เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46 เยือนสำนักคุนหลุนครั้งที่สาม

บทที่ 46 เยือนสำนักคุนหลุนครั้งที่สาม

บทที่ 46 เยือนสำนักคุนหลุนครั้งที่สาม


ฉินปู้อี้กวาดสายตาดูรายการสินค้าในระบบร้านค้า ไม่นานก็ล็อกเป้าหมายที่ต้องการ

[ผลโพธิ์โลหิตระดับห้า ยารักษาระดับเซียน ต่อให้กายเนื้อเหลือเพียงลมหายใจสุดท้าย ก็จะฟื้นฟูหายสนิทได้ภายในหนึ่งก้านธูป มูลค่า: สองร้อยคะแนนร้านค้า]

"ราคาไม่แพงเท่าไหร่"

ฉินปู้อี้ดูราคาแล้วคิดในใจ

หลังจากซื้อผลโพธิ์โลหิตมาแล้ว ฉินปู้อี้ก็รีบกลืนลงไปทันที

อาการบาดเจ็บภายในร่างกายเริ่มฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ร่างกายของฉินปู้อี้ก็กลับมาสมบูรณ์แข็งแรงดังเดิม

หลานหลิงหลงยืนมองดูฉินปู้อี้รับหินวิญญาณไปและแลกเป็นผลโพธิ์โลหิตอย่างเงียบๆ

นางไม่ได้สงสัยอะไร คิดเพียงว่าฉินปู้อี้หยิบยาออกมาจากแหวนมิติของตัวเอง

เมื่ออาการบาดเจ็บหายดีแล้ว ฉินปู้อี้ก็เปิดฟังก์ชันแลกแต้มสถานะของระบบร้านค้า

ตั้งแต่ทะลวงระดับเข้าสู่ขั้นเลี่ยนซู อัตราแลกเปลี่ยนแต้มสถานะในระบบร้านค้าก็เปลี่ยนไป จากระดับสี่ที่สิบคะแนนแลกได้หนึ่งแต้ม กลายเป็นยี่สิบคะแนนแลกได้หนึ่งแต้ม

ฉินปู้อี้แลกคะแนนร้านค้าแปดร้อยคะแนนที่เหลือเป็นสี่สิบแต้มสถานะ เติมใส่ตัวเองทั้งหมด แล้วเปิดหน้าต่างข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ: ฉินปู้อี้

กายา: เทียนฮวง · ขั้นต้น

ผลลัพธ์: ค่าสถานะทั้งหมดเพิ่มขึ้น · ห้าเปอร์เซ็นต์

การบำเพ็ญเพียร: ระดับห้า · ขั้นเลี่ยนซูระยะแรก (274/500)

จิตสัมผัส: ขั้นเลี่ยนซูระยะหลัง

พละกำลัง: 274

ความเร็ว: 274

ความอึด: 274

พลังโจมตี: 274

พลังป้องกัน: 274

โชคลาภ: 274

......

อาวุธ: ดาบสังหาร · ระดับห้า (274/500)

ชิ้นส่วนที่แตกหัก (1/9): เพิ่มพลังโจมตี · สิบเปอร์เซ็นต์

พลังโจมตี: 274

ทักษะ: เพลงดาบสังหาร · ระดับสี่ (200/200 · ขาดเคล็ดวิชาต่อเนื่องจึงไม่สามารถทะลวงขั้นได้)

พลังโจมตี: 200

สัตว์อสูร: มังกรเขียว · ระดับห้า (274/500)

"พอถึงขั้นเลี่ยนซู ทรัพยากรที่ต้องใช้ในการยกระดับก็เพิ่มขึ้นมาก นึกถึงตอนอยู่ระดับจู้จี หนึ่งคะแนนแลกหนึ่งแต้ม มาตอนนี้ยี่สิบคะแนนแลกหนึ่งแต้ม"

"ความแตกต่างเกือบยี่สิบเท่า พอถึงขั้นเหอถี่ คะแนนที่ต้องใช้แลกแต้มสถานะคงเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล"

"ยิ่งระดับสูง การยกระดับก็ยิ่งยาก ถ้ารู้แบบนี้ตอนอยู่ขั้นฮว่าเสินหรือหยวนอิงน่าจะตุนแต้มสถานะไว้เยอะๆ หน่อย"

ฉินปู้อี้คำนวณในใจ แต่จะมาเสียใจตอนนี้ก็สายไปแล้ว สู้เอาเวลาไปคิดว่าจะหาคะแนนมาแลกแต้มสถานะให้ได้มากที่สุดก่อนจะทะลวงระดับถัดไปดีกว่า

เมื่อได้สติ ฉินปู้อี้เห็นหลานหลิงหลงจ้องมองเขาด้วยความตกตะลึง จึงถามว่า "มีอะไรหรือ?"

"เมื่อกี้ที่ท่านกินเข้าไปคือผลกิเลนใช่ไหม? ผลกิเลนที่แดนลับคุนหลุนพันปีจะออกผลสักครั้ง ในตำนานเล่าว่าสามารถชุบชีวิตคนตาย สร้างเนื้อสร้างกระดูกขึ้นมาใหม่ได้" หลานหลิงหลงกล่าวด้วยความอิจฉา

ฉินปู้อี้เข้าใจทันทีว่าหลานหลิงหลงหมายถึงผลโพธิ์โลหิตที่เขาเพิ่งกินเข้าไป

"ชุบชีวิตคนตายสร้างเนื้อสร้างกระดูกอาจจะเกินจริงไปหน่อย แต่ก็ใกล้เคียงแหละ" ฉินปู้อี้อธิบาย

ผลโพธิ์โลหิตระดับห้ามีฤทธิ์แรงกว่าระดับสี่อย่างเห็นได้ชัด ส่วนคำว่าเหลือเพียงลมหายใจสุดท้ายที่เขียนไว้ในคำอธิบายนั้นมีมาตรฐานอย่างไร

ฉินปู้อี้ไม่รู้ แต่เชื่อว่าสรรพคุณต้องไม่ธรรมดาแน่นอน

"ต้องเป็นผลกิเลนแน่ๆ สรรพคุณในการรักษาช่างน่าอัศจรรย์เหมือนในตำนานจริงๆ แต่กลิ่นอายของผลที่ท่านกินดูจะเข้มข้นกว่าที่ข้าเคยเห็นเสียอีก" หลานหลิงหลงเอ่ยด้วยความสงสัย

"แน่นอนสิ ผลโพธิ์โลหิตระดับสี่คือผลกิเลนที่พวกเจ้าพูดถึง ส่วนระดับห้าถ้าเทียบตามมาตรฐานพวกเจ้าก็น่าจะเป็นราชาผลกิเลน"

แน่นอนว่าฉินปู้อี้แค่คิดในใจ ไม่ได้พูดออกไป

เขามองหลานหลิงหลง พอจะเดาจุดประสงค์ที่หลานเหวินฮ่าวส่งนางมาได้บ้าง

ตระกูลหลานกำลังย้ายถิ่นฐานออกจากแดนลับฮั่วอวิ๋น ต้องมีเรื่องวุ่นวายและเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นมากมายแน่นอน

เจ้าแห่งแดนลับฮั่วอวิ๋นคงไม่ยอมปล่อยตระกูลหลานไปง่ายๆ การส่งหลานหลิงหลงมาอยู่ข้างกายเขาน่าจะมีจุดประสงค์สองอย่าง

หนึ่งคือ หลานหลิงหลงเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์และระดับพลังสูงสุดของตระกูลหลาน การส่งนางมาอยู่ข้างกายฉินปู้อี้ เป็นการแสดงความจริงใจของตระกูลหลานที่มีต่อเขา

สองคือ สถานการณ์ของตระกูลหลานในตอนนี้ไม่ปกติ หลานหลิงหลงอยู่ที่ตระกูลก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก แถมอาจจะตกอยู่ในอันตราย

สู้ถือโอกาสนี้ส่งนางมาอยู่กับฉินปู้อี้ แม้สถานการณ์ของฉินปู้อี้จะอันตรายไม่แพ้กัน แต่ด้วยความแข็งแกร่งของเขา การอยู่ข้างกายเขาก็นับว่าเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว

"อาสามของเจ้าบอกอะไรเจ้ามาบ้างก่อนจะมาที่นี่?" ฉินปู้อี้ถามหลานหลิงหลง

"ค่ะ ท่านอาสามบอกให้ข้าอยู่ข้างกายท่าน คอยช่วยจัดการเรื่องจุกจิกต่างๆ"

หลานหลิงหลงตอบด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ ท่าทางดูขัดเขินเล็กน้อย

ความจริงก่อนมา หลานเหวินฮ่าวยังแอบดึงนางไปกระซิบกระซาบด้วยว่า

"ได้ยินอาเจ็ดบอกว่าฉินปู้อี้จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศเหมือนเจ้า อายุอานามก็ไล่เลี่ยกัน คนหนุ่มสาวน่ะนะ... อาจจะมีอะไรปุ๊บปั๊บกันได้..."

ฉินปู้อี้สังเกตเห็นอาการขัดเขินของหลานหลิงหลง แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ พูดเสียงเรียบว่า "งั้นไปกันเถอะ"

ได้ยินคำสั่งที่ไม่มีที่มาที่ไป หลานหลิงหลงถามอย่างงุนงง "ไป... ไปไหนคะ?"

"ไปเติมสีสันให้ชีวิตคนในแดนลับคุนหลุนสักหน่อย" มุมปากฉินปู้อี้ยกยิ้ม แววตาฉายจิตสังหาร

การที่สามแดนลับร่วมมือกันล้อมปราบเขา ต้องมีแดนลับคุนหลุนเป็นตัวตั้งตัวตีแน่นอน และคนที่เกี่ยวข้องโดยตรงที่สุดก็คือจางเฟิง

ฉินปู้อี้แทบไม่ต้องเดาก็รู้ว่า หลังจากจางเฟิงหนีรอดไปได้ ต้องเอาเรื่องที่เขามีมังกรแท้ มีวิชาโจมตีด้วยจิตสัมผัส และความเร็วในการเลื่อนระดับที่ผิดมนุษย์ไปใส่สีตีไข่ปล่อยข่าวแน่นอน

สำหรับการยืมดาบฆ่าคนของจางเฟิง ฉินปู้อี้ย่อมต้องไป "ขอบคุณ" ถึงที่

"แต่ตอนนี้คนข้างนอกเขาอยากให้ท่านออกไปจากเมืองหลวงใจจะขาด ในเมืองหลวงพวกนั้นไม่กล้าลงมือเพราะกลัวคนโดนลูกหลงเยอะ"

"แต่ถ้าท่านออกไปเมื่อไหร่ พวกนั้นคงไม่เกรงใจแน่ ท่านจะไม่อยู่หลบภัยสักหน่อยเหรอ?"

หลานหลิงหลงสรุปสถานการณ์คร่าวๆ แล้วมองฉินปู้อี้ด้วยความไม่เข้าใจ

ฉินปู้อี้ปรายตามองหลานหลิงหลง กล่าวว่า "แค่ไก่กาอาราเล่พวกนั้น ขู่ข้าไม่อยู่หรอก"

เขาเว้นจังหวะ แล้วถามต่อ "หลานเหวินฮ่าวส่งเจ้ามาเพื่อพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้งั้นรึ?"

หลานหลิงหลงโดนฉินปู้อี้ตอกหน้าหงายจนพูดไม่ออก ผ่านไปครู่ใหญ่กว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้สองคำ "ตามใจ"

ปากบอกตามใจ แต่ในใจกลับก่นด่า 'ไอ้คนหลงตัวเองไม่กลัวตาย ไก่กาอาราเล่ที่เจ้าว่าน่ะระดับเลี่ยนซูกันทั้งนั้น แถมยังมีระดับเลี่ยนซูสมบูรณ์ด้วยนะยะ'

ทันใดนั้น เสี่ยวชิงหลงก็โผล่หัวออกมาจากอกเสื้อของฉินปู้อี้ ทำท่าทางกระตือรือร้น "นายท่าน พวกเราจะไปแก้แค้นกันใช่ไหมขอรับ"

ในความคิดของเสี่ยวชิงหลง อู่เฉียนคุนระเบิดตัวเองจนฉินปู้อี้บาดเจ็บสาหัส ตอนนี้หายดีแล้ว ก็ต้องไปแก้แค้นคนที่หนุนหลังมันสิ

ฉินปู้อี้พยักหน้า เสี่ยวชิงหลงเห็นดังนั้นก็ "ฟุ่บ" บินออกมาจากอกเสื้อ บินวนไปวนมาในห้องด้วยความตื่นเต้น

สำหรับเสี่ยวชิงหลงที่เพิ่งเกิดมาไม่นาน การต่อสู้ก็เหมือนการเล่นสนุก ยิ่งเป็นมังกรเขียวด้วยแล้ว การต่อสู้ถือเป็นสัญชาตญาณที่ฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณเลยทีเดียว

หลังจากบินเล่นจนพอใจ เสี่ยวชิงหลงก็มุดกลับเข้าไปในอกเสื้อของฉินปู้อี้ แปลงร่างเป็นรอยสักรูปมังกรเขียวขนาดเท่าฝ่ามือแนบสนิทไปกับผิวหนัง

หลานหลิงหลงเห็นเสี่ยวชิงหลงบินกลับเข้าไปในอกเสื้อฉินปู้อี้ ถึงค่อยละสายตาจากมัน เอ่ยว่า

"นั่นคือมังกรเขียวตัวนั้นสินะ ดูองอาจสง่างามจริงๆ"

"ท่านปล่อยให้มันอยู่ข้างนอกแบบนี้ตลอดเลยเหรอ ปกติสัตว์อสูรต้องมีพื้นที่สัตว์อสูรให้อยู่ไม่ใช่เหรอ?"

พื้นที่สัตว์เลี้ยงของระบบย่อมมีอยู่แล้ว แถมยังดีกว่าพื้นที่สัตว์อสูรทั่วไปหลายเท่า

แต่เสี่ยวชิงหลงตั้งแต่เกิดมาก็แทบไม่เคยเข้าไปอยู่เลย แถมยังบอกฉินปู้อี้ชัดเจนว่าไม่ชอบที่นั่น

ฉินปู้อี้เห็นเสี่ยวชิงหลงไม่ชอบ ก็ไม่บังคับ ปล่อยให้อยู่ข้างนอกตามใจชอบ

ปกติงานอดิเรกของเสี่ยวชิงหลงคือนอนหลับเงียบๆ เหมือนรอยสักอยู่บนตัวฉินปู้อี้...

ถ้าฉินปู้อี้ไม่ปลุกมาสู้กับอู่เฉียนคุน ก็คงหลับยาวไม่รู้ตื่นเมื่อไหร่

......

หลังจากฉินปู้อี้พาหลานหลิงหลงออกจากเมืองหลวง ก็บินตรงไปยังทิศทางของเทือกเขาคุนหลุน

ระหว่างทาง ฉินปู้อี้ไม่ได้ปิดบังกลิ่นอายของตัวเองเลยแม้แต่น้อย

เขาบินอย่างเปิดเผยราวกับกลัวคนอื่นไม่รู้ว่าจะไปเทือกเขาคุนหลุน

หลานหลิงหลงตกตะลึงกับการกระทำของฉินปู้อี้ อยากจะพูดอะไรบางอย่าง

แต่พอนึกถึงตอนโดนฉินปู้อี้ตอกหน้าหงาย ก็กลืนคำพูดลงคอไป

สองชั่วยามต่อมา ฉินปู้อี้มองเห็นสำนักคุนหลุนที่คุ้นเคยอยู่เบื้องล่าง จึงค่อยๆ ร่อนลงจอด

หลานหลิงหลงบินตามลงมา มองฉินปู้อี้ด้วยความสงสัย อยากรู้ว่าเขาจะมาไม้ไหน

ไม่เหมือนสองครั้งก่อน ครั้งนี้ฉินปู้อี้ชักดาบสังหารออกมา แล้วฟันใส่สำนักคุนหลุนเต็มแรง

"ตูม!"

เสียงระเบิดดังสนั่น รอยดาบขนาดใหญ่พาดผ่านกลางสำนักคุนหลุน

"ใครบังอาจมาก่อเรื่องในสำนักคุนหลุน!"

เสียงตวาดดังมาจากภายในสำนัก ร่างของผู้ฝึกตนระดับฮว่าเสินระยะแรกบินพุ่งออกมา

ฉินปู้อี้เก็บดาบสังหารเข้าฝัก ชี้นิ้วชี้ขวาไปที่ร่างนั้น

"สังหาร · แดนมรณะ!"

แสงสลัวรวมตัวกันที่ปลายนิ้วชี้ของฉินปู้อี้ พริบตาเดียวก็กลายเป็นลำแสงขนาดเท่านิ้วมือพุ่งเข้าใส่อีกฝ่าย

"ไอ้พวกไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง จะบอกให้..."

ยังพูดไม่ทันจบ รูเลือดขนาดเท่านิ้วมือก็ปรากฏขึ้นที่หน้าผากของผู้ฝึกตนคนนั้น ร่างที่ลอยอยู่กลางอากาศร่วงหล่นลงมาทันที

"ตุบ!"

ศพกระแทกพื้น ฝุ่นตลบฟุ้ง

หลานหลิงหลงยืนมองฉินปู้อี้ฆ่าระดับฮว่าเสินระยะแรกได้ง่ายดายเหมือนเชือดไก่ ในใจปั่นป่วนดุจคลื่นลูกใหญ่

นางเพิ่งจะผ่านการฝึกฝนอย่างหนักจนทะลวงระดับขึ้นสู่ขั้นฮว่าเสินระยะแรกมาได้ไม่นาน ฝีมือยังด้อยกว่าคนที่ฉินปู้อี้เพิ่งฆ่าไปเสียอีก

หลังจากทะลวงระดับได้ นางภูมิใจในตัวเองมาก แต่พอมาเห็นฝีมือของฉินปู้อี้ ความภูมิใจและความมั่นใจเหล่านั้นก็มลายหายไปสิ้น

เพียงแต่นางลืมข้อสำคัญไปอย่างหนึ่ง นั่นคือคู่ต่อสู้ของฉินปู้อี้ในตอนนี้ ล้วนเป็นยอดฝีมือระดับท็อปของดาวบลูสตาร์ การฆ่าระดับฮว่าเสินระยะแรกได้ในพริบตาจึงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเขา

หลังจากระดับฮว่าเสินระยะแรกตายไป สำนักคุนหลุนก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด ผ่านไปพักใหญ่ก็ไม่มีใครกล้าโผล่หัวออกมาอีก

ฉินปู้อี้ปล่อยจิตสัมผัสครอบคลุมทั่วทั้งสำนักคุนหลุน ศิษย์ในสำนักต่างตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว

ในบรรดาศิษย์เหล่านั้น ฉินปู้อี้สะดุดตากับกลุ่มคนที่แต่งกายแตกต่างจากคนอื่น และในกลุ่มนั้น เขาเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย

จิตสัมผัสอันทรงพลังดึงตัวคนคนนั้นออกมาจากกลุ่มเพื่อนทันที มาปรากฏตัวตรงหน้าฉินปู้อี้

ฉินปู้อี้ถามคนตรงหน้า "บอกมา ตอนนี้ใครเป็นคนดูแลสำนักคุนหลุน?"

หล่างเย่กำลังอยู่กับกลุ่มศิษย์สายตรงคนอื่นๆ จู่ๆ ภาพตรงหน้าก็พร่ามัว

พอมองเห็นชัดอีกที เขาก็เห็นชายหนุ่มที่เหมือนปีศาจร้ายที่ตามหลอกหลอนในฝัน

ครั้งแรกที่เจอชายคนนี้ เขาถูกทุบจนสลบ ตื่นมารองเจ้าสำนักตาย สำนักถูกปล้นเกลี้ยง

ทำให้คนทั้งสำนักต้องอดมื้อกินมื้อมานาน เขาเกือบโดนปลดจากศิษย์สายตรง ดีที่ยอมจ่ายหินวิญญาณก้อนโตวิ่งเต้นจนรักษาตำแหน่งไว้ได้

ครั้งที่สองที่เจอ เขาโดนทุบสลบอีก ตื่นมาผู้บริหารระดับสูงตายเรียบ

แถมเสบียงที่เพิ่งส่งมาก็โดนปล้นไปจนเกลี้ยง

นี่เป็นครั้งที่สามที่เจอชายคนนี้ คำถามเดิมๆ ดังขึ้นอีกครั้ง หล่างเย่อยากจะบอกว่าไม่รู้

แต่รักชีวิตยิ่งชีพ ร่างกายของหล่างเย่จึงตอบออกไปอย่างซื่อสัตย์ว่า "คนที่ดูแลเพิ่งถูกท่านฆ่าไปเมื่อกี้ ตอนนี้ไม่มีคนดูแลแล้วครับ"

พูดจบ หล่างเย่ก็แข้งขาอ่อน ทรุดฮวบลงกับพื้น แสดงความขี้ขลาดตาขาวต่อหน้าคนทั้งสำนักขนาดนี้ อนาคตในสำนักคุนหลุนของเขาคงจบเห่แล้ว

วินาทีนี้หล่างเย่รู้สึกเหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งกันชัดๆ...

ทำไมต้องให้เขามาเจอกับปีศาจร้ายคนนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วย...

จบบทที่ บทที่ 46 เยือนสำนักคุนหลุนครั้งที่สาม

คัดลอกลิงก์แล้ว