- หน้าแรก
- ระบบพุทธขจัดมารปราบผี? ขอหนีไปสึกดีกว่า!
- บทที่ 38 ขึ้นเขา!
บทที่ 38 ขึ้นเขา!
บทที่ 38 ขึ้นเขา!
บทที่ 38 ขึ้นเขา!
เจ้าหมาป่ามารจันทร์ทมิฬที่มีขนาดตัวเท่าสุนัขโกลเด้นธรรมดา แต่ทว่าศักยภาพในการพัฒนาของมันนั้นกลับมหาศาลนัก
ในภายภาคหน้า ต่อให้มันเติบโตจนกลายเป็นสัตว์วิญญาณพิทักษ์ขุนเขา ระดับวิบัติ ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
แม้ว่ารางวัลภารกิจในครั้งนี้จะไม่ถือว่ามากมายอะไร หลินอิงเซียงได้รับเพียงสิทธิ์การสุ่มรางวัลระดับต้นเพียงหนึ่งครั้ง
แต่เห็นได้ชัดว่าหลินอิงเซียงพึงพอใจกับผลลัพธ์ในครั้งนี้เป็นอย่างมาก
"ฝ่าหลิง เจ้ากับหมาป่ามารจันทร์ทมิฬตนนี้มีวาสนาต่อกันแต่ปางก่อน นับจากนี้ไปก็ให้มันเป็นพาหนะให้เจ้า คอยเดินตรวจตราในหุบเขา และนำทางให้กับผู้ศรัทธาที่ขึ้นมาบนเขาเถิด!"
หลังจากจัดการเรื่องหมาป่ามารจันทร์ทมิฬเรียบร้อยแล้ว หลินอิงเซียงจึงหันกลับไปมองเด็กหนุ่มจากกองตรวจการแห่งต้าโจวด้วยสายตากึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง
ภายใต้เนตรธรรม ไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดสายตาไปได้ ตัวตนและความเป็นมาของเด็กหนุ่มผู้นี้ถูกหลินอิงเซียงมองทะลุปรุโปร่งจนหมดสิ้น
ทว่าเจ้าตัวกลับยังไม่รู้ตัวว่าถูกหลินอิงเซียงมองออกจนหมดเปลือก ในเวลานี้สมองของเขาหมุนเร็วรี่ กำลังขบคิดว่าจะใช้ข้ออ้างอะไรมาตบตาให้ผ่านพ้นไปได้
"ท่านนี้คงจะเป็นปรมาจารย์หลิงอินแห่งวัดเหลยอินสินะขอรับ?"
สมองของเด็กหนุ่มแล่นเร็ว และคิดข้ออ้างได้ในทันที "ผู้น้อยติดตามท่านปู่มา เดิมทีตั้งใจจะขึ้นเขามาสักการะในวันพรุ่งนี้ แต่ผู้น้อยนิสัยรักสนุก จึงเผลอหลงเข้ามาในป่าลึกกลางดึก ไม่คิดว่าจะมาเจอปีศาจดุร้ายเช่นนี้เข้า
หากไม่ได้ท่านปรมาจารย์ยื่นมือเข้าช่วยไว้ทันเวลา เกรงว่าวันนี้ผู้น้อยคงต้องตกตายอยู่ในปากของปีศาจเสียแล้ว
บุญคุณช่วยชีวิตของท่านปรมาจารย์ ผู้น้อยจดจำไม่ลืมเลือน!"
หลินอิงเซียงยังคงมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตากึ่งยิ้มกึ่งบึ้งเช่นเดิม "หึหึ เรื่องราวแปลกประหลาดพิสดารในโลกนี้อาตมาเห็นมาไม่น้อย แต่ผู้ศรัทธาที่สามารถทำร้ายหมาป่ามารจันทร์ทมิฬได้ อาตมาเพิ่งจะเคยเจอเป็นครั้งแรก"
เมื่อได้ยินประโยคนี้ เด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือก ในใจร้องแย่แล้ว
จริงด้วย ผู้ศรัทธาธรรมดาๆ จะไปทำอันตรายหมาป่ามารจันทร์ทมิฬที่ดุร้ายได้อย่างไร นี่คือจุดพิรุธที่ใหญ่ที่สุด!
"ตระกูลของผู้น้อยทำการค้าขาย มักจะต้องเดินทางรอนแรมไปทั่ว โลกภายนอกอันตราย ย่อมต้องเตรียมของวิเศษไว้ป้องกันตัวบ้าง..."
ความคิดในหัวของเด็กหนุ่มยังคงหมุนติ้ว พยายามหาเหตุผลมาโต้ตอบ
แต่หลินอิงเซียงโบกมือห้ามเสียก่อน "ซีเหมินอวี้ถัง สายลับหน่วยสดับลมขั้นเหลือง แห่งกองตรวจการราชวงศ์ต้าโจว!"
น้ำเสียงของหลินอิงเซียงไม่ได้ดังมากนัก แต่เมื่อตกกระทบโสตประสาทของเด็กหนุ่มซีเหมินอวี้ถัง มันกลับดังก้องราวกับเสียงฟ้าผ่า
เขารู้ตัวแล้วว่าฐานะของเขาถูกเปิดเผยแล้ว
อีกฝ่ายถึงขั้นเอ่ยชื่อแซ่ของเขาออกมาได้ถูกต้องชัดเจน เห็นได้ชัดว่าได้ตรวจสอบเบื้องลึกเบื้องหลังของเขามาจนหมดสิ้นแล้ว
จะแก้ตัวไปอีกจะมีประโยชน์อันใด?
กองตรวจการแห่งต้าโจว ในฐานะที่เป็นหนึ่งในสามหน่วยงานใหญ่ของราชวงศ์ ชื่อเสียงในยุทธภพกลับไม่ค่อยสู้ดีนัก และไม่เป็นที่ต้อนรับของสำนักนิกายทางยุทธธ์ต่างๆ ที่กำลังเรืองอำนาจขึ้นมาในปัจจุบัน
เพราะกองตรวจการแห่งต้าโจว คือหน่วยงานที่หากินกับการสืบความลับชาวบ้าน
และในใต้หล้านี้ คงไม่มีใครชอบให้ความลับของตนถูกคนอื่นล่วงรู้
"เจ้าหัวโล้นนี่จะทำอย่างไร? สั่งสอนข้าสักยก? จับข้าไปข่มขู่ท่านปู่? หรือจะฆ่าปิดปากทิ้งเสีย?"
ในใจของเด็กหนุ่มซีเหมินอวี้ถัง ได้เตรียมใจรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้แล้ว
เขาไม่กลัวตาย ในกองตรวจการมีหลักสูตรฝึกสอนโดยเฉพาะ ว่าด้วยการรับมือเมื่อทำงานพลาดและต้องเผชิญกับการข่มขู่หรือทรมาร
ไปจนถึงวิธีปลิดชีพตนเองอย่างรวดเร็วเพื่อหนีจากการถูกศัตรูทรมาน แม้ซีเหมินอวี้ถังจะอายุน้อย แต่เขาก็รู้วิธีเหล่านี้มากกว่าหนึ่งวิธี
แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายของเขาก็คือ เจ้าหัวโล้นตรงหน้ากลับไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเกรี้ยว ท่าทีของเขายังคงสงบนิ่งเหมือนก่อนหน้านี้ ราวกับว่าสำหรับเขาแล้ว คนของกองตรวจการแห่งต้าโจว ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับผู้ศรัทธาที่มาไหว้พระบนเขาทั่วไป
"อมิตาพุทธ ประสกไม่ต้องมองอาตมาเป็นพวกมารนอกรีตพวกนั้นหรอก อาตมาไม่ทำร้ายเจ้าหรอก"
หลินอิงเซียงกล่าวเรียบๆ "เจ้าบอกว่ามากับท่านปู่ของเจ้าใช่หรือไม่? ดูท่าทางเจ้าเองก็คงตัดสินใจอะไรไม่ได้ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน พรุ่งนี้เช้าอาตมาต้องต้อนรับผู้ศรัทธาที่มาไหว้พระ หากปู่ของเจ้าอยากรู้อะไร ก็ให้เขามาหาอาตมาที่วัดตอนเที่ยง
อย่าไปรบกวนผู้ศรัทธาที่ขึ้นมาไหว้พระ พวกเขาเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น อยากรู้อะไร ให้มาถามอาตมาโดยตรง!"
จากนั้น หลินอิงเซียงก็พาฝ่าหลิงและหมาป่ามารจันทร์ทมิฬที่เพิ่งสยบมาได้หันหลังเดินจากไป
คราวนี้ กลับกลายเป็นซีเหมินอวี้ถังที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตก
เขาคาดไม่ถึงเลยว่า อีกฝ่ายจะปล่อยเขาไปง่ายดายเช่นนี้
เจ้าหัวโล้นนี่ ไม่รู้ความน่ากลัวของสามหน่วยงานใหญ่แห่งราชวงศ์ต้าโจว หรือว่าเป็นเพราะมั่นใจในตัวเองสูงส่ง ต่อให้รู้ว่าตนสังกัดกองตรวจการ ก็ยังไม่เห็นอยู่ในสายตา?
ซีเหมินอวี้ถังรู้สึกหนักอึ้งในใจ เดิมทีเขาต้องการพิสูจน์ฝีมือให้ปู่เห็น จึงได้ลอบขึ้นมาสำรวจวัดเหลยอินในยามวิกาล
แต่คิดไม่ถึงว่าจะซวยซ้ำซ้อน เจอหมาป่ามารจันทร์ทมิฬไม่พอ ยังมาจ๊ะเอ๋กับเจ้าหัวโล้นแห่งวัดเหลยอินเข้าอย่างจัง แถมยังถูกอีกฝ่ายกระชากหน้ากากเปิดเผยตัวตนได้ในพริบตา
สำหรับสายลับหน่วยสดับลมที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี นี่นับเป็นเรื่องที่น่าขายหน้าอย่างที่สุด
ซีเหมินอวี้ถังกลับมายังที่พักของตนกับปู่ด้วยความรู้สึกหดหู่ สภาพมอมแมมดูไม่ได้
ชายชราที่เดิมทีหลับไปแล้ว ตอนนี้กลับนั่งอยู่ที่โต๊ะ สูบยาเส้นจากกล้องยาสูบพ่นควันปุ๋ยๆ ราวกับชาวนาแก่ๆ ตามชนบททั่วไป
เมื่อเห็นซีเหมินอวี้ถังเดินคอตกเข้ามา ชายชราราวกับคาดเดาได้ล่วงหน้า ไม่ได้มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย "เป็นไง ไปกินของขมมาล่ะสิ? ปู่บอกแล้วว่าตบะของเจ้าหนูอย่างเจ้าน่ะยังห่างชั้นนัก!"
ซีเหมินอวี้ถังตกใจมาก "ท่านปู่ ท่านไม่ได้..."
"ทำไม นึกว่าปู่หลับไปแล้วรึ?"
ชายชราหัวเราะ หึหึ "ก็บอกแล้วไงว่าตบะของเจ้ายังห่างชั้น แยกแยะไม่ออกด้วยซ้ำว่าปู่หลับจริงหรือแกล้งหลับ
หากปู่ไม่ใช่ปู่ของเจ้า แต่เป็นศัตรู ป่านนี้ฐานะของเจ้าคงถูกเปิดโปงไปตั้งนานแล้ว!"
หากเป็นเมื่อก่อน ซีเหมินอวี้ถังคงต้องเถียงปู่สักสองสามคำ
แต่ตอนนี้ ในสถานการณ์ที่เพิ่งได้รับความกระทบกระเทือนใจอย่างหนักเมื่อคืน เขาได้แต่ก้มหน้ารับคำวิจารณ์ของปู่แต่โดยดี
"เอ๊ะ? เจ้าหนูอย่างเจ้าไม่เถียงคำไม่ตกฟาก? นี่ไม่ใช่นิสัยเจ้านี่นา!"
ชายชราแปลกใจเล็กน้อย วางกล้องยาสูบในมือลงข้างกาย "ดูท่าคืนนี้เจ้าจะเจอของแข็งเข้าให้จริงๆ ไหนลองเล่ามาอย่างละเอียดซิ ให้ปู่ดูหน่อยว่าปรมาจารย์หลิงอินแห่งวัดเหลยอินผู้นั้น แท้จริงแล้วเป็นคนเช่นไร!"
ซีเหมินอวี้ถังตะลึงงัน "ท่านปู่ ท่านจงใจปล่อยข้าออกไป เพื่อให้ข้าไปเจอพระหลิงอินนั่นหรือ?"
"ก็แน่อยู่แล้ว รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งนี่นา!"
ชายชรายิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับจิ้งจอกเฒ่า ดวงตาหรี่ลง "ปรมาจารย์หลิงอินผู้นั้นมักจะซื้อใจผู้คน แสดงออกด้วยความเมตตาอารี ต่อให้เจ้าหนูอย่างเจ้าพลาดท่าไปตกอยู่ในมือเขา เขาก็คงไม่ลำบากเจ้ามากนักหรอก อีกอย่างปู่ของเจ้าก็ไม่ได้แก่กะโหลกกะลานะ! หากเจ้าเจออันตรายจริงๆ ปู่ย่อมต้องลงมือช่วยอยู่แล้ว"
ซีเหมินอวี้ถังถึงได้รู้ซึ้งว่า ตนเองยังห่างชั้นอีกไกลจริงๆ
จากนั้นเขาจึงเล่าเรื่องราวตั้งแต่ตอนที่เจอหมาป่ามารจันทร์ทมิฬ ไปจนถึงตอนที่ปรมาจารย์หลิงอินปรากฏตัวและสยบมารหมาป่า เล่าให้ปู่ฟังอย่างละเอียดถี่ยิบ
หลังจากชายชราได้ฟัง สีหน้าที่เดิมทีเรียบเฉย ก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นเรื่อยๆ
"เจ้าหลิงอินผู้นี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ!"
ชายชราหยิบกล้องยาสูบขึ้นมาสูบอีกสองทีโดยไม่รู้ตัว
ก่อนจะลุกขึ้นยืนพรวดพราด "ดี! ในเมื่อเขาอยากเจอข้า ข้าก็จะขึ้นเขาไปประลองฝีปากกับท่านเจ้าอาวาสแห่งวัดเหลยอินผู้นี้สักหน่อย!"