- หน้าแรก
- ระบบพุทธขจัดมารปราบผี? ขอหนีไปสึกดีกว่า!
- บทที่ 37 สัตว์เทพพิทักษ์อาราม
บทที่ 37 สัตว์เทพพิทักษ์อาราม
บทที่ 37 สัตว์เทพพิทักษ์อาราม
บทที่ 37 สัตว์เทพพิทักษ์อาราม
“หงิง... หงิง...”
เจ้าหมาป่าอสูรจันทราทมิฬเหลือบตามองฝ่ามือใหญ่ยักษ์ของหลินอิงเซียงด้วยความหวาดระแวง มันจำรสชาติของฝ่ามือนี้ได้ดี... ฝ่ามือที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเขี้ยวเพชรของมันเสียอีก!
แม้ในใจจะรู้สึกคับแค้นที่เสียศักดิ์ศรี แต่สัญชาตญาณความอยู่รอดร้องเตือนว่า ‘อย่าห้าวเป้งกับเจ้าหัวโล้นนี่เด็ดขาด!’ มันจึงได้แต่ส่งเสียงครางหงิงๆ ในลำคอ ไม่กล้าแม้แต่จะแยกเขี้ยวขู่
หลินอิงเซียงมองท่าทีของมันแล้วลอบยิ้มมุมปาก
ถึงชาตินี้เขาจะไม่เคยเลี้ยงหมาป่ามาก่อน แต่ชาติที่แล้วเขาคือ ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านสุนัข’ ตัวยง!
สำหรับสัตว์ที่อยู่รวมกันเป็นฝูงและเคารพลำดับชั้นอย่างหมาป่า กฎเหล็กข้อแรกคือ ‘ต้องแสดงให้รู้ว่าใครคือจ่าฝูง!’
และวิธีแสดงอำนาจที่รวดเร็วและเห็นผลที่สุด... ก็คือ ‘กำปั้น’ นี่แหละ!
ในสายตาของหลินอิงเซียงตอนนี้ เจ้าอสูรร้ายตรงหน้า ก็ไม่ต่างอะไรกับหมายักษ์ไซซ์ XL ที่รอการดัดนิสัย
เมื่อเห็นว่าเจ้าตูบ เอ้ย! หมาป่าเริ่มสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่กล้าหืออือแล้ว หลินอิงเซียงก็เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการเจรจา
“ได้ยินฝ่าหลิงบอกว่า... ช่วงนี้เจ้าแอบมาขโมยดื่มน้ำพุวิญญาณของวัดอาตมาไปไม่น้อยเลยนี่?”
“บรู๊ววว...”
เจ้าหมาป่ารีบผงกหัวรับหงึกๆ ทันที กลัวว่าถ้าชักช้า ฝ่ามือมรณะนั่นจะลอยมาประทับหน้าอีกรอบ
หลินอิงเซียงพยักหน้าช้าๆ ทำเสียงเข้ม “ในเมื่อดื่มน้ำของวัดไปแล้ว ก็ต้องมีการจ่ายค่าตอบแทน เป็นกฎธรรมชาติ... อีกอย่าง วัดของอาตมามีสาธุชนเดินทางขึ้นลงไม่ขาดสาย อาตมาคงปล่อยให้ปีศาจร้ายอย่างเจ้ามาเพ่นพ่านแถวนี้ไม่ได้หรอกนะ”
เขาเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนจะยื่นคำขาด
“เอาอย่างนี้แล้วกัน... อาตมาไม่ใช่คนใจแคบ อาตมามีทางเลือกให้เจ้าสองทาง จงเลือกเอาเอง
ทางที่หนึ่ง... ไสหัวไปให้ไกล! ห้ามย่างกรายเข้ามาในรัศมีห้าสิบลี้รอบวัดเหลยอินเด็ดขาด!
หรือทางที่สอง... เข้าร่วมกับเรา! มาเป็น ‘สัตว์เทพพิทักษ์อาราม’ คอยดูแลความสงบเรียบร้อยให้วัด!”
ทันใดนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินอิงเซียงก็เปลี่ยนไป... ดูเจ้าเล่ห์เพทุบายราวกับพวกแก๊งค้ามนุษย์ที่กำลังหลอกเด็กเข้าลัทธิ
“แน่นอนว่า... ถ้าเจ้าเลือกข้อสอง น้ำพุวิญญาณแสนอร่อยนั่น เจ้าจะได้ดื่มกินอย่างจุใจทุกวัน โดยไม่ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ ให้ฝ่าหลิงแอบขโมยมาให้อีกต่อไป... ว่ายังไง? สนใจไหม?”
เจ้าหมาป่าอสูรจันทราทมิฬเป็นสัตว์ที่มีสติปัญญาสูงส่ง มันฟังภาษามนุษย์รู้เรื่องทุกคำ
แววตาของมันฉายแววลังเลใจ... ศักดิ์ศรีแห่งเผ่าพันธุ์นักล่า กับ ความหอมหวานของน้ำพุวิญญาณ...
มันชั่งใจอยู่ครู่ใหญ่ สุดท้าย... ความโลภ ก็เอาชนะศักดิ์ศรีจนได้!
“บรู๊วววววว!”
มันเห่าขานรับเสียงดัง ก่อนจะค่อยๆ หดตัวลงอย่างน่าอัศจรรย์
จากหมาป่ายักษ์สูงท่วมหัว ค่อยๆ ย่อส่วนลงจนเหลือขนาดเท่ากับสุนัขพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ทั่วไป เพื่อลดความน่ากลัวลง
แต่ดูเหมือนมันจะยังขยาดหลินอิงเซียงไม่หาย พอแปลงร่างเสร็จปุ๊บ มันก็รีบวิ่งไปหลบหลังฝ่าหลิงปั๊บ พยายามรักษาระยะห่างจากเจ้าอาวาสจอมโหดให้มากที่สุด
หลินอิงเซียงไม่ได้ถือสาหาความ ในฐานะผู้นำ การรักษาระยะห่างและความน่าเกรงขามกับลูกน้องถือเป็นเรื่องจำเป็น หากเล่นหัวกันมากไป เดี๋ยวจะปกครองลำบาก
ทันทีที่หมาป่าตัดสินใจยอมจำนน หน้าต่างระบบก็เด้งขึ้นมาแจ้งเตือนความสำเร็จ
[ภารกิจ: สัตว์เทพพิทักษ์อาราม สำเร็จแล้ว!]
[ยินดีด้วย! ท่านได้รับรางวัล: สิทธิ์สุ่มรางวัลระดับต้น 1 ครั้ง, โอสถสัตว์อสูร 1 เม็ด]
[ต้องการรับรางวัลทันทีหรือไม่?]
......
“ถึงรางวัลจะน้อยนิดเหมือนเนื้อยุง แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย!”
หลินอิงเซียงกดรับรางวัลโดยไม่ลังเล
สิทธิ์สุ่มรางวัลเขาเก็บเอาไว้ก่อน ส่วน ‘โอสถสัตว์อสูร’... ตอนนี้ทั้งวัดมีสัตว์อสูรอยู่ตัวเดียว จะให้ใครกินได้อีกล่ะนอกจากเจ้านี่?
ศาสตร์แห่งการปกครองคน (และสัตว์) นั้นเรียบง่าย... ‘พระเดชต้องคู่พระคุณ’
เมื่อกี้ตบด้วยพระเดชไปแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาต้องมอบพระคุณเพื่อซื้อใจ
หลินอิงเซียงหยิบเม็ดยาสีแดงเลือดนกขนาดเท่าหัวแม่มือออกมาจากระบบ กลิ่นหอมสมุนไพรเข้มข้นลอยตลบอบอวลไปทั่วป่า
จมูกของเจ้าหมาป่ากระดิกยิกๆ ทันที หูตั้งชัน หางเริ่มกระดิกโดยไม่รู้ตัว
ดวงตาสีอำพันจ้องมองเม็ดยาในมือหลินอิงเซียงตาเป็นมัน แทบจะน้ำลายไหลยืดด้วยความอยาก
ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวโดนตบอีก มันคงกระโจนเข้ามาแย่งไปกินแล้ว!
หลินอิงเซียงคีบเม็ดยาขึ้นมาหมุนเล่น ยั่วน้ำลายหมาป่าเล่นๆ “หื้ม? อยากได้เจ้านี่งั้นรึ?”
“บรู๊ว! บรู๊ว!”
เจ้าหมาป่าพยักหน้าหงึกๆ น้ำลายหยดติ๋งๆ หมดมาดนักล่าผู้ยิ่งใหญ่ไปโดยสิ้นเชิง
“ถ้าอยากได้... ต่อไปนี้ต้องตั้งใจทำงานให้อาตมา เข้าใจไหม? ถ้าทำตัวดี อาตมามีรางวัลให้อีกเพียบ!”
“บรู๊วววว!”
คราวนี้มันพยักหน้าเร็วรัวจนคอแทบเคล็ด ลืมปณิธานเมื่อครู่ที่ว่าจะเชื่อฟังแค่ฝ่าหลิงคนเดียวไปจนหมดสิ้น
“ดีมาก! รับไป!”
หลินอิงเซียงโยนเม็ดยาขึ้นไปในอากาศ
งั่บ!
เจ้าหมาป่ากระโดดลอยตัวขึ้นงับเม็ดยาเข้าปากอย่างแม่นยำ แล้วกลืนลงคอไปโดยไม่ต้องเคี้ยว
วินาทีต่อมา ร่างกายของมันก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง
ครืนนนน...
คลื่นพลังงานแผ่ออกมาจากร่างหมาป่า ขนสีขาวที่เคยไหม้เกรียมหลุดร่วงไป แทนที่ด้วยขนใหม่ที่ยาวสลวยและเป็นประกายเงางามกว่าเดิม บาดแผลตามตัวสมานหายสนิทราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
ดวงตาของมันส่องประกายเจิดจ้าขึ้น ร่างกายขยายขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีกหนึ่งเท่าตัว ดูองอาจผ่าเผยสมกับเป็นสัตว์เทพ!
หลินอิงเซียงเปิด ‘เนตรธรรม’ ตรวจสอบสถานะลูกสมุนตัวใหม่ทันที
[สัตว์เทพพิทักษ์: หมาป่าอสูรจันทราทมิฬ (วัยเยาว์)]
[ระดับ: พยาบาท (เลื่อนขั้นจากระดับภูต)]
[พรสวรรค์ติดตัว: จันทราทมิฬ — สามารถเปลี่ยนร่างเข้าสู่โหมดต่อสู้ (ร่างสมบูรณ์) ได้ เมื่ออยู่ในโหมดนี้ ค่าสถานะทุกอย่างจะเพิ่มขึ้น 30%]
[พรสวรรค์พิเศษ: พิทักษ์คีรี — เมื่ออยู่ภายในเขตอารามวัดเหลยอิน พลังต่อสู้จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และได้รับสถานะ ‘อมตะ 1 ครั้ง’ ต่อการต่อสู้หนึ่งครั้ง]
......
“สุดยอด! แค่ยาเม็ดเดียว ดันระดับพลังจาก ‘ภูต’ ขึ้นมาเป็น ‘พยาบาท’ ได้เลยเชียวรึ!”
หลินอิงเซียงตาลุกวาว ระบบนี้ของดีจริงๆ
ที่สำคัญที่สุดคือ... เจ้าหมาป่าตัวนี้ยังอยู่ในวัย ‘วัยเยาว์’ยังไม่โตเต็มวัย!
สำหรับเผ่าพันธุ์สัตว์อสูร ความแตกต่างของพลังระหว่างวัยเด็กกับวัยผู้ใหญ่นั้นห่างกันราวฟ้ากับเหว
ขนาดตอนนี้ยังเป็นแค่เด็กน้อย ยังมีพลังระดับพยาบาท...
ถ้ามันโตเต็มวัยเมื่อไหร่... มันจะต้องกลายเป็นสุดยอดสัตว์อสูร ‘ระดับวิบัติ’ ที่แข็งแกร่งทัดเทียมกับยอดฝีมือมนุษย์ระดับ ‘ขอบเขตปราณกังฉี’ ได้อย่างแน่นอน!
เมื่อคิดถึงอนาคตที่มี ‘ราชาหมาป่า’ เฝ้าหน้าวัด หลินอิงเซียงก็ยิ้มแก้มปริด้วยความพึงพอใจ