- หน้าแรก
- เกิดใหม่กลางสงคราม พร้อมสกิลเกมเมอร์
- บทที่ 10 - การพบพานของเหล่าตำนานประวัติศาสตร์
บทที่ 10 - การพบพานของเหล่าตำนานประวัติศาสตร์
บทที่ 10 - การพบพานของเหล่าตำนานประวัติศาสตร์
บทที่ 10 - การพบพานของเหล่าตำนานประวัติศาสตร์
อันหนิงเดินตามโครตส์เข้าไปในโถงทางเข้าที่ตกแต่งด้วยสไตล์โรโคโคขนานแท้
สไตล์นี้เริ่มพัฒนาขึ้นในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 และกำลังเป็นที่นิยมสุดๆ ในตอนนี้
ดูจากความใหม่ของวังโรยาล เจ้าของวังคงทุ่มงบไปไม่น้อยในการรีโนเวทให้ทันสมัยอยู่เสมอ
พอเท้าแตะพื้นวัง ขุนนางร่างท้วมเตี้ยคนหนึ่งก็เดินลงมาจากชั้นสอง ปากก็บ่นกับคนข้างๆ ว่า "นังผู้หญิงออสเตรียคนนั้น ขนาดข่าวแพ้ทัพที่แนวหน้ามาถึงแล้ว หล่อนยังไม่วายจัดงานเลี้ยงหรูหราฟุ่มเฟือยอีก หนังสือเล่มหน้าผมต้องเขียนด่าความสุรุ่ยสุร่ายของหล่อนให้ยับ"
อันหนิงเลิกคิ้ว เดาว่า "นังผู้หญิงออสเตรีย" ที่ว่าคงหมายถึงพระนางมารี อองตัวเนต ราชินีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16
โครตส์ก้าวเข้าไปหาขุนนางร่างท้วมแล้วอ้าแขนกว้าง "ท่านเคานต์มิราโบ สวัสดีครับ ไม่เจอกันนานเลยนะครับ"
อันหนิงรีบกวาดตามองขุนนางร่างท้วมคนนี้อย่างละเอียด นี่มัน มิราโบ นักการเมืองชื่อดัง ผู้นำฝ่ายกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญที่จะขึ้นมามีอำนาจหลังจากลาฟายเอตตกกระป๋องนี่นา
มิราโบชะงัก จ้องหน้าโครตส์อยู่อึดใจหนึ่งถึงจะร้องอ๋อ "อ้าว คุณนั่นเอง มิส... เอ้ย มิสเตอร์โทลเลสแตร์ ท่านมาร์ควิส ได้ข่าวว่าไปแนวหน้ามาเหรอครับ"
"ครับ เพิ่งกลับมาสดๆ ร้อนๆ เลย"
"สถานการณ์แย่ไหมครับ"
"แย่บรมเลยครับ ผมรอดมาได้ก็เพราะคุณแอนดี้ ฟรอสต์ คนนี้แหละช่วยชีวิตไว้" โครตส์หันมายิ้มให้อันหนิง
มิราโบหันมามองอันหนิง เอียงคอทำท่านึกว่าหมอนี่เป็นลูกเต้าเหล่าใคร
อันหนิงเลยรีบแนะนำตัว "ผมชื่อ แอนดี้ ฟรอสต์ ครับ เป็นลูกช่างฟอกหนัง"
มิราโบอุทาน "ลูกช่างฟอกหนังเนี่ยนะ"
เขาก้มมองกางเกงรัดรูปกับถุงน่องของอันหนิง ปกติมีแต่ขุนนางเท่านั้นที่ใส่แบบนี้ ลูกช่างฟอกหนังไม่มีทางแต่งตัวหรูหราแบบนี้หรอก
อันหนิงกำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่โครตส์ชิงพูดก่อน "แอนดี้พูดเยอรมันได้ครับ เราหนีกลับมาจากสนามรบได้ก็เพราะเขาเลย"
มิราโบเลิกคิ้วสูง "พูดเยอรมันได้ ลูกช่างฟอกหนังพูดเยอรมันได้เนี่ยนะ"
อันหนิง "เอ่อ แถวบ้านผมมีคนพูดเยอรมันเยอะครับ ผมเลยไปเรียนมาจากโรงเรียนสอนศาสนาวันอาทิตย์นิดหน่อย"
ตอนนั้นเอง ชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลังมิราโบก็ก้าวออกมา "บ้านเกิดเขาอาจจะอยู่แถวแคว้นอาลซัสหรือลอแรนก็ได้ แถวนั้นคนพูดเยอรมันเยอะจะตาย สวัสดีครับ ผมอองตวน ลาวัวซิเยร์ เป็นเพื่อนของท่านดุ๊ก"
อันหนิงขนลุกซู่ จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนตัวเองหลุดเข้ามาในหน้าประวัติศาสตร์จริงๆ เจอคนดังระดับโลกทีเดียวสองคนรวด
ลาวัวซิเยร์ บิดาแห่งวิชาเคมีสมัยใหม่
จำได้ว่าตอนปฏิวัติฝรั่งเศส ลาวัวซิเยร์โดนจับขึ้นกิโยตินด้วย ไม่รู้ว่าอันหนิงจะพอช่วยเปลี่ยนชะตากรรมเขาได้ไหมนะ
อันหนิงรีบจับมือที่ลาวัวซิเยร์ยื่นมา "สวัสดีครับคุณลาวัวซิเยร์ ผมเคยได้ยินชื่อคุณ คุณคือคนที่ค้นพบก๊าซออกซิเจน"
ลาวัวซิเยร์ทำหน้าแปลกใจ "จริงเหรอ ผมนึกว่าการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ของผมจะเป็นที่นิยมแค่ในวงสนทนาของพวกปารีสเท่านั้นซะอีก"
อันหนิง "แล้วทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะครับ..."
"เพราะท่านดุ๊กแห่งออร์เลอ็องเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ของผมน่ะสิ ทั้งผมและท่านเคานต์มิราโบต่างก็ได้รับเงินสนับสนุนจากท่านดุ๊ก แต่ผมไม่ได้มาที่นี่บ่อยเท่ามิราโบหรอกนะ"
โครตส์เสริม "คุณลาวัวซิเยร์จะมาสอนหนังสือเราบ้างเป็นครั้งคราว แล้วก็โชว์การทดลองสนุกๆ ให้ดูด้วย"
"แค่บางครั้งน่ะครับ"
ระหว่างที่คุยกัน ขุนนางวัยกลางคนแต่งตัวเต็มยศก็ปรากฏตัวขึ้นที่หัวบันได "ไหนขอดูซิว่าใครกลับมา"
โครตส์เงยหน้ามอง แล้วรีบวิ่งขึ้นบันไดไปหาทันที "คุณพ่อ ผมกลับมาแล้ว"
อันหนิงเงยหน้ามองฉากพ่อลูกสวมกอดกันบนบันได พลางสังเกตท่านดุ๊กแห่งออร์เลอ็องอย่างละเอียด
ท่านดุ๊กโทลเลสแตร์รูปร่างกำยำ สวมเสื้อโค้ทตัวยาวสีแดง ด้านในเป็นเสื้อกั๊กสำหรับขี่ม้าสีเขียว
พอยืนเทียบกันแล้ว โครตส์ตัวเล็กกว่าพ่อไปถนัดตา ท่านดุ๊กกอดลูกชายไว้เหมือนกอดนกพิราบตัวน้อยที่บินกลับรัง
"คริสติน่าลูกรัก ในที่สุดลูกก็กลับมา" ท่านดุ๊กเรียกชื่อจริงของลูกสาวออกมาเต็มปากเต็มคำ อาจจะเพราะไม่ทันสังเกตว่ามีคนนอกอย่างอันหนิงยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้
โครตส์... หรือ คริสติน่า รีบขมวดคิ้ว "คุณพ่อ เพื่อนร่วมรบของหนูยังอยู่นะ"
อันหนิงก้าวออกไปหนึ่งก้าว "เอ่อ ผมรู้ความจริงเรื่องตัวจริงของโครตส์ตั้งนานแล้วครับ ก็แหม คุณเธอไม่ต้องโกนหนวดเลยสักครั้งนี่นา"
คริสติน่าหันขวับมาค้อนใส่อันหนิง หน้าแดงแปร๊ด "นี่นายรู้ตั้งนานแล้วเหรอ ฉันอุตส่าห์พยายามปกปิดความลับแทบตาย"
ท่านดุ๊กหัวเราะร่า "ฮ่าๆๆ ได้ยินที่เขาพูดไหมลูก จะเก็บความลับให้มิด ลูกต้องหัดไว้หนวดก่อนนะ"
คริสติน่าเบ้ปาก ก่อนจะทำหน้าจริงจัง "คุณพ่อ หนูสร้างวีรกรรมในสนามรบมาแล้วนะ ท่านนายพลคาร์เนกีบอกว่าจะขอเหรียญ อิสริยาภรณ์เลฌียงดอนเนอร์ ให้หนูด้วย ทีนี้หนูไปเรียนโรงเรียนเตรียมทหารที่บริแอนได้แล้วใช่ไหม"
อันหนิงคิดในใจว่า กะแล้วเชียว ยัยนี่ปลอมเป็นชายไปรบเพื่อบีบให้พ่อส่งไปเรียนทหารนี่เอง
เดี๋ยวนะ โรงเรียนเตรียมทหารบริแอน... ชื่อคุ้นๆ เหมือนจะเป็นโรงเรียนที่นโปเลียนเคยเรียนนี่นา
ตอนนี้ปี 1780 นโปเลียนน่าจะอายุ 11 ขวบ ตามทฤษฎีน่าจะกำลังเตรียมเข้าเรียนที่บริแอนพอดี
แต่โลกนี้รายละเอียดมันเพี้ยนๆ ไปบ้าง สงครามเจ็ดปีเพิ่งจะเกิด พระเจ้าเฟรดเดอริกยังซิ่งไหว
ไม่แน่อายุนโปเลียนอาจจะคลาดเคลื่อนก็ได้
ท่านดุ๊กทำหน้าลำบากใจ "เรื่องนี้... คริสติน่า การไปเรียนโรงเรียนทหารมันลำบากนะลูก ลูกต้องไปคลุกคลีกับลูกสาวขุนนางตกยากที่ไม่มีเงินจ่ายค่าสินสอดเลยจำใจต้องไปเรียนที่นั่น..."
คริสติน่าสวนกลับทันควัน "แล้วไง หนูไม่สนหรอก หนูอยากเป็นนายพลหญิง หนูไม่อยากแต่งงาน"
ท่านดุ๊กถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ก็ได้ๆ ถ้าพ่อไม่ยอม เดี๋ยวลูกก็แอบหนีไปสมัครทหารอีก ตกลง พ่ออนุญาต พอโรงเรียนที่บริแอนเปิดรับสมัคร พ่อจะส่งลูกไป"
อันหนิงแปลกใจนิดหน่อย ขุนนางโลกนี้ยอมให้ลูกสาวไปเป็นทหารง่ายจังแฮะ
คงเพราะอิทธิพลจากโจนออฟอาร์ก... ดูท่าสถานะผู้หญิงในฝรั่งเศสโลกนี้จะสูงกว่าโลกเดิมพอสมควร
ตอนนั้นเองท่านดุ๊กก็หันมาหาอันหนิง "เธอคือ แอนดี้ ฟรอสต์ ใช่ไหม ลูกช่างฟอกหนัง"
อันหนิงพยักหน้า "ใช่ครับท่านดุ๊ก เป็นผมนี่แหละ"
ท่านดุ๊กปรับน้ำเสียงเป็นทางการ "ขอบใจมากที่ช่วยลูกสาวฉันให้พ้นอันตราย ถ้าเธออยากเปิดร้านเครื่องหนังในปารีส ฉันยินดีมอบตึกแถวและหน้าร้านให้ฟรีๆ"
สิ้นเสียงท่านดุ๊ก หน้าต่างภารกิจด้านขวาของอันหนิงก็เด้งข้อความขึ้นมา
[ภารกิจคุ้มกันทายาทโทลเลสแตร์เสร็จสิ้น ดุ๊กแห่งออร์เลอ็อง หลุยส์ เดอ ฟิลิปป์ โทลเลสแตร์ มีความชอบต่อคุณในระดับ เป็นมิตร คุณได้รับเงินรางวัลรวม 550 คราวน์ สามารถเบิกได้ที่ธนาคารทุกแห่ง]
อันหนิงแทบจะกระโดดตัวลอย 550 คราวน์ นี่มันเงินมหาศาล แถมท่านดุ๊กยังจะแถมบ้านให้อีก
คนยุคศตวรรษที่ 21 ที่ฝันอยากมีบ้านอย่างอันหนิงได้ยินคำว่า "แจกบ้านฟรี" แทบจะเก็บอาการไม่อยู่ แต่ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว...
คริสติน่าพูดแทรกขึ้นมา "พ่อคะ หนูจ้างแอนดี้เป็นผู้ติดตามส่วนตัวได้ไหม"
ท่านดุ๊กส่ายหน้า "ไม่ๆ บ้านเรามีทีมผู้ติดตามที่ฝึกมาอย่างมืออาชีพอยู่แล้ว..."
อันหนิงรีบพูดเสียงดังฟังชัด "ท่านดุ๊กครับ ผ่านสงครามครั้งนี้มา ผมค้นพบว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านการทหารอยู่บ้าง ดังนั้นผมอยากจะขออนุญาตเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมทหารบริแอนครับ"
ใช่แล้ว กูจะไปโรงเรียนทหาร ไปเกาะขานโปเลียน ว่าที่จักรพรรดิฝรั่งเศสให้แน่นๆ เลย
[จบตอน]