- หน้าแรก
- เอเจนต์มือทองกับไดอารี่ของผม
- บทที่ 5 ตบหัวแล้วลูบหลัง (ตอนต้น)
บทที่ 5 ตบหัวแล้วลูบหลัง (ตอนต้น)
บทที่ 5 ตบหัวแล้วลูบหลัง (ตอนต้น)
"คุณผู้ชายครับ ผมเพิ่งเคยเจอคุณเป็นครั้งแรก เลยไม่ทราบว่าคุณมีความต้องการด้านไหน ที่นี่เรามีบ้านให้เลือกครบทุกแบบเลยครับ ไม่ว่าจะซื้อหรือเช่า" หลี่เหวินหมิงตอบตามหน้าที่
ชายวัยกลางคนยิ้ม ก่อนจะถามคำถามที่ไม่ตรงกับคำตอบที่ได้รับ "ผู้จัดการร้านอยู่ไหม?"
"อ้อ... มาหาผู้จัดการร้านนี่เอง" หลี่เหวินหมิงหน้าจ๋อยลงเล็กน้อยด้วยความผิดหวัง
วันนี้หลี่เหวินหมิงเข้าเวรดูแลหน้าร้าน ถ้ามีลูกค้าเดินเข้ามาเขาจะได้เป็นคนดูแล และถ้าลูกค้าเซ็นสัญญาเช่าหรือซื้อขาย ผลงานก็จะตกเป็นของเขาทันที
แต่กลายเป็นว่าดีใจเก้อซะงั้น
ขณะที่เหล่านายหน้าในร้านกำลังเดาว่าชายคนนี้เป็นใคร หวังตงหยวนที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็เดินออกมาจากห้องทำงาน พอเห็นหน้าชายวัยกลางคนชัดๆ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นประหลาดใจทันที
"ผู้จัดการหลิว? ทำไมถึงมาที่นี่ได้ครับ"
"ทำไมล่ะ? ผู้จัดการหวังไม่ต้อนรับผมเหรอ?" ชายวัยกลางคนยิ้มถาม
"จะเป็นไปได้ยังไงครับ หัวหน้ามาตรวจเยี่ยมร้านถือเป็นเกียรติของพวกเราอยู่แล้ว" หวังตงหยวนฝืนยิ้ม เขารู้ทันทีว่าชายคนนี้คือ หลิวเฉิงเจ๋อ ผู้จัดการเขตคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมา นึกว่าจะได้เจอตอนประชุมเขตเสียอีก ไม่คิดว่าจะบุกมาถึงร้านโดยไม่บอกไม่กล่าวแบบนี้
ธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์บริหารงานโดยยึดสาขาเป็นหลัก ผู้จัดการร้านคือผู้บริหารระดับล่างสุด เหนือขึ้นไปคือผู้จัดการเขต ซึ่งจะดูแลร้านสาขาประมาณ 3-5 แห่ง ขึ้นอยู่กับการวางแผนพื้นที่และความหนาแน่นของที่อยู่อาศัย
ได้ยินหวังตงหยวนเรียกแบบนั้น หลี่เหวินหมิง หลิวเฉวียน และหลินเยว่ต่างก็ตกใจ พวกเขาเคยได้ยินเรื่องผู้จัดการเขตคนใหม่มาบ้าง แต่ไม่เคยเห็นตัวจริง ไม่นึกว่าจะได้มาเจอในสถานการณ์แบบนี้
หวังตงหยวนผายมือไปทางชายวัยกลางคนแล้วแนะนำว่า "นี่คือผู้จัดการหลิว เพิ่งย้ายมาประจำเขตเรา ต่อไปนี้ท่านคือเจ้านายโดยตรงของพวกเรา รีบทักทายสิ"
"สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ ผู้จัดการหลิว" โจวเฉียงและเพื่อนร่วมงานอีกสามคนรีบทักทายพร้อมกัน
"ไม่ต้องเกรงใจหรอก ต่อไปพวกเราก็เป็นเพื่อนร่วมงานกัน ผมแก่กว่าพวกคุณไม่กี่ปี เรียกพี่หลิวก็ได้" หลิวเฉิงเจ๋อโบกมืออย่างเป็นกันเอง
"ผู้จัดการหลิว เชิญเข้าไปนั่งในห้องผมก่อนดีไหมครับ" หวังตงหยวนเสนอ
"ไม่ต้องหรอก ตรงนี้ก็มีโซฟา นั่งคุยกันตรงนี้แหละ" หลิวเฉิงเจ๋อหันไปชี้โซฟารับแขกทางด้านซ้ายของประตู
"ได้ครับ เชิญครับ" หวังตงหยวนผายมือเชิญ
"พวกคุณทำงานกันต่อเถอะ อย่าให้ผมรบกวนเวลางาน ต่อไปผมคงแวะมาบ่อยๆ มีโอกาสได้เจอกันอีกเยอะ" หลิวเฉิงเจ๋อพูดติดตลกเมื่อเห็นสายตาทุกคู่จ้องมองเขาอยู่
"อย่ามัวยืนอึ้งสิ ไปทำงานกันได้แล้ว" หวังตงหยวนสั่งลูกน้อง ก่อนจะควักซองบุหรี่ส่งให้หลิวเฉิงเจ๋อแล้วถามเสียงเบา "ผู้จัดการหลิว วันนี้มาด้วยตัวเอง มีงานด่วนอะไรจะมอบหมายพวกเราเหรอครับ?"
"ที่ผมไม่บอกล่วงหน้า เพราะกลัวพวกคุณจะเกร็งจนเสียงาน ผมเพิ่งมารับตำแหน่งใหม่ ยังไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ เลยอยากจะตระเวนดูตามสาขาต่างๆ ทำความรู้จักกับพนักงาน จะได้เริ่มงานได้สะดวกขึ้น" หลิวเฉิงเจ๋อบอกเหตุผล
ไม่บอกล่วงหน้านี่แหละตัวดี ยิ่งทำให้เสียสมาธิทำงาน หวังตงหยวนคิดในใจ แต่ปากไม่กล้าพูดออกไป
"พี่หลิวคะ เชิญดื่มน้ำชาค่ะ" จังหวะนั้น หลินเยว่เดินถือถ้วยชาสองใบเข้ามาวางตรงหน้าหลิวเฉิงเจ๋อกับหวังตงหยวน
"ขอบคุณครับ" หลิวเฉิงเจ๋อยิ้มรับพลางมองสำรวจหลินเยว่ "คุณชื่อหลินเยว่ใช่ไหม?"
"พี่หลิวรู้จักชื่อฉันด้วยเหรอคะ?" หลินเยว่แปลกใจเล็กน้อย นี่เป็นการเจอกันครั้งแรก ไม่คิดว่าเขาจะรู้ชื่อเธอ
"ผมดูประวัติมาแล้ว หญิงแกร่งประจำร้านเรานี่นา" หลิวเฉิงเจ๋อยิ้ม
"พี่หลิวก็ชมเกินไปค่ะ ฉันไม่ได้เก่งกาจอะไรขนาดนั้นหรอกค่ะ" หลินเยว่ถ่อมตัว แต่ในใจยิ้มแก้มแทบปริ การได้รับคำชมจากเจ้านายต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ ได้ทั้งหน้าได้ทั้งกล่อง สร้างความประทับใจแรกพบที่ดีเยี่ยม
หลิวเฉิงเจ๋อคุยกับหลินเยว่สองสามคำ แล้วกวาดสายตามองคนอื่นในร้าน หวังตงหยวน หลิวเฉวียน โจวเฉียง หลี่เหวินหมิง เขาพิจารณาทีละคน เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อจิบชา แต่มาเพื่อดูสภาพความเป็นจริงของร้าน ถ้าบอกล่วงหน้า ก็คงได้เห็นแต่ภาพที่จัดฉากเตรียมไว้ แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร? เขาต้องการเห็นสภาพจริง จะได้แก้ปัญหาได้ถูกจุด นี่คือวิธีสร้างบารมีและกระตุ้นยอดขาย ซึ่งเป็นเป้าหมายของการมาเยือนครั้งนี้
"ผู้จัดการหวัง ร้านคุณมีพนักงานขายอีกสองคนไม่ใช่เหรอ? ทำไมผมไม่เห็น พาลูกค้าไปดูบ้านเหรอ?" หลิวเฉิงเจ๋อถาม
หวังตงหยวนชะงักไปเล็กน้อย รีบอธิบาย "พนักงานขายสองคนนั้นวันนี้หยุดครับ"
"บริษัทกำหนดโควตาพนักงานประจำสาขาไว้แปดถึงสิบคน ร้านคุณมีพนักงานขายแค่หกคนก็น้อยกว่าเกณฑ์อยู่แล้ว วันนี้ดันหยุดไปอีกสอง เหลือทำงานแค่สี่คน ผมไม่อยากจะบ่นนะ แต่สมมติถ้าลูกค้าเข้ามาพร้อมกันสองคน คุณจะจัดการยังไง ใครจะเฝ้าร้าน ใครจะไปหยิบกุญแจ ใครจะโทรหาเจ้าของบ้าน ใครจะรับลูกค้า... ต่อให้คุณลงมือทำเอง ก็คงทำไม่ทัน จริงไหม?" หลิวเฉิงเจ๋อตั้งคำถามรัวๆ
"จริงครับ" หวังตงหยวนรับคำ "ต่อไปผมจะจัดตารางให้หยุดสลับกันครับ ให้หยุดได้แค่วันละคน"
"นอกจากเรื่องวันหยุด ก็ต้องรีบหาคนเพิ่มด้วย บริษัทให้โควตาตั้งแปดถึงสิบคน ทำไมไม่รับให้เต็ม ยิ่งคนเยอะ ยอดขายก็มีโอกาสเพิ่ม รายได้คุณก็เพิ่มตามไปด้วยไม่ใช่เหรอ?" หลิวเฉิงเจ๋อกระตุ้น
"ครับผม เดี๋ยวผู้ช่วยกลับมาจากประชุม ผมจะให้เริ่มประกาศรับคนทันทีครับ" หวังตงหยวนรับปาก
เมื่อเห็นท่าทีอ่อนน้อมของหวังตงหยวน หลิวเฉิงเจ๋อก็พยักหน้าพอใจ ก่อนจะเบนสายตาไปที่พนักงานอีกสามคนที่เหลือ โจวเฉียงกำลังคุยโทรศัพท์ หลี่เหวินหมิงก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรบางอย่าง ส่วนหลิวเฉวียนกำลังจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์...
สุดท้าย สายตาของหลิวเฉิงเจ๋อก็หยุดอยู่ที่หลิวเฉวียน แล้วเอ่ยเรียกชื่อ
"หลิวเฉวียน"
"ฮะ?"
หลิวเฉวียนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อตัวเอง เขาไม่เคยเจอหลิวเฉิงเจ๋อมาก่อน ไม่คิดว่าเจ้านายคนใหม่จะรู้จักชื่อเขา จึงถามกลับด้วยความแปลกใจ "ผู้จัดการหลิว เรียกผมเหรอครับ?"
"ในร้านมีคนชื่อหลิวเฉวียนกี่คนล่ะ?" หลิวเฉิงเจ๋อย้อนถาม
"ไม่มีครับ มีผมคนเดียว" หลิวเฉวียนส่ายหน้า ยังคงงุนงงที่อีกฝ่ายรู้จักตน
ก่อนมาที่นี่ หลิวเฉิงเจ๋อได้ทำการบ้านมาอย่างดี ศึกษาประวัติพนักงานทุกคน ทั้งรูปถ่าย วุฒิการศึกษา อายุ และประวัติการทำงาน แถมเมื่อเช้ายังทบทวนอีกรอบ เพื่อให้จำหน้าได้แม่นยำ
เทคนิคนี้อาจดูธรรมดา แต่ได้ผลชะงัดนักในการสร้างความเกรงขาม ทำให้หลิวเฉิงเจ๋อดูเป็นคนลึกลับน่าค้นหา และทำให้พนักงานรู้สึกเกรงใจ
"ผู้จัดการหลิว เรียกผมมีอะไรหรือเปล่าครับ?" หลิวเฉวียนถามยิ้มๆ เมื่อกี้เห็นหลินเยว่ได้รับคำชม เขาเลยคิดเข้าข้างตัวเองว่าอาจจะได้รับคำชมบ้าง เพราะเขาก็เป็นตัวท็อปของร้านเหมือนกัน
"เนกไทคุณไปไหน?" หลิวเฉิงเจ๋อถามเสียงเรียบ
"หา?" หลิวเฉวียนอึ้งไป
"ผมถามว่า ทำไมคุณไม่ผูกเนกไท" หลิวเฉิงเจ๋อย้ำ
"เอ่อ... วันนี้ผมลืมน่ะครับ" หลิวเฉวียนเกาหัวแกรกๆ ตอบแบบขอไปที
"ลืม? แล้วเมื่อเช้าคุณลืมกินข้าวหรือเปล่า?" หลิวเฉิงเจ๋อเปลี่ยนเรื่องถามทันควัน ดูเหมือนคนละเรื่องเดียวกัน แต่จริงๆ แล้วเป็นกับดักทางคำพูดที่พวกหัวหน้างานหรือครูบาอาจารย์ชอบใช้กันนักแล
ถ้าตอบว่า กินครับ เจ้านายก็จะสวนกลับทันทีว่า ทีเรื่องกินยังจำได้ แต่เรื่องงานทำไมจำไม่ได้
หรือถ้าเป็นครู ก็จะบอกว่า ทีข้าวยังจำได้ว่าต้องกิน แล้วทำไมการบ้านถึงลืมทำ
ทันใดนั้น โจวเฉียง หลินเยว่ และหลี่เหวินหมิง ต่างก็หันมามองหลิวเฉวียนเป็นตาเดียว ลุ้นระทึกว่าเขาจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้อย่างไร