เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 ความวุ่นวายไม่รู้จบ

บทที่ 10 ความวุ่นวายไม่รู้จบ

บทที่ 10 ความวุ่นวายไม่รู้จบ


หลังจากหักหน้ากลุ่มอัศวินและได้รับความเมตตาจากนาหลันซูและหลี่ซิน หลงฮ่าวเฉินและไป๋ซีก็ได้รับตราสัญลักษณ์อัศวินและ 'ศิลาปลุกพลัง' ตามที่หลงซิงอวี่กำชับไว้

ทั้งสองไม่รอช้า รีบมุ่งหน้าไปยังจุดหมายถัดไปเพื่อลงทะเบียนที่สมาคมนักผจญภัยทันที

สมาคมนักผจญภัยเป็นสถานที่ที่มังกรและงูปะปนกันวุ่นวาย เพียงก้าวเท้าเข้าไปได้ไม่นาน สองพี่น้องที่ดูภายนอกเหมือนจะรังแกได้ง่ายก็พบเจอตัวปัญหาเข้าจนได้

ถ้อยคำหยาบคายสกปรกโสโครกพรั่งพรูออกมาจากปากคนเหล่านั้นจนยากจะทนฟัง แม้แต่ไป๋เยว่ มารดาของพวกเขาก็ยังถูกพาดพิงในวาจาเหล่านั้น โทสะของไป๋ซีลุกโชนยิ่งกว่าหลงฮ่าวเฉิน นางชักดาบหนักจากหลังของพี่ชายแล้วขว้างใส่เจ้าคนสารเลวนั้นโดยไม่หันกลับไปมอง

"รนหาที่ตาย อย่าหาว่าข้าไร้ปรานีก็แล้วกัน"

เนื่องจากภายในสมาคมมีกฎห้ามต่อสู้ ดาบหนักที่ไป๋ซีขว้างไปจึงไม่ได้ปักลงบนร่างของชายเคราดก แต่กลับปักลงเฉียดจมูกของเขาไปเพียงนิดเดียว ซึ่งนั่นก็เพียงพอที่จะข่มขวัญเขาได้แล้ว

"อ๊าก—ไอ้เด็กเวร ข้าจะฆ่าพวกแกให้หมด—"

ชายเคราดกตะโกนก้องด้วยความโกรธเกรี้ยว เมื่อครู่เขาตกใจกลัวแทบสิ้นสติ แต่พอตั้งสติได้ ดวงตาแดงก่ำก็จ้องเขม็งไปที่ไป๋ซี

ทว่าไป๋ซีกลับปลดแส้อ่อนที่เอวออกมาอย่างเย็นชา ตวาดแส้ดึงดาบเหล็กหนักที่ตกอยู่ตรงหน้าชายเคราดกกลับมาคืนให้หลงฮ่าวเฉินอย่างง่ายดาย

"ออกไปคุยกันข้างนอก"

สองพี่น้องไม่มีวันยอมให้ใครมาลบหลู่มารดาแม้เพียงครึ่งคำ ในเวลานี้ทั้งคู่ต่างปรารถนาจะสังหารชายเคราดกผู้นั้นให้ตายตกไปตามกัน

เพียงแต่หลงฮ่าวเฉินยังคงรักษามารยาท เขาเอ่ยท้าดวลชายผู้นั้นอย่างเป็นทางการ

ทั้งสามเดินออกจากสมาคมนักผจญภัยด้วยความเดือดดาล มายังลานกว้างด้านหน้า ผู้คนที่ชอบดูเรื่องสนุกต่างพากันมามุงดูอย่างรวดเร็ว

ระหว่างเดินออกมา ไป๋ซีเตรียมดาบหนักไว้พร้อมสรรพ

ทันทีที่พ้นประตูสมาคม นางไม่รอให้ชายเคราดกได้พ่นวาจาไร้สาระ นางชักดาบฟันทันที

การเคลื่อนไหวของนางรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

แม้ชายเคราดกจะเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ แต่คมดาบหนักก็ยังตัดแขนข้างหนึ่งของเขาจนขาดกระเด็น เลือดสดๆ สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าของเขา

แต่ไป๋ซีกลับไม่มีเลือดกระเด็นมาโดนตัวแม้แต่หยดเดียว แสดงให้เห็นว่านางเคลื่อนที่ได้รวดเร็วเพียงใด

"โชคดีที่เลือดสกปรกของแกไม่กระเด็นมาโดนข้า ไม่อย่างนั้นข้าคงขยะแขยงจนอาเจียนเอามื้อเย็นเมื่อวานออกมาแน่"

ไป๋ซีถอยฉากออกมาหลังการโจมตีเพียงครั้งเดียว พร้อมเอ่ยเยาะเย้ย

หลงฮ่าวเฉินประสานการโจมตีต่อทันที ด้วยทักษะ 'ดาบประกายแสง' 'โล่พิทักษ์' และ 'กางเขนศักดิ์สิทธิ์'... ด้วยแรงโทสะ ทุกท่วงท่าของเขาจึงรวดเร็วอย่างยิ่ง ก่อนที่ฝูงชนจะหายตกตะลึงที่ไป๋ซีตัดแขนชายเคราดก ชายผู้นั้นก็สิ้นใจภายใต้คมดาบของสองพี่น้องไปเสียแล้ว

"ไอ้เด็กบ้า กล้าดีระริอาจฆ่าคนเชียวรึ! ข้าจะฆ่าพวกแกเซ่นวิญญาณพี่น้องข้า!"

ชายฉกรรจ์สองคนพุ่งออกมาจากด้านข้าง นัยน์ตาลุกโชนด้วยไฟแค้น หมายมั่นจะสังหารหลงฮ่าวเฉินและไป๋ซี

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฝีมืออันเก่งกาจ หรือเพราะความเป็นเด็กที่ไม่รู้จักความกลัว เมื่อเผชิญหน้ากับชายฉกรรจ์สองคนที่ดูน่าเกรงขาม สองพี่น้องกลับไม่มีท่าทีหวาดหวั่นแม้แต่น้อย

ไป๋ซีถึงกับกล่าวอย่างไม่เกรงกลัวว่า "เข้ามาพร้อมกันให้หมดเลยยิ่งดี จะได้ไม่เสียเวลา"

นางตั้งใจจะกำจัดเสี้ยนหนามให้สิ้นซาก จัดการสองคนนี้ไปพร้อมกันเลย

แต่ยังไม่ทันที่การต่อสู้จะเริ่มขึ้น หลี่ซินที่กังวลว่าพวกเขาจะถูกตามล่าก็ตามมาทัน และข่มขวัญชายสองคนนั้นจนหนีเตลิดไป

เมื่อมองดูแผ่นหลังของชายสองคนที่วิ่งหนีไปอย่างทุลักทุเล จู่ๆ ประโยคหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของไป๋ซี

"ปัญหาไม่จบไม่สิ้นจริงๆ"

สำหรับอารมณ์ที่ขุ่นมัวของไป๋ซี หลี่ซินเพียงแค่เรียก 'ยูนิคอร์นกุหลาบ' สีชมพูออกมา ก็ช่วยให้นางอารมณ์ดีขึ้นทันตาเห็น

"พี่สาว ข้าขอลูบมันได้ไหม?"

ไป๋ซีไม่มีภูมิคุ้มกันต่อสิ่งมีชีวิตที่น่ารักและงดงาม ดวงตาของนางเป็นประกายระยิบระยับยามจ้องมองยูนิคอร์นกุหลาบ

"แน่นอนจ้ะ จะกอดมันก็ได้ หรือจะลองขี่ดูก็ได้นะ"

เมื่อได้รับอนุญาตจากหลี่ซิน ไป๋ซีก็กระโจนเข้ากอดเจ้าสัตว์วิเศษตัวน้อยแน่น ราวกับได้รับการเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำ

"น่ารักจริงๆ เลย! ทำยังไงข้าถึงจะได้สัตว์ขี่น่ารักๆ แบบนี้บ้างนะ?"

"ไม่น่ารัก ไม่เห็นจะน่ารักเลยสักนิด! เจ้านาย รสนิยมของท่านตกต่ำลงแล้วหรือ? เจ้าตัวบ้านนอกนี่มันน่ารักตรงไหนกัน?"

ในห้วงจิตวิญญาณ 'วิหคเพลิง' รู้สึกว่าสถานะของตนสั่นคลอน จึงตื่นขึ้นมาโวยวายและวิจารณ์ยูนิคอร์นกุหลาบด้วยความอิจฉาริษยา น้ำเสียงเจือความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างปิดไม่มิด

"รสนิยมข้าปกติดี! มันออกจะน่ารัก สีชมพูดูอ่อนโยนจะตายไป"

"ข้าต่างหากที่น่ารัก! ข้าคือสัตว์อสูรที่น่ารักที่สุดในโลกนี้ สีชมพูมีดีตรงไหน? ดูดาษดื่นจะตาย! สีแดงเพลิงอย่างข้าสิถึงจะงดงาม!"

วิหคเพลิงที่สะดุ้งตื่นขึ้นมากลางคันรู้สึกราวกับฟ้าถล่ม นี่นางจะตกกระป๋องเร็วขนาดนี้เลยหรือ?

"โอ้ เจ้านายผู้หลายใจของข้า!"

"โอ้ สัตว์อสูรแก่ๆ ที่ถูกลืมและถูกรังเกียจ!"

คำตัดพ้อชุดใหญ่ของวิหคเพลิงทำเอาไป๋ซีรู้สึกละอายใจขึ้นมานิดๆ ราวกับนางเป็นคนหลายใจและใจจืดใจดำจริงๆ

นางตอบกลับไปอย่างเก้อเขินว่า "ก็ข้ายังไม่เคยเห็นรูปร่างหน้าตาของเจ้าเลยนี่นา!"

"นั่นไงเล่า! เจ้านายต้องลืมหน้าตาของข้าไปแล้วแน่ๆ ถึงได้พูดแบบนี้ ถ้าท่านได้เห็นร่างจริงของข้า สัตว์อสูรตัวไหนก็ไม่อาจอยู่ในสายตาท่านได้อีก"

วิหคเพลิงกล่าวด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ทั้งที่ความทรงจำของตัวเองก็ใช่ว่าจะดีนัก

แม้ไป๋ซีจะชอบยูนิคอร์นกุหลาบมากเพียงใด แต่นางก็ยังปฏิเสธความหวังดีของหลี่ซินที่จะร่วมเดินทางไปด้วย

"ไม่ต้องลำบากพี่สาวหรอก ข้ากับเฉินเฉินจัดการกันเองได้"

"แต่ในบึงจันทรามีสัตว์อสูรระดับสามและสี่อยู่ด้วยนะ พวกเจ้าในตอนนี้ยังรับมือไม่ไหวแน่ ถ้าไปเจอพวกมันเข้าจะแย่เอา"

หลี่ซินเป็นห่วงความปลอดภัยของพวกเขามาก นางเอ็นดูหลงฮ่าวเฉินและไป๋ซี โดยเฉพาะไป๋ซี นางอยากเห็นเด็กสาวก้าวหน้าไปได้ไกลกว่านี้

"แต่ถ้ามีพี่สาวคอยคุ้มกันอยู่ข้างหลัง พวกเราก็จะไม่รู้สึกถึงอันตราย และจะไม่ได้ฝึกฝนอย่างแท้จริงน่ะสิ"

ไป๋ซีและหลงฮ่าวเฉินยังคงยืนกรานปฏิเสธความหวังดีของหลี่ซิน

เพราะความดื้อรั้นของเด็กทั้งสอง หลี่ซินจึงจำยอมถอย แต่ก็ไม่ลืมกำชับให้ระมัดระวังตัว

หลังจากหลี่ซินจากไป ไป๋ซีก็หันหลังกลับเข้าไปในสมาคมนักผจญภัยทันที

"ซีซี เจ้าจะทำอะไร?"

หลงฮ่าวเฉินสังหรณ์ใจไม่ดีทันที ท่าทางแบบนี้เหมือนนางกำลังจะหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ

กว่าเขาจะตามมาทัน ไป๋ซีก็รับภารกิจล่าสัตว์อสูรระดับสามมาเรียบร้อยแล้ว

"นี่เจ้ารับภารกิจระดับสามมาอีกแล้วเหรอ?"

เสียงของหลงฮ่าวเฉินดังขึ้นโดยไม่รู้ตัว

"ระดับแค่นี้ถือว่าต่ำแล้วนะ เฮ้อ... ความจริงข้าอยากรับระดับสี่ด้วยซ้ำ แต่วันนี้เรามาช้าไป ระดับสี่มีน้อยอยู่แล้วเลยโดนแย่งไปหมด"

ไป๋ซีถอนหายใจขณะพูด

คนที่ควรจะถอนหายใจมันคือพี่คนนี้ต่างหากเล่า! น้องสาวข้าช่างดื้อรั้นจริงๆ ข้าจะทำยังไงถ้าคุมนางไม่อยู่เนี่ย?

หลงฮ่าวเฉินอยากจะถอนหายใจออกมาดังๆ แต่ก็นั่นแหละ น้องสาวของเขาเอง จะทำอะไรได้นอกจากตามใจ

"รีบไปบึงจันทรากันเถอะ ยิ่งทำภารกิจเสร็จเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้กลับบ้านเร็วเท่านั้น ออกจากบ้านมายังไม่ทันข้ามวัน ข้าก็เริ่มคิดถึงท่านแม่แล้วเนี่ย"

"แล้วทำไมเจ้าถึงรับภารกิจเพิ่มล่ะ? ถ้ารับน้อยลงเราก็กลับบ้านได้เร็วขึ้นไม่ใช่เหรอ?"

"นี่เป็นการทดสอบไง ว่าเราจะทำภารกิจจำนวนมากให้สำเร็จในเวลาสั้นๆ ได้ยังไง"

ทั้งสองถกเถียงกันพลางมุ่งหน้าสู่บึงจันทราอย่างรวดเร็ว

โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า มีเงาร่างสองสายคอยสะกดรอยตามพวกเขามาอย่างเงียบเชียบตลอดทาง

จบบทที่ บทที่ 10 ความวุ่นวายไม่รู้จบ

คัดลอกลิงก์แล้ว