- หน้าแรก
- เลิกเป็นเงา เขย่าหัวใจพี่สาว
- บทที่ 26 เปิดอกสารภาพ
บทที่ 26 เปิดอกสารภาพ
บทที่ 26 เปิดอกสารภาพ
บทที่ 26 เปิดอกสารภาพ
"ผมถูกพี่สาวคุณเลี้ยงดูมา 5 ปี เป็นตัวแทนให้เธอ 5 ปี และเป็นคนรับใช้ให้เธออีก 5 ปี"
แรกเริ่มเดิมที เธอหลงใหลในรูปลักษณ์ของผม แต่หลังจากที่ได้อยู่ด้วยกันจริงๆ เธอกลับหมดความสนใจในร่างกายของผม แตกต่างจากความสัมพันธ์แบบเด็กเสี่ยทั่วไปที่ต้องหลับนอนด้วยกัน ผมไม่ต้องทำเรื่องพวกนั้น แต่ถึงกระนั้น ผมก็สูญเสียไปไม่น้อย ต้องทนทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ ฉินเว่ยเห็นผมเป็นเพียงตุ๊กตาโมเดลที่เอาไว้ระบายอารมณ์ก็เท่านั้น
ทุกคนล้วนมีความลับที่ไม่อยากบอกใคร ที่หลินเช่อเลือกที่จะพูด ไม่ใช่เพราะเขาไม่แคร์ แต่เพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงฉินจื่อและคุณย่าอู๋ ซึ่งกระทบต่อผลประโยชน์ที่ทับซ้อนกัน หากเขายังคงปิดปากเงียบในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะทำร้ายคนใกล้ชิด แต่ยังจะพาตัวเองไปสู่ทางตันที่ไม่มีวันดิ้นหลุด
หลังจากเงียบกันไปนาน ฉินจื่อก็เอ่ยถามหยั่งเชิงอย่างระมัดระวัง "แล้วคุณชอบเธอไหมคะ?"
หลินเช่อรีบส่ายหน้าทันทีที่ได้ยิน ใครจะไปชอบเจ้านายที่โขกสับทำร้ายจิตใจตัวเองกันล่ะ?
เขาเอ่ยต่อ "เงื่อนไขที่คุณเสนอมามันน่าสนใจมากสำหรับผมครับ แต่ผมก็ต้องแจ้งให้คุณทราบถึงสถานะของผมด้วย ด้วยศักยภาพของคุณ การจะสืบเรื่องพวกนี้คงไม่ใช่เรื่องยาก"
มีคำเปรียบเปรยว่าอย่างไรนะ? กระดาษขาวก็ควรอยู่กับกระดาษขาว หนังสือพิมพ์ก็ควรคู่กับหนังสือพิมพ์ 5 ปีของเขามันไม่ได้สวยหรูและน่าภาคภูมิใจ แทนที่เขาจะเป็นคนเล่าเอง หลินเช่อหวังให้ฉินจื่อไปสืบด้วยตัวเองมากกว่า เพราะคนเรามักจะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น
ฉินจื่อสบตาหลินเช่อเงียบๆ
หลินเช่อไม่หลบสายตา ปล่อยให้เธอพิจารณาเขา แววตายังคงสงบนิ่งและหนักแน่น ราวกับว่าคนที่เขาเพิ่งเล่าว่าถูกเลี้ยงดูในฐานะตัวแทนนั้นไม่ใช่ตัวเขาเอง
"คุณควรกลับไปคิดทบทวนให้ดีนะครับ" คราวนี้เป็นตาของหลินเช่อที่ต้องพูดบ้าง เขาคิดว่าไม่ว่าใครก็คงรับไม่ได้หากว่าที่สามีในอนาคตเคยเป็นเด็กเลี้ยงของพี่สาวแท้ๆ ของตัวเองมานานถึง 5 ปี
ต่อให้เป็นการแต่งงานลับๆ ที่ไม่มีใครล่วงรู้ แต่ถ้าวันหนึ่งความแตกขึ้นมาล่ะ? ท้ายที่สุดพวกเธอก็เป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน จะปิดบังกันไปได้ตลอดชีวิตเชียวหรือ?
ตอนนี้ฉินจื่อเพิ่งก้าวเข้าสู่โครงสร้างบริหารภายในของตระกูลฉินและรับตำแหน่งประธานบริหาร ด้วยสถานะและตำแหน่งที่อยู่บนจุดสูงสุด หากเรื่องพรรค์นี้แดงขึ้นมา มันจะเป็นเรื่องอื้อฉาวทันที
หลินเช่อรอให้ฉินจื่อถอดใจ แต่ผิดคาด เธอกลับก้าวเข้ามาหาเขาอีกก้าว พร้อมรอยยิ้มบางๆ "แล้วถ้าฉันคิดดีแล้ว และยังยืนยันที่จะแต่งงานกับคุณล่ะคะ?"
คำถามนี้ทำเอาหลินเช่อไปต่อไม่ถูก ในมุมมองของเขา ความเป็นไปได้ที่เธอจะยังเลือกแต่งงานกับเขานั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
"รอคุณคิดให้ตกผลึกก่อนแล้วค่อยคุยกันเถอะครับ"
ฉินจื่อหลุบตาลงราวกับกำลังใช้ความคิด ครู่หนึ่งเธอก็เงยหน้าขึ้นและเม้มริมฝีปาก "ตกลงค่ะ ต่อจากนี้ฉันจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง"
ความจริงเธอตัดสินใจแน่วแน่แล้ว แต่กลัวว่าหลินเช่อจะไม่เชื่อ และจะมองว่าเธอวู่วามใจร้อนเกินไป
ฉินจื่อถามต่อ "เราจะเดตกันต่อไหมคะ?"
หลินเช่อกล่าวตัดบท "การดูตัววันนี้พอแค่นี้เถอะครับ คุณกลับไปอยู่เป็นเพื่อนคุณย่าเถอะ อย่าให้ท่านจับพิรุธได้" คุณย่าอู๋เพิ่งตรวจเจอเนื้องอกในสมอง เธอจะยังมีอารมณ์มาเดตต่อได้อย่างไร
ฉินจื่อมีสีหน้าหม่นหมองลง "งั้นฉันเดินไปส่งคุณตรงนี้นะคะ"
หลินเช่อ "ครับ ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็โทรหาผมได้ ผมพักอยู่แถวนี้"
ฉินจื่อพยักหน้า เธอยืนส่งหลินเช่อที่หน้าประตูโรงพยาบาล มองแผ่นหลังของเขาค่อยๆ หายลับไปจากสายตา
หลินเช่อเตรียมใจเผื่อไว้สำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดแล้ว เขาคิดว่าหลังจากวันนี้พวกเราอาจจะไม่ได้เจอกันอีก
เมื่อเทียบการดูตัวแค่วันเดียวกับสายเลือดเนื้อไข ลำดับความสำคัญมันชัดเจนอยู่แล้ว
พรุ่งนี้หลินซีจะได้ออกจากโรงพยาบาล หลินเช่อจึงแวะตลาดซื้อกับข้าวไปตุนไว้ในตู้เย็น จากนั้นก็จัดห้องของหลินซีใหม่ กว่าจะทำทุกอย่างเสร็จก็เกือบสองทุ่ม
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น ใครมาหาเขาดึกดื่นป่านนี้? หลินเช่อไม่ได้เปิดประตูทันที แต่มองผ่านตาแมวออกไป เห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้านนอก
ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'ผู้ช่วยโจว' ผู้ช่วยคนสนิทของฉินเว่ย การที่เขาโผล่มาเวลานี้ ย่อมหมายความว่าเป็นคำสั่งของฉินเว่ย
คิ้วของหลินเช่อขมวดแน่นด้วยความสับสน ฉินเว่ยต้องการอะไรกันแน่?
หลินเช่อไม่อยากสนใจคนข้างนอก แต่ผู้ช่วยโจวยังคงเคาะประตูไม่หยุด เขาเกรงว่าจะรบกวนเวลาพักผ่อนของเพื่อนบ้าน จึงจำใจต้องเปิดประตู
มือที่กำลังจะเคาะของผู้ช่วยโจวค้างอยู่กลางอากาศ เมื่อเห็นหลินเช่อเปิดประตู เขาก็ค่อยๆ ลดมือลงและส่งรอยยิ้มการค้าตามแบบฉบับมืออาชีพให้
"สวัสดีครับคุณหลิน ไม่เจอกันนานนะครับ" เป็นคำทักทายที่เป็นทางการมาก
เขาไม่ค่อยได้สุงสิงกับผู้ช่วยโจวนัก ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เขารู้แค่ว่าคนคนนี้คือพนักงานดีเด่น ทำงานรอบคอบ และปฏิบัติตามคำสั่งของฉินเว่ยอย่างไม่มีเงื่อนไข
ผู้ช่วยโจวคือพยานเพียงคนเดียวของความสัมพันธ์ลับๆ นี้ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงจุดจบ แม้แต่สัญญาตัวแทนฉบับนั้น เขาก็เป็นคนร่าง และเป็นตัวแทนฉินเว่ยมาเจรจากับหลินเช่อ
ตลอด 5 ปี ผู้ช่วยโจวเห็นการเปลี่ยนแปลงของหลินเช่อมาโดยตลอด เห็นทั้งช่วงที่เขาตกต่ำที่สุดและดูไม่ได้ที่สุด เช่นเดียวกับตอนนี้... เขาไม่เคยเห็นหลินเช่อมีสีหน้าผ่อนคลายและสดใสขนาดนี้มาก่อน
การย้ายสภาพแวดล้อมเปลี่ยนคนได้จริงๆ คำพูดนี้ไม่เกินจริงเลย
หลินเช่อขยับตัวหลบให้สองก้าว "เชิญเข้ามานั่งก่อนสิครับ"
ผู้ช่วยโจวพยักหน้า "งั้นขอรบกวนด้วยนะครับ"
หลังจากเข้ามา ผู้ช่วยโจวกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว ห้องกว้างขวางถูกหลินเช่อตกแต่งไว้อย่างอบอุ่นและเป็นระเบียบ ดูน่าอยู่กว่าคอนโดหรูอันกว้างใหญ่ของฉินเว่ยเสียอีก
"ดื่มน้ำหน่อยไหมครับ?"
"ไม่เป็นไรครับ" ผู้ช่วยโจวโบกมือปฏิเสธ "ผมมาทำธุระให้ประธานฉินแล้วก็มาส่งข่าวครับ ใช้เวลาไม่นาน"
"งั้นก็พูดมาเถอะครับ เธฝากข้อความอะไรมา?"
ผู้ช่วยโจวเริ่มเข้าเรื่อง "เธอบอกว่าคุณก่อเรื่องพอแล้วก็กลับไปเถอะ อย่าให้ได้คืบจะเอาศอกจนต้องเสียใจทีหลัง ขอแค่คุณยอมกลับไปและยอมอ่อนข้อให้ น้องสาวของคุณจะได้อยู่ห้องพักฟื้นห้องเดิมต่อ เธอจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้เหมือนเดิม และนอกจากนี้ เธอจะโอนกรรมสิทธิ์วิลล่าหลังหนึ่งให้เป็นชื่อคุณด้วย"
หลินเช่อเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจและโพล่งออกมา "ให้บ้านพักตากอากาศกับผมเหรอ? ทำไมจู่ๆ เธอถึงใจป้ำขนาดนี้ล่ะ? บ้านอยู่ที่ไหนครับ?"
"ชานเมืองครับ เหมาะแก่การพักผ่อนวัยเกษียณ"
พูดแบบคนความฉลาดทางอารมณ์สูงคือ: เหมาะแก่การพักผ่อนวัยเกษียณ
พูดแบบคนความฉลาดทางอารมณ์ต่ำคือ: กันดาร ที่ดินราคาถูก อยู่บนเขา เดินทางลำบาก
"ขอบคุณในความหวังดี แต่บ้านพักวัยเกษียณดีๆ แบบนั้น เก็บไว้ให้เธอใช้เองเถอะครับ"
ผู้ช่วยโจวมองเขาเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง แววตาซับซ้อนเจือด้วยความอิจฉาเล็กน้อย
เขาเป็นคนมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ เป็นแขนขวาของเจ้านาย คำสั่งเจ้านายคือประกาศิต เจ้านายสั่งให้ทำอะไรเขาก็ทำ เขาจะไม่ปฏิเสธและไม่กล้าปฏิเสธ
ผู้ช่วยโจวเอ่ยว่า "ผมรู้สึกได้ว่าคุณฉินเธอไม่อยากเสียคุณไปจริงๆ นะครับ ไม่อย่างนั้นคงไม่ส่งผมมาเกลี้ยกล่อมคุณถึงที่นี่"
"เจียงอวี้ยังไม่กลับมาเหรอครับ?"
"กลับมาแล้วครับ"
"งั้นเธอก็คงป่วยแล้วล่ะ ทำไมไม่เอาเวลาไปอยู่กับรักแรกของเธอ มามัวคิดถึงตัวแทนอย่างผมทำไม? ผมนึกว่าวันที่ผมเดินออกมา เราพูดกันชัดเจนแล้วนะ สัญญาหมดอายุ ความสัมพันธ์ยุติ ไม่มีการต่อสัญญา ไม่มีการหวนกลับ จบคือจบ"
เป็นฉินเว่ยเองที่ต้องการให้เขาไป แต่ตอนนี้เธอกลับมองว่าการจากไปของเขาเป็นการเรียกร้องความสนใจ เธอกลัดกลุ้มที่เขาขัดใจเธอ และยิ่งเจ็บแค้นที่สุนัขที่เธอฝึกมากับมือ วันหนึ่งกลับกล้าสะบัดหลุดจากการควบคุม
ผู้ช่วยโจวพยักหน้าแสดงความเข้าใจ เขาลุกขึ้นยืน "สิ่งที่ควรพูด ผมพูดไปหมดแล้ว ผมจะนำคำพูดของคุณไปรายงานคุณฉินตามความเป็นจริง ช่วงนี้คุณระวังตัวไว้หน่อยนะครับ คุณฉินเธอไม่ยอมเลิกราง่ายๆ หรอก"
เมื่อได้รับคำเตือนด้วยความหวังดีจากผู้ช่วยโจว หลินเช่อก็พยักหน้ารับ "ครับ ขอบคุณที่เตือน ผมจะระวังตัวให้มากขึ้น"
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ต้องระวังตัว คนอย่างฉินเว่ยหยิ่งในศักดิ์ศรีจะตาย หลินเช่อหักหน้าเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอจะยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ ได้อย่างไร?