เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 002 - ภารกิจแรก

บทที่ 002 - ภารกิจแรก

บทที่ 002 - ภารกิจแรก


บทที่ 002 - ภารกิจแรก

ราชวงศ์ต้าเซิ่ง อำเภอผูหยาง ที่ทำการกองธงองครักษ์เสื้อแพร

ยามเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น ซ่างกวนอู๋ตี้นั่งหน้านิ่งอยู่ภายในโถงใหญ่ของที่ทำการกองธง ในมือพลิกอ่านรายงานลับฉบับต่างๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก แต่ความสนใจส่วนใหญ่กลับจดจ่ออยู่กับหน้าจอเสมือนจริงตรงหน้า

หลังจากได้พูดคุยกับระบบคร่าวๆ เมื่อคืน เขาก็ได้รับรู้ว่าระบบกับเขานั้นมีความสัมพันธ์แบบถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน

ระบบจำเป็นต้องอาศัยความแข็งแกร่งและอิทธิพลของเขาที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งบางสิ่งบางอย่าง ดังนั้น ความหมายในการดำรงอยู่ของมันก็คือการช่วยให้เขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง!

ในขณะนี้ ความสามารถของระบบยังอยู่ในขีดจำกัดที่ค่อนข้างต่ำ การจะสร้างภารกิจขึ้นมาจำเป็นต้องใช้เวลาในการจับสัญญาณข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เขาจึงกำลังรอภารกิจอยู่นั่นเอง

"ติ๊ง! สร้างภารกิจเรียบร้อย! โปรดตรวจสอบ!"

ซ่างกวนอู๋ตี้ดีใจจนเนื้อเต้น รีบเปิดดูทันที

"ระบบต้นกำเนิด:

โฮสต์: ซ่างกวนอู๋ตี้

ระดับพลัง: ขอบเขตทะเลปราณ ขั้นเก้า

เคล็ดวิชา: คัมภีร์เจดีย์สวรรค์ (ระดับปฐพี ขั้นต่ำ • สำเร็จขั้นต้น)

วิชาดาบ: จิงหง (ระดับนิลกาฬ ขั้นสูง • สำเร็จขั้นสูง)

วิชาตัวเบา: จู๋เหลย (ระดับนิลกาฬ ขั้นสูง • สำเร็จขั้นสูง)

ท่าเท้า: เก้าบงกช (ระดับนิลกาฬ ขั้นกลาง • สำเร็จสมบูรณ์)

...

ภารกิจจำกัดเวลา 1: ขจัดภัยคุกคาม! (3 วัน)

หลิวเนี่ยนชิน บุตรสาวนอกสมรสของผู้นำตระกูลหลิวแห่งอำเภอผูหยาง เป็นอนุภรรยาสุดที่รักของเหยียนซั่ว ผู้ดำรงตำแหน่งซือหม่าแห่งกองทัพรักษาเมือง นางเคียดแค้นโฮสต์เข้ากระดูกดำ อีกทั้งยังมีกลิ่นอายของผีดิบคนเถื่อนติดตัว ถือเป็นบุคคลอันตราย แนะนำให้กำจัด

ทางเลือกที่ 1: เมตตาธรรมค้ำจุนโลก • ไว้ชีวิตนาง รางวัล: เพลงกระบี่ปราบมารน้อย (ระดับเหลือง ขั้นสูง), ยาเสริมกายา 3 ขวด

ทางเลือกที่ 2: เอาผิดแค่ตัวการ • ลอบสังหาร! รางวัล: ยาเม็ดระดับนิลกาฬ ขั้นต่ำ • ยาพิษมังกรพิโรธ, ยาเสริมกายา 10 ขวด

ทางเลือกที่ 3: ไม่เหลือเสี้ยนหนาม • สังหารคนจวนซือหม่าให้สิ้นซาก! รางวัล: วิชาเนตรสัจธรรม, การ์ดบรรลุธรรมระดับนิลกาฬ 1 ใบ, ยาเสริมกายา 10 ขวด, ยารวมลมปราณ 1 ขวด"

ซ่างกวนอู๋ตี้ดวงตาหดเกร็งทันที ภัยคุกคาม? ตระกูลหลิวแห่งผูหยาง? ผีดิบคนเถื่อน?

หรือจะเป็นตระกูลหลิว ตระกูลเล็กๆ ที่เขาเพิ่งกวาดล้างไปเมื่อห้าหกวันก่อน?

พวกนายกองธงเล็กพวกนี้มัวทำอะไรกินกันอยู่! ถึงได้ปล่อยให้คนแบบนี้เล็ดลอดไปได้!

ซ่างกวนอู๋ตี้รู้สึกหงุดหงิดใจลึกๆ แต่จู่ๆ เขาก็รู้สึกคุ้นชื่อ หลิวเนี่ยนชิน ขึ้นมาตะหงิดๆ

"หรือว่าจะเป็นนางโลมแห่งผูหยางที่ไปเกาะแกะกับขุนนางใหญ่ในราชสำนักคนนั้นในความฝัน? เหมือนจะเคยก่อปัญหาไว้ไม่น้อยเลยนี่?"

เมื่อคิดได้ดังนั้น สีหน้าของซ่างกวนอู๋ตี้ก็ยิ่งดำทะมึน ลุกพรวดขึ้นยืนทันที

"เด็กๆ!"

"ท่านนายกองธง!"

องครักษ์ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูรีบวิ่งเข้ามา

"ออกคำสั่งให้นายกองธงเล็กในสังกัดทั้งหมดมาพบข้าเดี๋ยวนี้!"

"ขอรับ!"

เมื่อองครักษ์ออกไปแล้ว ซ่างกวนอู๋ตี้ก็กดเลือกทางเลือกที่สามทันที

ไม่ต้องพูดถึงว่าทางเลือกนี้ให้รางวัลคุ้มค่าที่สุด ต่อให้ไม่ใช่ เขาก็จะเลือกข้อนี้โดยไม่ลังเล!

เพราะเขาเกลียดการเหลือเสี้ยนหนามทิ้งไว้ที่สุด!

ในโลกนี้ ไม่เคยขาดแคลนคนที่โชคดีจนได้ดิบได้ดีในชั่วข้ามคืน! ยิ่งไปกว่านั้นยังเกี่ยวข้องกับผีดิบคนเถื่อนอีกด้วย

ผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป เงาร่างห้าสายก็ทยอยก้าวเข้ามาในโถงใหญ่

ทั้งห้าคนนี้คือนายกองธงเล็กสายตรงของซ่างกวนอู๋ตี้ ซึ่งเขาสามารถเรียกใช้งานได้ตลอดเวลา

หน่วยองครักษ์เสื้อแพรขึ้นตรงต่อฮ่องเต้ มีอำนาจดูแลจัดการเรื่องราวเกี่ยวกับสำนักยุทธ์ สัตว์อสูร และผีดิบคนเถื่อนภายในราชวงศ์ต้าเซิ่งทั้งหมด อีกทั้งยังมีอำนาจตรวจสอบขุนนางและตระกูลใหญ่ อำนาจบารมีเรียกได้ว่า "ล้นฟ้า"

และด้วยภาระหน้าที่อันหนักอึ้งที่องครักษ์เสื้อแพรต้องแบกรับ การคัดเลือกบุคลากรจึงเข้มงวดเป็นอย่างยิ่ง

องครักษ์ทั่วไปต้องมีระดับขอบเขตกายา ขั้นเจ็ดเป็นอย่างต่ำ นายกองธงเล็กที่คุมองครักษ์สิบนายต้องอยู่ขอบเขตทะเลปราณ ส่วนนายกองธงที่คุมนายกองธงเล็กห้ากอง ต้องมีระดับขอบเขตทะเลปราณ ขั้นห้าขึ้นไป

หน่วยงานระดับต่ำสุดขององครักษ์เสื้อแพรคือที่ทำการกองธง รับผิดชอบงานภายในเขตอำเภอ นอกจากนายกองธงเล็กสายต่อสู้ห้ากองที่ขึ้นตรงต่อนายกองธงแล้ว ยังมีกองธงเล็กที่ดูแลคุกหลวงจาวอวี้และหอเกียรติยศแยกต่างหาก

...

ภายในโถงใหญ่ เมื่อเห็นสีหน้าทะมึนตึงของซ่างกวนอู๋ตี้ นายกองธงเล็กทั้งห้าต่างก็ระมัดระวังตัวแจ

ในใจต่างขบคิดอย่างรวดเร็วว่าทำผิดพลาดตรงไหนไป ถึงได้ทำให้ท่านนายกองธงผู้นี้เดือดดาล

"คดีที่ตระกูลหลิวเลี้ยงดูผีดิบคนเถื่อนทำร้ายผู้คนเมื่อไม่กี่วันก่อน ข้าสั่งการไปว่าอย่างไร?"

"เรียนท่านนายกองธง ตระกูลหลิวทั้งตระกูล ฆ่าไม่เลี้ยงขอรับ!"

เมื่อได้ยินซ่างกวนอู๋ตี้ถาม ลูชิงที่เพิ่งใช้ยาอัดพลังปราณระดับสูงทะลวงผ่านเข้าสู่ขอบเขตทะเลปราณ ขั้นสามสำเร็จ ก็รีบลุกขึ้นตอบ

"ดี! ถ้าอย่างนั้นใครเป็นคนรับผิดชอบรวบรวมข้อมูลข่าวสารทั้งหมดของตระกูลหลิว?"

ชายวัยกลางคนหน้าตาภูมิฐานที่นั่งอยู่ด้านล่างสะดุ้งโหยง รีบลุกขึ้นยืน

"เรียนท่านนายกองธง! เป็นข้าน้อยเองขอรับ!"

เมื่อซ่างกวนอู๋ตี้เห็นคนผู้นี้ ก็หรี่ตามอง

"อ้อ? กู้เจิ้งกวง งั้นเจ้าลองบอกมาสิว่าคนตระกูลหลิวถูกกำจัดหมดสิ้นแล้วหรือยัง?"

กู้เจิ้งกวงหัวใจเต้นผิดจังหวะ แอบชำเลืองมองลูชิง

"เอ่อ ข้าน้อยได้ส่งมอบเอกสารทั้งหมดให้ท่านนายกองธงเล็กลูแล้ว ท่านนายกองธงเล็กลูเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ น่าจะไม่ตกหล่นหรอกขอรับ"

ลูชิงรีบแก้ต่างทันควัน "ท่านนายกองธง! ทุกคนที่มีรายชื่อในบัญชีถูกกำจัดหมดแล้วขอรับ! ข้อนี้ ข้าน้อยขอเอาหัวเป็นประกัน!"

ซ่างกวนอู๋ตี้กวาดสายตามองทุกคนที่มีสีหน้าแตกต่างกันไป ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ออกมา

"ไม่ต้องตกใจไป จริงๆ แล้ววันนี้ข้าแค่อยากจะพิสูจน์เรื่องบางเรื่องเท่านั้น"

ทุกคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เดาไม่ออกว่าท่านนายกองธงมาไม้ไหน แต่โดยสัญชาตญาณแล้วต่างก็โล่งอกไปเปราะหนึ่ง

"คนชื่อหลิวเนี่ยนชิน นายกองธงเล็กกู้เคยได้ยินชื่อไหม?"

กู้เจิ้งกวงตัวสั่นเทิ้มขึ้นมาทันที

"ท่านนายกองธง ข้าน้อยมะ... ไม่... อ้อ ไม่ใช่สิ ข้าน้อยเหมือนจะพอคุ้นๆ อยู่บ้าง ได้ยินว่าเป็นอนุภรรยาคนหนึ่งของเหยียนซั่ว ซือหม่าแห่งกองทัพรักษาเมืองขอรับ"

"อ้อ~"

ซ่างกวนอู๋ตี้ลากเสียงยาว ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นเย็นเยียบฉับพลัน

"แต่ทำไมข้าถึงได้ยินมาว่าหลิวเนี่ยนชินผู้นั้นเป็นบุตรสาวนอกสมรสของผู้นำตระกูลหลิวล่ะ? กู้เจิ้งกวง เจ้าช่างขวัญกล้านักนะ!"

กู้เจิ้งกวงหน้ากระตุก เข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น

"ท่านนายกองธง ข้าน้อยผิดไปแล้ว! ข้าน้อยไม่ควรโลภมาก! ไม่ควรรับสินบนจากเหยียนซั่วเพื่อช่วยปกปิดคนร้าย!

ขอท่านนายกองธงโปรดเมตตา ให้โอกาสข้าน้อยได้ทำคุณไถ่โทษด้วยเถิดขอรับ!"

ไม่ใช่ว่ากู้เจิ้งกวงไม่อยากหาข้ออ้าง แต่เขาไม่กล้าต่างหาก

สำหรับนิสัยและวิธีการของท่านนายกองธงผู้นี้ เขาพอจะรู้ซึ้งมาบ้างแล้ว

เขาเข้าใจดีว่าเรื่องพวกนี้ตรวจสอบนิดเดียวก็รู้ หากเขาดื้อรั้นปฏิเสธ มีแต่ทางตายสถานเดียว! มีแต่ต้องสารภาพความจริงเท่านั้นถึงจะพอมีทางรอด!

"ผีดิบคนเถื่อนไร้รูปร่าง วิธีการยิ่งลึกลับยากคาดเดา

หากปล่อยให้เติบใหญ่ แม้แต่พื้นที่ระดับอำเภอก็อาจกลายเป็นจุณได้ในชั่วข้ามคืน! พวกเจ้าย่อมรู้ดี และยิ่งควรรู้ถึงความเข้มงวดของกฎหมายองครักษ์เสื้อแพร!"

ซ่างกวนอู๋ตี้พูดพลางเดินเข้าไปหากู้เจิ้งกวงช้าๆ

"มาบัดนี้ ถึงขั้นเห็นแก่ผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย จนเมินเฉยต่อความเป็นความตายของราษฎรนับหมื่น! เมินเฉยต่อกฎหมายขององครักษ์เสื้อแพร!

พฤติกรรมเช่นนี้ สมควรประหารชีวิตเดี๋ยวนี้!"

พูดจบ ฝ่ามือของซ่างกวนอู๋ตี้ก็วางลงบนศีรษะของกู้เจิ้งกวงแล้ว

กู้เจิ้งกวงหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกน้ำ

อีกสี่คนที่เหลืออยากจะช่วยขอร้อง อ้าปากพะงาบๆ แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าเอ่ยคำใด สีหน้าต่างเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น

"แต่ว่า เห็นแก่ที่เจ้ามีความขยันขันแข็งมาโดยตลอด ข้าจะให้โอกาสเจ้าทำคุณไถ่โทษ!

ก่อนตะวันตกดินวันนี้ ไปสืบหาหลักฐานความผิดทั้งหมดของซือหม่าเหยียนซั่วมาให้ได้! รวมถึงรายชื่อคนในตระกูลเหยียนทั้งหมดด้วย!

มิเช่นนั้น เจ้าก็เตรียมตัวตายชดใช้ความผิดได้เลย!"

สิ้นเสียงของซ่างกวนอู๋ตี้ มือขวาที่เลื่อนลงมาจับที่ไหล่ซ้ายของกู้เจิ้งกวงก็บีบแน่นฉับพลัน กู้เจิ้งกวงส่งเสียงร้องอู้อี้ เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผาก

ซ่างกวนอู๋ตี้ชักมือกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในแววตาฉายแววชื่นชมวูบหนึ่ง

กระดูกแตกแต่ไม่ร้องโวยวาย นับว่าเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง

อีกอย่างกู้เจิ้งกวงผู้นี้ก็พอจะมีพรสวรรค์ด้านข่าวกรองอยู่บ้าง ถือว่ายังพอมีค่าให้ปั้นต่อ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ละเว้นโทษตายให้

"ขอบคุณท่านนายกองธงที่เมตตา! ข้าน้อยจะทำภารกิจให้สำเร็จอย่างแน่นอนขอรับ!"

ซ่างกวนอู๋ตี้หันหลังเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ประธาน สะบัดชายเสื้อแล้วออกคำสั่งเสียงดัง

"เจี่ยซิงฮั่น, ตงเว่ย, ลูชิง, เหลิงชวง อยู่ไหน!"

"ข้าน้อยอยู่!"

"พวกเจ้าสี่คนไปเตรียมกองกำลังองครักษ์ให้พร้อม!

แค่ซือหม่าเล็กๆ คนหนึ่ง ถึงกับกล้าให้ที่พักพิงแก่ผู้เลี้ยงดูผีดิบคนเถื่อน ให้ที่พักพิงแก่นักโทษประหารขององครักษ์เสื้อแพร ช่างรนหาที่ตายนัก!

รอรวบรวมหลักฐานครบ คืนนี้จะกวาดล้างให้สิ้นซาก!

ระหว่างนี้ ห้ามใครก้าวเท้าออกจากที่ทำการกองธงแม้แต่ครึ่งก้าว! ห้ามติดต่อสื่อสารกับภายนอกเด็ดขาด!"

"รับทราบ!"

...

ราตรีมาเยือน ดวงจันทร์สว่างดวงดาวประปราย ทั่วทั้งอำเภอผูหยางส่วนใหญ่ถูกปกคลุมด้วยเสียงลมหวีดหวิวยามค่ำคืน ยกเว้นย่านเริงรมย์บางแห่ง

ที่หน้าประตูจวนซือหม่ากำแพงสูงใหญ่ ทหารยามร่างกำยำระดับขอบเขตกายา ขั้นห้าหกจำนวนสิบนายยืนเรียงแถวสองฝั่ง สวมเกราะเงาวับ สีหน้าเคร่งขรึม

ประตูบานใหญ่กว้างสองสามวาเปิดกว้างอ้าซ่า มองเห็นแสงไฟวูบวาบจากภายใน

ลึกเข้าไปในจวน ณ ห้องโถงรับรอง ชายหญิงสวมชุดหรูหราสิบกว่าคนกำลังพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน มีสาวใช้คอยเดินเติมเหล้าเสิร์ฟอาหารไม่ขาดสาย

"พี่เจียวอายุเพียงยี่สิบสาม แต่บรรลุถึงขอบเขตทะเลปราณ ขั้นห้าแล้ว สมกับเป็นศิษย์เอกฝ่ายในของสำนักฮ่าวหยางจริงๆ

พรสวรรค์เช่นนี้ช่างน่าอิจฉาพี่ชายคนนี้นัก!"

เหยียนซั่วคอยคีบกับข้าวรินเหล้าเอาใจเจียวเจ๋อ พร้อมกับกล่าวเยินยอ

"ฮ่าๆๆ พี่เหยียนอยู่ขอบเขตทะเลปราณ ขั้นเจ็ด เก่งกาจกว่าน้องชายคนนี้ตั้งเยอะ"

เจียวเจ๋อตอบรับด้วยรอยยิ้มจางๆ แต่สายตากลับคอยชำเลืองมองหญิงสาวร่างอรชร ใบหน้างดงามดั่งดอกท้อที่นั่งอยู่ทางด้านขวาล่างเป็นระยะ

คิดว่าเขาเองก็ผ่านมาเยอะ เจนจัดในย่านเริงรมย์ของเมืองหลวงมาไม่น้อย แต่ไม่เคยเจอใครที่ยั่วยวนชวนฝันขนาดนี้มาก่อน ราวกับนางปีศาจจำแลงกายมาก็ไม่ปาน!

แค่สายตาเดียวก็กระชากวิญญาณเขาหลุดลอยไปได้ ถ้าไม่ใช่เพราะผิดที่ผิดทาง แถมยังรู้ว่าเป็นอนุภรรยาสุดที่รักของเหยียนซั่ว เขาคงกระโจนเข้าไปหาตั้งนานแล้ว

กิริยาอาการของเจียวเจ๋อมีหรือจะรอดพ้นสายตาของเหยียนซั่ว? แต่ไม่รู้ทำไม เขาถึงไม่แสดงท่าทีไม่พอใจออกมาเลยแม้แต่น้อย

"เฮ้อ! พี่ชายคนนี้แก่แล้ว อายุปาเข้าไปสี่สิบห้า หนทางแห่งวรยุทธ์คงจะสุดแค่นี้แล้ว เทียบกับน้องเจียวไม่ได้หรอก"

เหยียนซั่วถอนหายใจยาว ก่อนจะทำหน้าเศร้าสร้อย

"พี่ชายคนนี้แก่ก็ส่วนแก่เถอะ ไม่หวังลาภยศสรรเสริญอะไรแล้ว แต่ติดที่พี่สะใภ้เจ้าดันเกิดมาหน้าตาสะสวย ก็เลยชักนำเภทภัยมาให้โดยไม่รู้ตัว!"

พูดพลาง เหยียนซั่วก็ชี้มือไปที่หญิงสาวผู้นั้น

เจียวเจ๋อปรับสีหน้าเป็นจริงจังทันที เริ่มสนใจขึ้นมา

"อ้อ? พี่เหยียนพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?

ถึงแม้พี่เหยียนจะมีกำลังจำกัด แต่พี่เขยของท่านเป็นถึงลองเชียนฮู้แห่งที่ทำการพันธรักษ์เสื้อแพรประจำเมืองเจาหยาง ระดับพลังปาเข้าไปขอบเขตของเหลวลึกลับ ขั้นหกเจ็ด ระดับเดียวกับผู้อาวุโสในสำนักข้าเชียวนะ

ยังมีใครหน้ามืดตามัวกล้าเล็งพี่สะใภ้ มาหาเรื่องท่านอีกหรือ?"

"เฮ้อ! น้องเจียวไม่รู้อะไรซะแล้ว! คนผู้นั้นคือนายกองธงองครักษ์เสื้อแพรคนใหม่ที่เพิ่งมารับตำแหน่งที่อำเภอผูหยางนี่เอง มันไม่เพียงแต่อยากได้ตัวพี่สะใภ้เจ้า แต่มันฆ่าล้างตระกูลนางไปแล้วด้วย!"

พอเหยียนซั่วพูดถึงตรงนี้ หญิงสาวผู้นั้นก็ขอบตาแดงก่ำ น้ำตาเม็ดโตไหลรินลงมาไม่ขาดสาย ทำเอาเจียวเจ๋อรู้สึกปวดใจอย่างบอกไม่ถูก

"พี่ชายรู้ดีว่าสาวงามปานนางฟ้าอย่างพี่สะใภ้เจ้า ตัวพี่คงเก็บไว้ไม่อยู่ แต่ก็นึกไม่ถึงว่าจะถูกคนใช้กำลังแย่งชิงไป!

น้องเจียว ข้าไม่ปิดบังเจ้าหรอก จริงๆ แล้วพี่สะใภ้เจ้าประทับใจในตัวเจ้าตั้งแต่แรกเห็น พี่ชายคนนี้เดิมทีก็ทำใจลำบาก แต่อนิจจา ภัยร้ายอยู่ตรงหน้า!

น้องเจียว! ถ้าพี่เขยข้าลงมือ อย่างมากก็คงเอาชีวิตไอ้สุนัขรับใช้นั่นไม่ได้ แต่ความแค้นที่ถูกฆ่าล้างตระกูลของพี่สะใภ้เจ้ามันฝังลึกถึงกระดูก!

หากเจ้าสามารถเชิญยอดฝีมือในสำนักมากำจัดไอ้สุนัขรับใช้นั่นได้ พี่สะใภ้เจ้า... ก็จะยอมติดตามเจ้าไป!"

เจียวเจ๋ออ้าปากค้าง ในใจมีไฟราคะลุกโชนขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

เหตุผลบอกเขาว่าเรื่องนี้มันทะแม่งๆ ผิดปกติชอบกล แต่ไม่รู้ทำไมพอเห็นหน้าแม่นางน้อยผู้นั้น เขาก็ระงับอารมณ์ไม่ได้

"ตกลง! เรื่องนี้น้องชายรับปากจัดการให้!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 002 - ภารกิจแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว