- หน้าแรก
- ผมไม่ได้อยากเด่น ระบบมันพาไป
- บทที่ 15 - หยอกล้อสาวสวยให้ร่าเริง
บทที่ 15 - หยอกล้อสาวสวยให้ร่าเริง
บทที่ 15 - หยอกล้อสาวสวยให้ร่าเริง
บทที่ 15 - หยอกล้อสาวสวยให้ร่าเริง
เสิ่นหยวนยืนรอหน้าร้านอย่างว่าง่าย รอเถ้าแก่ทำข้าวปั้นกับเครปไข่ และรอให้หลีจือที่ยืนอยู่ข้างๆ ตรวจผลงานความพยายามตลอดหนึ่งชั่วโมงครึ่งเมื่อคืนของเขา
ข้อกา ข้อเติมคำ และข้อแสดงวิธีทำข้อสุดท้าย
พูดแบบไม่เกินจริงเลยนะ แค่เสิ่นหยวนอ่านโจทย์ก็กินเวลาไปพักนึงแล้ว
แต่พูดตามตรง การทำโจทย์สามข้อนี้ เสิ่นหยวนไม่ได้ขอตัวช่วยเลยสักนิด ทำด้วยตัวเองล้วนๆ
ไม่อย่างนั้นหลีจือคงไม่ขมวดคิ้วยุ่งเหมือนตอนนี้หรอก
หลีจือรู้อยู่แล้วว่าพื้นฐานคณิตศาสตร์ของเสิ่นหยวนอ่อนแอ ดังนั้นเธอไม่ได้คาดหวังว่าเสิ่นหยวนจะแก้โจทย์สามข้อนี้ได้หรอก
สิ่งที่หลีจืออยากดูคือแนวคิดการแก้โจทย์ของเสิ่นหยวน
พูดตรงๆ ก็คือ ห่วยมาก
พอได้ข้าวเช้ามา เสิ่นหยวนก็ประคองเครปไข่ไส้ทะลักส่งให้ด้วยสองมืออย่างนอบน้อม
"คุณชายหลี โปรดชี้แนะด้วย"
หลีจือเดาะเครปไข่ในมือสองสามที น้ำหนักใช้ได้เลย
สาวสวยเอ่ยปากอย่างไม่รีบร้อน "ฉันมีเดิมพันกับนายอยู่ ทำไมฉันต้องสอนนายด้วย? ถ้าสอนนาย แล้วฉันแพ้ ไม่เท่ากับขาดทุนเหรอ?"
"แค่เดิมพันเฉยๆ ไม่ใช่สัญญาหมั้นสักหน่อย"
หลีจือได้ยินดังนั้น ก็มองเสิ่นหยวนอย่างระแวดระวังทันที "นายอยากได้ตัวฉันเหรอ?! งั้นฉันยิ่งสอนนายไม่ได้ใหญ่เลย!"
"ฉัน..."
เสิ่นหยวนอ้าปากค้าง "ใช่จ๊ะที่รัก เค้าอยากได้ตะเองจะตายอยู่แล้ว"
เห็นเสิ่นหยวนงับเหยื่อเอง หลีจือก็ยิ้มมุมปาก พูดแซวว่า "อ้อ? อยากได้ฉันจริงเหรอ? งั้นทำไมตอนนั้นถึงไปหลงยัยแซ่ถงหัวปักหัวปำล่ะ?"
เวรเอ๊ย!
ความโง่เขลาชั่ววูบ กลายเป็นมลทินไปตลอดชีวิต
"ไม่เอาหน่าคุณชายหลี เราไม่พูดเรื่องนี้กันได้มั้ย?"
หลีจือแค่นหัวเราะ "ประวัติมืดของนายเรื่องนี้ ฉันล้อได้ยันลูกบวช!"
นี่มันดาบซิ่วชุนชัดๆ
อ้อไม่สิ อยู่โรงเรียนมัธยมต้องเรียกว่าปากกาเจล
สุดท้ายหลีจือก็ให้แนวคิดการแก้โจทย์กับเสิ่นหยวน
สาวสวยเขียนคำตอบใส่กระดาษเตรียมไว้ในกระเป๋าเสื้อตั้งนานแล้ว แค่รอดูว่าจะตกอะไรจากปากเสิ่นหยวนได้บ้างหรือเปล่า
และแล้ว พอหย่อนเบ็ดไปนิดหน่อย เสิ่นหยวนก็งับทันที
ความสุขของวัน เริ่มต้นที่การจี้จุดดำมืดของเสิ่นหยวน
ม.6 น่ะนะ ก็อย่างที่เหอจืออวี้บอก ความกดดันมันค่อนข้างสูง
ยิ่งเห็นป้ายนับถอยหลังวันสอบเกาที่ถูกฉีกออกไปทีละแผ่น ความกดดันก็ยิ่งก่อตัวเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ในสถานการณ์แบบนี้ ใครๆ ก็ต้องหาความสุขเล็กๆ น้อยๆ เพื่อผ่อนคลายกันทั้งนั้น
ความสุขของหลีจือคือการปากร้าย
เน้นหลักการที่ว่า 'แม่นางมีความสุขก็พอแล้ว แกจะทรมานหรือไม่ก็ช่างหัวแก'
เมื่อก่อนฝีปากของหลีจือจะกระจายไปทั่วถึงทุกคนในห้อง 15 อย่างเท่าเทียม แต่ตอนนี้หลีจือโปรดปรานเสิ่นหยวนเพียงผู้เดียว
ขอแค่ให้หลีจือจับได้ เสิ่นหยวนก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องโดนวาจาเชือดเฉือนสักยก
เสิ่นหยวนไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้
เท่าที่เขารู้จักหลีจือ เธอแค่ปากร้ายเฉยๆ ไม่ได้มีเจตนาดูถูกคนจริงๆ หรอก
จิตใจของสาวสวยยังคงบริสุทธิ์และเดาทางง่ายมาก
ลูกพี่อย่างเรายอมงับเหยื่อเอง เพื่อหยอกล้อให้เธอมีความสุข
แบบนี้ ต่อให้เสี่ยงจะแพ้พนัน สาวสวยก็จะยังเลือกให้แนวคิดแก้โจทย์ เพื่อช่วยอัพเกรดคะแนนคณิตศาสตร์ให้เราอยู่ดี
อยากได้อะไร ก็ต้องลงทุนหน่อย
ก็แค่ประวัติมืดนิดหน่อย ไม่เจ็บไม่คันหรอก
นี่เรียกว่าความฉลาดทางอารมณ์
พี่น้องครับ แบบนี้ไม่เรียกว่ากำไรเละเหรอ?
ขอแค่เราสอบได้ 620 คะแนน ก็ล้างอายได้แล้ว!
ฮือๆๆ
ต้องยอมรับว่าเหล่าโจวมีวิธีสอนจริงๆ
......
ตามธรรมเนียมการสอบย่อย วันศุกร์สอบสามวิชา วันเสาร์สอบสามวิชา
ส่วนตารางสอบที่แน่นอน ก็ขึ้นอยู่กับครูแต่ละท่านจะจัดสรร
เนื่องจากวันเสาร์มีแค่ ม.6 ที่มาเรียน เลยไม่ต้องทำกายบริหาร
แล้วคาบพักใหญ่ก็ถูกเจ๊หลานยึดไปสอบย่อยภาษาจีน
วิชาอื่นเวลาน้อยลงไม่กี่นาทีไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่ อย่างคณิตศาสตร์เนี่ย ทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้ ให้เวลาเพิ่มอีกชั่วโมงก็ไม่มีประโยชน์
แต่ภาษาจีนไม่ได้
ขาดไปสิบนาที เขียนเรียงความไม่ทันแน่
ดังนั้นเจ๊หลานมักจะเลือกวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ที่ยึดคาบพักใหญ่ได้มาจัดสอบย่อย
พอสอบภาษาจีนเสร็จ สอบย่อยชีววิทยาก็ต่อทันทีแบบไร้รอยต่อ
จะเอาให้ตายกันเลยทีเดียว
"แม่งเอ๊ย เป็นเด็ก ม.6 ลำบากกว่าติดคุกอีก!"
มองดูกระดาษข้อสอบที่โปรยปรายลงมาดุจหิมะ โจวเส้าเจี๋ยกรีดร้องโหยหวน
หยางเจ๋อหันหลังส่งข้อสอบต่อ "พูดเหมือนนายเคยติดคุกงั้นแหละ"
"ฉันไม่เคยกินเนื้อหมู ก็ต้องเคยเห็นหมูวิ่งบ้างป่ะวะ?"
ชีววิทยาค่อนข้างง่ายเมื่อเทียบกับฟิสิกส์และเคมี
แนวข้อสอบก็เดิมๆ แนวคิดการแก้โจทย์ก็คล้ายๆ กัน
ก็แค่ถั่วลันเตากับแมลงหวี่บ้าบอพวกนั้น
ทำบ่อยๆ รู้เยอะเข้า คะแนนก็คงที่เอง
พอถึงตอนบ่าย สอบย่อยฟิสิกส์จบลง ผู้คนก็แทบจะมึนงงกันหมดแล้ว
แล้วเหล่าโจวก็ถือกระดาษข้อสอบมาสาดน้ำเย็นใส่
สาดให้ตื่นเลยทีเดียว
เสิ่นหยวนมองคะแนน 85 บนกระดาษข้อสอบ คนถึงกับชาไปทั้งตัว
แล้วหันไปมองข้อสอบของสองคนข้างๆ
โจวเส้าเจี๋ย 150 หลีจือ 150
เชี่ยเอ๊ย!
"ฉันเข้ามาอยู่ห้องคิงได้ยังไงวะเนี่ย?"
ได้ยินเสียงพึมพำของเสิ่นหยวน โจวเส้าเจี๋ยหันมามองคะแนนของเสิ่นหยวน
ชั่วขณะหนึ่งอดใจไม่ไหว
"เชี่ย สมองน้อยนายไม่เจริญเติบโตเหรอวะ?"
"คาบเรียนภาคค่ำนายเจอดีแน่!"
โจวเส้าเจี๋ยนึกขึ้นได้ วันนี้พี่สุ่ยสุ่ยไม่อยู่ คาบเรียนภาคค่ำสองคาบเป็นของเสิ่นหยวน!
เข่าทรุดทันที
"ลูกพี่ ผมผิดไปแล้ว! ผมเลี้ยงโค้ก!"
"สาคูมะม่วงส้มโอ ตอนเย็นเอามาด้วย"
"ได้!" โจวเส้าเจี๋ยรับปากทันที
"ค่อยยังชั่วหน่อย ฉันบอกการบ้านภาษาอังกฤษให้ก่อนแล้วกัน"
เสิ่นหยวนหยิบแบบฝึกหัดออกมา เปิดผ่านๆ ไปหน้าหนึ่ง
อาเจ๋อเริ่มทำการบ้านภาษาอังกฤษอย่างมีความสุข
เขาเริ่มจินตนาการแล้วว่า ตอนเขาบอกว่าทำการบ้านภาษาอังกฤษเสร็จแล้ว คนอื่นจะมองด้วยสายตาอิจฉาขนาดไหน
ส่วนเสิ่นหยวน ทุ่มสมาธิไปที่เหล่าโจว
แล้วเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า เขาฟังรู้เรื่องแฮะ
โดยเฉพาะคำอธิบายโจทย์ใหญ่สามข้อสุดท้าย
คำอธิบายโจทย์แบบนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อน เสิ่นหยวนคงไม่มีส่วนร่วมใดๆ
สิ่งที่เขาทำได้คือนั่งพยักหน้าอยู่ที่โต๊ะ แกล้งทำเป็นว่าเข้าใจแล้ว
ต่อให้อยู่ห้องคิงก็เถอะ
ช่วยไม่ได้ พื้นฐานจากโลกก่อนมันแย่เกินไป
เหล่าโจวสอนดีแค่ไหน ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างตึกสูงจากพื้นราบให้เขาได้ และก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมานั่งแยกส่วนอธิบายโจทย์ข้อนี้ตั้งแต่ต้นจนจบอย่างละเอียดเพื่อเขาคนเดียว
เว้นแต่เสิ่นหยวนจะไปถามหลังเลิกเรียน
แต่วันนี้ไม่เหมือนกัน ด้วยแพ็คเกจประสบการณ์ที่หลีจือมอบให้ เสิ่นหยวนได้อุดช่องโหว่ตรงนั้นพอดี
ทำให้เขาเข้าใจวิธีการแก้โจทย์ประเภทนี้
ถ้าเจออีก ไม่กล้ารับประกันว่าจะทำถูกทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็น่าจะได้คะแนนบ้าง
คิดได้ดังนั้น เสิ่นหยวนขยับเข้าไปใกล้หลีจือ "ตอนเย็นเลี้ยงสาคูมะม่วงส้มโอนะ"
หลีจือพยักหน้าเรียบๆ
นี่เป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว
แล้วเสิ่นหยวนก็เอาสาคูมะม่วงส้มโอที่โจวเส้าเจี๋ยถวาย มาถวายต่อให้หลีจือ
ไม่เสียเงินสักแดง แถมหยอกล้อเพื่อนสมัยเด็กให้มีความสุขได้อีก
จิ๊ (ภูมิใจ)
ก่อนเริ่มคาบเรียนภาคค่ำ เสิ่นหยวนแวะไปที่ห้องพักครู
พี่ลูกพี่ลูกน้องคนสวยไม่อยู่ห้องจริงๆ แต่กองกระดาษข้อสอบตั้งสูงลิ่วเลย
เสิ่นหยวนหยิบข้อสอบของห้อง 15 ขึ้นมา บ่นพึมพำ "ฉันไม่ใช่หัวหน้าฝ่ายวิชาการสักหน่อย ต้องมาทำงานแทนหัวหน้าฯ เอาจริงดิ"
ไม่สิ...
งานที่ฉันทำอยู่เหมือนจะเป็นงานของครูนะ
พอยิ่งคิด เสิ่นหยวนยิ่งรู้สึกแย่
พอเข้าประตูห้องเรียน เสิ่นหยวนก็พูดขึ้น "เจ๊สุ่ยไม่อยู่ แจกข้อสอบไป ฉันจะเขียนเฉลยบนกระดาน ใครถูกหมดก็ไม่ต้องพูดอะไร ใครผิดหมดก็อธิบายหน่อย ใครผิดน้อยก็ไปถามคนที่ถูกเอาเอง"
เสิ่นหยวนวางข้อสอบลง พออ้าปากพูดก็สยบเสียงแห่งความไม่พอใจลงได้
"พูดจบแล้ว เชิญศึกษาด้วยตัวเอง"
"หยวน! ฉันรักนาย!"
"หยวน! ฉันยอมเป็นเมียนายเลย!"
เสิ่นหยวนทำมือกดลง "เงียบหน่อย อ้อใช่ วันนี้ภาษาอังกฤษไม่มีการบ้าน"
เสียงโห่ร้องยินดียิ่งดังกระหึ่ม
ขณะนั้นเอง โจวเส้าเจี๋ยที่กำลังก้มหน้าก้มตาเปิดพจนานุกรมอังกฤษอย่างขะมักเขม้นก็เงยหน้าขึ้น
"?"
มองดูสีหน้าของโจวเส้าเจี๋ยที่มีความตื่นตะลึงสามส่วน เสียใจสามส่วน โกรธแค้นสามส่วน และโศกเศร้าอีกหนึ่งส่วน
หลีจือกลั้นขำไม่อยู่ หัวเราะออกมาจนได้
(จบแล้ว)