เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 หลายปีมานี้ลำบากคุณแล้ว

บทที่ 27 หลายปีมานี้ลำบากคุณแล้ว

บทที่ 27 หลายปีมานี้ลำบากคุณแล้ว


บทที่ 27 หลายปีมานี้ลำบากคุณแล้ว

อาจเพราะหัวอกลูกจ้างเหมือนกัน ผู้ช่วยโจวจึงอดห่วงไม่ได้และเอ่ยเตือนด้วยความหวังดีก่อนกลับ "ถ้ามีแค่ตัวคุณคนเดียวจะไปไหนก็ย่อมได้ แต่คุณยังมีน้องสาวที่ต้องใช้เงิน หากไปล่วงเกินฉินเว่ยเข้า งานการในภายภาคหน้าอาจจะหายากเอานะครับ"

หลินเช่อหัวเราะเบาๆ ความหมายในคำพูดนั้นชัดเจนโดยไม่ต้องอธิบาย "ผู้ช่วยโจว เรื่องนี้ผมมีวิจารณญาณของผมเอง รบกวนฝากบอกฉินเว่ยด้วยว่าอย่ามาเสียเวลากับคนอย่างผมเลย ผมเบื่อที่จะเป็นสุนัขหรือเป็นตุ๊กตาของเธอแล้ว ในสัญญาระบุไว้ห้าปี การที่ผมจากมาตอนนี้ไม่ได้ผิดสัญญาแต่อย่างใด หวังว่าเธอจะรักษาข้อตกลงด้วยเช่นกัน"

เขาไม่เชื่อหรอกว่าฉินเว่ยจะสามารถควบคุมทุกอย่างได้เบ็ดเสร็จขนาดนั้น

ผู้ช่วยโจวถอนหายใจ รู้สึกสังหรณ์ใจว่าเรื่องนี้คงไม่จบลงง่ายๆ "วันหน้าผมอาจจะต้องมาหาคุณอีก"

ฉินเว่ยต้องคอยเอาอกเอาใจเจียงอวี่ จึงไม่มีเวลามาตามรังควานหลินเช่อด้วยตัวเอง แต่ครั้นจะให้ปล่อยวางก็คงทำใจไม่ได้ สุดท้ายคนซวยที่ต้องคอยวิ่งมาดูความเป็นไปของหลินเช่อก็คงหนีไม่พ้นเขา

นี่แหละวิถีของคนทำงานระดับล่าง ต้องก้มหน้าแบกรับความอัปยศเพื่อแลกกับเศษเงินประทังชีวิต

ผู้ช่วยโจวมาเร็วเคลมเร็ว อยู่ไม่ถึงห้านาทีก็จากไป ราวกับแค่มาเช็กชื่อตามหน้าที่

หลังจากผู้ช่วยโจวกลับไป หลินเช่อก็ถูบ้านรอบหนึ่ง ภายในบ้านตกแต่งด้วยตุ๊กตาที่หลินซีชอบ และดอกไม้ที่เธอโปรดปราน

คืนนั้นหลินเช่อนอนไม่ค่อยหลับ เขาเคยคิดว่าคนหยิ่งทะนงอย่างฉินเว่ยคงลดตัวลงมาตามหาเขาหรอก

สำหรับเธอแล้ว เขาเป็นเหมือนของเล่นที่นึกอยากจะทิ้งขว้างเมื่อไหร่ก็ได้

แต่ตอนนี้ ไม่เพียงแต่เธอจะโทรหาเขา เธอยังส่งผู้ช่วยโจวมาเกลี้ยกล่อมอีก

นี่มันเรื่องอะไรกัน?

หลินเช่อไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองว่ามันคือ 'ความรักความผูกพัน' หากจะมี 'ความรัก' มันควรจะเกิดขึ้นตลอดยามห้าปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เพิ่งจะมาเกิดเอาตอนนี้

ฉินเว่ยไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษใดๆ ให้เขา การที่เขาจากมาอาจแค่ทำให้เธอไม่ชิน พูดให้แรงหน่อยก็คือ จู่ๆ เธอก็เกิดอาการผีเข้าผีออกอยากเอาชนะขึ้นมาเท่านั้นเอง

หกโมงเช้า หลินเช่อลุกจากที่นอน โจ๊กที่ตั้งเวลาตุ๋นไว้ตั้งแต่เมื่อคืนสุกได้ที่ ส่งกลิ่นหอมฉุย โจ๊กหนึ่งชามทานคู่กับผักดองที่ทำเองง่ายๆ ก็กลายเป็นมื้อเช้าที่สมบูรณ์

หลังมื้อเช้า หลินเช่อตรงไปยังสถานพักฟื้นเพื่อทำเรื่องย้ายตัวหลินซี

ข้าวของส่วนใหญ่เก็บลงกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ตอนที่หลินเช่อไปถึง หลินซีกำลังทานอาหารเช้าอยู่

ห้องพักระดับวีไอพีมีบริการอาหารตามหลักโภชนาการที่จัดให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้ป่วยในแต่ละวัน ซึ่งถือว่าดีมาก

"พี่คะ ทำไมมาเช้าจัง ทานข้าวเช้ารึยัง?"

"ทานแล้ว"

"ทานอะไรคะ? คงไม่ใช่โจ๊กเปล่ากับผักดองอีกแล้วใช่มั้ย?"

"มื้อเช้ากินแค่พอให้อิ่มท้องก็พอแล้ว"

"การเริ่มต้นวันใหม่อยู่ที่ตอนเช้านะคะ ถ้ามื้อเช้าทานไม่ดี ทั้งวันก็จะรู้สึกไม่สดชื่น ทำไมพี่ไม่ทานให้เยอะหน่อยล่ะ ของฉันมีตั้งเยอะ ทานคนเดียวไม่หมดหรอก" หลินซีหวังให้พี่ชายดูแลตัวเองดีๆ เธอจำได้ว่ามีช่วงหนึ่งที่หลินเช่อผอมจนน่ากลัว ร่างกายซูบซีดดูป่วยหนักยิ่งกว่าเธอเสียอีก

แม้ตอนนี้หลินเช่อจะดูมีเนื้อมีหนังขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังจัดว่าขาดสารอาหาร การไม่ทานมื้อเช้าทำให้เขามักจะมีอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ และกระเพาะอาหารก็ไม่ค่อยแข็งแรง

หลินเช่อไม่อยากทาน แต่ทนสายตาเว้าวอนของหลินซีไม่ไหว จึงยอมทานไข่ต้มไปสองฟอง

หัวหน้าพยาบาลประจำชั้นเมื่อรู้ว่าหลินเช่อจะพาน้องสาวออกจากสถานพักฟื้นวันนี้ ก็รีบไปตามแพทย์เจ้าของไข้มาทันที

"คุณหลินครับ ทางเราไม่แนะนำให้คุณพาน้องสาวออกไปตอนนี้ อย่างที่คุณเห็น น้องสาวของคุณฟื้นตัวที่นี่ได้ดีมาก อาการของเธอไม่กำเริบมานานแล้ว การย้ายที่อยู่กะทันหันอาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน และเธออาจจะไม่คุ้นชินกับแผนการรักษาในที่ใหม่นะครับ"

หลินเช่อรู้สึกแปลกใจ เขาทำเรื่องแจ้งออกล่วงหน้าไว้ตั้งแต่สองวันก่อน ตอนนั้นไม่เห็นมีใครพูดอะไรมากมายขนาดนี้ ผ่านไปแค่สองวัน ทำไมท่าทีถึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้?

หากทำได้ หลินเช่อย่อมอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่หลินซี

แต่ที่นี่เป็นอาณาเขตของฉินเว่ย เขากลัวว่าฉินเว่ยจะเอาความไม่พอใจที่มีต่อเขาไปลงที่หลินซี

สิ่งที่เขาทนได้ หลินซีอาจทนไม่ไหว เขาไม่กล้าเสี่ยงเดิมพัน

หลินเช่อส่งยิ้มบางๆ "ผมทำเรื่องแจ้งออกเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนแล้ว หมอไม่ต้องพูดอะไรแล้วครับ"

ห้ามก็ไม่ได้ กล่อมก็ไม่ฟัง เหล่าพยาบาลและหมอในห้องต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ราวกับเกิดอุบัติเหตุทางการแพทย์ขึ้น

หลินซีใช้เวลาอยู่ที่สถานพักฟื้นมากกว่าที่บ้านหรือโรงเรียน สัมภาระจึงมีค่อนข้างเยอะ ด้วยประสบการณ์การย้ายบ้านอันโชกโชน หลินเช่อจัดการเก็บทุกอย่างเสร็จสรรพในพริบตา เขาจอดรถไว้ที่จุดจอดด้านนอก มองดูกองกระเป๋าเล็กร้อยที่พื้น วางแผนว่าจะค่อยๆ ทยอยขนลงไปเอง

หลินซีเอื้อมมือจะช่วยยกกระเป๋า แต่หลินเช่อห้ามไว้

แม้หมอจะบอกว่าหลินซีแข็งแรงดีและเคลื่อนไหวได้ตามปกติ แต่ในสายตาของหลินเช่อ น้องสาวของเขายังคงเป็นเหมือนตุ๊กตาแก้วที่เปราะบาง เขาไม่มีทางยอมให้เธอแตะต้อง "งานหนัก" เหล่านี้เด็ดขาด

"เธอไปรอพี่ที่รถเถอะ พี่ขนสองรอบก็หมดแล้ว"

หลินซีกอดตุ๊กตาตัวใหญ่เกือบเท่าคนจริง พยักหน้าอย่างจนใจ

ตอนขนของรอบสุดท้าย หลินเช่อบังเอิญเจอกับฉินจือ

หลังจากการพูดคุยเปิดอกเมื่อวาน หลินเช่อคิดว่าคงไม่ได้เจอกันอีก ไม่นึกว่าการพบกันครั้งที่สองจะมาถึงเร็วขนาดนี้

ฉินจือเดินตรงเข้ามาหาเขา เธอยังคงสวมชุดสูทสีขาวดำดูทะมัดทะแมง เห็นได้ชัดว่าเธอเห็นเขาตั้งนานแล้ว

ขณะที่หลินเช่อกำลังลังเลว่าจะทักทายดีไหม เธอก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าแล้ว

"หลินเช่อ"

หลินเช่อวางกล่องในมือลง "บังเอิญจังเลยครับ"

"ไม่บังเอิญหรอก ฉันตั้งใจมาหาคุณ"

แม้คุณย่าอู๋จะพักอยู่ที่นี่เหมือนกัน แต่อยู่คนละตึก ปกติแล้วพวกเขาไม่น่าจะเดินมาเจอกันได้

"คุณรู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นี่?"

"เมื่อวานคุณบอกให้ฉันสืบเรื่องคุณไม่ใช่เหรอ? ฉันก็เลยติดเครื่องติดตามตัวไว้ซะเลย จะได้รู้ความเคลื่อนไหวของคุณตลอดเวลา" ฉินจือขยิบตาให้เขา พูดทีเล่นทีจริง

"ทำไมของเยอะจัง? น้องสาวคุณจะออกจากโรงพยาบาลเหรอคะ?"

ฉินจือรู้ว่าหลินเช่อมีน้องสาวที่เป็นโรคหัวใจพักรักษาตัวอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว

"ครับ ห้องวีไอพีไม่พอ ผมเลยกะว่าจะพาไปโรงพยาบาลอื่น" หากไม่ใช่เพราะตัวแปรที่คาดเดาไม่ได้อย่างฉินเว่ย หลินเช่อก็ไม่อยากย้ายหลินซีไปไหนหรอก ไม่ใช่เพราะกลัวยุ่งยาก แต่เขากลัวว่าโรงพยาบาลอื่นจะดีสู้ที่นี่ไม่ได้ การดูแลจะไม่ละเอียดรอบคอบเท่า

แม้ค่ารักษาที่นี่จะแพงหูฉี่ แต่ทุกบาททุกสตางค์ก็คุ้มค่า ทั้งหมอและเครื่องมือล้วนเป็นระดับท็อป

"ห้องวีไอพียังมีว่างอีกเยอะนะคะ ให้ฉันจัดการให้ไหม?"

"ไม่เป็นไรครับ ผมทำเรื่องเรียบร้อยแล้ว"

ฉินจือไม่ใช่คนโง่ คิดนิดเดียวก็เดาความคิดของหลินเช่อออก "คุณกำลังหนีฉินเว่ยเหรอ?"

หลินเช่อไม่คิดว่าเธอจะถามตรงขนาดนี้ เขาพยักหน้า "เดิมทีก็ไม่ได้จำเป็นต้องหนีหรอกครับ แต่ช่วงนี้สติสตังเธอไม่ค่อยปกติ ผมน่ะไม่เท่าไหร่ แต่กลัวน้องสาวจะพลอยโดนลูกหลงไปด้วย แกไม่รู้เรื่องระหว่างผมกับฉินเว่ย"

การที่เขาว่าน้องสาวแท้ๆ ของเธอต่อหน้าต่อตา ฉินจือกลับไม่ถือสาเลยสักนิด มิหนำซ้ำยังขำขันกับคำพูดของหลินเช่อเสียอีก "ยัยนั่นสติไม่ดีมาตั้งนานแล้วไม่ใช่เพิ่งจะเป็นวันสองวัน... หลายปีมานี้ ลำบากคุณแย่เลยนะ"

รอยยิ้มบนริมฝีปากของหลินเช่อแข็งค้างไป

เพียงแค่คืนเดียว ฉินจือก็สืบประวัติของเขาจนทะลุปรุโปร่ง

หลินเช่อเคยจินตนาการว่าหากเจอกันอีกครั้ง ฉินจือจะพูดอะไรกับเขา แต่เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าเธอจะพูดคำว่า "ลำบากคุณแย่เลยนะ"

คำพูดไม่กี่คำนี้ลอยเข้าหูหลินเช่อแผ่วเบาราวขนนก ทว่ากลับกระแทกใจเขาราวกับค้อนปอนด์หนักอึ้ง ชั่วขณะนั้น อารมณ์ความรู้สึกอันซับซ้อนหลากหลายพลันปะทุขึ้นมาในอก

จบบทที่ บทที่ 27 หลายปีมานี้ลำบากคุณแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว