- หน้าแรก
- วิหารเทพกระดูก
- บทที่ 39 - ไอ้ใหญ่ลงสนาม
บทที่ 39 - ไอ้ใหญ่ลงสนาม
บทที่ 39 - ไอ้ใหญ่ลงสนาม
บทที่ 39 - ไอ้ใหญ่ลงสนาม
☆☆☆☆☆
ภายในท่อระบายน้ำที่อับชื้นและมืดสลัว ขยะกองเป็นภูเขาเลากาแถมยังมีกลิ่นเหม็นจนแทบจะขาดใจ
หนิงจู๋ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงภายใต้การอารักขาของทหารโครงกระดูกสี่ตัว
บางครั้งเขาก็เดินไปชนทางตันจนต้องย้อนกลับมาหาทางออกใหม่
บางครั้งก็ต้องเดินลุยบ่อน้ำเสียที่มีฟองก๊าซสีเขียวผุดขึ้นมาบุ๋งๆ มองดูพวกแมลงวันและหนูวิ่งพล่านไปมาด้วยสายตาเรียบเฉย
ผ่านไปประมาณสิบห้านาที ทางเดินก็เริ่มกว้างขวางขึ้นจนมาถึงทางแยกสี่แพร่ง
แรงสั่นสะเทือนเบาๆ ดังมาจากเหนือศีรษะ ดูเหมือนจะเป็นเสียงของพวกมอนสเตอร์ที่กำลังออกหาเหยื่อ
"ตรงนี้แหละ"
หนิงจู๋เปิดฝาท่อระบายน้ำออกแล้วโผล่หัวขึ้นไปสำรวจ
ใช่เลย ตรงนี้คือทางทิศตะวันตกของสนามสอบ
น่าจะเป็นจุดที่อยู่ห่างจากตำแหน่งที่ 47 ของหัวคงคงมากที่สุดแล้ว
บริเวณนี้เต็มไปด้วยกลุ่มอาคารร้างที่ตั้งเบียดเสียดกัน มีเงาให้ใช้ประโยชน์ได้เพียบ
ลิงหางตั้งตัวหนึ่งที่มีดวงตาส่องประกายสีน้ำเงินแวววาวได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว มันรีบกระโดดลงมาจากกำแพงร้างแล้วเล็งถีบเข้าที่หัวกะโหลกของหนิงจู๋ทันที
หนิงจู๋ปล่อยมือทันควัน ยอมให้ร่างโครงกระดูกของเขาร่วงกลับลงไปที่ก้นท่อระบายน้ำตามเดิม
"จี๊ด!!"
ลิงหางตั้งตัวนี้ขนาดไม่ใหญ่มาก มันเลยมุดตามฝาท่อลงมาได้
มันแยกเขี้ยวขู่พลางมุดตามลงมาด้านล่างโดยหารู้ไม่ว่าดวงกำลังจะถึงฆาต
"แต่ละตัวนี่ท่าทางจะหิวโหยมาสามวันสามคืนแน่ๆ เห็นกระดูกแค่นี้ทำเป็นตื่นเต้นไปได้..."
หนิงจู๋มองดูเหตุการณ์ด้วยสายตาเย็นชา เห็นเพียงพี่สามฝ่ามือกระดูกเหวี่ยงตบออกไปหนึ่งฉาดเข้ากลางหน้าผากของลิงหางตั้งเต็มรัก
ลิงหางตั้งโดนตบอัดติดกำแพงจนมึนงงสลบเหมือดไปชั่วขณะ
พี่รองลูกเตะกระดูกกระโดดถีบซ้ำอีกทีจนมันร่วงไปกองกับพื้น
หลังจากนั้น... ก็ไม่มีอะไรให้ลุ้น
ลิงหางตั้งโดนทหารโครงกระดูกหลายตัวรุมขย้ำจนร่างขาดกระจุยเป็นชิ้นๆ
"เอาศพมันไปทิ้งข้างนอก" หนิงจู๋สั่งการ
"อับบะ!" ทหารโครงกระดูกสี่ตัวช่วยกันยกซากลิงหางตั้งโยนออกไปข้างนอกอย่างขยันขันแข็ง
เพียงไม่นาน เลือดสีแดงสดของสัตว์ร้ายก็เปรอะเปื้อนไปทั่วบริเวณ
กลิ่นคาวเลือดในอากาศเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
เสียงคำรามของมอนสเตอร์ดังขึ้นไม่ไกล แรงสั่นสะเทือนจากการวิ่งดังโครมคราม พวกมันกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่อย่างรวดเร็ว
หมูเขี้ยวเหล็ก กระต่ายหนังรองเท้า งูเส้นพิษ...
พวกนี้เป็นเพียงสายพันธุ์ด้อยช่วงเริ่มต้นธรรมดาๆ ส่วนใหญ่มีทักษะแค่ระดับเริ่มต้นเท่านั้น นานๆ ทีถึงจะเจอพวกระดับเชี่ยวชาญสักตัว
ทหารโครงกระดูกที่ซุ่มอยู่ทำตามคำสั่งของหนิงจู๋อย่างเคร่งครัด
ตัวไหนควรอยู่นิ่งก็อยู่นิ่ง
ตัวไหนควรดาหน้าเข้าไปรุมสกรัมด้วยหมัดเท้าเข่าศอกก็จัดเต็ม พยายามเรียนรู้แก่นแท้ของการเป็นไอ้พวกชอบลอบกัดอย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม หนิงจู๋ยังไม่พอใจกับความเร็วในการสังหารเท่าไหร่นัก
ในสนามสอบที่ 7 นี้มีหัวคงคงอยู่ ซึ่งหมอนั่นแหละคือต้นตอของแรงกดดันทั้งหมด
รองลงมาก็ยังมีลู่เจี๋ยเพื่อนร่วมห้อง หลู่หลงจากห้องสอง และเจียงอี้เฟิงจากห้องหนึ่ง
ทั้งสามคนนี้อยู่ระดับสายพันธุ์ด้อยช่วงกลางกันหมด ถ้าอยากจะไล่ตามคะแนนของพวกนั้นให้ทัน เขาต้องพยายามให้หนักกว่าเดิมเป็นเท่าตัว
"เอาเลือดพวกมันมาทาตัวไว้ พวกเราจะเริ่มบุกกันแล้ว"
"อีกอย่าง... ไอ้ใหญ่ นายมาเป็นกำลังหลักนะ!"
หนิงจู๋เรียกหน่วยรบที่แข็งแกร่งกลับมาหนึ่งตัวแล้วเปิดวงเวทย์อัญเชิญใหม่
วูบ~ วงเวทย์กะพริบเพียงวินาทีเดียวก็ดับวูบลง
หนิงจู๋ไม่ย่อท้อ เขายังคงอัญเชิญต่อ
ทุกครั้งที่ล้มเหลว ไฟวิญญาณของเขาจะหม่นแสงลงเล็กน้อย
จนกระทั่งครั้งที่ห้า วงเวทย์ก็ส่องสว่างขึ้นพร้อมกับไอ้ใหญ่ที่กระโดดพรวดออกมา
"ตุบ!"
ไอ้ใหญ่คุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าเจ้านายของมันพลางก้มหัวสีขาวโพลนลงอย่างนอบน้อม
หนิงจู๋มองไปที่หัวกะโหลกของมัน
ตั้งแต่ก้าวออกจากบ้านพฤกษาโหยหวน การอัญเชิญไอ้ใหญ่ก็เริ่มไม่เสถียรเหมือนเดิม ต้องใช้ความพยายามหลายครั้งกว่าจะสำเร็จ
นั่นน่าจะเป็นเพราะเขายังหยุดอยู่ที่ระดับสายพันธุ์ด้อยช่วงเริ่มต้น ซึ่งระดับพลังตามหลังลูกสมุนอยู่หนึ่งขั้น ทำให้ความยากในการร่ายอาคมเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว
แต่... ตราบใดที่ยังอัญเชิญออกมาได้ก็โอเคแล้ว
หน่วยรบที่แข็งแกร่งตัวอื่นสี่ตัวรวมกันยังเทียบไม่ได้กับแขนข้างเดียวของไอ้ใหญ่เลยด้วยซ้ำ
"อับบะ?"
ไอ้ใหญ่ยังคงรักษาท่าคุกเข่าเพื่อรอคอยคำสั่งจากราชาของมัน
หนิงจู๋กระตุ้นไฟวิญญาณแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
"ต่อจากนี้ไป ถ้าเจอวี่แววของมอนสเตอร์ นายมีหน้าที่จัดการฆ่าพวกมันซะ"
"อับบะ!"
ไอ้ใหญ่พยักหน้า กรามขยับเข้าหากัน ไฟวิญญาณสีเขียวอ่อนแผ่ซ่านไอสังหารออกมาทันที
หนิงจู๋รีบนึกถึงเรื่องก่อนหน้านี้แล้วเน้นย้ำเสียงแข็งว่า "จำไว้! ห้ามใช้สกิลเด็ดขาด!"
"ไอ้บ้าเอ๊ย วันก่อนให้ไปจัดการทหารโครงกระดูกระดับเริ่มต้น นายดันเปิดท่าไม้ตายใส่เลยเนี่ยนะ สู้แบบธรรมดาไม่เป็นหรือไง?"
"อับบะ..."
ไอ้ใหญ่ที่เริ่มเข้าใจแล้วว่าสกิลคืออะไรถึงกับไฟวิญญาณหดหู่ลงทันที
"อะไรเนี่ย ทำเป็นน้อยใจไปได้?"
"นายอยู่ระดับช่วงกลางแล้วนะ จะไปรังแกพวกระดับเริ่มต้นยังต้องจัดเต็มสิบส่วนเลยเหรอ?"
"สกิลของนายน่ะใช้ทีก็พังที ถ้าแขนขาขาดหมดขึ้นมาจะทำยังไง? จะนอนกระดึ๊บๆ อยู่บนพื้นหรือไง?"
หนิงจู๋อบรมสั่งสอนราวกับกำลังกล่อมเด็กน้อย
แน่นอนว่าต่อให้ใจดีแค่ไหน พอเริ่มบ่นยาวๆ เข้าหน่อยก็เริ่มมีอาการหัวร้อนนิดๆ เหมือนกัน
"อับบะ..." (Ծ‸Ծ)
ไอ้ใหญ่ก้มหน้ายอมรับผิดอย่างว่าง่าย
ไม่รู้ว่ามันสำนึกผิดจริงๆ
หรือแค่โดนรัศมีของราชาข่มจนต้องจำใจยอมรับกันแน่
สรุปคือมันยอมเชื่อฟังแต่โดยดี
"โครม!"
กรงเหล็กขนาดใหญ่ร่วงลงมาใกล้ๆ
ไอ้ใหญ่เริ่มตื่นตัวทันที
มอนสเตอร์ที่พุ่งออกมาจากกรงคือปักษ์เขียวเล็บเหล็ก มันสะบัดปีกพุ่งเข้าใส่... แต่มันดันพุ่งไปหาพื้นที่ว่างอีกฝั่งหนึ่ง
"นี่คือเหยื่อของฉัน อย่ามาแย่งนะ!"
เจ้าหมูแมวที่โดนจู่โจมร้องตะโกนลั่นพลางกระโดดหลบไปมาเพื่อหาโอกาสสวนกลับ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านั่นคือกายมารของนักสะกดโลงมารคนหนึ่งที่อยากได้คะแนนสังหารเหมือนกัน
"ปล่อยเขาไป"
"พวกมีปีกน่ะฆ่ายากเสียเวลา ไม่ต้องไปแย่งหรอก"
หนิงจู๋ตบไหลไอ้ใหญ่เพื่อห้ามไม่ให้มันบุกเข้าไป
บริเวณกลุ่มอาคารร้างนี้พื้นที่กว้างขวางมาก การที่มีนักเรียนคนอื่นอยู่ด้วยถือเป็นเรื่องปกติ
การปล่อยมอนสเตอร์แต่ละรอบจะมีกรงเหล็กอย่างน้อยสิบกว่ากรง
หนิงจู๋เริ่มได้ยินเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังแว่วมาแล้ว
แทนที่จะไปแย่งเหยื่อตัวเดียวกัน สู้ไปจัดการพวกที่อยู่ตัวเดียวจะคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากกว่า
หนึ่งคนสี่สมุนก้าวเดินฉับๆ ไปข้างหน้า
มองเห็นหมีคลั่งตัวหนึ่งกำลังอาละวาดไล่กวดจิ้งจอกเงินจนหนีหัวซุกหัวซุนจากระยะไกล
แคว่ก!
จิ้งจอกเงินหนีไม่พ้น หมีคลั่งตะปบเข้าหนึ่งทีจนแผ่นหลังฉีกขาด เลือดจิ้งจอกพุ่งกระฉูดออกมาดั่งน้ำพุ
"ช่วย... ช่วยด้วย..."
บนท้องฟ้ามีนกกระเรียนวารีลอยตัวอยู่อย่างเงียบเชียบ
ปลายปีกของมันรวบรวมหยดน้ำสีน้ำเงินครามเอาไว้หนึ่งหยด เล็งเป้าไปยังจิ้งจอกเงินที่บาดเจ็บสาหัสนอนอยู่บนพื้น
แต่ทว่าในจังหวะนั้นเอง——
เงาสีขาวโพลนพุ่งทะยานออกมา ทหารโครงกระดูกตัวหนึ่งวิ่งเลียบไปตามเงาของซากปรักหักพังแล้วเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ใบหน้าของหมีคลั่งอย่างจัง
นกกระเรียนวารีที่ทำท่าจะช่วยถึงกับรูม่านตาหดตัววูบ
หน้าของหมีคลั่ง... แหลกละเอียด
หมัดกระดูกสีขาวโพลนต่อยจนกะโหลกหน้ายุบแล้วทะลุออกไปทางข้างหลังหัว
เลือดสีดำของหมีราดรดลงบนกระดูกแขนที่ขาวสะอาดดูตัดกันอย่างชัดเจนจนน่าขนลุก
หมัดเดียว?
ใช้แค่หมัดเดียวเนี่ยนะ?
นกกระเรียนวารีกะพริบตาที่ดูฉ่ำวาวของมัน
ถ้าจำไม่ผิดหมีคลั่งตัวนี้เพิ่งจะถูกปล่อยลงมา สภาพร่างกายยังฟิตเต็มร้อย
แถมตัวมันเองก็เป็นพวกสายพละกำลังโดยธรรมชาติ
รูปร่างก็ไม่ได้อ่อนแอเลยสักนิด
เจ้าทหารโครงกระดูกตัวนี้... ดันต่อยทะลุกะโหลกที่แข็งที่สุดได้ยังไงในหมัดเดียว?
"อับบะ!"
ไอ้ใหญ่ชักแขนที่เปื้อนเลือดออกมา หมีคลั่งที่ร่างกายส่วนอื่นยังไร้รอยขีดข่วนล้มตึงลงกับพื้นทันที
มันมองดูแขนของตัวเองที่ยังสภาพดีอยู่แล้วอ้าปากค้างจนกรามเกือบหลุด
จากนั้นมันก็หุบปากลงแล้วเดินเข้าไปใกล้จิ้งจอกเงินที่สภาพสะบักสะบอม เบ้าตาที่ว่างเปล่าจ้องมองไปที่บาดแผลของอีกฝ่ายพลางก้มลงสำรวจอย่างพินิจพิเคราะห์ราวกับเด็กน้อยที่ขี้สงสัย
"พี่โครงกระดูกจ๋า ไว้ชีวิตด้วย! พวกเดียวกันจ้า!"
จิ้งจอกเงินขวัญเสียรีบเปลี่ยนร่างกลับเป็นคนทันที
ใบหน้าที่ซีดเผือดของเขาไม่สนแล้วว่าชุดคลุมหรูหราจะเปื้อนดินเปื้อนเลือดแค่ไหน เขารีบตะเกียกตะกายหนีไปไกลเป็นสิบเมตรอย่างรวดเร็ว
"อาจารย์ครับ ผม... ผมไม่ไหวแล้ว พาผมออกไปที... ผมขอสละสิทธิ์สอบครับ!"
นกกระเรียนวารีที่ลอยอยู่บนฟ้าได้ยินดังนั้นจึงยิงหยดน้ำที่ปลายปีกออกมา
เกิดเป็นคลื่นน้ำม้วนพันรอบตัวผู้ขอความช่วยเหลือแล้วยกตัวเขาลอยขึ้นไปกลางอากาศ
ก่อนจะจากไป สายตาของนกกระเรียนวารียังคงจับจ้องไปที่ไอ้ใหญ่ไม่วางตา
ทหารโครงกระดูกตัวนี้มีปัญหาแน่ๆ...
ระดับพลังของมัน...
ไม่ใช่สายพันธุ์ด้อยช่วงเริ่มต้นแน่นอน!
[จบแล้ว]