- หน้าแรก
- ผมไม่ได้อยากเด่น ระบบมันพาไป
- บทที่ 16 - หลีจือ: ฉันเป็นคนแพ้ทางสิ่งยั่วยวน
บทที่ 16 - หลีจือ: ฉันเป็นคนแพ้ทางสิ่งยั่วยวน
บทที่ 16 - หลีจือ: ฉันเป็นคนแพ้ทางสิ่งยั่วยวน
บทที่ 16 - หลีจือ: ฉันเป็นคนแพ้ทางสิ่งยั่วยวน
"ไอ้ชาติชั่ว! นี่มันไอ้ชาติชั่วชัดๆ!"
พอหมดคาบเรียนภาคค่ำคาบแรก เสิ่นหยวนก็ตรวจคำตอบและอธิบายข้อสอบเสร็จเรียบร้อย
ทันทีที่เขากลับมานั่งที่โต๊ะ ก็ต้องเผชิญหน้ากับการด่าทออย่างเกรี้ยวกราดของโจวเส้าเจี๋ย
"หยวน ฉันอุตส่าห์ไว้ใจนายขนาดนี้! นายกลับทำเรื่องที่..."
โจวเส้าเจี๋ยยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นเสิ่นหยวนประสานมือคารวะ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทรงพลัง
"พ่อบุญธรรม!"
ได้ยินดังนั้น แววตาของหลีจือก็ฉายแววตกตะลึงเล็กน้อย
ให้ตายสิ หมอนี่คุกเข่าไวชะมัด
แต่หลีจือก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะสาคูมะม่วงส้มโอมันอร่อยจริงๆ
ในฐานะเพื่อนร่วมโต๊ะ หลีจือย่อมรู้อยู่แล้วว่าสาคูมะม่วงส้มโอในมือเธอได้มายังไง
โจวเส้าเจี๋ยอ้าปากพะงาบๆ อารมณ์ในขณะนั้นตีกันยุ่งเหยิงระหว่าง "ความพยายามจะประณาม" กับ "ความรู้สึกฟินในหัวใจ"
เขาอยากจะประณามพฤติกรรมไร้ศีลธรรมของเสิ่นหยวนต่อ แต่จะว่าไป
ลูกไม่รักดี เป็นความผิดของพ่อที่ไม่อบรมสั่งสอน
ขืนด่าต่อ เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าตัวเองผิดซะงั้น!
ช่างเถอะๆ ให้อภัยมันก็ได้
ก็แค่โจทย์ภาษาอังกฤษไม่กี่ข้อเอง อีกอย่างเขาก็ทำไปได้ไม่เท่าไหร่
โจวเส้าเจี๋ยถอนหายใจยาว "บิดาให้อภัยเจ้าแล้ว"
สิ้นเสียง โจวเส้าเจี๋ยก็เห็นมือข้างหนึ่งยื่นมาที่โต๊ะของเขา ยังไม่ทันจะได้สกัดกั้น เสิ่นหยวนก็ฉกกระดาษข้อสอบย่อยภาษาอังกฤษของเขาไปแล้ว
"ตายจริง อาเจ๋อ ทำไมภาษาอังกฤษนายได้แค่ 61 คะแนนเองล่ะ?"
โจวเส้าเจี๋ยเห็นว่าเรือล่มในหนองแล้ว ก็ได้แต่พิงพนักเก้าอี้ "หยวน นายจะไปให้ค่ากับคะแนนพวกนี้ทำไม! การให้คะแนนแบบนี้มันจะทำให้ความทุ่มเทของคนเราผิดเพี้ยนไปนะ!"
"ฉันเรียนภาษาอังกฤษโดยไม่ทุ่มเทเหรอ? ผลคะแนนออกมาแบบนี้ คือสิ่งที่ฉันอยากเห็นเหรอ? ฉันก็อยากพัฒนาเหมือนกันนะ! หยวน! ฉันอยากก้าวหน้าจะตายอยู่แล้ว!"
พูดจบ โจวเส้าเจี๋ยก็พูดด้วยความจริงใจว่า "อีกอย่าง ที่ฉันสอบได้ 61 คะแนน ก็เพื่อขับเน้นให้เพื่อนๆ ในห้องดูเก่งขึ้นไม่ใช่เหรอ?"
เสิ่นหยวนขำก๊าก "โอ้โห โจวเส้าเจี๋ยได้ MVP ว่ะ!"
......
หลังเลิกเรียนภาคค่ำ เสิ่นหยวนกับหลีจือสลับกระเป๋ากันถือตามปกติ
ต่างคนต่างเดิน ไม่มีใครยอมเปิดปากพูดก่อน
"กึก"
"กึก"
เสิ่นหยวนเตะก้อนหินบนถนนเล่นทีละก้อนๆ
หลีจือฟังจนรำคาญ จึงเอ่ยปากว่า "เลิกเตะได้มั้ย ไอ้เด็กปัญญาอ่อน"
"อ้อ"
เสิ่นหยวนก้มเก็บก้อนหินกลมเกลี้ยงก้อนนั้นขึ้นมา แล้ววางซ่อนไว้ในแปลงดอกไม้ริมทางอย่างระมัดระวัง
"พรุ่งนี้กลับมาค่อยเตะแกต่อ"
ฟังคำพูดของเสิ่นหยวน หลีจือถึงกับพูดไม่ออก
นี่มันเกินคำว่าปัญญาอ่อนไปแล้ว นี่มันสมองไม่เต็มบาทชัดๆ
แต่พอดีที่เสิ่นหยวนพูดถึงพรุ่งนี้ หลีจือเลยถามขึ้นว่า "พรุ่งนี้หยุด นายกะจะทำอะไร?"
เสิ่นหยวนยื่นหน้าเข้าไปใกล้หลีจือทันที ถามยิ้มๆ ว่า "อยากชวนฉันไปเที่ยว แต่ไม่กล้าพูดใช่มั้ยล่ะ? ไม่เป็นไรนะที่รัก ขอแค่เธอเอ่ยปาก ฉันพร้อมเสมอ"
หลีจือชะงัก รีบกระโดดหนีด้วยความรังเกียจ "ไอ้ผู้ชายหลงตัวเอง! ใครจะไปอยากเที่ยวกับนาย!"
เสิ่นหยวนทำท่าชี้นิ้วแบบฮัสกี้ "โกหก"
"ใครโกหก!" หลีจือร้อนตัว
"เวลาหลีจือโกหก จะชอบจิกนิ้วตัวเอง"
หลีจือหยุดเดิน ชะงักอยู่กับที่
เสิ่นหยวนฉวยโอกาสก้าวไปตรงหน้าเธอ คว้ามือซ้ายของหลีจือขึ้นมา
ชี้ไปที่รอยจิกบนนิ้วชี้ข้างซ้าย เสิ่นหยวนยิ้ม "ว่ามา อยากไปทำอะไร?"
หลีจือรีบชักมือกลับจากอุ้งเท้าของเสิ่นหยวน มองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความอับอายระคนโกรธ
"ไม่ไปแล้ว!"
เสิ่นหยวนมองตามหลังเพื่อนสมัยเด็กแสนสวยที่จ้ำอ้าวเดินกลับบ้าน บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้ม
วันอาทิตย์มีเวลาหยุดตั้งแต่เลิกเรียนตอนเที่ยงไปจนถึงก่อนเข้าเรียนภาคค่ำ นับรวมๆ ก็แค่ 7 ชั่วโมงกว่า
จะไปไหนได้?
หรือจะไปปีนเขาตอนแดดเปรี้ยงๆ แบบนี้?
พอเถอะ
จี้หยางเป็นแค่อำเภอเล็กๆ ที่เที่ยวก็มีอยู่แค่นั้น
แต่ตอนนี้อากาศร้อนตับแลบ เพราะงั้นที่กลางแจ้งตัดทิ้งไปได้เลย
งั้นที่เหลือก็มีแค่ห้างสรรพสินค้าไม่กี่แห่ง
ไปห้างทำอะไรดีล่ะ?
คิดถึงตรงนี้ เสิ่นหยวนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาค้นหา
ไม่นานก็เจอร้านคีบตุ๊กตาที่เพิ่งเปิดใหม่
ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว!
ไขคดีได้แล้วครับพี่น้อง
คีบตุ๊กตา
เท่าที่เสิ่นหยวนรู้ ยัยหลีจือจัดอยู่ในประเภทกากแต่อยากเล่น
แต่เสิ่นหยวนต่างออกไป เขาเทพมาก
ดังนั้นที่หลีจืออึกๆ อักๆ เมื่อกี้ น่าจะอยากให้เสิ่นหยวนไปคีบตุ๊กตาให้
แต่ติดที่โดนใครบางคนพูดดักคอเข้า สาวเจ้าเลยเขินจนไม่กล้าพูด
แล้วดันโดนจับได้ว่าโกหกอีก สุดท้ายเลยพาลไม่ไปซะดื้อๆ
"พรุ่งนี้จะแสดงฝีมือจักรพรรดิหยวนให้ได้เห็นเป็นขวัญตา!"
เสิ่นหยวนยัดโทรศัพท์ลงกระเป๋า เร่งฝีเท้าตามหลีจือไป
แม้สาวสวยจะเตี้ยกว่าเสิ่นหยวน แต่ขายาวเวอร์วัง พอจ้ำอ้าวเดินเข้าจริงๆ เสิ่นหยวนยังต้องเหยาะย่างถึงจะตามทัน
แต่เพราะถูกจับไต๋ได้ สาวสวยเลยไม่คุยกับเพื่อนสมัยเด็กตลอดทาง
กระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น หลีจือก็ไม่รอเสิ่นหยวน
มองรองเท้าที่หายไปจากหน้าประตูบ้านหลีจือ เสิ่นหยวนเบ้ปาก
ช่างเถอะ ถือโอกาสทำภารกิจระบบให้เสร็จพอดี
ภารกิจระบบจริงๆ แล้วทำง่ายมาก
เพราะระบบไม่ได้กำหนดว่าต้องวิ่งต่อเนื่องนานแค่ไหน หรือวิ่งรวดเดียวให้ได้ระยะทางเท่าไหร่ถึงจะนับรวมใน 10 กิโลเมตร
เสิ่นหยวนวิ่งไปโรงอาหาร วิ่งไปร้านค้า วิ่งไปห้องน้ำ ทุกวันก็นับรวมใน 10 กิโลเมตรนี้ได้หมด
แค่วิ่งฟาร์มระยะทางไปเรื่อยๆ ก็จบ
วันนึงฟาร์มสัก 2 กิโลเมตรไม่ใช่ปัญหา
พอเสิ่นหยวนไปถึงห้องเรียน หลีจือก็มาถึงนานแล้ว
พอนั่งลงปุ๊บ เสิ่นหยวนก็เริ่มเปิดฉากทวงถามความยุติธรรม "ทำไมไม่รอฉัน?"
"นายตื่นสายเอง เกี่ยวอะไรกับฉัน?"
อาจเป็นเพราะร้อนตัว หลีจือพูดประโยคนี้แบบไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด
"เฮ้ย!"
แต่แล้วเสิ่นหยวนก็ทำท่าลับลมคมในพูดกับหลีจือว่า "เธอรู้มั้ยทำไมวันนี้ฉันตื่นสาย?"
สาเหตุที่ผู้ชายตื่นสาย?
เมื่อคืนเหนื่อย?
หลีจือไม่ใช่เด็กไม่รู้ประสา โดยเฉพาะในครอบครัวสุขสันต์อย่างห้อง 15
พวกผู้ชายว่างเมื่อไหร่ก็เอาแต่สีกันไปสีกันมา คนโง่ที่ไหนก็ดูออก
คิดได้ดังนั้น หลีจือก็ทำหน้าแสดงความรังเกียจทันที
"หมดอารมณ์!"
"เฮ้ยๆๆ!"
เสิ่นหยวนทำท่าฮัสกี้ชี้หน้า "อย่ามาใส่ร้ายกันนะเว้ย!"
"งั้นนายทำอะไร?"
เห็นหลีจือทำท่าปักใจเชื่อไปแล้ว เสิ่นหยวนก็ยกยิ้มมุมปาก
"บอกให้นะ เมื่อวานฉันเห็นร้านคีบตุ๊กตาเปิดใหม่ หยอดเหรียญบาทได้ 3 เหรียญ คีบครบจำนวนแลกตุ๊กตาตัวใหญ่ได้ด้วย ฉันกะว่าวันนี้จะไปเหมาของเข้าคลัง"
ได้ยินคำว่าคีบตุ๊กตา หลีจือก็งับเหยื่อตามคาด
เพียงแต่สาวสวยยังไม่แสดงอารมณ์ออกมาทันที แต่หันหน้าหนีไปทางอื่น
"นายจะไปก็ไปสิ มาบอกฉันทำไม"
เสิ่นหยวนมองหลีจือ รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า
แหม ทำมาเป็นซึนเดเระ
ไม่รู้หรือไงว่าเพื่อนสมัยเด็กสายซึน แพ้ทางนางเอกที่เพิ่งโผล่มาตลอดกาล
ตอนนี้ถ้ามีสาวน้อยปริศนาโผล่มาสักคน เธอแพ้ราบคาบแน่คุณชายหลี
เสิ่นหยวนขยับเข้าไปใกล้หลีจือ จิ้มแขนขาวเนียนของเธอเบาๆ "ไม่ไปจริงดิ?"
"ไม่ไป!"
"จิ๊ น่าเสียดาย เห็นว่าแจกเหรียญทดลองเล่นฟรี 10 เหรียญด้วยนะ ฉันกะว่าถ้าเราไปกันสองคนก็ได้ตั้ง 20 เหรียญแน่ะ"
หลีจือได้ยินดังนั้น ก็หันขวับมามองเสิ่นหยวน พูดด้วยสีหน้าจริงจังสุดๆ "เสิ่นหยวน นายกำลังยั่วยวนฉัน"
เสิ่นหยวนฉีกยิ้มกว้าง "งั้นไปด้วยกันดิ"
เพื่อนสมัยเด็กจอมซึนพยักหน้า "ฉันเป็นคนแพ้ทางสิ่งยั่วยวนซะด้วยสิ"
(จบแล้ว)