- หน้าแรก
- เกิดใหม่กลางสงคราม พร้อมสกิลเกมเมอร์
- บทที่ 8 - อะไรนะ รางวัลภารกิจเบิ้ลสองเด้งเลยเหรอ
บทที่ 8 - อะไรนะ รางวัลภารกิจเบิ้ลสองเด้งเลยเหรอ
บทที่ 8 - อะไรนะ รางวัลภารกิจเบิ้ลสองเด้งเลยเหรอ
บทที่ 8 - อะไรนะ รางวัลภารกิจเบิ้ลสองเด้งเลยเหรอ
โครตส์โอดครวญ "ทำแบบนี้ไม่ได้นะ ผมยังไม่ได้สร้างวีรกรรมอะไรเลย..."
นายพลคาร์เนกีมองโครตส์แวบหนึ่ง "เรื่องนั้นง่ายมาก ผมเซ็นคำสั่งตอนนี้เลยก็ได้ มอบเหรียญ อิสริยาภรณ์เลฌียงดอนเนอร์ ให้ท่าน เพื่อเชิดชูความกล้าหาญในสมรภูมิที่ผ่านมา"
โครตส์อึ้งไปพักหนึ่ง แล้วรีบแย้ง "ทำแบบนั้นได้ไง ท่านจะมอบเหรียญให้ผมเรื่องอะไร เรื่องที่ผมคลานออกมาจากกองศพเนี่ยนะ ท่านควรจะมอบให้แอนดี้ ผู้ติดตามของผมมากกว่า"
"เขาต้องได้อยู่แล้ว" นายพลคาร์เนกีหันมามองอันหนิง "แอนดี้ ฟรอสต์ จะได้รับเหรียญเกียรติยศชั้นนายทหาร สำหรับวีรกรรมอันกล้าหาญในการปกป้องท่านมาร์ควิส ผมคิดว่าคำร้องขอเหรียญทั้งสองนี้จะได้รับการอนุมัติแน่นอน"
โครตส์ "จะอนุมัติได้ไง เราเป็นแค่..."
อันหนิงแทรกขึ้น "เพราะเราแพ้ไงครับท่านมาร์ควิส ทางการเลยต้องการสร้างวีรบุรุษขึ้นมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชน"
โครตส์หันขวับมามองอันหนิง สีหน้าไม่อยากจะเชื่อ "ทำไมถึงเป็นแบบนี้..."
อันหนิงก้าวเข้าไปตบไหล่โครตส์เบาๆ "ท่านอยากได้ผลงาน ตอนนี้ท่านก็ได้แล้ว การดันทุรังรบต่อในกองทัพอาจจะไม่ใช่เรื่องดี เผลอๆ จะไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม บอกตรงๆ นะครับ ตอนนี้กองทัพปรัสเซียกำลังฮึกเหิม ขืนสู้ต่อก็ไม่แน่ว่าจะชนะ..."
ก็นี่มันกองทัพของพระเจ้าเฟรดเดอริกมหาราชนี่นา ถ้าอันหนิงจำไม่ผิด ในสงครามเจ็ดปีบนภาคพื้นยุโรป พระเจ้าเฟรดเดอริกไล่ตบ รัสเซีย ฝรั่งเศส ออสเตรีย เรียงตัวอย่างกับเปิดโปรโกง
แน่นอนว่าส่วนหนึ่งที่เฟรดเดอริกซ่าได้ขนาดนี้ เพราะทางรัสเซียได้ซาร์องค์ใหม่คือ พระเจ้าปีเตอร์ที่ 3 ซึ่งเป็นคนเชื้อสายเยอรมัน แถมตอนเด็กๆ พูดรัสเซียไม่ได้ด้วยซ้ำ เลยแอบเข้าข้างปรัสเซีย
โครตส์มองหน้าอันหนิง "นายคิดว่าฉันควรกลับปารีสใช่มั้ย"
อันหนิงพยักหน้า "ใช่ครับ ท่านควรกลับ"
"แล้วนายล่ะ" โครตส์ถามต่อ
อันหนิง "ผมก็ต้องตามไปคุ้มกันท่านสิครับ"
โครตส์ถอนหายใจ "ก็ได้ ในเมื่อนายเห็นว่าอย่างนั้น ฉันจะกลับ แล้วนายแน่ใจนะว่าเรื่องเหรียญจะผ่านการอนุมัติ"
"ผมมั่นใจ" อันหนิงยืนยันหนักแน่น
นายพลคาร์เนกีเห็นอันหนิงกล่อมโครตส์สำเร็จก็รีบรับช่วงต่อ "ผมจะส่งคนถือสารนำเรื่องขอเหรียญรางวัลล่วงหน้าไปที่ปารีส ส่วนทหารม้าคุ้มกันน่าจะจัดเตรียมเสร็จช่วงบ่าย
"ระหว่างนี้ ท่านมาร์ควิสไปจัดการเนื้อตัวให้เรียบร้อยดีกว่า ขืนกลับปารีสสภาพดูไม่ได้แบบนี้ ท่านดุ๊กพ่อของท่านจะมาตำหนิผมเอาได้"
โครตส์ก้มมองสภาพมอมแมมของตัวเองแล้วหน้าแดงระเรื่อ "รบกวนท่านด้วยครับ"
นายพลดีดนิ้วเปาะ ทหารรับใช้รีบกุลีกุจอเข้ามาหาโครตส์กับอันหนิง "เชิญไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทางนี้ครับ"
**
หลังจากนั้น อันหนิงก็ได้เปลี่ยนชุด อาบน้ำจนสะอาดเอี่ยมอ่อง แล้วสวมเสื้อคลุมผู้ติดตามตัวใหม่เอี่ยม
แถมยังได้กางเกงรัดรูปกับถุงน่องสีขาวมาใส่ด้วย
ส่วนรองเท้า ก็ยังเป็นรองเท้าบูตที่เขาขโมยมาจากศพในสนามรบ ทหารรับใช้บอกว่าบูตคู่นี้คุณภาพดีกว่าของขุนนางบางคนซะอีก แค่เช็ดโคลนออกก็เงาวับเหมือนใหม่
พอแต่งองค์ทรงเครื่องเสร็จ อันหนิงค่อยรู้สึกเหมือนได้กลับมาเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง หลังจากที่เมื่อวานต้องคลุกคลีอยู่กับความตาย
พออันหนิงเดินออกมาจากเต็นท์ ทหารรับใช้ก็นำม้าสองตัวมารออยู่แล้ว เขาชี้ไปที่กระเป๋าสัมภาระบนหลังม้าตัวหนึ่ง "คุณฟรอสต์ สัมภาระของคุณ ผมใส่ไว้ในกระเป๋านี้หมดแล้วครับ"
สัมภาระที่ว่า ก็คือพวกของมีค่าที่อันหนิงปลดมาจากศพโจรนั่นแหละ
ทหารรับใช้ขยายความ "ป้ายชื่อขุนนางที่คุณพกติดตัวมา เราจัดการลงทะเบียนเป็นทรัพย์สินผู้เสียชีวิตให้แล้วครับ ส่วนของอื่นๆ อยู่ครบ"
อันหนิงพยักหน้า "ขอบใจมาก ช่วยได้เยอะเลย"
"อ้อ แล้วเราก็จัดเตรียมอาวุธที่เหมาะสมกับสถานะของคุณไว้ที่อานม้าแล้ว ส่วนกระบี่ของท่านมาร์ควิส เดี๋ยวคุณคืนให้ท่านเองนะครับ"
อันหนิงกะว่าจะบอกว่าใช้กระบี่นายน้อยคล่องมือดี แต่คิดไปคิดมา เป็นแค่ผู้ติดตามแต่ถือกระบี่เจ้านายมันก็ดูไม่งามจริงๆ
ตอนนั้นเอง โครตส์ เดอ โทลเลสแตร์ ก็เดินออกมาจากอีกเต็นท์หนึ่ง
เขาเปลี่ยนมาใส่ชุดทหารชุดใหม่ สะอาดสะอ้าน ดูสดใส กางเกงรัดรูปกับถุงน่องขาวสะอาดตาไม่มีฝุ่นจับแม้แต่นิดเดียว
อันหนิงเผลอจ้องท่อนล่างของโครตส์ อดคิดไม่ได้ว่าหมอนี่กำลังอวดขาขาวๆ อยู่รึเปล่า
ตกลงนายน้อยนี่ผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่วะ
ด้วยความสงสัย อันหนิงเพ่งมองคางของนายน้อยอีกรอบ เกลี้ยงเกลาไร้ตอหนวดเหมือนเดิม
จับไปต้องลื่นมือแน่ๆ
โครตส์หันมาสบตาอันหนิง แล้วยิ้มหวาน "แอนดี้ นายดูดีขึ้นเยอะเลยนะ"
"ท่านก็เหมือนกันครับ ท่านมาร์ควิส"
"อย่าเรียกมาร์ควิสเลย เรียกโครตส์เหมือนเดิมเถอะ" นายน้อยยิ้ม "นายอุตส่าห์ช่วยชีวิตฉันไว้ พอกลับถึงปารีส ฉันจะขอให้พ่อตบรางวัลให้นายอย่างงามเลย"
ขอให้สมพรปากเถอะ!
อันหนิงคิดในใจ
แล้วเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ทางระบบภารกิจก็จะให้รางวัลเขา แล้วถ้าโครตส์ไปขอรางวัลจากพ่อให้อีก ไม่เท่ากับว่าได้รางวัลสองเด้งเลยเหรอ
ได้ทั้งจากระบบ ได้ทั้งจากท่านดุ๊ก คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
ทันใดนั้น กองทหารม้าดรากูนกลุ่มหนึ่งก็ควบม้าเข้ามา นายทหารนำขบวนหยุดม้าตรงหน้าอันหนิงกับโครตส์ แล้วตะโกนถาม "ท่านไหนคือท่านมาร์ควิสโทลเลสแตร์"
โครตส์ยกมือ "ฉันเอง"
นายทหารทำความเคารพ "สวัสดีครับท่านมาร์ควิส ผมได้รับคำสั่งจากท่านนายพลคาร์เนกี ให้คุ้มกันท่านกลับปารีส"
โครตส์ "เราจะออกเดินทางกันเลยไหม"
"แน่นอนครับ ตอนนี้พวกปรัสเซียหายหัวไปแล้ว เป็นจังหวะดีที่สุดที่จะออกเดินทาง ถ้าช้ากว่านี้แล้วเกิดการปะทะระลอกใหม่ เราอาจจะเจอทหารม้าฮุสซาร์ของปรัสเซียมาก่อกวนระหว่างทางได้" นายทหารตอบเสียงดังฟังชัด "ม้าของเราสู้พวกฮุสซาร์ไม่ได้ จะลำบากเอา"
ทหารม้าดรากูนคือทหารราบขี่ม้า เวลาจะรบมักจะลงจากม้ามาสู้บนพื้นดิน ม้าที่ใช้เลยเป็นม้าเกรดรอง สู้ม้าของพวกฮุสซาร์ที่เน้นความเร็วและการลาดตระเวนไม่ได้
โครตส์พยักหน้า "ตกลง งั้นเราไปกันเลย"
ทหารรับใช้ของนายพลรีบบอก "ม้าของท่านอยู่นี่ครับ เราเตรียมเสบียงสำหรับเดินทางหลายวันไว้ให้แล้ว อยู่บนอานม้า น้ำก็มีพร้อมครับ"
"ฝากขอบคุณท่านนายพลด้วย" โครตส์รับบังเหียนม้ามา แล้วเหวี่ยงตัวขึ้นหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว
อันหนิงก็ขึ้นม้าตาม ทีแรกเขากังวลว่าจะขี่ม้าไม่เป็น เพราะตัวตนในโลกนี้คือลูกช่างฟอกหนังแถมเป็นมือกลอง ไม่น่าจะมีสกิลขี่ม้าติดตัว
แต่พอลองปีนขึ้นไป กลับทำได้ลื่นไหลราวกับขี่ม้ามาเป็นสิบปี
สงสัยระบบเกม FPS จะแถมสกิลขี่ม้ามาให้ด้วย
โครตส์มองท่าทางขึ้นม้าของอันหนิงแล้วชมเปาะ "แอนดี้ นายขี่ม้าเก่งกว่าฉันอีกนะเนี่ย"
อันหนิงตอบแบบขอไปที "ลูกช่างฟอกหนังอย่างผมเคยขี่วัวน่ะครับ"
โครตส์ทำหน้าเหวอ
นายทหารดรากูนเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์ "ทั้งสองท่าน ถ้าพร้อมแล้วเราออกเดินทางกันเถอะครับ รีบไปตอนนี้ ค่ำๆ น่าจะถึงหมู่บ้านกาโป พอขอกางเต็นท์นอนได้"
โครตส์พยักหน้า "โอเค ไปกันเลย"
[จบตอน]