เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 ขึ้นเขา!

บทที่ 38 ขึ้นเขา!

บทที่ 38 ขึ้นเขา!


บทที่ 38 ขึ้นเขา!

เจ้าหมาป่ามารจันทร์ทมิฬที่มีขนาดตัวเท่าสุนัขโกลเด้นธรรมดา แต่ทว่าศักยภาพในการพัฒนาของมันนั้นกลับมหาศาลนัก

ในภายภาคหน้า ต่อให้มันเติบโตจนกลายเป็นสัตว์วิญญาณพิทักษ์ขุนเขา ระดับวิบัติ ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แม้ว่ารางวัลภารกิจในครั้งนี้จะไม่ถือว่ามากมายอะไร หลินอิงเซียงได้รับเพียงสิทธิ์การสุ่มรางวัลระดับต้นเพียงหนึ่งครั้ง

แต่เห็นได้ชัดว่าหลินอิงเซียงพึงพอใจกับผลลัพธ์ในครั้งนี้เป็นอย่างมาก

"ฝ่าหลิง เจ้ากับหมาป่ามารจันทร์ทมิฬตนนี้มีวาสนาต่อกันแต่ปางก่อน นับจากนี้ไปก็ให้มันเป็นพาหนะให้เจ้า คอยเดินตรวจตราในหุบเขา และนำทางให้กับผู้ศรัทธาที่ขึ้นมาบนเขาเถิด!"

หลังจากจัดการเรื่องหมาป่ามารจันทร์ทมิฬเรียบร้อยแล้ว หลินอิงเซียงจึงหันกลับไปมองเด็กหนุ่มจากกองตรวจการแห่งต้าโจวด้วยสายตากึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง

ภายใต้เนตรธรรม ไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดสายตาไปได้ ตัวตนและความเป็นมาของเด็กหนุ่มผู้นี้ถูกหลินอิงเซียงมองทะลุปรุโปร่งจนหมดสิ้น

ทว่าเจ้าตัวกลับยังไม่รู้ตัวว่าถูกหลินอิงเซียงมองออกจนหมดเปลือก ในเวลานี้สมองของเขาหมุนเร็วรี่ กำลังขบคิดว่าจะใช้ข้ออ้างอะไรมาตบตาให้ผ่านพ้นไปได้

"ท่านนี้คงจะเป็นปรมาจารย์หลิงอินแห่งวัดเหลยอินสินะขอรับ?"

สมองของเด็กหนุ่มแล่นเร็ว และคิดข้ออ้างได้ในทันที "ผู้น้อยติดตามท่านปู่มา เดิมทีตั้งใจจะขึ้นเขามาสักการะในวันพรุ่งนี้ แต่ผู้น้อยนิสัยรักสนุก จึงเผลอหลงเข้ามาในป่าลึกกลางดึก ไม่คิดว่าจะมาเจอปีศาจดุร้ายเช่นนี้เข้า

หากไม่ได้ท่านปรมาจารย์ยื่นมือเข้าช่วยไว้ทันเวลา เกรงว่าวันนี้ผู้น้อยคงต้องตกตายอยู่ในปากของปีศาจเสียแล้ว

บุญคุณช่วยชีวิตของท่านปรมาจารย์ ผู้น้อยจดจำไม่ลืมเลือน!"

หลินอิงเซียงยังคงมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตากึ่งยิ้มกึ่งบึ้งเช่นเดิม "หึหึ เรื่องราวแปลกประหลาดพิสดารในโลกนี้อาตมาเห็นมาไม่น้อย แต่ผู้ศรัทธาที่สามารถทำร้ายหมาป่ามารจันทร์ทมิฬได้ อาตมาเพิ่งจะเคยเจอเป็นครั้งแรก"

เมื่อได้ยินประโยคนี้ เด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือก ในใจร้องแย่แล้ว

จริงด้วย ผู้ศรัทธาธรรมดาๆ จะไปทำอันตรายหมาป่ามารจันทร์ทมิฬที่ดุร้ายได้อย่างไร นี่คือจุดพิรุธที่ใหญ่ที่สุด!

"ตระกูลของผู้น้อยทำการค้าขาย มักจะต้องเดินทางรอนแรมไปทั่ว โลกภายนอกอันตราย ย่อมต้องเตรียมของวิเศษไว้ป้องกันตัวบ้าง..."

ความคิดในหัวของเด็กหนุ่มยังคงหมุนติ้ว พยายามหาเหตุผลมาโต้ตอบ

แต่หลินอิงเซียงโบกมือห้ามเสียก่อน "ซีเหมินอวี้ถัง สายลับหน่วยสดับลมขั้นเหลือง แห่งกองตรวจการราชวงศ์ต้าโจว!"

น้ำเสียงของหลินอิงเซียงไม่ได้ดังมากนัก แต่เมื่อตกกระทบโสตประสาทของเด็กหนุ่มซีเหมินอวี้ถัง มันกลับดังก้องราวกับเสียงฟ้าผ่า

เขารู้ตัวแล้วว่าฐานะของเขาถูกเปิดเผยแล้ว

อีกฝ่ายถึงขั้นเอ่ยชื่อแซ่ของเขาออกมาได้ถูกต้องชัดเจน เห็นได้ชัดว่าได้ตรวจสอบเบื้องลึกเบื้องหลังของเขามาจนหมดสิ้นแล้ว

จะแก้ตัวไปอีกจะมีประโยชน์อันใด?

กองตรวจการแห่งต้าโจว ในฐานะที่เป็นหนึ่งในสามหน่วยงานใหญ่ของราชวงศ์ ชื่อเสียงในยุทธภพกลับไม่ค่อยสู้ดีนัก และไม่เป็นที่ต้อนรับของสำนักนิกายทางยุทธธ์ต่างๆ ที่กำลังเรืองอำนาจขึ้นมาในปัจจุบัน

เพราะกองตรวจการแห่งต้าโจว คือหน่วยงานที่หากินกับการสืบความลับชาวบ้าน

และในใต้หล้านี้ คงไม่มีใครชอบให้ความลับของตนถูกคนอื่นล่วงรู้

"เจ้าหัวโล้นนี่จะทำอย่างไร? สั่งสอนข้าสักยก? จับข้าไปข่มขู่ท่านปู่? หรือจะฆ่าปิดปากทิ้งเสีย?"

ในใจของเด็กหนุ่มซีเหมินอวี้ถัง ได้เตรียมใจรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้แล้ว

เขาไม่กลัวตาย ในกองตรวจการมีหลักสูตรฝึกสอนโดยเฉพาะ ว่าด้วยการรับมือเมื่อทำงานพลาดและต้องเผชิญกับการข่มขู่หรือทรมาร

ไปจนถึงวิธีปลิดชีพตนเองอย่างรวดเร็วเพื่อหนีจากการถูกศัตรูทรมาน แม้ซีเหมินอวี้ถังจะอายุน้อย แต่เขาก็รู้วิธีเหล่านี้มากกว่าหนึ่งวิธี

แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายของเขาก็คือ เจ้าหัวโล้นตรงหน้ากลับไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเกรี้ยว ท่าทีของเขายังคงสงบนิ่งเหมือนก่อนหน้านี้ ราวกับว่าสำหรับเขาแล้ว คนของกองตรวจการแห่งต้าโจว ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับผู้ศรัทธาที่มาไหว้พระบนเขาทั่วไป

"อมิตาพุทธ ประสกไม่ต้องมองอาตมาเป็นพวกมารนอกรีตพวกนั้นหรอก อาตมาไม่ทำร้ายเจ้าหรอก"

หลินอิงเซียงกล่าวเรียบๆ "เจ้าบอกว่ามากับท่านปู่ของเจ้าใช่หรือไม่? ดูท่าทางเจ้าเองก็คงตัดสินใจอะไรไม่ได้ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน พรุ่งนี้เช้าอาตมาต้องต้อนรับผู้ศรัทธาที่มาไหว้พระ หากปู่ของเจ้าอยากรู้อะไร ก็ให้เขามาหาอาตมาที่วัดตอนเที่ยง

อย่าไปรบกวนผู้ศรัทธาที่ขึ้นมาไหว้พระ พวกเขาเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น อยากรู้อะไร ให้มาถามอาตมาโดยตรง!"

จากนั้น หลินอิงเซียงก็พาฝ่าหลิงและหมาป่ามารจันทร์ทมิฬที่เพิ่งสยบมาได้หันหลังเดินจากไป

คราวนี้ กลับกลายเป็นซีเหมินอวี้ถังที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตก

เขาคาดไม่ถึงเลยว่า อีกฝ่ายจะปล่อยเขาไปง่ายดายเช่นนี้

เจ้าหัวโล้นนี่ ไม่รู้ความน่ากลัวของสามหน่วยงานใหญ่แห่งราชวงศ์ต้าโจว หรือว่าเป็นเพราะมั่นใจในตัวเองสูงส่ง ต่อให้รู้ว่าตนสังกัดกองตรวจการ ก็ยังไม่เห็นอยู่ในสายตา?

ซีเหมินอวี้ถังรู้สึกหนักอึ้งในใจ เดิมทีเขาต้องการพิสูจน์ฝีมือให้ปู่เห็น จึงได้ลอบขึ้นมาสำรวจวัดเหลยอินในยามวิกาล

แต่คิดไม่ถึงว่าจะซวยซ้ำซ้อน เจอหมาป่ามารจันทร์ทมิฬไม่พอ ยังมาจ๊ะเอ๋กับเจ้าหัวโล้นแห่งวัดเหลยอินเข้าอย่างจัง แถมยังถูกอีกฝ่ายกระชากหน้ากากเปิดเผยตัวตนได้ในพริบตา

สำหรับสายลับหน่วยสดับลมที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี นี่นับเป็นเรื่องที่น่าขายหน้าอย่างที่สุด

ซีเหมินอวี้ถังกลับมายังที่พักของตนกับปู่ด้วยความรู้สึกหดหู่ สภาพมอมแมมดูไม่ได้

ชายชราที่เดิมทีหลับไปแล้ว ตอนนี้กลับนั่งอยู่ที่โต๊ะ สูบยาเส้นจากกล้องยาสูบพ่นควันปุ๋ยๆ ราวกับชาวนาแก่ๆ ตามชนบททั่วไป

เมื่อเห็นซีเหมินอวี้ถังเดินคอตกเข้ามา ชายชราราวกับคาดเดาได้ล่วงหน้า ไม่ได้มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย "เป็นไง ไปกินของขมมาล่ะสิ? ปู่บอกแล้วว่าตบะของเจ้าหนูอย่างเจ้าน่ะยังห่างชั้นนัก!"

ซีเหมินอวี้ถังตกใจมาก "ท่านปู่ ท่านไม่ได้..."

"ทำไม นึกว่าปู่หลับไปแล้วรึ?"

ชายชราหัวเราะ หึหึ "ก็บอกแล้วไงว่าตบะของเจ้ายังห่างชั้น แยกแยะไม่ออกด้วยซ้ำว่าปู่หลับจริงหรือแกล้งหลับ

หากปู่ไม่ใช่ปู่ของเจ้า แต่เป็นศัตรู ป่านนี้ฐานะของเจ้าคงถูกเปิดโปงไปตั้งนานแล้ว!"

หากเป็นเมื่อก่อน ซีเหมินอวี้ถังคงต้องเถียงปู่สักสองสามคำ

แต่ตอนนี้ ในสถานการณ์ที่เพิ่งได้รับความกระทบกระเทือนใจอย่างหนักเมื่อคืน เขาได้แต่ก้มหน้ารับคำวิจารณ์ของปู่แต่โดยดี

"เอ๊ะ? เจ้าหนูอย่างเจ้าไม่เถียงคำไม่ตกฟาก? นี่ไม่ใช่นิสัยเจ้านี่นา!"

ชายชราแปลกใจเล็กน้อย วางกล้องยาสูบในมือลงข้างกาย "ดูท่าคืนนี้เจ้าจะเจอของแข็งเข้าให้จริงๆ ไหนลองเล่ามาอย่างละเอียดซิ ให้ปู่ดูหน่อยว่าปรมาจารย์หลิงอินแห่งวัดเหลยอินผู้นั้น แท้จริงแล้วเป็นคนเช่นไร!"

ซีเหมินอวี้ถังตะลึงงัน "ท่านปู่ ท่านจงใจปล่อยข้าออกไป เพื่อให้ข้าไปเจอพระหลิงอินนั่นหรือ?"

"ก็แน่อยู่แล้ว รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งนี่นา!"

ชายชรายิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับจิ้งจอกเฒ่า ดวงตาหรี่ลง "ปรมาจารย์หลิงอินผู้นั้นมักจะซื้อใจผู้คน แสดงออกด้วยความเมตตาอารี ต่อให้เจ้าหนูอย่างเจ้าพลาดท่าไปตกอยู่ในมือเขา เขาก็คงไม่ลำบากเจ้ามากนักหรอก อีกอย่างปู่ของเจ้าก็ไม่ได้แก่กะโหลกกะลานะ! หากเจ้าเจออันตรายจริงๆ ปู่ย่อมต้องลงมือช่วยอยู่แล้ว"

ซีเหมินอวี้ถังถึงได้รู้ซึ้งว่า ตนเองยังห่างชั้นอีกไกลจริงๆ

จากนั้นเขาจึงเล่าเรื่องราวตั้งแต่ตอนที่เจอหมาป่ามารจันทร์ทมิฬ ไปจนถึงตอนที่ปรมาจารย์หลิงอินปรากฏตัวและสยบมารหมาป่า เล่าให้ปู่ฟังอย่างละเอียดถี่ยิบ

หลังจากชายชราได้ฟัง สีหน้าที่เดิมทีเรียบเฉย ก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นเรื่อยๆ

"เจ้าหลิงอินผู้นี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ!"

ชายชราหยิบกล้องยาสูบขึ้นมาสูบอีกสองทีโดยไม่รู้ตัว

ก่อนจะลุกขึ้นยืนพรวดพราด "ดี! ในเมื่อเขาอยากเจอข้า ข้าก็จะขึ้นเขาไปประลองฝีปากกับท่านเจ้าอาวาสแห่งวัดเหลยอินผู้นี้สักหน่อย!"

จบบทที่ บทที่ 38 ขึ้นเขา!

คัดลอกลิงก์แล้ว