- หน้าแรก
- หายนะเริ่มต้นด้วยค่ำคืนอันหนาวเหน็บชั่วนิรันดร์
- บทที่ 29 การวิเคราะห์แบบไร้ทิศทางนำไปสู่ความสำเร็จ หยางซิงตกตะลึง
บทที่ 29 การวิเคราะห์แบบไร้ทิศทางนำไปสู่ความสำเร็จ หยางซิงตกตะลึง
บทที่ 29 การวิเคราะห์แบบไร้ทิศทางนำไปสู่ความสำเร็จ หยางซิงตกตะลึง
"เขาเป็นแค่เด็กจบใหม่ตัวคนเดียว ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนหรอกค่ะ"
ได้ยินหยางซิงพูดแบบนั้น อู๋เต๋อก็ขมวดคิ้ว "มันรวยมากเหรอ?"
"เปล่าค่ะ ในบัญชีเขาน่าจะมีเงินไม่ถึงห้าพันหยวนด้วยซ้ำ!" หยางซิงส่ายหน้าปฏิเสธทันที
"ถ้าไม่มีเงิน แล้วมันเอาเงินสดตั้งพันหยวนมาให้ฉันตอนขับรถเข้ามาจอดได้ยังไง?" อู๋เต๋อยังคงสับสน "ต่อให้เป็นรถบ้านมือสอง ราคามันก็ไม่ใช่แค่ไม่กี่พันนะ!"
"ตอนฉันเห็นเขาขับรถบ้านมา ฉันก็งงเหมือนกัน หรือว่าเขาไปพม่าแล้วได้เงินก้อนโตกลับมา?" หยางซิงเองก็สงสัยไม่แพ้กัน
อู๋เต๋อครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะเอ่ยขึ้น "ไม่สิ ต่อให้มันขนเงินกลับมาจากเมืองนอก แล้วทำไมต้องซื้อรถบ้านมือสองขับลงมาจอดชั้นสามด้วย?"
หยางซิงเองก็คิดไม่ออก
"แล้วถ้า... มันรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดภัยพิบัติล่ะ?" อู๋เต๋อหรี่ตาลง ตั้งข้อสันนิษฐาน "ถ้าเป็นอย่างนั้น ทุกอย่างก็มีคำตอบ!"
"รู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดภัยพิบัติ?" หยางซิงอึ้งไป "จะเป็นไปได้ยังไง?"
"ถามหน่อย ถ้าเธอซื้อรถบ้าน เธอจะขับลงมาจอดที่ชั้นสามของลานจอดรถไหม?" อู๋เต๋อย้อนถาม
"ไม่มีทาง จอดในที่มืดๆ แบบนั้นเสียของแย่ ต้องจอดโชว์ข้างบนสิ!" หยางซิงตอบทันควัน พูดยังไม่ทันจบ เธอก็เข้าใจความหมายของอู๋เต๋อทันที
"แสดงว่ามีเหตุผลบางอย่างที่บีบให้มันต้องเอารถลงมาจอดที่ชั้นสาม!" อู๋เต๋อวิเคราะห์ฉอดๆ "ที่มันไม่เลือกชั้นหนึ่งหรือชั้นสอง แสดงว่ามันมองว่าสองชั้นนั้นยังปลอดภัยไม่พอ และดูจากอุณหภูมิที่ลดฮวบตอนนี้ ชั้นหนึ่งกับชั้นสองก็ไม่ปลอดภัยจริงๆ นั่นแหละ!"
หยางซิงถึงบางอ้อ "จริงด้วย!"
แต่ในใจลึกๆ เธอกลับนึกดูแคลน 'ที่มันหนีลงมาชั้นสามก็แค่จะหนีการตามล่าของพี่เตาเท่านั้นแหละ คนธรรมดาอย่างมันจะไปตรัสรู้ล่วงหน้าเรื่องราตรียนิรันดร์กับยุคน้ำแข็งได้ยังไง'
หยางซิงไม่ได้เล่าเรื่องที่เธอหลอกขายหวังอวี่ให้โรงงานค้าอวัยวะเถื่อน เธอแสร้งทำไขสือ เพราะตอนนี้พี่เตาก็ตายไปแล้ว ส่วนลูกน้องคนอื่นก็รู้แค่ว่ามาตามล่าคน ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง
"ถ้าข้อสันนิษฐานของฉันถูกต้อง หวังอวี่ต้องอยู่ในรถบ้านแน่!" อู๋เต๋อทำหน้ามั่นใจราวกับมองทะลุปรุโปร่ง "มันรู้เรื่องภัยพิบัติล่วงหน้า แถมยังมีปืน แสดงว่าการไปพม่าของมันต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ!"
การวิเคราะห์แบบเดาสุ่มของเขา ดันไปตรงกับความจริงเกือบทั้งหมด!
หยางซิงชะงักไปครู่หนึ่ง "หวังอวี่อยู่ในรถเหรอคะ? แต่รถบ้านดูมืดสนิท เหมือนไม่ได้เปิดไฟเลยนะ?"
"ถ้าเธอรู้ว่าอากาศจะหนาวจัด เธอจะไม่บุฉนวนกันความร้อนไว้ข้างในรถหน่อยเหรอ?" อู๋เต๋อถามกลับ
"พี่หมายความว่า... เขาบุฉนวนไว้หนามาก แสงไฟเลยลอดออกมาไม่ได้?" หยางซิงยิ่งประหลาดใจ
อู๋เต๋อพยักหน้า "รวมถึงเรื่องกระแสไฟฟ้าที่ช็อตคนก่อนหน้านี้ด้วย ฉันสงสัยว่ามันนั่นแหละเป็นคนควบคุมจากข้างใน!"
"มิน่าล่ะ ไอ้เป๋นั่นถึงได้เสื้อกันหนาวมาจากในรถ... แสดงว่ามันต้องตกลงอะไรบางอย่างกับหวังอวี่ไว้แน่ๆ!" หยางซิงเริ่มคล้อยตามข้อสันนิษฐานของอู๋เต๋อ
"เป็นไปได้สูง ถ้าอยากรู้แน่ชัด ก็แค่ไปดูว่ากล้องวงจรปิดรอบรถยังทำงานอยู่ไหม! ถ้าหวังอวี่อยู่ข้างในจริง กล้องข้างนอกต้องทำงาน ไม่งั้นคนข้างในก็ตาบอด มองไม่เห็นอะไรเลย!" อู๋เต๋อพูดต่อ
หยางซิงพยักหน้าเบาๆ คิดสักพักแล้วเสนอตัว "พี่อู๋ เดี๋ยวฉันไปดูให้เองค่ะ ถือว่าช่วยงานทีมด้วย!"
"อืม ไปสิ!" อู๋เต๋อกำลังจะสั่งพอดี ไม่คิดว่าหยางซิงจะเสนอตัวเอง!
หยางซิงยัดเสื้อเชิ้ตอีกหลายตัวไว้ใต้เสื้อโค้ททหาร แล้วเดินออกไป
สาเหตุที่เธออาสาไปดูให้ เพราะหนึ่งคืองานนี้ง่ายกว่า สองคือจะได้อู้จากงานหาเสบียงที่จะตามมา และสามคือเธอเองก็อยากรู้นักว่าหวังอวี่ซ่อนตัวอยู่ในรถจริงหรือไม่
...
"บอสครับ ผมลากเครื่องยนต์รถมาให้แล้ว มันหนักเกินจะยกใส่ตู้เก็บของ ผมเลยวางไว้หน้าประตูรถนะครับ!"
เสียงหลินเยี่ยนดังมาจากวิทยุสื่อสารพร้อมเสียงหอบหายใจ
"ลำบากคุณแล้ว ทิ้งไว้ตรงนั้นแหละ!" หวังอวี่หยิบวิทยุขึ้นมาตอบ
"ครับ โชคดีที่เราทำพื้นน้ำแข็งไว้ ไม่งั้นผมคงลากกลับมาไม่ไหวแน่" หลินเยี่ยนหัวเราะ "อ้อ ข้างๆ เครื่องยนต์มียางรถวางอยู่ด้วยนะครับ"
"โอเค คุณกลับไปพักที่รถจี๊ปเถอะ" หวังอวี่สั่ง
"ครับบอส!"
หลินเยี่ยนกลับเข้ารถจี๊ป เปิดแอร์ เมื่อลมร้อนเป่าออกมา ร่างกายเขาก็เริ่มอบอุ่นขึ้น
เพื่อไม่ให้เป็นเป้าสายตา เขาไม่กล้าเปิดไฟในรถ นอกจากเสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่มเบาๆ แล้ว รอบด้านก็มืดสนิท
ในความมืด ประตูรถบ้านเปิดแง้มออกเล็กน้อย แสงไฟสลัวลอดออกมา จากนั้นนิ้วมือหนึ่งก็ยื่นออกมาจิ้มไปที่เครื่องยนต์และล้อรถเบาๆ ก่อนจะหดกลับไป ประตูรถปิดลง ความมืดกลับมาปกคลุมอีกครั้ง
หลินเยี่ยนนึกสงสัย บอสให้เขาถอดเครื่องยนต์กับล้อมาเพื่อจะจิ้มเล่นแค่นั้นเนี่ยนะ?
สิ่งที่เขาไม่รู้คือ แค่การจิ้มเบาๆ นั้น ทำให้มีแม่แบบเพิ่มขึ้นมาในระบบของหวังอวี่ถึงสองอย่าง
"สแกนเสร็จสิ้น สร้างโมเดลเครื่องยนต์เบนซิน 110 แรงม้าสำเร็จ..."
"สแกนเสร็จสิ้น สร้างโมเดลล้อรถสำเร็จ ประกอบด้วยโมเดลยางขนาด 185/65R15 และโมเดลล้อแม็กขอบ 15 นิ้ว..."
หวังอวี่เหลือบมองสถานะการวิจัยในระบบ อีกแปดชั่วโมงถึงจะเสร็จสิ้น คงทำได้แค่รอ
ทันใดนั้น ระบบแจ้งเตือนจากกล้องวงจรปิดก็ดังขึ้น ตรวจพบความเคลื่อนไหวของมนุษย์ในระยะใกล้
หวังอวี่รีบเดินไปดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ พบว่าห่างออกไปประมาณสามสิบเมตร หลังรถคันหนึ่ง มีคนกำลังด้อมๆ มองๆ มาทางนี้
เมื่อเห็นหน้าคนคนนั้น สีหน้าของหวังอวี่ก็เย็นชาลงทันที "หยางซิง... หยางซิง... ผมอยากจะรู้นักว่าคุณจะดิ้นรนมีชีวิตอยู่ได้อีกกี่วัน!"
หวังอวี่เห็นหยางซิงผ่านกล้องมาหลายครั้งแล้ว และมีโอกาสที่จะลงมือฆ่าเธอเอง หรือสั่งให้หลินเยี่ยนจัดการก็ได้ แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำ ชาติที่แล้วเขาถูกขังจนหนาวตายในโรงงานนรก ชาตินี้เขาก็จะให้หยางซิงได้ลิ้มรสความทรมานจากการค่อยๆ แข็งตายบ้าง
การยิงโป้งเดียวจบมันสบายเกินไปสำหรับผู้หญิงคนนี้!
จังหวะนั้น หยางซิงดูเหมือนจะสังเกตเห็นแสงสีแดงเล็กๆ ที่กะพริบแวบหนึ่งบนตัวกล้อง เธอก้มตัวต่ำแล้วรีบถอยฉากออกไปทันที
"กล้องทำงานจริงๆ ด้วย! หวังอวี่อยู่ในรถจริงๆ สินะ?" หัวใจของหยางซิงเต้นรัว
มิน่าล่ะ หลินเยี่ยนถึงได้ของกันหนาวมา แต่กลับไม่ได้เข้าไปนอนในรถ!
ที่สำคัญกว่านั้น การที่หลินเยี่ยนได้ของกันหนาวมาเยอะขนาดนี้ แสดงว่าหวังอวี่เตรียมการรับมือภัยพิบัติมาเป็นอย่างดี
ไฟข้างนอกดับไปกว่าสิบสองชั่วโมงแล้ว แต่ในรถยังมีไฟเลี้ยงกล้องวงจรปิดให้ทำงานตลอดเวลา หวังอวี่ต้องตุนน้ำมันไว้มากแค่ไหนกัน?
"หรือว่าหวังอวี่จะรู้ล่วงหน้าจริงๆ ว่า 'ราตรียนิรันดร์และยุคน้ำแข็ง' กำลังจะมาถึง?"