- หน้าแรก
- จักรวรรดิเสมือนจริงเริ่มจากเกม
- บทที่ 60 ร้านทดลองแน่นทะลัก
บทที่ 60 ร้านทดลองแน่นทะลัก
บทที่ 60 ร้านทดลองแน่นทะลัก
“ไม่ใช่ไม่อยากรับเงินนะ” ฉินซงหยุนถอนหายใจ “แต่กำลังการผลิตเขาเต็มแล้ว”
“เพิ่งสัปดาห์ที่สามเองก็เต็มแล้วเหรอ?” หลินโหยวประหลาดใจ ไม่นานก็ฉุกคิดว่าปัญหาอาจไม่ใช่ฝั่งโรงงาน แต่เป็นจังหวะขายสินค้าของเขาเอง
“เครื่องของพวกเเราขายเร็วเกินไป ออเดอร์ก็ถี่เกินไป ทำให้ปริมาณมันพุ่งแรงไปหน่อย” ฉินซงหยุนพูดพลางยิ้มชืด ๆ “โรงงานไร้คนทำงานเร็วก็จริง แต่ก็มีเพดานของมันอยู่ สายพานจะเพิ่มขึ้นมาแบบปุบปับไม่ได้ ช่วงนี้เต็มที่ก็ราว ๆ สัปดาห์ละหนึ่งล้านหกแสนเครื่องเท่านั้น”
“งั้นเหรอ” หลินโหยวเสียดายนิดๆ
ฉินซงหยุนได้ยินน้ำเสียงก็ถามต่อ “งั้นหาโรงงานเพิ่มอีกสักแห่งไหม ตอนเซ็นสัญญาเราไม่ได้ผูกขาดเอาไว้”
“เอาเลย ช่วงนี้ส่วนแบ่งเรากำลังโตอย่างรวดเร็ว ปล่อยผ่านไปแบบนี้ก็เสียดายแย่” หลินโหยวตัดสินใจทันที ไม่รีบกลิ้งหิมะตอนลมส่ง จะไปลุยตอนลมต้านทำไม
พร้อมกันนั้นเขาก็เริ่มคิดจริงจังเรื่องสร้าง “โรงงานไร้คนของหยุนเมิ่ง” เอง ตอนนี้ปัญหายังไม่เห็นชัด เพราะหยุนเมิ่งเพิ่งเริ่มต้น ถึงจะเริ่มแบบก้าวกระโดดก็เถอะ แต่เทียบกับเป้าของเขาแล้ว ยังแค่ยกเท้าก้าวแรกเท่านั้น
หนึ่งร้อยล้านเครื่อง
ถ้าผลิตได้ไม่ถึงสองล้านต่อสัปดาห์ กว่าจะถึงก็ปาไปเป็นปี ตอนนั้นกระแสอาจซาแล้ว จะขายได้ตามฝันหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถึงขายได้ก็ใช้เวลานาน ใครจะรับประกันว่าโรงงานพาร์ตเนอร์ที่วันนี้ราบรื่น วันหน้าจะไม่เล่นแง่ใส่เขา
ทุกอย่างมันเป็นไปได้ทั้งนั้น เครื่องมิราจอาจจะล้ำยุคก็จริง แต่สำหรับโรงงานแล้ว พวกเขามองกำไรล้วนๆ และถ้าเทียบกัน ชุดอุปกรณ์ VR ทั้งระบบทำเงินได้มากกว่า บริษัทเกมรายใหญ่ส่วนมากก็ทำไลน์ผลิตเอง ไม่ค่อยปล่อยกำไรให้กับคนนอก
แต่ถ้าหลินโหยวไปกดดันเขามากๆ พวกนั้นก็จะฮั้วกันเล่นงานซัพพลายเชนของหยุนเมิ่งไหม และผู้ผลิตในห่วงโซ่จะหวั่นไหวหรือเปล่า ก็ไม่มีใครตอบได้
วิธีที่มั่นคงที่สุดก็คือทำเหมือนบริษัทใหญ่ สร้างโรงงานของตัวเอง นอกจากล็อกความปลอดภัยของซัพพลายเชน ยังลดต้นทุนได้อีก ถ้าเสี่ยวเมิ่งถอดรหัสเทคโนโลยีใหม่ ๆ เขาก็ขึ้นของได้ไว ไหนจะเรือแม่กลางอากาศที่รออยู่ ของแบบนั้นให้ใครผลิตแทนไม่ได้ ยังมีสายผลิตแขนขาเทียมอีก คิด ๆ ไป งานชิ้นเดียวคุ้มไปได้หลายทางอยู่เหมือนกัน
เอ้า ถ้างั้นก็ลุยเถอะ
“เสี่ยวเมิ่ง ช่วยรวบรวมข้อมูลตั้งโรงงานไร้คนแบบเริ่มจากศูนย์สำหรับคนนอกวงการ มีแค่เงินอย่างเดียวให้ที”
“รับคำสั่งค่า” เธอวางแท็บเล็ต หน้าจอโฮโลกราฟิกผุดขึ้นหลายชั้น แล้วเริ่มไล่เก็บคัดข้อมูล
หลินโหยวยกมือถือโทรหาลู่เหว่ยจากสำนักสิทธิบัตรเทคโนโลยีลับ “วันนี้ทั้งวันเอาแต่รับสายกับโทรกลับจริงๆ”
ที่ติดต่อไปเพราะในบรรดาคนรู้จัก ลู่เหว่ยนี่แหละน่าจะพอช่วยประสานได้ ตอนตั้งสตูดิโอครั้งก่อนก็ได้เขาช่วยเคาะทางพิเศษ คราวนี้อยากตั้งโรงงานก็ต้องลองถามก่อน อย่างน้อยให้แนะนำคนให้ก็ยังดี
ระหว่างที่หลินโหยวเริ่มวิ่งเรื่องโรงงาน เหลียงเทียนก็ยุ่งจนหัวหมุน ร้านทดลองของหยุนเมิ่งไม่ได้ซ่อนตัวลับ ๆ อะไร ตรงกันข้าม เขายังสร้างให้มันติดกับถนนคนเดินย่านการค้าขนาดใหญ่ ที่มีคนผ่านทั้งวันไม่ขาด และถ้าหาพื้นที่ในศูนย์การค้าได้ทัน เขาก็คงย้ายเข้าไปตั้งที่กลางห้างไปแล้ว ตำแหน่งนี้ก็ดีมาก และเพื่อไม่ให้ลูกค้าที่งบน้อยถอดใจ หลินโหยวก็เห็นด้วยให้เลือกจุดนี้
สองสามวันที่ผ่านมา หลินโหยวนั่งประกอบเครื่องทอผ้าอยู่กลางโถง ร้านใหญ่มาก ๆ จนคนเดินผ่านไปผ่านมาก็ยังมองเห็น ถึงมีเสี่ยวเมิ่งคอยไกด์ละเอียดทุกขั้นตอน เขาก็ไม่ถนัดงานไม้พวกนี้เลยสักนิด ต้องรื้อทำใหม่อยู่หลายรอบ
วัสดุเข้ามาเติมก็หลายหน เวลารถสามล้อบรรทุกไม้ท่อนโตเลี้ยวเข้าไปที่เขตห้ามรถเข้า คนเดินถนนก็หันมามองเป็นตาเดียว ข่าวเลยลามไปทั่วว่าร้านใหม่นี่เจ้าของกำลังทำเครื่องทอผ้าอยู่ บางคนเดาว่าเป็นร้านเสื้อผ้า บางคนว่าเป็นร้านวินเทจแนวเรโทร รอวันเปิดอยู่
แต่พอหลินโหยวปล่อยตัวอย่างเกมใหม่ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
“ฉันเคยเห็นเจ้าเครื่องทอผ้านี่ เจ้าของร้านนั่นคือหลินโหยว งั้นที่นี่คือร้านออฟไลน์ของหยุนเมิ่งเหรอ?”
“แฟนฉันก็เห็น มีรูปในมือถือด้วย”
“พิกัดเข้าทางทิศตะวันออก ถนนการค้า ‘หมิงโหลว’ เดี๋ยวฉันไปดูให้”
“ให้ฉันไปเถอะ ฉันเรียนวิศวกรรมสิ่งทอ”
“แล้วมันเกี่ยวเชี่ยอะไรกับสิ่งทอฟะ นายคิดว่าเขาตั้งเครื่องทอผ้าเอาไว้เพราะจะสอนทอผ้าเหรอ”
“แล้วถ้าใช่ล่ะ Journey ยังเป็นซิมท่องเที่ยวได้เลย”
“แล้วเสียงปืนกับระเบิดในตัวอย่างล่ะ”
“ฉันจะเป็นราชันทอผ้า บรรดาผู้ยิ่งใหญ่ทั่วหล้าแย่งชิงผ้าที่ฉันทอ เลือดสาดท่วมดิน วันสุริยาคราส ผืนใหม่จะถือกำเนิด กงล้อโชคชะตาจะหมุน—”
“ศูนย์คะแนน เชิญออก”
“ไม่ผ่าน”
“พวกนายยังมีเวลาเถียงกันอีกเรอะ? ฉันถึงหน้าร้านแล้ว”
“งั้นไลฟ์ให้ดูหน่อย”
แล้วก็มีคนเปิดไลฟ์จริง แต่ผู้ชมเห็นได้แค่แถวยาวเหยียดที่หน้าร้าน แต่มองไม่เห็นข้างใน คนอยู่ไกลยังมีเวลาคอมเมนต์ ส่วนคนอยู่ใกล้ วิ่งถึงหน้าร้านกันก่อนแล้ว
เครื่องมิราจเพิ่งขายไปแค่แปดแสนเครื่อง กระจายทั่วประเทศ ขณะที่เมืองเซี่ยจิงมีคนอยู่ที่สิบแปดล้าน เทียบกันไม่ติด เว้นแต่ได้สิทธิพิเศษ เช่นรอบก่อนที่แจ้งผู้ทดสอบล่วงหน้า หรืออย่างครั้งนี้ แม่เลี้ยงเดี่ยวที่หลินโหยวเคยเห็นในไลฟ์ซึ่งดูแลลูกสาวตาบอด เพิ่งได้รับเครื่องที่เขาส่งไปให้ เธอก็จะได้พบลูกในโลกเสมือนเสียที
นอกนั้นใครอยากได้เครื่องก็ยังต้องพึ่งดวงเหมือนเดิม ผลคือหน้าร้านทดลองแน่นจนหายใจไม่ทั่วท้อง แถวยาวจนลับตา เหลียงเทียนต้องหยิบโทรโข่งขึ้นเก้าอี้ตะโกนบอกคนด้านนอก
“อย่าต่อคิวกันนะครับ กลับบ้านกันก่อน ในร้านมีเครื่องแค่ร้อยเครื่อง เต็มหมดแล้ว รอบถัดไปรออย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง ตอนนี้คนแน่นจนเริ่มกระทบร้านข้างเคียงแล้วนะครับ”
เขาตะโกนจนเสียงแหบ แต่แทบไม่มีใครสนใจเลย