัง เสียงเข้มขึ้น

"ฉันกำลังคิดเรื่อง 'ก่อนตาย' จริงๆ นั่นแหละ"

"นายมาที่นี่เพื่ออะไร? อย่าบอกนะว่าเพื่อตัวเอง"

ซ่งสือสูดหายใจเข้าลึกๆ เหมือนกำลังดำดิ่งสู่ความทรงจำบางอย่าง น้ำเสียงเบาลง

"ฉันมาจากสถานสงเคราะห์โรมันด์ เด็กกำพร้าในโครงการจัดสรรของรัฐบาลสหพันธ์... เรื่องหลังจากนั้นช่างมันเถอะ ก็แค่เรื่องซ้ำซากจำเจ"

"สรุปคือ ตามสัญญานี้ เงินจะถูกโอนเข้าบัญชีกลางของสถานสงเคราะห์"

"นายกลัวว่าจะมีคนจ้องงาบเงินก้อนนี้?" มาริโกขัดขึ้น สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย

"เดี๋ยว อย่าบอกนะว่านายจะให้ฉันช่วยจัดการให้?"

"ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องว่าเราจะรอดจากการทดลองบ้าๆ นี่ได้ไหม ต่อให้ฉันรอดจริงๆ ทำไมฉันต้องช่วยนายจัดการเรื่องไร้สาระพวกนี้ด้วย?"

ชายคนนั้นแค่นยิ้ม

"แค่เพราะ 'มิตรภาพ' อันน้อยนิดของหนูทดลองสองตัวที่มานั่งปรับทุกข์กันก่อนตายงั้นเหรอ? ถ้างั้นนายก็น่าสมเพชกว่าที่ฉันคิด"

"ไม่ต้องให้นายจัดการทั้งหมด" ซ่งสือพูดเรียบๆ

"นายแค่ต้องแน่ใจว่าเงินมากกว่าสองในสามถูกใช้ไปกับสถานสงเคราะห์จริงๆ เป็นค่าตอบแทน นายเอาส่วนแบ่งไปได้เลยสองหมื่นเครดิต"

"อีกอย่าง นี่ไม่ใช่คำขอฝ่ายเดียว"

ซ่งสือส่ายหน้าช้าๆ จ้องมองชายคนนั้น

"ไม่มีใครไม่อยากมีชีวิตอยู่ ถึงโอกาสสูงที่เราจะกลายเป็นคนบ้าไซเบอร์ตายกันหมดที่นี่ แต่ใครจะไปรู้อนาคต? ไม่แน่สุดท้ายฉันอาจจะฟลุ๊กรอดไปก็ได้ ใครจะรู้?"

"นายเองก็มีเรื่องต้องจัดการข้างหลังเหมือนกันใช่ไหมล่ะ ไม่งั้นเราคงไม่มาเจอกันที่นี่" ซ่งสือเสนอ

"มาทำข้อตกลงกัน ถ้าตายหมดก็จบกันไป แต่ถ้าไม่ว่าใครก็ตาม มีคนใดคนหนึ่งรอดไปได้ คนนั้นต้องช่วยจัดการเรื่องของอีกฝ่าย"

"แน่นอนว่ามีค่าตอบแทน"

ซ่งสือจ้องตามาริโก

"ถ้าให้ทำฟรีๆ ต่างฝ่ายต่างก็คงไม่เชื่อใจกันหรอก"

มาริโกเงียบไปครู่หนึ่ง

เขายืดตัวขึ้นนั่งตรง พิจารณาเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างละเอียดเป็นครั้งแรก นานทีเดียวกว่าจะเอ่ยปาก

"เด็กอย่างนาย... มาตายที่นี่น่าเสียดายจริงๆ"

"ถ้านายได้เข้าบริษัท นายต้องไปได้ไกลกว่าฉันแน่" ชายคนนั้นส่ายหน้า ยิ้มเยาะตัวเอง

"อย่างน้อยก่อนจะโดนสูบเลือดสูบเนื้อจนหมดค่า นายคงมีชีวิตที่สุขสบายทีเดียว ดีกว่ามาเป็นหนูทดลองที่นี่แน่ๆ"

เขาหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง สูดหายใจลึก

"ตอนนี้เราเชื่อมต่อเน็ตไม่ได้ จะเซ็นสัญญายังไง? แค่สัญญาปากเปล่ามันเชื่อถือไม่ได้หรอกนะ"

ซ่งสือเหลือบมองด้านบนของอินเทอร์เฟซส่วนตัว ที่นั่นมีข้อความขึ้นว่า 【โปรแกรม "ไวร์ลีด" คอมไพล์เสร็จสมบูรณ์ พร้อมใช้งาน】

ดังนั้น ซ่งสือจึงยื่นมือซ้ายออกมา ดึงสายดาต้าลิงก์ออกจากพอร์ตโลหะที่ข้อมือ แล้วมองไปที่มาริโก

"การเชื่อมต่อทางกายภาพไง"

ซ่งสือพูดช้าๆ

"ใช้การยืนยันตัวตนส่วนบุคคลของเราเซ็นสัญญา ต่อให้ไม่มีบริการพยานจาก 'อั้นจิงเครดิต' ก็มีผลทางกฎหมายเหมือนกัน"

【อั้นจิงเครดิต】 คือหนึ่งในเก้าบริษัทยักษ์ใหญ่แห่ง 【สันนิบาตองค์กร】 เช่นเดียวกับ "เฟยชุ่ยฟาร์มาซูติคอล" แต่ต่างกันตรงที่ขอบเขตธุรกิจของรายแรกคือ แพลตฟอร์มเครดิต, การลงทุนเชิงพาณิชย์, บริการทางการเงิน และการควบคุมตลาด

การเซ็นสัญญาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในเวลาเช่นนี้ ทั้งสองฝ่ายไม่มีอารมณ์มาเล่นลิ้นวางกับดักในตัวอักษร

และซ่งสือก็ได้รู้เรื่องราวของมาริโก——หลังจากยืนยันว่า 【ไวร์ลีด】 ถูกฝังผ่านการเชื่อมต่อทางกายภาพสำเร็จแล้ว เขาก็มีเวลาเหลือเฟือที่จะฟังเรื่องเล่าของอีกฝ่าย

สองเดือนก่อน ในฐานะวิศวกรระดับสามของ "คอนดิน แมนูแฟคเจอริ่ง" มาริโกโดนหางเลขจากสภาพตลาดที่ย่ำแย่ในช่วงสองปีมานี้ แผนกที่เขาสังกัดถูกยุบทั้งแผนก หัวหน้าฝ่ายบุคคลก็เลยจัดการส่งเขาและเพื่อนร่วมงานอีกโขยงใหญ่เข้าสู่สถานะ "ว่างงานอย่างยืดหยุ่น" ไปโดยปริยาย

เนื่องจากติดสัญญาห้ามทำงานแข่งกับบริษัทเก่า มาริโกจึงไม่สามารถหางานในสายเดิมได้ภายในหนึ่งปี เดิมทีเขารับจ๊อบเถื่อนนิดๆ หน่อยๆ บวกกับเงินชดเชยจากคอนดินฯ ก็พอถูไถไปได้ แต่น่าเสียดายที่เมื่อเดือนก่อน การล้มละลายของบริษัทมหาชนแห่งหนึ่งได้ทำลายทุกอย่าง

มาริโกถือหุ้นของบริษัทนี้อยู่

บริษัทมหาชนที่เน้นผลิตเครื่องจักรอุตสาหกรรมหนักแห่งนี้เคยรุ่งเรืองมาก แต่ด้วยข่าวฉาวภายในและการตัดสินใจที่ผิดพลาดหลายครั้ง ทำให้กระแสเงินสดขาดสภาพคล่องมานานแล้ว เพียงแต่ถูกปกปิดไว้——จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ทุกอย่างก็ปิดไม่มิดอีกต่อไป

หลายคนถึงเพิ่งตระหนักด้วยความตกตะลึงว่า บริษัทที่มีชื่อเสียงคุ้นหูในวงการแห่งนี้ กลายเป็นเพียงเปลือกกลวงๆ มาตั้งนานแล้ว ส่วนคณะกรรมการบริหารระดับสูงก็ชิงเทขายหุ้นหนีไปก่อน ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพัง

เมื่อพวกเขาบุกไปถึงตึกสำนักงานใหญ่ ก็พบเพียงหุ่นยนต์บริการลูกค้าที่เอาแต่พูดประโยคเดิมซ้ำๆ

แต่เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับมาริโก เขาเป็นเพียงคนที่ตื่นมาในเช้าวันรุ่งขึ้น เตรียมจะแกะซองครีมโปรตีนรสวาซาบิทาน แล้วได้ยินข่าวร้าย จากนั้นพอกดดูพอร์ตหุ้น ก็พบว่าเงินก้อนโตที่ลงไปกลายเป็นเศษกระดาษ

เดิมทีเรื่องนี้อาจเรียกได้ว่า "เจ็บหนัก" แต่ยังไม่ถึงขั้น "ดิ่งลงเหว"

แต่ทั้งหมดนี้อยู่บนสมมติฐานที่ว่า มาริโกยังมีตำแหน่งวิศวกรระดับสามรองรับอยู่

ไม่ว่าจะเป็นหนี้ผ่อนบ้าน หรือหนี้ผ่อนชำระอวัยวะเทียมที่ซื้อมาเพื่ออัพเกรดตัวเองให้ทำงานได้ดีขึ้นในอดีต รวมไปถึงลูกสาวที่เพิ่งสอบเข้าโรงเรียนมัธยมในเครือบริษัทซึ่งค่าเทอมแพงหูฉี่ ทั้งหมดนี้กลายเป็นแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวถาโถมเข้ามาในพริบตา

ส่วนเรื่องกู้เงินเพิ่ม

มาริโกตกงาน ทรัพย์สินที่มีมูลค่าลดฮวบ เครดิตสกอร์ส่วนบุคคลร่วงลงสองระดับ สถาบันการเงินในระบบไม่มีทางปล่อยกู้ให้แน่นอน

ส่วนพวก "สินเชื่อด่วนทันใจ, กู้ชีพฉุกเฉิน, เงินกู้หรรษา" ที่แฝงตัวอยู่ตามเว็บโป๊ มาริโกไม่กล้าแม้แต่จะคิด เบื้องหลังเงินกู้นอกระบบพวกนี้คือแก๊งมาเฟีย ดอกเบี้ยโหดนรกแตก และถ้าจ่ายไม่ไหว——

ตอนนี้มาริโกยังพอมีความหวังว่ายาตัวใหม่ของสถาบันวิจัยนี้อาจจะได้ผลจริงๆ อย่างมากถ้าพลาดก็แค่เขาตายคนเดียว

แต่ถ้าคืนเงินกู้มาเฟียไม่ได้ เขาอาจโดนควักเครื่องในไปขายใช้หนี้ หรือโดนจับไปทำเป็น "ช่างเทคนิคซอมบี้" ที่ไร้สติสัมปชัญญะ ส่วนลูกสาวถ้าโชคดีก็คงโดนจับไปเป็นตุ๊กตายางมีชีวิต

แต่ถ้าโชคร้าย ไปเจอบางคนที่มีรสนิยมวิปริต จับไปดัดแปลงร่างกายแปลกๆ นั่นแหละคือนรกบนดิน ตายทั้งเป็นของจริง

ดังนั้นมาริโกจึงเลือกมาที่นี่

อย่างน้อยที่นี่ก็เป็นสถาบันวิจัยในเครือ 【เฟยชุ่ยฟาร์มาซูติคอล】 หนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่สูงสุดของ 【สันนิบาตองค์กร】 บริษัทใหญ่ยังไงก็น่าเชื่อถือกว่าพวกมาเฟีย... ใช่ไหม?

ซ่งสือไม่ได้พูดอะไร

ในชีวิตก่อน เขาไม่ได้โลดแล่นในเขต 【สันนิบาตองค์กร】 มากนัก แต่ก็เคยอยู่อาศัยเป็นเวลานานพอสมควร ถึงขั้นเคยรับงานจากบริษัทยักษ์ใหญ่เข้าร่วมสงครามระหว่างองค์กรด้วยซ้ำ เรื่องราวทำนองนี้ ซ่งสือเห็นมาจนชินชา

การล่มสลายของบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง อาจเป็นแค่ข่าวพาดหัวไม่ถึงสัปดาห์ แต่จะมีใครรู้บ้างว่า ในซากปรักหักพังของตึกระฟ้าที่ถล่มลงมา จะมี "แมลงสาบ" กี่ตัวที่ต้องบ้านแตกสาแหรกขาด วิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น?

แม้ปากจะบอกว่ารังเกียจการ "หาคนปรับทุกข์ก่อนตาย" แต่พอได้ระบายออกมา สีหน้าของมาริโกก็ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงอ่อนลง และยังเล่าประสบการณ์ในอดีตของตัวเองให้ฟังอีกด้วย

เพียงแต่ซ่งสือรู้อยู่แก่ใจ

——อีกไม่นาน มาริโกจะต้องตายที่นี่

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 2 การเชื่อมต่อทางกายภาพ

คัดลอกลิงก์แล้ว