- หน้าแรก
- เส้นทางราชันย์บรรพกาล ผงาดจากชนเผ่า
- บทที่ 6 - วิกฤตชนเผ่า คมเขี้ยวล้อมกรอบ
บทที่ 6 - วิกฤตชนเผ่า คมเขี้ยวล้อมกรอบ
บทที่ 6 - วิกฤตชนเผ่า คมเขี้ยวล้อมกรอบ
บทที่ 6 - วิกฤตชนเผ่า คมเขี้ยวล้อมกรอบ
ดวงตาสีเขียวเรืองรองคู่หนึ่งวาวโรจน์ท่ามกลางแสงเงาสลัว พร้อมกับจิตสังหารที่แผ่พุ่งออกมาจนหลินเย่ว์รู้สึกเย็นวาบไปถึงไขสันหลัง ขนทั่วร่างลุกชันโดยสัญชาตญาณ
เขารู้จักหมาป่า แต่สาบานได้ว่าไม่เคยเห็นตัวไหนเหมือนเจ้าตัวตรงหน้า มันมีขนาดใหญ่กว่าหมาป่าทั่วไปเกือบเท่าตัว กล้ามเนื้อขาอัดแน่นด้วยพละกำลัง กรงเล็บจิกแน่นลงในดิน ทุกจังหวะการหายใจพ่นลมร้อนและกลิ่นเหม็นคาวคลุ้งปะทะใบหน้า นี่ไม่ใช่หมาป่าในสวนสัตว์ แต่มันคือสัตว์อสูรที่ถูกอัดแน่นด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อนของยุคบรรพกาล
การเผชิญหน้าเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา
เจ้าอสูรร้ายย่อตัวลง ขาหลังถีบพื้นส่งร่างพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ความเร็วของมันน่าตระหนกจนหลินเย่ว์เห็นเพียงภาพเบลอและน้ำลายที่กระเซ็นซ่าน
"ไปให้พ้น!"
วินาทีเป็นตาย หลินเย่ว์งัดสัญชาตญาณทั้งหมดที่มี ปากตะโกนลั่น มือขว้างก้อนหินในมือออกไปสุดแรง ร่างกายทิ้งดิ่งกลิ้งหลบไปด้านข้างทันที
ปึก!
ก้อนหินพลาดเป้าสำคัญไปกระแทกเข้าที่แก้มของมันเสียงดังทึบ เจ้าสัตว์ร้ายคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวด แต่มันไม่หยุดพุ่งเข้าใส่ กรงเล็บคมกริบตวัดเฉี่ยวแผ่นหลังของเขาไปนิดเดียว เสื้อผ้าและผิวหนังถูกกรีดเป็นทางยาว ความเจ็บปวดแล่นปราดขึ้นมาทันที
หลินเย่ว์กัดฟันข่มความเจ็บ ตะเกียกตะกายไปหลบหลังต้นไม้ขนาดเท่าชามข้าว หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ สมองประมวลผลเร็วที่่สุดในชีวิต
หนีเหรอ? ฝีเท้าคนเมืองอย่างเขาไม่มีทางทันมันแน่ จะสู้ซึ่งหน้า? สภาพร่างกายที่เพิ่งผ่าน "อุบัติเหตุข้ามมิติ" มาแบบนี้ แค่เป็นของว่างให้มันเคี้ยวเล่นยังไม่พออิ่มเลยด้วยซ้ำ
เจ้าอสูรเดินวนรอบต้นไม้ ลำคอส่งเสียงขู่ กรร... กรร... เหมือนกำลังหาจังหวะขย้ำ ตาข้างหนึ่งของมันแดงก่ำจากการถูกหินกระแทก ยิ่งเพิ่มความบ้าคลั่งและอาฆาตแค้นขึ้นเป็นทวีคูณ
สายตาของหลินเย่ว์กวาดไปรอบตัว จนไปสะดุดเข้ากับกิ่งไม้ท่อนหนึ่งที่เขาเพิ่งหักมันตอนแหวกดงหนามเมื่อครู่ ปลายด้านหนึ่งแหลมคมจากการฉีกขาด ความยาวกำลังดี
ต้องเอามาเป็นอาวุธให้ได้!
เขาสูดหายใจลึก ตัดสินใจทำสิ่งที่เสี่ยงระห่ำ หลินเย่ว์ทำท่าพุ่งตัวออกไปทางซ้าย เจ้าสัตว์ร้ายหลงกลรีบตลบหลังดักทางทันที
แต่ในเสี้ยววินาทีที่มันขยับ หลินเย่ว์เบรกตัวโก่งแล้วหมุนกลับทิศ พุ่งตัวไปคว้ากิ่งไม้นั้นไว้
"โฮก!"
เจ้าสัตว์ร้ายรู้ตัวว่าโดนหลอก มันสะบัดหางด้วยความโกรธเกรี้ยว หันกลับมาไล่กวดทันที
นิ้วมือของหลินเย่ว์สัมผัสเปลือกไม้หยาบๆ เขาคว้าหมับ รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายกระชับมันไว้ในมือ หันกลับมาประจันหน้า ปลายไม้แหลมชี้ตรงไปยังศัตรู แขนสั่นระริกด้วยความล้า แต่แววตาแน่วแน่
นี่คือโอกาสรอดเดียวของเขา
ดูเหมือนท่าทีท้าทายจะไปกระตุกต่อมโมโหของมันเข้า เจ้าอสูรพุ่งเข้าใส่เต็มสปีด อ้าปากกว้างหมายขย้ำหัวให้แหลก
จังหวะนรกแตกนั้น หลินเย่ว์เอี้ยวตัวหลบฉิวเฉียด พร้อมสวนไม้ปลายแหลมในมือออกไปสุดแรงเกิด!
ฉึก!
ปลายไม้เสียบทะลุเข้าไปบริเวณข้อพับขาหน้าที่เป็นจุดอ่อนนุ่ม เสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่นป่า ร่างมหึมาของมันชะงักกึกเพราะความเจ็บปวด ขาหน้าตะปบสะเปะสะปะใส่หลินเย่ว์จนเขากระเด็นล้มกลิ้ง ไม้ในมือหลุดกระเด็นหายไป
หลินเย่ว์รีบตะกายลุกขึ้น แขนชาหนึบ แต่เขารู้ว่าถ้าไม่หนีตอนนี้คือตาย เขาโซซัดโซเซถอยหลังทิ้งระยะห่าง
เจ้าสัตว์ร้ายดิ้นพราดๆ อยู่กับที่ พยายามใช้ปากดึงไม้ที่ปักคาขา เลือดสีสดทะลักย้อมพื้นหญ้า มันจ้องหลินเย่ว์ด้วยสายตาอาฆาตแค้นถึงกระดูกดำ แต่ขาที่บาดเจ็บทำให้มันไล่ตามไม่ถนัด
ไม่รอให้มันตั้งหลักได้ หลินเย่ว์หันหลังวิ่งสุดชีวิต เขาไม่กล้าหันกลับไปมอง วิ่งไปตามเสียงน้ำไหลที่ได้ยินก่อนหน้านี้ ความเจ็บที่หลัง แขนที่ล้า ปอดที่แสบร้อน... ทุกความทรมานถูกกดไว้ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด
ไม่รู้ว่าวิ่งมานานแค่ไหน จนเสียงคำรามเงียบไป เขาถึงทรุดฮวบลงที่หาดหินริมแม่น้ำ
แม่น้ำสายเชี่ยวกรากไหลผ่านตรงหน้า ไอเย็นจากน้ำปะทะหน้า หลินเย่ว์คลานไปวักน้ำขึ้นดื่มอย่างตะกละตะกลาม น้ำหวานฉ่ำช่วยเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมาได้บ้าง
เขานั่งหอบหายใจพิงก้อนหิน มองย้อนกลับไปทางป่าทึบด้วยความหวาดผวา เจ้าตัวเมื่อกี้... คงเป็นแค่ลูกกระจ๊อกในโลกโหดร้ายใบนี้สินะ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงตะโกนโหวกเหวกก็ดังแว่วมา หลินเย่ว์สะดุ้งเฮือก คว้าก้อนหินข้างตัวขึ้นมาถือไว้ทันที
กลุ่มคนป่ากว่าสิบชีวิตพุ่งทะลุแนวป่าออกมา พวกเขาถืออาวุธหินครบมือ สีหน้าตื่นตระหนกเหมือนกำลังตามล่าหรือหนีอะไรบางอย่าง
คนนำหน้าคือชายวัยกลางคนร่างยักษ์ หน้าผากมีแผลเป็นน่ากลัวลากยาวลงมาถึงคาง แววตาคมกริบดุจพญาอินทรี ในมือถือไม้เท้าหัวขวานหิน พอเขาเห็นหลินเย่ว์ก็ชะงักกึก คิ้วขมวดมุ่น ก่อนจะยกไม้เท้าขึ้นส่งสัญญาณ
คนป่าทั้งหมดหยุดกึก พร้อมใจกันหันอาวุธ—หอกหิน ขวานหิน ไม้ปลายแหลม—มาทางหลินเย่ว์เป็นตาเดียว
สายตาพวกเขามีทั้งความระแวง สงสัย และความเป็นศัตรู ราวกับมองตัวประหลาดที่บุกรุกถิ่นฐาน
หลินเย่ว์ใจแป้ว หนีเสือปะจระเข้ชัดๆ เขาค่อยๆ วางก้อนหินลง ชูมือขึ้นเหนือหัวแสดงความบริสุทธิ์ใจ ตอนนี้ขยับตัวผิดนิดเดียวอาจกลายเป็นเม่นได้เลย
ชายหน้าบากจ้องหลินเย่ว์เขม็ง มองชุดกาวน์ขาวที่ขาดวิ่นและแผลเลือดซิบที่หลัง เขาส่งเสียงถามรัวเร็วเป็นภาษาที่ฟังไม่รู้เรื่อง
หลินเย่ว์ส่ายหน้า ชี้ที่คอตัวเองแล้วชี้ไปที่ป่าด้านหลัง พยายามสื่อสารภาษามือ
จังหวะนั้นเอง คนป่าหนุ่มคนหนึ่งก็ชี้ไปที่ชายป่าด้านหลังหลินเย่ว์แล้วร้องลั่นด้วยความตกใจ
ทุกคนหันขวับไปมอง... ภาพที่เห็นทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบ
เจ้าอสูรตัวเดิมที่ขาเป๋ ลากสังขารโชกเลือดตามมาจนได้... แต่ที่นรกกว่านั้นคือ มันไม่ได้มาตัวเดียว ข้างหลังมันมีเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์อีกสองตัว ขนาดตัวไล่เลี่ยกัน แววตาอำมหิตไม่ต่างกัน!
มันไปตามพวกมาล้างแค้น!
ชายหน้าบากหน้าถอดสี ตวาดสั่งการเสียงดังลั่น
เหล่านักรบชนเผ่ารีบจัดขบวนเป็นครึ่งวงกลม หันปลายหอกไปทางฝูงสัตว์ร้าย บรรยากาศริมแม่น้ำตึงเครียดจนแทบระเบิด
ฝั่งหนึ่งคือคนป่าอาวุธล้าหลัง อีกฝั่งคือสามอสูรร้ายที่พร้อมขย้ำ
และหลินเย่ว์... ผู้มาเยือนจากต่างโลก ยืนหัวโด่เป็นเป้านิ่งอยู่ตรงกลางวงล้อมนรกนี้พอดิบพอดี