- หน้าแรก
- เอเจนต์มือทองกับไดอารี่ของผม
- บทที่ 4 หวังตงหยวน
บทที่ 4 หวังตงหยวน
บทที่ 4 หวังตงหยวน
แต่แน่นอนว่า ตอนนี้เมื่อมี ไดอารี่แห่งอนาคต อยู่ในมือ โจวเฉียงก็แอบตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะต้องอุดรอยรั่วนี้ ไม่ยอมให้เหตุการณ์เลวร้ายตามที่ไดอารี่ทำนายไว้เกิดขึ้นซ้ำรอยอีก
ว่าแล้ว โจวเฉียงก็หยิบสมุดบันทึกออกมาจากกระเป๋า แล้วไล่อ่านต่อจากที่ค้างไว้ ไดอารี่หน้านี้ยังคงเป็นบันทึกของวันนี้ โดยมีข้อความระบุว่า:
"โดนฝนเปียกยังไม่เท่าไหร่ แต่ดันมาซวยซ้ำซ้อน ผู้จัดการเขตคนใหม่มาตรวจงาน ดันจับได้ว่าฉันไม่ผูกเนกไท โดนปรับไปตั้งสองร้อยหยวน บัดซบจริงๆ"
อ่านถึงตรงนี้ โจวเฉียงก็ถึงบางอ้อ ว่าทำไมไดอารี่เปิดหัวมาด้วยคำว่า เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ที่แท้ก็มีอีกเรื่องให้ซวย นั่นคือโดนผู้จัดการเขตปรับเงินนี่เอง
งานนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จัดอยู่ในกลุ่มงานบริการระดับไฮเอนด์ จึงมีมาตรฐานการแต่งกายที่เข้มงวด บริษัทมีกฎให้นายหน้าต้องสวมเครื่องแบบระหว่างปฏิบัติงาน ผู้ชายต้องใส่สูท เสื้อเชิ้ต ผูกเนกไท และสวมรองเท้าหนัง หากฝ่าฝืนกฎระเบียบก็จะถูกปรับเงิน
ตอนนี้เข้าสู่เดือนกรกฎาคมแล้ว อากาศในปักกิ่งร้อนอบอ้าว อนุโลมให้ถอดเสื้อสูทตัวนอกได้ แต่เสื้อเชิ้ต เนกไท กางเกงสแล็ค และรองเท้าหนังยังคงเป็นไฟท์บังคับที่ต้องใส่ให้ครบ
โจวเฉียงก้มลงมองตัวเอง ยอมรับว่าตอนนี้เขาไม่ได้ผูกเนกไทจริงๆ ถ้าเป็นวันปกติคงไม่โดนหักเงินหรอก แต่ถ้าผู้จัดการเขตคนใหม่มาตรวจงานจริง ก็ไม่แน่ว่าจะรอด
คิดได้ดังนั้น โจวเฉียงก็เปิดลิ้นชักขวามือ หยิบเนกไทสีแดงเลือดหมูออกมา ตรงปลายปักด้ายสีทองเป็นตัวอักษร จงเหว่ยเรียลเอสเตท นี่เป็นเนกไทที่บริษัทแจกให้ฟรี ถือเป็นสัญลักษณ์ของนายหน้าสังกัดจงเหว่ย หากลาออกก็ต้องคืนเนกไทเส้นนี้ด้วย
โจวเฉียงสวมเนกไทแล้วผูกอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะหันไปถามหลินเยว่ที่นั่งอยู่ข้างๆ "พี่หลิน ขอยืมกระจกหน่อยครับ"
"จะเอากระจกไปทำไม เธอก็ไม่ได้แต่งหน้านี่นา" หลินเยว่ถามอย่างสงสัย
"จะดูปมเนกไทหน่อยครับว่าตรงหรือเปล่า" โจวเฉียงตอบ
หลินเยว่หันมามองโจวเฉียงแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบแบบขอไปทีว่า "ไม่ต้องส่องหรอก ตรงดีแล้วย่ะ"
"ขี้งก" โจวเฉียงบ่นพึมพำ
"ว่าอะไรนะ? พูดดังๆ ซิ" หลินเยว่ถลึงตาถามเสียงเขียว
"ไม่มีอะไรครับ แค่ผูกเนกไทแล้วรู้สึกอึดอัดนิดหน่อย" โจวเฉียงแก้ตัวน้ำขุ่นๆ หน้าตายเฉย การโกหกสีขาวเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับการเป็นนายหน้ามืออาชีพอยู่แล้ว
"อึดอัดก็ถอดสิ ร้อนจะตายชักจะใส่ทำไม เป็นผดร้อนเปล่าๆ" หลิวเฉวียนเบะปาก เขาเป็นคนสบายๆ ไม่ชอบความรู้สึกอึดอัดของการผูกเนกไท
"บริษัทมีกฎชัดเจนนะครับ ไม่ผูกเนกไทโดนปรับ ผมกันไว้ดีกว่าแก้" โจวเฉียงอ้าง
"นั่นสิครับ ผมก็คุ้นๆ กฎข้อนี้เหมือนกัน" หลี่เหวินหมิงที่นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์รีบผสมโรง แล้วรีบล้วงเนกไทออกมาผูกบ้าง
"ปอดแหกกันจัง มีอะไรน่ากลัววะ ฉันไม่ผูกเนกไททุกวัน ยังไม่เห็นมีใครกล้ามาปรับเงินฉันเลย" หลิวเฉวียนเชิดหน้าคุยโวอย่างลำพองใจ
"พี่หลิว ใส่เถอะครับ ผู้จัดการหวังอยู่ในห้องทำงานข้างหลังนี่เอง ถ้าเขาได้ยินเข้า เดี๋ยวจะโดนปรับจริงๆ นะครับ" หลี่เหวินหมิงเตือนด้วยความหวังดี
"ชิ ไอ้หนูจะไปรู้อะไร" หลิวเฉวียนทำเสียงจิ๊จ๊ะอย่างไม่ยี่หระ ปรายตามองหลี่เหวินหมิง ก่อนจะตบหน้าอกตัวเองแล้วโอ้อวดว่า "ฉันกับพี่หวังซี้ปึ้กกันขนาดไหน เขาจะมาหักเงินฉันได้ไง"
หลิวเฉวียนเป็นพนักงานเก่าแก่ ฝีมือดี ยอดขายเยี่ยม ทำงานกับผู้จัดการร้านหวังตงหยวนมาสามสี่ปีแล้ว เรียกได้ว่าเป็นมือขวาคนสนิท ต่อให้ทำผิดอะไร หวังตงหยวนก็มักจะไว้หน้า อย่างมากก็แค่ดุเบาๆ ไม่ถึงขั้นปรับเงินจริงๆ
"แอ๊ด..."
เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้น ชายวัยสามสิบต้นๆ เดินออกมา เขาคือ หวังตงหยวน ผู้จัดการร้านนั่นเอง
หวังตงหยวนรูปร่างผอมสูงปานกลาง สวมแว่นตากรอบทอง ใบหน้าดูเคร่งเครียดเป็นนิจ เพราะสูบบุหรี่จัดฟันจึงเหลืองอ๋อย เวลายิ้มทีไรก็เห็นฟันเหลืองๆ ทำให้หน้าตาดูไม่ค่อยน่าไว้วางใจและดูเจ้าเล่ห์พิลึก
"ไม่รู้เหรอว่าถึงเวลาทำงานแล้ว? ส่งเสียงเอะอะอะไรกัน?" หวังตงหยวนกวาดสายตามองลูกน้องทุกคนแล้วถามเสียงเข้ม
"พี่หวัง ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมกำลังสอนน้องๆ เรื่องการพาลูกค้าดูบ้านอยู่ เสียงเลยดังไปหน่อย" หลิวเฉวียนยิ้มเผล่ แก้ตัวน้ำขุ่นๆ
"เอาล่ะ ปิดหน้าจอคอมฯ ซะ มาประชุมเช้ากันได้แล้ว" หวังตงหยวนโบกมือเรียก ไม่สนใจเลยว่าหลิวเฉวียนจะผูกเนกไทหรือไม่ตามคาด
"พี่หวัง ฝนตกหนักขนาดนี้ ยังจะประชุมเช้าอีกเหรอคะ" หลินเยว่ขมวดคิ้วถาม
ทุกเช้า บริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จะต้องมีการประชุมเช้า หรือ มอนิ่งบรีฟ เพื่อตะโกนสโลแกน เล่นเกม หรืออ่านบทความสร้างแรงบันดาลใจ ถือเป็นการเริ่มต้นวันใหม่และกระชับความสัมพันธ์ในทีม
"ก็ประชุมในร้านนี่แหละ ยืนเรียงแถวหน้าโต๊ะเลย คนมีแค่นี้ใช้ที่ไม่ได้เยอะหรอก เร็วเข้า" หวังตงหยวนสั่งเสียงแข็ง เหตุผลอีกอย่างที่ต้องประชุมเช้า ก็เพื่อให้พนักงานที่ยังงัวเงียตื่นตัวพร้อมทำงาน
ถึงจะไม่ค่อยเต็มใจ แต่ทั้งสี่คนก็มายืนเรียงหน้ากระดาน โดยมีผู้จัดการหวังตงหยวนยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม พอเห็นว่ามีพนักงานมาทำงานแค่สี่คน เขาก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมานิดๆ
ความจริงแล้วในร้านมีพนักงานทั้งหมดแปดคน นอกจากโจวเฉียงและพวกอีกสี่คนแล้ว ยังมีนายหน้าอีกสองคนและผู้ช่วยผู้จัดการร้านอีกหนึ่งคน แต่นายหน้าสองคนนั้นลางาน ส่วนผู้ช่วยก็ไปประชุมที่สำนักงานใหญ่ วันนี้ร้านเลยดูเงียบเหงาเป็นพิเศษ
ภายใต้การนำของหวังตงหยวน ทั้งสี่คนอ่านบทความจากหนังสือ เซลล์แมนที่เก่งที่สุดในโลก The Greatest Salesman in the World เสียงดังฟังชัดและพร้อมเพรียง จนคนที่เดินผ่านไปมาหน้าร้านต้องหันมามอง
เซลล์แมนที่เก่งที่สุดในโลก The Greatest Salesman in the World เป็นหนังสือสร้างแรงบันดาลใจที่โด่งดังไปทั่วโลก เนื้อหาส่วนใหญ่สอนเรื่องการใช้ชีวิตและการทำงาน จนได้รับยกย่องว่าเป็น คัมภีร์สู่ความสำเร็จ
หลังจากอ่านจบ หวังตงหยวนก็พูดสรุปสั้นๆ แล้วปล่อยให้ทุกคนแยกย้ายไปทำงาน หลิวเฉวียนจงใจหยุดเดิน ชี้ไปที่คอของตัวเองให้โจวเฉียงกับหลี่เหวินหมิงดู นอกจากจะไม่ผูกเนกไทแล้ว เขายังปลดกระดุมคอเสื้อออกด้วย
หลิวเฉวียนเชิดหน้าขึ้น ราวกับจะบอกว่า "เห็นไหมล่ะ ฉันไม่ผูกเนกไทก็ไม่เห็นเป็นไร พวกเอ็งสองคนหัวอ่อนเชื่อคนง่าย ก็ทนร้อนไปเถอะ สมน้ำหน้า"
โจวเฉียงแค่นเสียงในลำคอ ที่เขาผูกเนกไทไม่ได้กลัวหวังตงหยวนหรอก เขาเชื่อว่าต่อให้เขาไม่ผูก หวังตงหยวนก็คงไม่ว่าอะไรเหมือนกัน แต่ที่เขาต้องระวังตัวแจก็เพราะ ผู้จัดการเขตคนใหม่ ต่างหาก
ผู้จัดการใหม่ไฟแรงมักจะมาพร้อมกับการจับผิดเชือดไก่ให้ลิงดูไม่ใช่หรือไง? ขืนตอนนี้โจวเฉียงทนร้อนไม่ไหวถอดเนกไทออก แล้วบังเอิญผู้จัดการเขตโผล่มาพอดี ก็เท่ากับยื่นหน้าไปให้เขาตบฟรีๆ น่ะสิ?
พอกลับมานั่งที่โต๊ะ โจวเฉียงเปิดคอมพิวเตอร์และล็อกอินเข้าสู่ระบบฝางโหย่ว
ระบบฝางโหย่วเป็นซอฟต์แวร์ที่บริษัทนายหน้านิยมใช้ เชื่อมต่อข้อมูลทั้งบริษัทเข้าด้วยกัน ฟังก์ชันหลักๆ ที่ใช้บ่อยคือการบันทึกและค้นหาข้อมูลอสังหาริมทรัพย์
ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าโจวเฉียงไปเจอบ้านที่ประกาศขาย แล้วเอาข้อมูลมาลงในระบบ นายหน้าคนอื่นก็จะเห็นข้อมูลนี้ด้วย ถ้ามีใครขายบ้านหลังนี้ได้ โจวเฉียงก็จะได้รับส่วนแบ่งค่าคอมมิชชันในฐานะคนหาทรัพย์
ในการซื้อขายอสังหาฯ หนึ่งเคส จะมีสองส่วนคือ ฝั่งเจ้าของทรัพย์และฝั่งลูกค้า ค่าคอมมิชชันแบ่งเป็น ฝั่งเจ้าของทรัพย์ 20% และฝั่งลูกค้า 80% ถ้าปิดการขายได้ คนหาทรัพย์จะได้ส่วนแบ่ง 20% ส่วนคนพาลูกค้ามาซื้อจะได้ 80%
ระบบฝางโหย่วมีฟังก์ชันหลากหลาย โดยรวมเปรียบเสมือนฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่ช่วยให้นายหน้าทั้งบริษัทแชร์ข้อมูล จัดการข้อมูล และช่วยกันปิดการขายได้ง่ายขึ้น
โจวเฉียงกำลังหาห้องเช่าแบบหนึ่งห้องนอนให้ลูกค้า เขาจึงค้นหาข้อมูลในระบบ แต่เนื่องจากข้อมูลบางส่วนอาจไม่อัปเดต บางห้องอาจถูกนายหน้าเจ้าอื่นปล่อยเช่าไปแล้ว เขาจึงต้องโทรเช็คกับเจ้าของห้องอีกทีเพื่อความชัวร์ และอัปเดตสถานะล่าสุดลงในระบบ ขั้นตอนนี้เรียกว่า การติดตามผลทรัพย์
"ตึก ตึก ตึก..."
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าดังขึ้นที่หน้าประตู ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน
"สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าต้องการเช่าหรือซื้อบ้านครับ?" หลี่เหวินหมิงที่เฝ้าเคาน์เตอร์รีบลุกขึ้นถาม
"ฮ่ะๆ คุณลองดูสิครับ ว่าผมเหมือนคนมาเช่าบ้าน หรือมาซื้อบ้าน?" ชายวัยกลางคนไพล่มือไว้ข้างหลัง ยิ้มแล้วถามกลับ
"เอ่อ..." หลี่เหวินหมิงที่เป็นเด็กใหม่ เจอคำถามย้อนแบบนี้เข้าไปถึงกับไปไม่เป็น ยืนงงเป็นไก่ตาแตก
โจวเฉียงได้ยินเสียงจึงเงยหน้าขึ้นมอง ชายคนนี้สวมเสื้อเชิ้ต กางเกงสแล็ค และรองเท้าหนัง แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาโจวเฉียงที่สุดคือ เนกไทสีแดงเลือดหมูที่เขาผูกอยู่ ซึ่งปักด้ายสีทองเป็นตัวอักษร จงเหว่ยเรียลเอสเตท เหมือนกับของเขาเป๊ะ!