เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 การต้อนรับระดับวีไอพี

บทที่ 47 การต้อนรับระดับวีไอพี

บทที่ 47 การต้อนรับระดับวีไอพี


บทที่ 47 การต้อนรับระดับวีไอพี

"คุณพระช่วย! เทียบเชิญเขียนด้วยลายมือท่านข้าหลวง! เจ้าหัวโล้นนี่เป็นใครกันแน่!"

ผู้ดูแลประจำประตูจวนข้าหลวงเห็นลายมือของเจ้านายทุกวี่ทุกวัน มีหรือจะจำไม่ได้

ยิ่งบวกกับตราประทับสีแดงสดอันเป็นเอกลักษณ์ ยิ่งยืนยันได้ว่าเป็นของจริงแท้แน่นอน

ขาแข้งของมันอ่อนเปลี้ยจนแทบจะลงไปกองกับพื้นในบัดดล

กว่าจะตั้งสติฉีกยิ้มที่ดูน่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้ออกมาได้ ก็ปาเข้าไปครู่ใหญ่ "เอ่อ... ท่านผู้นี้ ในเมื่อท่านมีของสำคัญเช่นนี้ ทำไมไม่รีบเอาออกมาตั้งแต่แรกล่ะขอรับ?"

หลินอิงเซียงผายมือออกทั้งสองข้าง ทำหน้าซื่อตาใส "ก็โยมไม่ได้ถามหาจากอาตมานี่นา!"

"เพ้ย!"

ผู้ดูแลตบปากตัวเองฉาดใหญ่ ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ "ท่านโปรดรอสักครู่ ข้าน้อยจะรีบเข้าไปเรียนท่านข้าหลวงเดี๋ยวนี้!"

ไม่นานนัก ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม ก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบตามหลังผู้ดูแลคนเดิมออกมาจากจวนข้าหลวง

หลิวรองที่ยืนอยู่ข้างๆ พอเห็นชายอ้วนผู้นี้เข้า ก็ถึงกับสูดหายใจเฮือก "พ่อบ้านใหญ่เฉา!"

พ่อบ้านใหญ่เฉาผู้นี้มีศักดิ์เป็นถึงหลานชายแท้ๆ ของข้าหลวงเฉา เป็นบุคคลระดับมือขวาที่มีอำนาจล้นฟ้าในจวนข้าหลวง เป็นรองก็แค่ท่านข้าหลวงเพียงคนเดียว

ข้าหลวงเฉาอายุมากแล้วและไม่มีบุตร จึงรักและเอ็นดูหลานชายคนนี้ประดุจลูกในไส้

แม้แต่นายอำเภอจากหัวเมืองต่างๆ มาพบ ยังต้องยอมก้มหัวให้เขาถึงสามส่วน

'ท่านอาจารย์มีเส้นสายระดับนี้เชียวหรือ? ถึงขนาดทำให้พ่อบ้านใหญ่เฉาต้องออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง?'

ทันทีที่เห็นเทียบเชิญในมือของหลินอิงเซียง พ่อบ้านใหญ่เฉาก็รีบเอ่ยถาม "ขออภัย ท่านคือปรมาจารย์หลิงอินแห่งวัดเหลยอินใช่หรือไม่ขอรับ?"

หลินอิงเซียงยิ้มรับ "ถูกต้องแล้ว อาตมาเอง"

"เพียะ!"

สิ้นคำตอบ พ่อบ้านใหญ่เฉาก็หันขวับไปตบหน้าผู้ดูแลคนนั้นฉาดใหญ่โดยไม่ลังเล เล่นเอาแก้มของมันแดงเถือกเป็นรอยนิ้วมือ

"ไอ้ตาถั่ว! กล้าดียังไงมาเสียมารยาทกับแขกคนสำคัญที่ท่านข้าหลวงเชิญมาด้วยตัวเอง? สงสัยจะอยากได้เงินจนหน้ามืดตามัวไปแล้วสิท่า!"

'ข้าจะไปตรัสรู้ได้ไงวะว่าเป็นแขกวีไอพี! ก็ไอ้กฎต้องจ่ายส่วยค่าผ่านทางเนี่ย ท่านพ่อบ้านไม่ใช่เรอะที่เป็นคนตั้งขึ้นมา? ส่วนแบ่งก้อนโตท่านก็เขมือบไปหมด ข้าได้แค่เศษเงินไม่กี่แดงเองนะโว้ย!'

ผู้ดูแลได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจด้วยความคับแค้น แต่ปากกลับไม่กล้าปริปากบ่น ได้แต่ก้มหน้ารับกรรม "เป็นข้าน้อยเองที่มีตาหามีแววไม่ ขอท่านพ่อบ้านใหญ่โปรดลงโทษ!"

"ฮึ! ต่อไปไม่ต้องมาเฝ้าประตูแล้ว ตาถั่วขนาดนี้ ย้ายไปตักส้วมหลังจวนนู่นไป!"

พ่อบ้านใหญ่เฉาด่ากราดระบายอารมณ์เสร็จ ก็หันมาหาหลินอิงเซียง ปรับสีหน้ายิ้มแย้มประจบประแจงราวกับรู้จักกันมาเป็นสิบปี

"ท่านปรมาจารย์หลิงอิน บ่าวไพร่ในจวนไม่รู้ความ บังอาจล่วงเกินแขกคนสำคัญ ข้าลงโทษมันเช่นนี้ ท่านพอใจหรือไม่ขอรับ?"

"ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นหรอกโยม เขาแค่ไม่รู้จักอาตมา ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร"

หลินอิงเซียงถอนหายใจเบาๆ "เพียงแต่คนของจวนท่าน ควรจะอบรมมารยาทให้ดีกว่านี้สักหน่อย เอะอะก็จะสั่งทุบตีชาวบ้านจนขาหัก การกระทำเช่นนี้รังแต่จะสร้างศัตรูให้ท่านข้าหลวงเปล่าๆ นะ"

คิดจะรังแกท่านเจ้าอาวาสแล้วลอยนวลไปเฉยๆ งั้นเรอะ? ฝันไปเถอะ!

ท่านเจ้าอาวาสผู้นี้ความจำดี (และเจ้าคิดเจ้าแค้น) นะจะบอกให้!

แน่นอนว่าพ่อบ้านใหญ่เฉาไต่เต้าขึ้นมาถึงตำแหน่งนี้ได้ ไม่ใช่แค่เพราะเป็นหลานท่านข้าหลวง แต่เพราะความหัวไวรู้ทันคน

พอได้ยินคำพูดของหลินอิงเซียง เขาก็เข้าใจความหมายแฝงได้ทันที

"ท่านปรมาจารย์โปรดวางใจ บ่าวไพร่ในจวน ข้าจะอบรมสั่งสอนให้อย่างดีขอรับ!"

พ่อบ้านใหญ่เฉาโบกมือวูบเดียว องครักษ์กลุ่มหนึ่งก็กรูเข้ามา ลากตัวผู้ดูแลที่กำลังร้องโอดโอยออกไปทันที

แม้จะไม่ได้ระบุบทลงโทษชัดเจน แต่ดูจากสภาพแล้ว จุดจบคงไม่สวยงามแน่นอน

"สมกับเป็นท่านอาจารย์! ไม่เพียงเข้มงวดกับตนเอง แต่กับศัตรูก็เด็ดขาดไม่แพ้กัน! แค่พูดไม่กี่คำ ก็เชือดคนได้โดยไม่ต้องเปื้อนเลือด! นี่สินะวิถีแห่งยอดคน ไม่ใช่แค่ใช้กำลังเข้าว่าอย่างเดียว!"

หลิวรองแอบยกนิ้วโป้งให้ในใจ พร้อมจดบันทึกวิชา 'ศิลปะการเชือดนิ่มๆ' ลงในคัมภีร์ชีวิตของตัวเองอีกหนึ่งบท

จากนั้น พ่อบ้านใหญ่เฉาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หันมายิ้มหวานให้หลินอิงเซียง "ท่านปรมาจารย์หลิงอิน ท่านข้าหลวงกำลังรอท่านอยู่ที่โถงรับรอง เชิญตามข้ามาทางนี้เลยขอรับ!"

เขานำทางหลินอิงเซียงเข้าไปในจวน พร้อมชี้ไปที่หลิวรองที่เดินตามหลังมา "เด็กๆ พาคนรับใช้ของท่านปรมาจารย์ไปพักผ่อนที่เรือนรับรอง ดูแลเรื่องอาหารการกินอย่าให้ขาดตกบกพร่อง!"

หลิวรอง อดีตหัวหน้าพรรคกระทิงเถื่อน ผู้ฝึกยุทธระดับขอบเขตหลังกำเนิด บัดนี้กลายสภาพเป็นคนรับใช้เต็มตัว แต่เจ้าตัวกลับยิ้มแก้มปริ รีบเดินตามคนรับใช้ไปอย่างว่าง่าย

ส่วนคนที่ต่อแถวอยู่ด้านนอก ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

"เมื่อกี้ข้าดูไม่ผิดใช่ไหม? นั่นมันพ่อบ้านใหญ่เฉาแห่งจวนข้าหลวงไม่ใช่เรอะ? ไอ้หัวโล้นนั่นเป็นใครกันแน่ ถึงขนาดทำให้พ่อบ้านใหญ่ต้องออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง?"

"ไม่ได้ยินเหรอ? นั่นคือท่านปรมาจารย์หลิงอินแห่งวัดเหลยอิน! ช่วงนี้ดังระเบิดเถิดเทิงในอำเภอไป๋เหอเลยนะ ได้ข่าวว่าลูกชายนายอำเภอเย่ยังไปฝากตัวเป็นศิษย์เลย!"

"มาถึงปุ๊บก็ได้เข้าพบท่านข้าหลวงปั๊บ ขนาดเจ้าสำนักระดับขอบเขตก่อนกำเนิดคนอื่นๆ ยังไม่ได้รับเกียรติขนาดนี้เลย ท่านปรมาจารย์หลิงอินผู้นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ!"

......

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่ไปทั่ว แม้ว่าสำนักส่วนใหญ่ในสามอำเภอจะเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ หรือแก๊งอันธพาลแบบหลิวรอง

แต่ในบรรดาสำนักนับสิบแห่ง ก็ยังมีสำนักที่มีของจริงอยู่บ้าง

เจ้าสำนักบางคนถึงขั้นทะลวงผ่านขอบเขตหลังกำเนิด เข้าสู่ระดับขอบเขตก่อนกำเนิดแล้วด้วยซ้ำ

ในระดับอำเภอเล็กๆ ของอาณาจักรชีสุ่ย ผู้ฝึกยุทธระดับขอบเขตก่อนกำเนิดถือเป็นตัวตนที่น่าเกรงขามอย่างยิ่ง

ต้องไม่ลืมว่าอาณาจักรชีสุ่ยเป็นเพียงแคว้นระดับ 'จื่อเจวี๋ย' (บรรดาศักดิ์ย่อย) มีพื้นที่ปกครองแค่เจ็ดอำเภอ หากเทียบกับแคว้นใหญ่ๆ ก็มีขนาดเท่ากับเมืองระดับมณฑลเมืองเดียวเท่านั้น

แม้แต่หัวหน้าหน่วยปราบมารและสำนักตรวจการประจำชีสุ่ย ผู้ที่มีวรยุทธ์สูงสุดก็ยังอยู่แค่ระดับขอบเขตก่อนกำเนิด

ในดินแดนบ้านนอกคอกนาแห่งนี้ ขอแค่ไม่แกว่งเท้าหาเสี้ยน ระดับขอบเขตก่อนกำเนิดก็สามารถเดินเบ่งได้ทั่วเมืองแล้ว

แต่ถึงกระนั้น แม้แต่เจ้าสำนักระดับขอบเขตก่อนกำเนิดเหล่านั้น ก็ยังไม่เคยได้รับสิทธิพิเศษขนาดนี้

พ่อบ้านใหญ่เฉาออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง ท่านข้าหลวงรอพบเป็นคนแรก

นี่มันอภิสิทธิ์ชนระดับไหนกัน?

หรือว่าท่านปรมาจารย์หลิงอินแห่งวัดเหลยอิน จะมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ที่เหนือชั้นกว่าจริงๆ?

หลินอิงเซียงเดินตามพ่อบ้านใหญ่เฉาเข้ามาจนถึงโถงรับรองหลัก หรือที่คนยุคปัจจุบันเรียกว่าห้องรับแขก

ณ ที่นั้น ข้าหลวงเฉาผู้ปกครองสามอำเภอ ได้สั่งให้คนเตรียมน้ำชาชั้นดีรอต้อนรับหลินอิงเซียงอยู่ก่อนแล้ว

เมื่อเห็นหลินอิงเซียงเดินเข้ามา ขุนนางใหญ่ผู้กุมอำนาจล้นฟ้าผู้นี้กลับไม่มีท่าทีถือตัวแม้แต่น้อย เขาลุกขึ้นยืนและเดินตรงเข้ามาหาหลินอิงเซียงด้วยตัวเอง

"ท่านปรมาจารย์หลิงอิน ได้ยินกิตติศัพท์มานาน วันนี้ได้พบตัวจริงเสียที! พอได้เห็นท่านกับตา ข้าถึงได้รู้ว่านายอำเภอเย่พูดไว้ไม่ผิดเลย ท่านช่างมีบุคลิกของยอดคนผู้หลุดพ้นทางโลกจริงๆ!"

ข้าหลวงเฉาจับมือหลินอิงเซียงเขย่าอย่างสนิทสนม ราวกับเพื่อนเกลอที่ไม่ได้เจอกันมานาน แล้วจูงมือพามานั่งที่เก้าอี้รับรอง

"มาๆๆ เชิญนั่ง ท่านปรมาจารย์อุตส่าห์เดินทางมาไกล ให้เกียรติคนแก่อย่างข้าจริงๆ เดี๋ยวข้าจะสั่งให้จัดโต๊ะจีนชุดใหญ่เลี้ยงต้อนรับท่านให้สมเกียรติ แต่ตอนนี้ขอใช้ชาแทนเหล้า คารวะท่านสักจอกก่อน!"

จบบทที่ บทที่ 47 การต้อนรับระดับวีไอพี

คัดลอกลิงก์แล้ว