- หน้าแรก
- เอเจนต์มือทองกับไดอารี่ของผม
- บทที่ 29 คุ้มค่า!
บทที่ 29 คุ้มค่า!
บทที่ 29 คุ้มค่า!
ในวงการนายหน้าอสังหาฯ ตราบใดที่ยังไม่จรดปากกาเซ็นสัญญา อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้เสมอ
นายหน้าอสังหาฯ ก็คืองานขาย แต่ต่างจากการขายสินค้าทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เพราะงานขายทั่วไปมีสินค้าเป็นของตัวเอง ขอแค่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ก็ปิดการขายได้
แต่นายหน้าอสังหาฯ เป็นเพียง คนกลาง ที่ไม่มีสินค้าในมือ ภารกิจคือต้องได้รับความไว้วางใจจากทั้ง ลูกค้า และ เจ้าของบ้าน ความยากมันไม่ใช่แค่ 1+1=2 แต่มันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ
อย่างสถานการณ์ตอนนี้ จ้าวเยี่ยนลี่จะขายบ้านผ่านโจวเฉียงก็ได้ หรือจะขายผ่านอู๋เยว่ก็ได้ ถ้าเธอรับสายแล้วหลุดปากบอกอู๋เยว่ว่ากำลังเจรจาอยู่ที่จงเหว่ย อู๋เยว่ต้องหาทางทำลายการเจรจานี้แน่ๆ เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง
การขายบ้านเป็นเรื่องใหญ่ แค่อู๋เยว่กุเรื่องขึ้นมานิดหน่อย ก็อาจทำให้จิตใจของจ้าวเยี่ยนลี่หวั่นไหว จนการเจรจาล่มไม่เป็นท่าได้
ตัวอย่างง่ายๆ แค่อู๋เยว่โกหกว่าลูกค้าของเธอยอมจ่าย 3.53 ล้าน จ้าวเยี่ยนลี่ก็จะใจแข็งขึ้นมาทันที ไม่ยอมลดราคาให้อีก การเจรจาก็จะเข้าสู่ทางตัน
ดังนั้น สายนี้... ห้ามรับเด็ดขาด!
เวลานี้ จ้าวเยี่ยนลี่ลุกขึ้นยืนแล้ว โค้งตัวเล็กน้อยขออนุญาต "ขอโทษนะคะ ขอตัวไปรับโทรศัพท์แป๊บนึง"
"พี่จ้าวครับ ทุกคนกำลังรอฟังคำตอบจากพี่อยู่นะครับ ถ้าไม่ใช่เรื่องด่วน ตัดสายไปก่อนเถอะครับ เดี๋ยวค่อยโทรกลับ" โจวเฉียงยิ้มปราม
"นั่นสิครับคุณจ้าว ตอนนี้กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม ผมกับลูกน้องรอนิดหน่อยไม่เป็นไร แต่เกรงใจลูกค้าทั้งสองท่านน่ะสิครับ" หวังตงหยวนผู้เจนจัดรีบผสมโรง รู้ทันความคิดโจวเฉียงเป็นอย่างดี
"เอ่อ..." จ้าวเยี่ยนลี่ลังเล
"พี่จ้าวครับ คราวก่อนที่ผมโทรหา พี่บอกว่าคุยเรื่องงานในเวลางานไม่สะดวก สถานการณ์ตอนนี้ก็ไม่เหมาะเหมือนกันนะครับ" โจวเฉียงย้อนคำพูดเธอคืนไป
"ก็ได้ งั้นไม่รับก็ได้" จ้าวเยี่ยนลี่ฮึดฮัด ตัดสายทิ้งแล้วกลับมานั่งที่เดิม
แม้จะตัดสายไปแล้ว แต่เสียงโทรศัพท์เมื่อกี้ก็ทำลายบรรยากาศการเจรจาไปพอสมควร ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง โจวเฉียงรู้ดีว่าต้องรีบปิดเกม ไม่อย่างนั้นอู๋เยว่คงโทรมาป่วนอีกแน่
โจวเฉียงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปกระซิบข้างหูหวังตงหยวน "พี่หวัง คนโทรมาคืออู๋เยว่จากเลี่ยนเจีย รีบงัดไม้ตายออกมาใช้เถอะครับ กันไว้ดีกว่าแก้"
"อืม"
หวังตงหยวนพยักหน้า เรียบเรียงคำพูดในหัว แล้วเอ่ยขึ้น "คุณโจว คุณเฉินครับ ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายยอมถอยกันคนละสองหมื่น คุณโจวอยากซื้อที่ 3.52 ล้าน คุณเฉินอยากขายที่ 3.53 ล้าน ต่างกันแค่หมื่นเดียวเท่านั้นเอง ถ้าช่วยกันถอยอีกนิด ดีลนี้ก็จบสวยแล้วครับ"
เจ้าของบ้านและลูกค้าหันมองหน้ากัน แต่ไม่มีใครยอมเปิดปากพูด
"แหม ซื้อขายบ้านราคาตั้งสามล้านกว่า ทุกท่านระดับเศรษฐีกันทั้งนั้น เงินแค่นี้คงไม่ระคายผิวหรอกมั้งครับ" โจวเฉียงพูดแซว
"เงินหมื่นนึงก็เงินนะยะ หรือเธอจะจ่ายแทนล่ะ" จ้าวเยี่ยนลี่สวนกลับ ยังเคืองนิดๆ ที่โดนขัดไม่ให้รับโทรศัพท์
"เอาอย่างนี้ครับ ทุกท่านได้มารู้จักกันวันนี้ก็นับว่าเป็นวาสนา อย่าให้เงินเล็กน้อยแค่นี้มาขวางกั้นมิตรภาพเลยครับ" หวังตงหยวนลุกขึ้นยืน พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ส่วนต่างหนึ่งหมื่นหยวนนี้ ทางจงเหว่ยเรียลเอสเตทขรับผิดชอบเองครับ เดี๋ยวเราจะหักออกจากค่านายหน้าให้ เป็นไงครับ?"
"ถ้าบริษัทนายหน้ายอมจ่าย ฉันก็ไม่มีปัญหา" จ้าวเยี่ยนลี่ผายมือออก ยอมรับข้อเสนอ
"ตกลงตามนั้น" โจวเจ้าเซียนพยักหน้า รู้ดีว่ายังไงเงินค่าคอมฯ ก็มาจากกระเป๋าเขาอยู่ดี แต่ในเมื่อหวังตงหยวนเสนอมาแบบนี้ เขาก็ขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืด
"เชิญทุกท่านตรวจสอบสัญญาครับ ถ้าไม่มีปัญหาอะไร เราจะเซ็นสัญญากันเลย" หวังตงหยวนหยิบเอกสารที่เตรียมไว้ออกมาวางตรงหน้า เป็นสัญญา 3 ชุด สำหรับลูกค้า เจ้าของบ้าน และบริษัท
เรื่องราคาตกลงกันได้แล้ว เหลือแค่รายละเอียดปลีกย่อย เช่น วันโอนเงิน ธนาคารที่ใช้โอน และวันส่งมอบบ้าน
อีกประเด็นสำคัญคือ ค่านายหน้า ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมที่ผู้ซื้อต้องจ่ายให้กับบริษัทนายหน้า ตามกฎระเบียบคือ 2.7% ของราคาซื้อขาย หรือที่เรียกกันติดปากว่า 2.7 จุด
คำนวณจากราคา 3.52 ล้าน คูณ 2.7% ค่านายหน้าจะอยู่ที่ 9.5 หมื่นหยวน หักส่วนต่างหนึ่งหมื่นที่บริษัทออกให้ เหลือ 8.5 หมื่นหยวน หลิวเฉิงเจ๋อตัดสินใจลดให้อีก 5 พันหยวน สรุปยอดสุดท้ายเก็บค่านายหน้าได้ 8 หมื่นหยวนถ้วน
การเก็บค่านายหน้าได้ถึง 8 หมื่นหยวนถือว่าสูงมากแล้ว ปกติลูกค้ามักจะต่อรองขอลดค่านายหน้าเสมอ ถ้าเก็บได้เกิน 2 จุด ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
กว่าจะเซ็นสัญญาเสร็จสิ้นก็ปาเข้าไปสามทุ่มกว่า เพราะเป็นเรื่องซื้อขายอสังหาฯ มูลค่าหลายล้าน ทุกข้อความในสัญญาจึงต้องตรวจสอบให้รอบคอบ
หลังจากส่งลูกค้าและเจ้าของบ้านกลับไป โจวเฉียงก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก สัญญาซื้อขายเซ็นเรียบร้อย ดีลนี้จบลงอย่างสมบูรณ์
ดึกมากแล้ว ไม่มีการประชุมสรุปงาน ทุกคนรีบเก็บของ เขียนรายงานประจำวัน แล้วตอกบัตรเลิกงานแยกย้ายกันกลับบ้าน
ตลอดทางกลับบ้าน โจวเฉียงอิ่มเอมใจไปกับความสำเร็จ ค่าคอมมิชชันที่บริษัทได้รับ 8 หมื่นหยวน เขาจะได้ส่วนแบ่ง 50% หรือก็คือ 4 หมื่นหยวน
สำหรับหนุ่มบ้านนอกเข้ากรุงอย่างโจวเฉียง เงิน 4 หมื่นหยวนถ้าประหยัดๆ หน่อย ก็อยู่ได้ทั้งปี นี่แหละคือเสน่ห์อันหอมหวานของอาชีพนายหน้าอสังหาฯ
...
กลับถึงห้องเช่า โจวเฉียงเปิดประตูเข้าไป เห็นไฟในห้องรับแขกเปิดสว่าง ทีวีเปิดอยู่ เว่ยตงนั่งสูบบุหรี่อยู่บนโซฟา
"พี่เว่ย ยังไม่นอนเหรอครับ" โจวเฉียงเปลี่ยนรองเท้าแตะแล้วทักทาย
"เสี่ยวโจวกลับมาแล้วเหรอ พี่กำลังรอนายอยู่พอดี" เว่ยตงลุกขึ้นยิ้มร่า
"โห... ทำไมกับข้าวเต็มโต๊ะเลยล่ะครับ" โจวเฉียงมองไปที่โต๊ะรับแขก เห็นจานกับแกล้มวางเรียงราย ทั้งไส้กรอก ถั่วลิสง ไข่เยี่ยวม้า ตีนไก่ ขาหมู ฯลฯ
"กับข้าวพวกนี้พี่เตรียมไว้ให้นายนั่นแหละ คืนนี้ต้องฉลองกันหน่อย" เว่ยตงบอก
"พี่เว่ย เกรงใจแย่เลยครับ" โจวเฉียงเดาว่าเว่ยตงคงเลี้ยงขอบคุณเรื่องเงินที่เขาให้ยืมเมื่อวาน
"เกรงใจอะไรกัน ถ้าไม่ได้นายช่วยไว้ ป่านนี้พี่กับแฟนคงไปกันไม่รอดแล้ว" เว่ยตงพูดด้วยความซาบซึ้ง
"ฟังดูเหมือนพี่สะใภ้ยอมแต่งงานด้วยแล้วเหรอครับ?" โจวเฉียงแกล้งถาม
"ฮ่าๆๆ ไม่ใช่แค่แฟนพี่นะ พ่อแม่เขาก็ไฟเขียวแล้วด้วย พี่เลยต้องขอบคุณนายยกใหญ่ไง" เว่ยตงหัวเราะร่าอย่างมีความสุข
"ขอบคุณผม? ยังไงครับ?" โจวเฉียงทำหน้าสงสัย
"ความจริงแล้ว แฟนพี่ไม่ได้ขาดเงินซื้อรถหรอก แต่พ่อแม่เขาอยากจะลองใจพี่ เลยให้ลูกสาวมาแกล้งขอยืมเงิน ดูซิว่าพี่จะยอมช่วยไหม ถ้าพี่ยอม เขาก็จะยกลูกสาวให้ แต่ถ้าพี่ปฏิเสธ ก็คงต้องเลิกกัน" เว่ยตงตบไหล่โจวเฉียงเบาๆ แล้วพูดอย่างจริงใจ "ก็เพราะความใจกว้างของนายนั่นแหละ ที่ให้พี่ยืมเงินแปดพัน เรื่องมันถึงจบสวยแบบนี้"
ได้ยินแบบนั้น โจวเฉียงก็ยิ้มมุมปาก สิ่งที่เขาคาดเดาไว้ถูกต้องเป๊ะ การที่เว่ยตงได้ดิบได้ดีในอนาคต มาจากบารมีของบ้านแฟนจริงๆ การได้แต่งงานกับลูกสาวบ้านนี้ คือจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตเว่ยตง
เห็นโจวเฉียงยิ้ม เว่ยตงก็นึกว่าโจวเฉียงดีใจไปกับเขาด้วย ยิ่งรู้สึกว่าเพื่อนคนนี้ช่างประเสริฐแท้ เริ่มมองโจวเฉียงเป็นเพื่อนตายไปแล้ว
"น้องชาย เงินแปดพันนี่พี่ไม่ได้ใช้แล้ว เอาคืนไปเถอะ" เว่ยตงหยิบปึกธนบัตรออกมาจากกระเป๋า วางลงตรงหน้าโจวเฉียง
เห็นเงินปึกนั้น โจวเฉียงแอบหัวเราะในใจ เยี่ยมไปเลย ไม่เสียเงินสักแดง แต่ได้ซื้อใจคน ได้แบ็คอัพชั้นดีไว้ใช้งานในอนาคต คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!