- หน้าแรก
- ระบบที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า
- บทที่ 47 ยุบสำนักคุนหลุน
บทที่ 47 ยุบสำนักคุนหลุน
บทที่ 47 ยุบสำนักคุนหลุน
หลานหลิงหลงได้ยินคำตอบของหล่างเย่ ก็แอบคิดในใจ 'ขั้นฮว่าเสินระยะแรกยังได้เป็นผู้ดูแลสำนัก ดูท่าสำนักคุนหลุนจะตกต่ำลงแล้วจริงๆ'
ฉินปู้อี้พยักหน้า ไม่ได้แสดงท่าทีแปลกใจแต่อย่างใด
สองครั้งก่อนหน้านี้ที่เขามาเยือน ระดับสูงของสำนักคุนหลุนถูกกวาดล้างไปจนหมดสิ้น
ตอนนี้เหลือแค่ขั้นฮว่าเสินระยะแรก ก็ถือว่าเลือกคนที่ดีที่สุดเท่าที่มีแล้ว
หลังจากหล่างเย่ตอบคำถามจบ ฉินปู้อี้ก็โยนตัวหล่างเย่ไปให้หลานหลิงหลง สั่งกำชับว่า "เฝ้าเขาไว้"
ในขณะเดียวกัน เสียงของฉินปู้อี้ก็ดังก้องไปทั่วทั้งสำนักคุนหลุน
"ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ข้าขอประกาศยุบสำนักคุนหลุน บุคลากรทั้งหมดจะต้องออกจากสำนักพร้อมกันในอีกสามวัน"
สิ้นเสียงประกาศของฉินปู้อี้ สำนักคุนหลุนก็เกิดความโกลาหลขึ้นทันที เหล่าศิษย์ต่างมองหน้าฉินปู้อี้ด้วยความตกตะลึง
"อะไรนะ? ยุบสำนักคุนหลุน?"
"เป็นไปได้ยังไง อย่ามาล้อเล่นน่า"
"กว่าข้าจะได้เข้ามาเป็นศิษย์ที่นี่ ตระกูลข้าต้องเสียเงินทองไปตั้งเท่าไหร่ ถ้าต้องยุบจริง หินวิญญาณที่เสียไปคงสูญเปล่าหมด"
"ทุกคนใจเย็นๆ สำนักคุนหลุนเป็นขุมกำลังของแดนลับคุนหลุน เชื่อเถอะว่ายอดฝีมือในแดนลับคุนหลุนไม่มีทางยอมให้คนคนนี้ทำตามอำเภอใจแน่"
......
หลังจากประกาศจบ ฉินปู้อี้ก็หลับตาทำสมาธิ รอคอยเวลาให้ผ่านไปอย่างใจเย็น
การประกาศยุบสำนักคุนหลุน เป็นก้าวแรกในการสร้างความอับอายให้แดนลับคุนหลุน
และยังเป็นแผนการเปิดเผยของฉินปู้อี้ หากแดนลับคุนหลุนไม่สามารถปกป้องขุมกำลังของตัวเองได้ ชื่อเสียงย่อมป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
สามผู้ยิ่งใหญ่ระดับเลี่ยนซูสมบูรณ์แห่งแดนลับคุนหลุน อู่เฉียนคุนตายไปแล้ว จางเฟิงห้วงจิตเสียหาย เหลืออีกเพียงคนเดียวที่ยังไม่ปรากฏตัว
สิ่งที่ฉินปู้อี้กังวลที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่การต้องสู้กับระดับเลี่ยนซูสมบูรณ์ของแดนลับคุนหลุน
แต่กลัวว่าพวกมันจะมุดหัวอยู่ในแดนลับไม่ออกมาต่างหาก
นี่เป็นเหตุผลที่ฉินปู้อี้ประกาศยุบสำนัก แต่กำหนดให้ทุกคนออกจากสำนักได้หลังจากผ่านไปเจ็ดสิบสองชั่วโมง
จุดประสงค์ก็เพื่อบีบให้ระดับเลี่ยนซูสมบูรณ์ของแดนลับคุนหลุนออกมา
ไม่นานนัก จิตสัมผัสของฉินปู้อี้ก็จับภาพศิษย์สำนักคุนหลุนบางคนแอบหยิบหยกสื่อสารออกมาส่งข่าวสารออกไปภายนอก
ฉินปู้อี้ไม่ได้ขัดขวาง ปล่อยให้ศิษย์เหล่านั้นส่งข่าวออกไปตามสบาย...
หลานหลิงหลงยืนอยู่ข้างๆ รู้สึกว่าโลกทัศน์ของนางกำลังถูกฉินปู้อี้ทำลายจนย่อยยับ
สำนักคุนหลุน สำนักเก่าแก่ที่ดำรงอยู่มายาวนาน สมัยนางยังเด็ก ที่นี่คือยักษ์ใหญ่ที่น่าเกรงขาม ท่านพ่อของนางเคยพามาเยี่ยมเยียน
ในตอนนั้น เจ้าสำนักอู่เฉียนคุนมีพลังระดับเลี่ยนซู แม้แต่รองเจ้าสำนักซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนตระกูลอู่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมารับตำแหน่ง ก็ยังมีระดับพลังอยู่ที่ฮว่าเสินระยะกลางถึงระยะหลัง
แต่บัดนี้ อู่เฉียนคุนตายไปแล้ว ทั้งสำนักคุนหลุนกลับหาคนระดับฮว่าเสินไม่ได้แม้แต่คนเดียว
และต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดก็คือชายหนุ่มข้างกายนางคนนี้ ชายผู้ไม่เดินตามกฎเกณฑ์ พัฒนาระดับพลังรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ พลังการต่อสู้สูงส่งจนน่าตกใจ และยากจะหยั่งถึงก้นบึ้งความสามารถ
หลานหลิงหลงมองฉินปู้อี้ด้วยสายตาซับซ้อน นางเข้าใจแล้วว่าฉินปู้อี้ต้องการทำอะไร แต่ก็ยังรู้สึกเหลือเชื่อราวกับอยู่ในความฝัน
"คนคนเดียวท้าทายทั้งแดนลับ ที่สำคัญคือเขาทำได้จริงๆ เสียด้วย..."
ใบหน้าของเหล่าศิษย์ในสำนักคุนหลุนส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง บรรยากาศหดหู่แผ่ปกคลุมไปทั่วสำนัก
แต่หล่างเย่ที่อยู่ข้างกายหลานหลิงหลงกลับไม่มีท่าทีสิ้นหวัง เขาเริ่มคิดหาที่ไปใหม่แล้ว
ในใจเขาคิดว่า ต่อให้สำนักคุนหลุนไม่ถูกยุบ เขาก็คงไม่มีที่ยืนในสำนักนี้อีกต่อไป
"ถ้าได้เข้าแดนลับสุ่ยเยว่ก็ดีสิ ข้างในมีพี่สาวสวยๆ เพียบเลย"
หล่างเย่จินตนาการถึงภาพตัวเองถูกห้อมล้อมด้วยสาวงามอย่างมีความสุข
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าแดนลับสุ่ยเยว่รับแต่ศิษย์หญิง ผู้ชายอย่างเขาคงหมดสิทธิ์ หล่างเย่ก็ถอนหายใจเบาๆ
"คงต้องไปเข้าแดนลับฮั่วอวิ๋นแล้วล่ะ หวังว่าจะไม่เจอชายคนนี้อีกนะ"
หล่างเย่แอบชำเลืองมองฉินปู้อี้แวบหนึ่ง แล้วรีบหลบสายตา หันมาแอบมองหลานหลิงหลงแทน
หลานหลิงหลงรูปร่างอรชร หน้าตางดงามจัดว่าเป็นยอดพรูในหมู่สาวงาม
ผู้ชายปกติอย่างหล่างเย่มีหรือจะพลาดโอกาสอาหารตา โดยเฉพาะเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดขนาดนี้
"ตุบ!"
ในระหว่างที่กำลังแอบมองอย่างเพลิดเพลิน สันมือฟาดเข้าที่ท้ายทอย หล่างเย่สลบเหมือดไปในทันที
ก่อนสติจะดับวูบ ความคิดสุดท้ายของหล่างเย่คือ "โดนทุบสลบในสำนักคุนหลุนเป็นครั้งที่สาม หรือนี่จะเป็นลิขิตสวรรค์..."
หลานหลิงหลงชักมือกลับ มองหล่างเย่ด้วยความรังเกียจ ถ่มน้ำลายใส่ "ถุย! ไอ้ลามก!"
ฉินปู้อี้ "เห็น" เหตุการณ์ทั้งหมดผ่านจิตสัมผัส แต่ไม่ได้ห้ามปราม
เหตุผลที่ไม่ปล่อยหล่างเย่กลับไป และให้หลานหลิงหลงเฝ้าไว้
ก็เพราะจากการทุบหล่างเย่สลบไปสองครั้งก่อนหน้านี้ ฉินปู้อี้ประเมินว่าคนคนนี้เป็นประเภทรักตัวกลัวตาย ไม่ยอมพลีชีพเพื่อสำนักคุนหลุนแน่ๆ เลยกะว่าจะเก็บไว้เผื่อรีดข้อมูลได้เพิ่ม
ตอนนี้เห็นหล่างเย่โดนทุบสลบอีกรอบ ฉินปู้อี้ก็อดไม่ได้ที่จะบ่นในใจ "บอกแล้วอย่าซ่า สลบไปซะ"
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป หนึ่งวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
แดนลับคุนหลุนยังคงเงียบสนิท ไม่มีแม้แต่เงาของระดับเลี่ยนซูสมบูรณ์ หรือแม้กระทั่งศิษย์ธรรมดาของแดนลับคุนหลุนก็ไม่โผล่มาสักคน
นั่นยิ่งทำให้บรรยากาศในสำนักคุนหลุนหดหู่ยิ่งขึ้นไปอีก
ตลอดหนึ่งวันที่ผ่านมา การกระทำของฉินปู้อี้ที่ประกาศยุบสำนักคุนหลุน สร้างความตื่นตะลึงให้กับขุมกำลังอื่นๆ เป็นอย่างมาก
ที่เมือง S หลานเหวินฮ่าวมองดูข่าวที่หลานหลิงหลงส่งมา คิ้วที่ขมวดมุ่นมาตลอดเริ่มคลายลงเล็กน้อย แต่แล้วก็กลับมาขมวดแน่นอีกครั้ง
สองวันที่ผ่านมา เขาได้นำพาคนตระกูลหลานออกจากแดนลับฮั่วอวิ๋นแล้ว แน่นอนว่ากระบวนการไม่ได้ราบรื่นสวยหรูนัก
ฮั่วเฉียนอวิ๋นแม้จะเกรงใจบรรพบุรุษตระกูลหลานจนไม่กล้าลงมือ แต่ก็รีดไถตระกูลหลานไปไม่น้อย...
สำหรับหลานเหวินฮ่าว นี่เป็นราคาที่ยอมรับได้
เมื่อเทียบกับผลที่จะตามมาหากฮั่วเฉียนอวิ๋นรู้ว่าหลานเหยียนตายไปแล้ว... การใช้เงินแก้ปัญหาย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
หลานเทียนเหอสังเกตเห็นสีหน้าของหลานเหวินฮ่าว จึงถามขึ้น "พี่สาม เป็นอะไรไป?"
หลานเหวินฮ่าวยื่นหยกสื่อสารให้น้องชาย หลานเทียนเหอรับไปตรวจสอบด้วยจิตสัมผัส
หลังจากอ่านข่าวจบ หลานเทียนเหอก็หัวเราะชอบใจ
"ฉินปู้อี้เดินหมากตานี้ได้เฉียบขาดจริงๆ นี่มันเท่ากับเอาแดนลับคุนหลุนมาย่างไฟชัดๆ"
"ทางเข้าแดนลับคุนหลุนอยู่ที่เทือกเขาคุนหลุน การทำแบบนี้ก็เหมือนไปยืนขวางหน้าประตูบ้านเขา"
หลานเหวินฮ่าวรับช่วงต่อ ถอนหายใจ "ที่เฉียบกว่าคือแดนลับคุนหลุน โดนขวางประตูมาวันนึงแล้ว กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้เลย..."
หลานเทียนเหอมองพี่ชายด้วยความสงสัย "ไม่มีปฏิกิริยาก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ อีกสามวันก็ยุบสำนักคุนหลุนทิ้งเลย ดูซิว่าแดนลับคุนหลุนจะเอาหน้าไปไว้ไหน"
หลานเหวินฮ่าวอธิบายอย่างใจเย็น "แดนลับคุนหลุนไม่รอให้ถึงสามวันหรอก ที่เงียบไปแบบนี้ แสดงว่ากำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่แน่..."
ณ แดนลับสุ่ยเยว่
หงหว่านโหรว เจ้าแห่งแดนลับสุ่ยเยว่ มองหน้าอวิ๋นเยว่แล้วกล่าวว่า
"ทางแดนลับคุนหลุนส่งข่าวมาแล้ว ข้าตัดสินใจจะส่งเจ้ากับผู้อาวุโสหงซิ่วไปปฏิบัติภารกิจนี้"
อวิ๋นเยว่มองหงหว่านโหรว ถามกลับ "ไปล้อมปราบฉินปู้อี้ที่สำนักคุนหลุนเหรอคะ?"
หงหว่านโหรวพยักหน้าเล็กน้อย แต่อวิ๋นเยว่กลับส่ายหน้า "ข้าไม่ไป"
"ทำไมล่ะ? ครั้งนี้เจ้าไปกับผู้อาวุโสหงซิ่ว แค่คอยปิดล้อมรอบนอก ไม่ได้อันตรายอะไรมากนัก" หงหว่านโหรวถาม
อวิ๋นเยว่เม้มปากเงียบ สายตามุ่งมั่นจ้องมองหงหว่านโหรว
เมื่อเห็นท่าทีแข็งกร้าวของอวิ๋นเยว่ หงหว่านโหรวก็ถอนหายใจ "ก็ได้ ครั้งนี้ตามใจเจ้าแล้วกัน"
อวิ๋นเยว่คำนับหนึ่งครั้งแล้วหันหลังเดินจากไป
ระหว่างทางเดินกลับ ภาพใบหน้าของหลานเหวินฮ่าวผุดขึ้นในสมอง หลานเหวินฮ่าวเคยกำชับนางว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเขาจะลำบากใจมาก
พอนึกถึงท่าทางกวนประสาทในบางครั้งของเขา หัวใจของอวิ๋นเยว่ก็เต้นรัวเหมือนกวางน้อยกระโดดโลดเต้น แม้ภายนอกจะดูเย็นชา แต่ภายในใจนางมีเขาอยู่เต็มหัวใจ
"ช่วงนี้ชีวิตเขาคงลำบากน่าดู เพิ่งพาตระกูลหลานออกจากแดนลับฮั่วอวิ๋น แล้วยังมาทุ่มสุดตัวสนับสนุนฉินปู้อี้อีก หวังว่าการเดิมพันครั้งนี้เขาจะเป็นฝ่ายชนะนะ" อวิ๋นเยว่คิดในใจ
ณ แดนลับฮั่วอวิ๋น
ฮั่วเฉียนอวิ๋นมองดูร่างตรงหน้า กล่าวด้วยน้ำเสียงปรึกษาหารือ "ผู้อาวุโสฮั่วดา ครั้งนี้คงต้องรบกวนท่านแล้ว"
ฮั่วดามองฮั่วเฉียนอวิ๋น ทำสีหน้าไม่ยี่หระ "ก็แค่ฉินปู้อี้คนเดียว ครั้งนี้สามแดนลับร่วมมือกัน จะมีอะไรผิดพลาดได้เชียวรึ"
ฮั่วเฉียนอวิ๋นกล่าวด้วยน้ำเสียงซับซ้อน "พูดน่ะง่าย แต่ข้อมูลของคนคนนี้พวกเรารู้กันดี พัฒนาการรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ กันไว้ดีกว่าแก้นะ"
"ข้าว่าเจ้าขี้ระแวงเกินไป เป็ดต้มสุกแล้วจะบินหนีไปได้ยังไง" ฮั่วดาตอบอย่างดูแคลน
ฮั่วเฉียนอวิ๋นไม่สนใจท่าทีดูแคลนของฮั่วดา กล่าวต่อว่า "ผู้อาวุโสฮั่วดา ออกเดินทางเถอะ"
ฮั่วดาฟังคำสั่งแล้วไม่พูดอะไรอีก หันหลังเดินจากไป
ฮั่วเฉียนอวิ๋นมองแผ่นหลังของฮั่วดา กำปั้นที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อคลายออกแล้วกำแน่น กำแน่นแล้วคลายออก
แดนลับฮั่วอวิ๋นมีระดับเลี่ยนซูสมบูรณ์อยู่สามคน ตอนนี้ตระกูลหลานถอนตัวไป เหลือแค่สอง
สิ่งที่แดนลับฮั่วอวิ๋นต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือความสามัคคี หากเขาไม่ยอมฮั่วดา แล้วฮั่วดาเกิดโมโหถอนตัวออกไปอีกคน
ฮั่วเฉียนอวิ๋นคงต้องโดดเดี่ยวเดียวดาย และแดนลับฮั่วอวิ๋นก็คงเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว
ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญกับท่าทีของฮั่วดา ฮั่วเฉียนอวิ๋นจึงทำได้เพียงข่มความโกรธไว้ในใจ
ณ แดนลับคุนหลุน
นักพรตคุนซวี เจ้าแห่งแดนลับคุนหลุน กำชับจางเฟิงที่ห้วงจิตได้รับความเสียหายว่า
"ข้าจะไปจัดการสังหารฉินปู้อี้ เจ้าพักรักษาตัวให้ดี"
จางเฟิงมีสีหน้าซาบซึ้งเล็กน้อย ตอบกลับว่า "เจ้าต้องระวังตัวด้วย ไอ้เด็กนั่นมีวิชาโจมตีด้วยจิตสัมผัสที่ป้องกันยากมาก"
คุนซวีพยักหน้ารับรู้ จากนั้นจางเฟิงก็กล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธแค้นและอาฆาต
"ฉินปู้อี้มันรังแกกันเกินไปแล้ว กล้ามาก่อเรื่องหน้าประตูบ้านเรา มันรนหาที่ตายชัดๆ"
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของนักพรตคุนซวีก็มืดมนลงทันที กล่าวด้วยความเคียดแค้น
"ฮึ ข้าติดต่อแดนลับฮั่วอวิ๋นและแดนลับสุ่ยเยว่เรียบร้อยแล้ว คนของทั้งสองแดนลับกำลังจะมาถึงในไม่ช้า"
"คราวนี้ไอ้เด็กนั่นหนีไม่พ้นแน่ กล้าฆ่าคนของแดนลับคุนหลุน แถมยังทำตัวกร่างขนาดนี้ ข้าจะทำให้มันอยากอยู่ก็ไม่ได้ อยากตายก็ไม่ลง!"