- หน้าแรก
- ระบบที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า
- บทที่ 48 สามแดนลับประสานการโจมตี (ตอนต้น)
บทที่ 48 สามแดนลับประสานการโจมตี (ตอนต้น)
บทที่ 48 สามแดนลับประสานการโจมตี (ตอนต้น)
เวลาล่วงเลยผ่านไป วันที่สองก็ผ่านพ้นไป
เหลือเวลาอีกไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงก่อนจะครบกำหนดสามวัน
ตลอดสองวันกว่าที่ผ่านมานี้ ใบหน้าของศิษย์สำนักคุนหลุนจำนวนมากซีดเผือด
พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่มีใครมาหยุดยั้งฉินปู้อี้เสียที...
ในขณะที่ฉินปู้อี้กำลังรอคอยอย่างอดทน จู่ๆ เสียงตวาดก็ดังขึ้น
"กระบี่ฟ้า · เปิด!"
"กระบี่ปฐพี · เบิก"
"กระบี่มนุษย์ · ลงทัณฑ์!"
"เคล็ดวิชาลับคุนหลุน · ค่ายกลกระบี่สามภพ!"
ในชั่วพริบตา ฉินปู้อี้ก็ถูกกระบี่ยาวสามเล่มล็อกเป้าให้อยู่กับที่
จิตสังหารเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากตัวกระบี่ ฉินปู้อี้ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
"สังหาร · ไล่ล่า!"
"เคร้ง!"
เขาชักดาบสังหารออกมาในพริบตา ฟันใส่กระบี่ทั้งสามเล่มรอบกาย
"ตึง!" "ตึง!"
"ตึง!"...
ดาบสังหารที่สั่นสะเทือนด้วยความเร็วสูงปะทะกับค่ายกลกระบี่สามภพอย่างดุเดือด
ค่ายกลกระบี่สามภพถูกฉินปู้อี้ฟันจนสั่นคลอนอย่างรุนแรง
ฉินปู้อี้รวบรวมพลังทั้งหมดไปที่ดาบสังหาร ตะโกนลั่น "เปิดออกซะ!"
"เคร้ง!"
เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องแสบแก้วหู
"ตูม!"
สิ้นเสียงระเบิด ค่ายกลกระบี่สามภพถูกทำลาย กระบี่ทั้งสามเล่มกระเด็นออกไปไกล
ฉินปู้อี้มองไปยังผู้มาเยือน นักพรตชราผู้หนึ่งกำลังยื่นมือเรียกเก็บค่ายกลกระบี่สามภพกลับคืน
อีกฝ่ายมองฉินปู้อี้เช่นกัน พลางกล่าวว่า "ระดับการบำเพ็ญเพียรยอดเยี่ยมสมคำร่ำลือ แต่วันนี้เจ้าต้องตายด้วยคมกระบี่ของข้า"
ฉินปู้อี้กวาดจิตสัมผัสไปรอบๆ สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายระดับเลี่ยนซูสมบูรณ์อีกสองสายข้างกายนักพรตชรา จึงกล่าวว่า "ไหนๆ ก็มาแล้ว อย่ามัวหลบซ่อนอยู่เลย"
เสียงหัวเราะคิกคักของหญิงสาวดังขึ้น
"คุณชายฉินช่างเป็นวีรบุรุษหนุ่มน้อยที่หาตัวจับยาก วันนี้ได้มาเห็นกับตา ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ จนข้าชักไม่อยากลงมือเสียแล้วสิ"
สิ้นเสียงหัวเราะ ร่างของหญิงสาววัยกลางคนในชุดผ้าโปร่งสีแดงก็ปรากฏตัวขึ้นข้างกายนัำพรตชรา
พร้อมกับชายร่างกำยำใบหน้าเหี้ยมเกรียมถือดาบยาวที่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน ชายผู้นั้นมองฉินปู้อี้ด้วยแววตาดูแคลน กล่าวว่า
"ฮึ ไอ้เด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม วันนี้คือวันตายของเจ้า!"
ฉินปู้อี้มองทั้งสามคน ก็พอจะเดาตัวตนของพวกเขาได้
"แดนลับคุนหลุน แดนลับฮั่วอวิ๋น แม้แต่แดนลับสุ่ยเยว่ที่วางตัวเป็นกลางตลอดก็ส่งคนมาด้วย ลงทุนลงแรงกันน่าดู"
"แซ่ฉินรู้สึกเป็นเกียรติจริงๆ"
หลานหลิงหลงที่ถอยหนีไปอยู่ไกลตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ อ้าปากค้างมองดูเหตุการณ์บนท้องฟ้าด้วยความตกตะลึง คิดในใจ
"คุนซวี เจ้าแห่งแดนลับคุนหลุน ผู้ที่ร่ำลือกันว่าก้าวขาข้างหนึ่งเข้าสู่ขั้นเหอถี่แล้ว"
"หงซิ่ว ผู้อาวุโสแห่งแดนลับสุ่ยเยว่ ว่ากันว่ามีระดับพลังสูสีกับหงหว่านโหรว เจ้าแห่งแดนลับสุ่ยเยว่"
"ฮั่วดา แห่งแดนลับฮั่วอวิ๋น ผู้สำเร็จวิชาดาบอันล้ำเลิศ มีข่าวลือว่าเมื่อหลายปีก่อน ระดับเลี่ยนซูสมบูรณ์อีกคนของแดนลับสุ่ยเยว่ก็ตายด้วยคมดาบของเขา"
"สามคนนี้ไม่ว่าจะหยิบยกใครขึ้นมา ก็ล้วนเป็นยอดฝีมือระดับแนวหน้าของวงการผู้ฝึกตนดาวบลูสตาร์ ฉินปู้อี้ตกอยู่ในอันตรายแล้ว!"
หลานหลิงหลงรีบส่งกระแสจิตบอกข้อมูลของทั้งสามคนให้ฉินปู้อี้รู้
"เอ๊ะ? คนตระกูลหลานนี่นา? ตระกูลหลานเป็นคนของแดนลับฮั่วอวิ๋นไม่ใช่รึ ทำไมไปขลุกอยู่กับฉินปู้อี้ได้ล่ะ"
ในขณะที่หลานหลิงหลงส่งกระแสจิต หงซิ่วก็แสร้งทำเป็นตกใจ เอามือป้องปากถามฮั่วดา
"ฮึ!"
ฮั่วดาแค่นเสียงฮึดฮัด ไม่สนใจคำถามกวนประสาทของหงซิ่ว
เรื่องตระกูลหลานถอนตัวจากแดนลับฮั่วอวิ๋นเป็นที่รู้กันทั่ว หงซิ่วถามแบบนี้จงใจจะฉีกหน้าเขาชัดๆ
คุนซวีทำเป็นมองไม่เห็นความขัดแย้งของทั้งสอง กล่าวว่า "เรื่องเร่งด่วนคือจัดการไอ้เด็กนี่ก่อน ส่วนเรื่องตระกูลหลานค่อยว่ากันทีหลัง"
ฉินปู้อี้ชี้ดาบสังหารไปที่ทั้งสามคน ถามว่า "พวกเจ้าสามคน ใครจะมาตายก่อน?"
"ฮ่าฮ่า ไอ้เด็กนี่มันบ้าไปแล้วรึไง" ฮั่วดาหัวเราะเยาะ
"คุณชายฉิน ข้ายังไม่เคยเจอใครบ้าบิ่นเท่าคุณชายมาก่อนเลย ชักทำใจลงมือไม่ลงจริงๆ นะเนี่ย" หงซิ่วส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มให้ฉินปู้อี้
คุนซวีไม่พูดพร่ำทำเพลง ส่งกระแสจิตบอกฮั่วดาและหงซิ่ว "สหายเต๋าทั้งสอง ลงมือพร้อมกัน รีบเผด็จศึก!"
"กระบี่ฟ้า · เปิด!"
"กระบี่ปฐพี · เบิก"
"กระบี่มนุษย์ · ลงทัณฑ์!"
"เคล็ดวิชาลับคุนหลุน · ค่ายกลกระบี่สามภพ!"
คุนซวีใช้ค่ายกลกระบี่สามภพโจมตีฉินปู้อี้อีกครั้ง
หลังจากปล่อยค่ายกลกระบี่สามภพ คุนซวีก็พ่นกระบี่บินอีกสี่เล่มออกมาจากปาก
"เคล็ดวิชาลับคุนหลุน · กระบี่จูเซียน!"
"เคล็ดวิชาลับคุนหลุน · กระบี่ลู่เซียน!"
"เคล็ดวิชาลับคุนหลุน · กระบี่เจวี๋ยเซียน!"
"เคล็ดวิชาลับคุนหลุน · กระบี่เสียนเซียน!"
"เคล็ดวิชาลับคุนหลุน · ค่ายกลกระบี่จูเซียน!"
กระบี่ขนาดเล็กสี่เล่มขยายใหญ่ขึ้นเป็นขนาดหนึ่งจั้งในพริบตา พุ่งไปล้อมรอบฉินปู้อี้ทั้งสี่ทิศ แล้วโจมตีใส่
หงซิ่วหัวเราะเบาๆ "นักพรตคุนซวี จำเป็นต้องจัดหนักตั้งแต่เริ่มเลยเหรอคะ"
ปากพูดแบบนั้น แต่หงซิ่วก็ไม่ได้ออมมือแม้แต่น้อย
"เคล็ดวิชาลับสุ่ยเยว่ · บุปผาในกระจกจันทราในวารี!"
"เคล็ดวิชาลับสุ่ยเยว่ · กลับตาลปัตร!"
หงซิ่วหยิบกระจกบานหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ส่องไปที่ฉินปู้อี้
ฉินปู้อี้รู้สึกทันทีว่าทิศทางรอบตัวสับสนวุ่นวาย บนกลายเป็นล่าง ซ้ายกลายเป็นขวา
"เคล็ดวิชาลับฮั่วอวิ๋น · เพลงดาบเมฆาอัคคี!"
ฮั่วดากำดาบยาวแน่น พุ่งเข้าหาฉินปู้อี้ด้วยความเร็วสูง ดาบยาวลุกโชนด้วยเปลวเพลิงร้อนแรง ฟันเข้าที่ลำคอของฉินปู้อี้
"เคล็ดวิชาลับฮั่วอวิ๋น · ดาบคู่!"
ระหว่างที่พุ่งเข้าฟัน ฮั่วดาชักดาบอีกเล่มออกมาจากเอว ตัวดาบสีดำสนิทแฝงประกายสีเขียวจางๆ
ฮั่วดาจ้องมองดาบสังหารในมือฉินปู้อี้ แสยะยิ้มอำมหิต "ไอ้หนู ดาบดีๆ แบบนี้อยู่กับเจ้าก็น่าเสียดาย วางใจเถอะ ตายไปแล้วข้าจะดูแลมันอย่างดีเอง"
ฉินปู้อี้มองประกายสีเขียวบนดาบเล่มที่สองของฮั่วดา ม่านตาหดเกร็ง "พิษร้าย!"
สถานการณ์ของฉินปู้อี้ในตอนนี้อันตรายยิ่งนัก การโจมตีจากทุกทิศทางล็อกเป้าเขาไว้
ค่ายกลกระบี่สามภพปิดล้อมพื้นที่ด้านบนและล่าง ค่ายกลกระบี่จูเซียนปิดล้อมหน้าหลังซ้ายขวา
เคล็ดวิชาลับของหงซิ่วทำให้ทิศทางของเขาสับสน
ส่วนด้านหน้าก็มีฮั่วดาพุ่งเข้ามาอย่างดุดัน
ภายใต้การโจมตีเต็มกำลังของสามยอดฝีมือระดับเลี่ยนซูสมบูรณ์ แทบจะเป็นสถานการณ์ที่ไร้ทางรอด
ฉินปู้อี้ปลุกเร้าจิตวิญญาณการต่อสู้ทั่วร่าง ตะโกนก้อง "เข้ามาเลย!"
ด้วยการควบคุมของจิตสัมผัสอันทรงพลัง เขาพยายามลดผลกระทบจากเคล็ดวิชาของหงซิ่วให้น้อยที่สุด
"สังหาร · ไล่ล่า!"
ฉินปู้อี้รวบรวมพลังทั้งหมด ฟันดาบสังหารที่สั่นสะเทือนด้วยความเร็วสูงเข้าใส่ฮั่วดาที่พุ่งเข้ามา
"เคร้ง!"
"เคร้ง!"
การโจมตีของฮั่วดาชะงักลงทันทีเมื่อเจอกับการตอบโต้เต็มกำลังของฉินปู้อี้
อาศัยจังหวะที่การโจมตีของฮั่วดาชะงักงัน ฉินปู้อี้ตะโกนก้อง
"สังหาร · จูเจวี๋ย!"
พระจันทร์เต็มดวงเส้นผ่านศูนย์กลางหลายพันเมตรปรากฏขึ้นตรงหน้าฉินปู้อี้
ครอบคลุมค่ายกลกระบี่สามภพ ค่ายกลกระบี่จูเซียน และฮั่วดาไว้ภายใน
เงาดาบสังหารนับหมื่นเล่มก่อตัวขึ้นในดวงจันทร์ ปลายดาบชี้ไปทุกทิศทาง
"ฟัน!"
สิ้นเสียงคำราม เงาดาบสังหารนับหมื่นพุ่งออกไปรอบทิศทันที
"เคร้ง!"
"เคร้ง!"
"เคร้ง!"...
เมื่อพระจันทร์สลายไป ฮั่วดายืนตั้งรับด้วยดาบคู่ขวางหน้า
ค่ายกลกระบี่สามภพและค่ายกลกระบี่จูเซียนเกิดช่องโหว่จากการโจมตีอันหนาแน่นของฉินปู้อี้
ฉินปู้อี้มองเห็นโอกาส พุ่งตัวหนีออกจากวงล้อมของค่ายกลกระบี่ทั้งสองทันที
เขามองไปที่ทั้งสามคน ตะโกนลั่น "ตาข้าบ้างล่ะ!"