- หน้าแรก
- หายนะเริ่มต้นด้วยค่ำคืนอันหนาวเหน็บชั่วนิรันดร์
- บทที่ 30: การเปิดเผยข้อมูลและการบีบคั้นทางศีลธรรม
บทที่ 30: การเปิดเผยข้อมูลและการบีบคั้นทางศีลธรรม
บทที่ 30: การเปิดเผยข้อมูลและการบีบคั้นทางศีลธรรม
"รู้อยู่แล้วแท้ๆ ว่าจะมีภัยพิบัติ ทำไมไม่บอกพวกเราล่วงหน้า หลี่เท็ดดี้... แกมันเห็นแก่ตัวที่สุด!" หยางซิงสบถด่าในใจ โดยไม่ได้ฉุกคิดเลยว่า หากอีกฝ่ายบอกความจริง เธอจะเชื่อเขาหรือไม่
ไม่นานหยางซิงก็กลับมาถึงร้านล้างรถ
"พี่อู๋ กล้องวงจรปิดที่รถบ้านนั่นยังทำงานอยู่จริงๆ ด้วยค่ะ ถ้าไม่สังเกตดีๆ แทบจะมองไม่เห็นเลย"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู๋เต๋อก็เผยสีหน้าเหมือนคาดการณ์ไว้แล้ว
"ดูท่ากระสุนนัดนั้นคงเป็นฝีมือหวังอวี่แน่ๆ"
หยางซิงขมวดคิ้วเล็กน้อย "ถ้าหวังอวี่ไม่ออกมาจากรถบ้านจริงๆ แล้วเขาไปเอาปืนมาจากไหนคะ"
"ไหนเธอบอกว่าเขาไปพม่ามาไม่ใช่หรือ ที่นั่นวุ่นวายกว่าบ้านเราเยอะ!" อู๋เต๋อตอบกลับ
"แต่เขากลับมาด้วยเครื่องบินนะคะ ถึงจะหาปืนจากพม่าได้จริง ก็ไม่มีทางเอาขึ้นเครื่องมาได้หรอก" หยางซิงส่ายหน้า "อีกอย่าง คนธรรมดาจะไปหาปืนมาจากไหน"
อู๋เต๋อชะงักไปเล็กน้อย พลางขมวดคิ้วครุ่นคิด
"ฉันกำลังคิดว่า... จะเป็น รปภ. ขาเป๋คนนั้นหรือเปล่า" หยางซิงตั้งข้อสังเกต
"หลินเหยียนงั้นรึ" อู๋เต๋อไตร่ตรองครู่หนึ่งก่อนกล่าว "มีความเป็นไปได้สูง หมอนั่นเคยเป็นทหารมาก่อน น่าจะมีช่องทางหาปืนได้"
"ถ้าปืนอยู่ที่หลินเหยียน แล้วทำไมเขาไม่ยึดรถบ้านไปเลยล่ะคะ" หยางซิงถามอย่างสงสัย
"ง่ายจะตายไป หลินเหยียนพยายามสร้างภาพว่าเป็นคนดีมีคุณธรรมมาตลอด เหมือนตอนที่พี่เตาจะงัดรถบ้านแล้วมันเข้ามาห้ามนั่นแหละ คนปกติที่ไหนจะแส่หาเรื่องใส่ตัวแบบนั้น" อู๋เต๋อกล่าวอย่างเหยียดหยาม
หยางซิงเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าหลินเหยียนเป็นคนประเภทไหน
เธอเลิกคิดเรื่องนี้แล้วพูดต่อ "กล้องวงจรปิดยังทำงาน แสดงว่ารถยังมีไฟใช้ ข้างในต้องอุ่นมากแน่ๆ"
อู๋เต๋อตาลุกวาวเมื่อได้ยิน แต่ก็กลับมาขมวดคิ้วอีกครั้ง "แต่อีกฝ่ายมีปืน รับมือยากเกินไป"
"ในลานจอดรถใต้ดินไม่ได้มีแค่พวกเรา ยังมีพวกฐานปาเทียนอีก ถ้าเราปล่อยข่าวเรื่องนี้ออกไป ต้องมีคนทนความเย้ายวนไม่ไหวแล้วไปบุกยึดรถบ้านแน่ กระสุนปืนพกมีจำกัด ขอแค่มีคนช่วยล่อเป้าให้กระสุนหมด เราก็มีโอกาสแล้ว" หยางซิงเสนอแผนการ
อู๋เต๋อพยักหน้าเห็นด้วย "เข้าท่า งั้นเดี๋ยวฉันไปคุยกับหลี่เท็ดดี้หน่อย"
"ฉันไปด้วยค่ะ" หยางซิงลุกขึ้นยืน
"ตกลง"
ทั้งสองเดินผ่านลานจอดรถมุ่งหน้าไปยังฐานปาเทียน เมื่อเข้าใกล้เขตฐาน ก็ถูกยามรักษาการณ์พบเห็น
"หยุด! นั่นใคร?"
หยางซิงก้าวออกมาตอบ "นี่คือพี่อู๋ พี่เตาตายแล้ว ตอนนี้พี่อู๋เป็นผู้นำกลุ่มเรา"
อู๋เต๋อชักปืนพกออกมาโชว์ ยามทั้งสองตกใจถอยกรูดทันที
"ไปตามหัวหน้ามา ฉันมีเรื่องจะคุยกับผู้จัดการหลี่" อู๋เต๋อเก็บปืนแล้วสั่งเสียงเข้ม
"ได้ครับ รอสักครู่!"
เมื่อเห็นปืน ท่าทีของยามก็อ่อนน้อมขึ้นทันตา
ไม่นานหลี่เท็ดดี้ก็เดินออกมา เมื่อเห็นอู๋เต๋อกับหยางซิงก็ขมวดคิ้ว "พี่เตาตายแล้วรึ"
อู๋เต๋อจำต้องหยิบปืนออกมาแกว่งตรงหน้าอีกครั้ง "ถ้าพี่เตายังไม่ตาย เขาจะยอมยกปืนกระบอกนี้ให้ฉันเหรอ"
หลี่เท็ดดี้พยักหน้าเข้าใจ ก่อนถามต่อ "แล้วมาที่นี่มีธุระอะไร"
"เรื่องเป็นแบบนี้ จากการสังเกตของเรา กล้องวงจรปิดที่รถบ้านยังทำงานอยู่ แสดงว่าข้างในยังมีคนและมีไฟฟ้าใช้ พวกเรามาร่วมมือกันยึดรถนั่นดีไหม แม้จะจุคนได้ไม่มาก แต่ก็ผลัดเวรกันเข้าไปผิงไฟคลายหนาวได้" อู๋เต๋อแจ้งจุดประสงค์ตรงๆ
หลี่เท็ดดี้เริ่มลังเลด้วยความสนใจ แต่ก็แย้งขึ้น "แต่อีกฝ่ายมีปืน อันตรายเกินไป"
"มันก็อันตราย แต่ความอบอุ่นในรถมันคุ้มค่าที่จะเสี่ยงไม่ใช่หรือ" อู๋เต๋อหว่านล้อมต่อ "กระสุนปืนพกมีจำกัด คนของเราเยอะขนาดนี้ ชัยชนะต้องเป็นของพวกเราแน่นอน"
"ก็จริง แต่ใครจะยอมเป็นทัพหน้าล่ะ พวกนายรึ" หลี่เท็ดดี้ย้อนถาม
"คนของฉันมีคนยอมเป็นทัพหน้าอยู่แล้ว แต่นายจะยืนดูอยู่เฉยๆ ไม่ได้หรอกนะ จริงไหม" อู๋เต๋อตอบโต้
หลี่เท็ดดี้ส่ายหน้า "ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างเรายังไม่มากพอ ร่วมมือกันไม่ได้หรอก เลิกคุยเรื่องนี้เถอะ"
"น่าเสียดายจริงๆ รถบ้านที่แสนอบอุ่นขนาดนั้น ดันตกไปอยู่ในมือคนอื่นเสียได้" อู๋เต๋อแสร้งถอนหายใจดังๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปพร้อมหยางซิง
ผู้รอดชีวิตในฐานปาเทียนได้ยินบทสนทนานั้น ต่างพากันซุบซิบตื่นเต้น
"ในรถนั่นมีคนอยู่จริงดิ? ดูไม่ออกเลยนะเนี่ย"
"พวกเขาคงบุผนังกันแสงไว้ข้างใน ถึงมองไม่เห็นอะไรเลย"
"ไฟดับมาตั้งนานขนาดนี้ รถนั่นยังมีไฟใช้ หรือว่าข้างในจะมีเครื่องปั่นไฟ?"
"เก้าในสิบส่วนต้องใช่แน่! พวกเราลองไปขอให้คนข้างในเปิดประตูให้เข้าไปหลบหนาวสักพักดีไหม"
"ความคิดเข้าท่า เราไม่ได้จะไปปล้นรถเขา แค่ขอเข้าไปผิงไฟ อีกฝ่ายคงไม่ใจจืดใจดำปฏิเสธหรอกมั้ง"
"ไปกันเถอะ ไปกันเยอะๆ โอกาสสำเร็จยิ่งสูง!"
ยิ่งคนไปกันเยอะ ก็ยิ่งใช้อ้างความชอบธรรมเพื่อกดดันอีกฝ่ายได้ง่ายขึ้น!
ผู้รอดชีวิตในฐานปาเทียนต่างพากันลุกฮือด้วยความอยากรู้อยากเห็น เดินมุ่งหน้าไปยังรถบ้าน
ประเด็นหลักคืออากาศมันหนาวเกินทน พอรู้ว่ามีที่อุ่นๆ ให้ซุกหัวนอน ใครๆ ก็อยากจะเข้าไปพักพิง
หลี่เท็ดดี้เห็นคนในฐานเริ่มเคลื่อนไหว ก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ไม่ได้ห้ามปราม
ถ้าพวกนั้นเปิดประตูรถได้จริง เขาก็จะได้เข้าไปด้วย แค่รอตามน้ำไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทีหลังก็พอ!
ในขณะเดียวกัน อู๋เต๋อก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของคนจากฐานปาเทียน จึงสั่งการทันที "รวบรวมคนของเราแล้วตามไปที่รถบ้าน บอกลูกน้องเก่าของพี่เตาว่าเราเจอตัวคนยิงพี่เตาแล้ว มันซ่อนอยู่ในรถนั่นแหละ!"
ยามคนหนึ่งพยักหน้ารับคำแล้ววิ่งออกไปทันที
ฝูงชนกรูมาถึงรถบ้านอีกครั้ง หวังอวี่เห็นภาพจากจอมอนิเตอร์จึงรีบแจ้งหลินเหยียน!
หลินเหยียนลงจากรถจี๊ปและหายตัวไปในความมืดทันที
คนกลุ่มนั้นยืนล้อมรถบ้านท่ามกลางลานน้ำแข็ง ชายคนหนึ่งตะโกนเสียงดัง "เรารู้นะว่ามีคนอยู่ข้างใน แล้วก็รู้ด้วยว่ารถมีไฟใช้ พวกเราจะหนาวตายกันอยู่แล้ว เปิดประตูให้เข้าไปอุ่นเครื่องหน่อยสิ!"
"ใช่ ดูแฟนฉันสิ หน้าแดงเพราะความเย็นไปหมดแล้ว รีบเปิดประตูเร็วเข้า!"
"ฉันปวดขาจะตายอยู่แล้ว ถ้าไม่ให้เข้าไป ขาฉันต้องกำเริบจนทนไม่ไหวแน่ๆ!"
ทุกคนต่างส่งเสียงสนับสนุนเซ็งแซ่
"นี่คือน้ำเสียงของคนที่จะมาขอความช่วยเหลือเหรอ"
เสียงของหวังอวี่ดังออกมาจากลำโพงกล้องวงจรปิด เป็นครั้งแรกที่เขาเอ่ยปากต่อหน้าสาธารณชน
เมื่อได้ยินเสียงตอบรับจากในรถ ทุกคนก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
อย่างน้อยก็ยืนยันได้ว่ามีคนซ่อนตัวอยู่ในรถบ้านมาตลอดจริงๆ!
"แกนี่มันแล้งน้ำใจเกินไปแล้ว! ทุกคนข้างนอกหนาวจนจะแข็งตายกันหมด แต่แกกลับมุดหัวเสวยสุขอยู่ในรถอุ่นๆ คนเดียว ทำแบบนี้มันสมควรแล้วเหรอ!"