- หน้าแรก
- วิหารเทพกระดูก
- บทที่ 93 - ฉายาสุดยอดแห่งสองสถาบัน
บทที่ 93 - ฉายาสุดยอดแห่งสองสถาบัน
บทที่ 93 - ฉายาสุดยอดแห่งสองสถาบัน
บทที่ 93 - ฉายาสุดยอดแห่งสองสถาบัน
☆☆☆☆☆
"แก๊ง!"
เมื่อเสียงระฆังดังสนั่นขึ้น ผู้คนนับหมื่นที่อยู่ด้านนอกตึกยุทธนาการต่างพากันตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
อาจารย์เป็ดไมโครโฟนกระพือปีกพึ่บพั่บพลางประกาศด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นสุดขีดว่า:
"ข้าขอประกาศว่า! การประลองแลกเปลี่ยนระหว่างเมืองในครั้งนี้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้วก้าบ!"
"ผู้ที่ได้รับฉายาสุดยอดนักเรียนทั้งสามคนตามลำดับได้แก่ หนิงจู๋จากตึกมิราจ! หัวคงคงจากตึกมิราจ! และเฉียวเหอจิ่งจากตึกจันทร์กระจ่างก้าบก้าบ!"
"นักเรียนหนิงจู๋นอกจากจะได้รับฉายา 'สุดยอดนักเรียนใหม่แห่งสองสถาบัน' แล้ว ยังจะได้รับรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศอีกด้วย พวกเรามามอบเสียงปรบมืออันเกริกไกรให้กับการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้กันเถอะ!"
ในพิธีมอบรางวัล
หนิงจู๋รับถ้วยรางวัลคริสตัลและกล่องของขวัญคริสตัลมาจากมือของอาจารย์เป็ดไมโครโฟน
ในกล่องของขวัญนั้นมี 'หินมิติ' ที่เขาเฝ้าถวิลหาฝังอยู่อย่างสวยงาม
ส่วนของขวัญเซอร์ไพรส์มูลค่า 1288 ละอองมนตรา รวมถึงสวัสดิการเสบียงทรัพยากรที่รับปากไว้เดือนละ 2000 ละอองมนตรา และปีละไม่ต่ำกว่า 30000 ละอองมนตรานั้น หลังจากนี้จะมีอาจารย์เฉพาะทางมาติดต่อเพื่อจัดสรรให้เหมาะสมกับเขาโดยเฉพาะแล้วจะส่งไปให้ถึงบ้านอย่างเรียบร้อย
"เจ้าหนูหนิง เก่งมากจริงๆ ทำเอาชาวเมืองหญ้าคาอย่างพวกเราหน้าบานกันหมดเลย!"
"ฮี่ฮี่ฮี่ สถาบันมิราจชนะอีกแล้วแฮะ ดูพวกตึกจันทร์กระจ่างสิหน้าเสียกันหมดเลย พวกเราหัวเราะเบาๆ หน่อยดีไหม? ไว้หน้าพวกเขานิดนึง..."
"พี่ชายโครงกระดูก! ขอลายเซ็นหน่อยได้ไหมจ๊ะ?"
"ฉันก็เอาด้วย! ฉันอยากได้ลายเซ็นของศพสาวด้วยเธอเท่มากเลย! ฉันขอลองลูบกรงเล็บเธอหน่อยได้ไหม? อ๊าย! อย่ากัดฉันนะ!"
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเต็มๆ แต่แฟนคลับยังคงกระตือรือร้นไม่เลิก หนิงจู๋เริ่มจะต้านทานไม่ไหวแล้ว
ในที่สุดในช่วงที่อาจารย์ของมิราจกำลังนำผู้ชมออกจากสนาม หนิงจู๋ก็สบโอกาสชิงจังหวะหลบหนีออกมาได้สำเร็จ
แต่ว่า... ปัญหาใหม่ก็ตามมาติดๆ
"รุ่นน้องหนิงจู๋ พี่คือหัวใจทีมล่าระดับเอชื่อทีม 'หอคอยแดง' เมื่อเจ็ดปีก่อนพี่ก็เคยเป็นนักเรียนห้องเยี่ยอิ๋นของมิราจเหมือนกัน ถือว่าแก่กว่าเธอไม่กี่ปี... วันนี้เห็นฝีมือที่น่าทึ่งของเธอในสนามแล้ว พี่อยากจะคุยกับเธอหน่อยน่ะ—"
"คุยเรื่องอะไรครับ?" หนิงจู๋ถามตามมารยาท
หัวหน้าทีมหอคอยแดงหัวเราะอย่างร่าเริง:
"รุ่นน้องหนิง ตอนนี้เธอเลื่อนระดับเป็นสายพันธุ์ด้อยช่วงปลายแล้ว ขั้นต่อไปก็คือการวิวัฒนาการเพื่อก้าวเข้าสู่ร่างสายพันธุ์เด่น"
"เมื่อเธอเข้าสู่ระดับนักอาคมโลงปีศาจขั้นสองอย่างเป็นทางการ เธอจำเป็นต้องสอบเอา 'ใบอนุญาตนักล่า' เพื่อเป็นนักล่าเต็มตัว"
"ทีมหอคอยแดงของพวกเราจริงใจมาก ตอนนี้พี่รับปากให้เธอรับตำแหน่งรองหัวหน้าทีมได้เลย ทันทีที่เธอขึ้นขั้นสองก็ไม่ต้องไปเสียเวลาเลือกทีมให้เหนื่อย สมาชิกทุกคนในหอคอยแดงยินดีต้อนรับการเข้าร่วมของเธอแน่นอน—"
"และหลังจากนั้น พอรุ่นน้องหนิงเริ่มอยู่ตัวในขั้นสองแล้ว ตำแหน่งหัวหน้าทีมหอคอยแดงพี่ก็ยกให้เธอคุมได้เลย พี่จะถอยไปเป็นที่ปรึกษาเป็นมือซ้ายมือขวาให้เธอเอง—"
"ไอ้หัวปูด หลีกไปเลย! แค่ระดับเอริอ่านจะมาดึงตัวน้องหนิงเหรอ?"
"ก่อนที่ข้าจะโมโห รีบไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้!"
เสียงตะคอกอันเกรี้ยวกราดดังมาจากที่ไกลๆ ชายร่างยักษ์กำยำสูงสองเมตรห้าสิบเดินตรงเข้ามาอย่างดุดัน
หัวหน้าทีมหอคอยแดงที่มีฉายาว่า "ไอ้หัวปูด" หน้าเปลี่ยนสีทันที
"ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง?"
"ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ผู้แข็งแกร่งที่สุดในการประลองเมือง อันดับหนึ่งของสองสถาบันต้องมาโดนทีมระดับเอจีบ? แกเห็นพวกข้าทีมระดับเอสตาบอดหรือไงวะ?"
ชายร่างยักษ์โมโหฟัดเหวี่ยงพลางแสร้งทำท่าจะง้างหมัด
ไอ้หัวปูดฝืนทนจ้องตาเขม็งแต่ก็ยังพยายามจะตื๊อต่อ:
"รุ่นน้องหนิง ระดับเอสน่ะเป็นพวกหัวกะทิก็จริง แต่ถ้าเธอไปที่นั่นช่วงแรกเธอไม่มีอำนาจตัดสินใจอะไรแน่นอน"
"หอคอยแดงไม่เหมือนกันนะ เธอมาอยู่กับพวกเราก็ได้เป็นรองหัวหน้าเลย ในอนาคตภายใต้การนำของเธอ หอคอยแดงก็สามารถไต่เต้าไปถึงระดับเอสได้ด้วยตัวเอง เธอจะเป็นอิสระไม่ต้องคอยฟังคำสั่งใคร—"
"ฟุ่บ!" อู่เช่อคว้าคอเสื้อไอ้หัวปูดไว้แล้วถลนตาจ้องเหมือนวัวคลั่ง
ไอ้หัวปูดรีบหุบปากทันที เงียบไปอึดใจหนึ่งแล้วก็เดินคอตกจากไปอย่างสิ้นหวัง
"รุ่นน้องหนิง พี่เป็นคนตรงๆ เพราะงั้นขอพูดเรื่องที่มันจับต้องได้เลยแล้วกัน!"
อู่เช่อพูดอย่างไม่ถือตัว: "พี่มาจากตระกูลอู่ ถึงจะเป็นสายรองแต่ก็ยังเป็นพี่ลูกพี่ลูกน้องของอู่!"
"ในอนาคตพออู่เลื่อนระดับขึ้นขั้นสอง เขาจะเข้าสู่ทีมล่าระดับเอสของพวกเราที่ชื่อ 'หมัดทรราช' แน่นอน!"
"ตอนนี้พี่เป็นตัวแทนของหมัดทรราชมาชวนเธอไว้ล่วงหน้า ถ้าเธอตกลงพวกเราจะมอบหินปาฏิหาริย์ขั้นหนึ่งให้ก้อนหนึ่งเพื่อเป็นของขวัญแรกพบ ถือว่าเป็นการลงทุนล่วงหน้าและขอเพียงแค่คำสัญญาจากปากเธอคำเดียวเท่านั้น—"
"รุ่นน้องหนิงจ๊ะ~ อย่าไปฟังคำพูดของเขาเลยนะ~~"
สาวสวยในชุดกระโปรงดำถุงน่องขาวเดินยิ้มหน้าบานพร้อมกลิ่นหอมฟุ้งลอยมาตามลม:
"จะไปเป็นลูกมือนำทางให้อู่เนี่ยนะ ชีวิตนักล่าแบบนั้นมันช่างน่าเบื่อจะตายไป~"
"รุ่นน้องหนิงจู๋ มาอยู่ทีมล่าระดับเอสชื่อ 'ไม้ไผ่ขจี' ของพวกเราดีกว่า ในทีมมีแต่พี่สาวน้องสาวสวยๆ ทั้งนั้นเลยนะ รวมถึงหัวหน้าทีมของพวกเราด้วย เธอยังโสดสนิทแถมยังไม่เคยโดนมือชายใดแตะต้องมาก่อนเลย พี่จะเป็นคนประสานงานเชื่อมสัมพันธ์ให้เองจ้ะ!"
"โอวหยางหว่านฉิง เธอหมายความว่าไง? จะมาตัดหน้ากันเหรอ?" อู่เช่อถกแขนเสื้อเตรียมจะฟัด "ข้ากำลังคุยกับรุ่นน้องหนิงอย่างถูกคอ มันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย? ไปไปไป! รีบไสหัวไปเลย!"
โอวหยางหว่านฉิงลูบเส้นผมพลางหัวเราะร่า: "รุ่นน้องหนิง ดูสิ คนแซ่อู่เนี่ยอารมณ์ร้อนแถมยังปากคอเราะร้าย"
"ทีมหมัดทรราชไม่มีใครให้ใช้แล้วหรือไง ถึงส่งหมอนี่มานอกจากจะทำเรื่องให้เสียแล้ว มีผลดีอะไรโผล่มาซักนิดไหม?"
"โฮก!" อู่เช่อโกรธจัดจนกล้ามเนื้อปูดโปน เตรียมจะเปลี่ยนร่างอสูรออกมาอยู่รอมร่อ
โอวหยางหว่านฉิงไม่ได้กังวลเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงยิ้มแย้มมองเขาด้วยแววตาดูถูกเหยียดหยามเล็กน้อยที่มุมปาก
"ทั้งสองท่านครับ"
หนิงจู๋ถอยหลังไปก้าวหนึ่งแล้วพูดอย่างสงบว่า:
"ไม่ว่าจะเป็นทีมหมัดทรราชหรือไม้ไผ่ขจี ตอนนี้ผมยังไม่มีแผนจะเข้าร่วมทีมไหนทั้งนั้น รุ่นพี่ทั้งสองไม่จำเป็นต้องลงไม้ลงมือกันเพราะผมหรอกครับ"
อู่เช่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่จะแปลงร่าง ขมวดคิ้วถามกลับว่า:
"เธอจะสร้างทีมเองงั้นเหรอ?"
"พี่ขอเตือนไว้หน่อยนะ ทีมไหนๆ ก็ต้องเริ่มจากระดับดีทั้งนั้น เธอเกิดมาเพื่ออยู่ในระดับเอส การไปนั่งงมสร้างทีมใหม่เองเนี่ยมันทั้งเหนื่อยทั้งไม่ได้อะไรเลย ไม่มีความจำเป็นต้องทำขนาดนั้น"
โอวหยางหว่านฉิงเม้มปากสีแดงสดแล้วหัวเราะเบาๆ:
"รุ่นน้อง หรือว่าจะมีทีมระดับเอสทีมอื่นตาถึงแอบมาชิงตัวเธอไปก่อนพวกเราก้าวหนึ่งแล้วกันนะ?"
หนิงจู๋ไม่ได้ตอบตรงๆ เพียงแค่ยิ้มอย่างสุภาพแล้วพูดว่า:
"รุ่นพี่ทั้งสองกลับไปเถอะครับ"
"ความจริงใจของพวกพี่ผมรับรู้ได้ แต่กว่าผมจะถึงระดับนักอาคมโลงปีศาจขั้นสองมันยังอีกยาวไกลนัก"
"คุยเรื่องนี้ตอนนี้มันยังเร็วเกินไปครับ"
"เฮ้อ~" โอวหยางหว่านฉิงถอนหายใจอย่างอาลัยอาวรณ์ "ก็กลัวว่าถ้าไม่คุยตอนนี้ อนาคตจะแย่งตัวไม่ทันน่ะสิ~"
"ร่างอสูรที่อัญเชิญสมุนซากศพออกมาได้เป็นกองทัพแบบรุ่นน้องหนิงเนี่ย ไม่ว่าจะไปอยู่ทีมไหนก็ถือเป็นของล้ำค่าทั้งนั้น พอผ่านไปซักพักก็กลายเป็นตัวตัดสินแพ้ชนะได้สบายๆ เลย~"
"จังหวะช่วงว่างตอนนี้นี่แหละถ้าคว้าไว้ไม่ได้ ก็คงหมดวาสนาต่อกันจริงๆ—"
"น่าสงสารน้องสาวสุดที่รักของพี่จริงๆ อายุเพิ่งจะยี่สิบยังไม่เคยสัมผัสรสชาติของผู้ชายเลย ชาตินี้จะต้องเหี่ยวเฉาตายไปคนเดียวจริงๆ เหรอเนี่ย—"
"ถุย! ข้าก็เป็นผู้ชายนะ ลองมาเป็นเมียคนตระกูลอู่ดูหน่อยเป็นไงล่ะ?"
อู่เช่อแค่นเสียงขึ้นจมูกมองโอวหยางหว่านฉิงหัวจรดเท้าด้วยสายตาดูแคลน พอเห็นเธอหน้าเปลี่ยนสีเขาก็หัวเราะสะใจแล้วหมุนตัวเดินจากไปอย่างเท่ๆ:
"ช่างเถอะ! ข้าส่งความจริงใจไปให้แล้ว ที่เหลือก็สุดแท้แต่การตัดสินใจของรุ่นน้องหนิง!"
"ตราบใดที่รุ่นน้องหนิงยังไม่ได้เข้าทีมไหนอย่างเป็นทางการ คำสัญญาของข้ายังคงมีผลเสมอ หวังว่ารุ่นน้องจะลองเก็บไปคิดดูนะ พวกเราไม่มีทางปฏิบัติกับเธอไม่ดีแน่นอน!"
[จบแล้ว]