เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 หมาป่าสิ้นชีพ สัตว์เป่ยหลบหนี!

บทที่ 16 หมาป่าสิ้นชีพ สัตว์เป่ยหลบหนี!

บทที่ 16 หมาป่าสิ้นชีพ สัตว์เป่ยหลบหนี!


จากข้อมูลที่ได้ ราชันสัตว์เป่ยอยู่ใกล้เขาที่สุด และยังเป็นราชันอสูรที่อ่อนแอที่สุดในสามตัวนี้ด้วย

ในหัวของเขานึกถึงคำพูดของเจ้างูพิษเขียวตัวนั้น ที่บอกว่าราชันสัตว์เป่ยและราชันหมาป่านั้นตัวติดกันแทบไม่ห่าง

แต่ไม่รู้ทำไมเมื่อเร็วๆ นี้ มันถึงแยกตัวออกจากฝูงหมาป่า แล้วย้ายออกมาอยู่ตัวเดียวตามลำพัง

"เอาตัวนี้แหละ"

เมื่อตัดสินใจได้ ฉินปู้อี้ก็เหาะตรงไปยังถ้ำของราชันสัตว์เป่ย

หลังจากบินข้ามหนองน้ำแห่งหนึ่ง ก็มาถึงที่ตั้งถ้ำของราชันสัตว์เป่ย

จะเรียกว่าถ้ำก็คงไม่ถูกนัก จริงๆ แล้วมันคือโพรงภูเขาขนาดใหญ่ที่ได้รับการตกแต่งตามรสนิยมของเผ่าอสูร

ด้านบนเจาะช่องใหญ่ๆ ไว้หลายช่องเพื่อให้แสงส่องเข้ามา

ภายในปูพื้นด้วยหนังสัตว์ และประดับประดาด้วยโครงกระดูกสัตว์อสูรต่างๆ

ในสายตาของเผ่าอสูร นี่คงถือเป็นถ้ำที่หรูหราอลังการ

ฉินปู้อี้มองดูถ้ำสไตล์ยุคหินจากกลางอากาศพลางส่ายหน้า เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ค่อยจะอินกับรสนิยมของเผ่าอสูรสักเท่าไหร่

เขากระชับดาบซาเซิงแล้วเดินเข้าไปในถ้ำ ภายในกว้างขวางมาก ขนาดประมาณสองถึงสามสนามฟุตบอลเห็นจะได้

"ใคร? มนุษย์?" เสียงแหบพร่าเย็นยะเยือกดังเข้าหูฉินปู้อี้

กลางถ้ำมีสัตว์อสูรตัวหนึ่ง ขาหน้าสั้น ขาหลังยาว รูปร่างหน้าตาเหมือนหมาป่าแทบทุกระเบียดนิ้ว ยกเว้นช่วงขา

ดวงตาสีแดงก่ำของมันกำลังจ้องเขม็งมาที่ฉินปู้อี้

สัตว์เป่ยคือหมาป่ากลายพันธุ์ มีนิสัยเจ้าเล่ห์และโหดเหี้ยม เนื่องจากขาหน้าสั้นกุด ในวัยเด็กจึงไม่อาจหาอาหารเองได้ ต้องพึ่งพาอาศัยฝูงหมาป่าถึงจะอยู่รอด

"เคร้ง!"

ไม่พูดพร่ำทำเพลง ฉินปู้อี้ชักดาบซาเซิงฟันเข้าที่คอของราชันสัตว์เป่ยทันที

"มนุษย์ระดับหยวนอิงขั้นกลางกระจอกๆ กล้าบุกมาถึงนี่ รนหาที่ตาย!"

"วิชาเป่ย: เสียงเสน่ห์!"

ปากของราชันสัตว์เป่ยส่งเสียงครางครวญชวนเคลิบเคลิ้ม น้ำเสียงเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ ทำให้จิตใจเตลิดเปิดเปิง

"ตัวเมียเหรอเนี่ย?"

ฉินปู้อี้เพิ่งสังเกตเห็นว่าราชันสัตว์เป่ยตัวนี้เป็นตัวเมีย เลยมองดูด้วยความสงสัยอยู่สองสามที

ส่วนเสียงครวญครางชวนฝันนั่น ถ้าเปลี่ยนเป็นสาวงามล่มเมืองมาทำเสียงแบบนี้ อาจจะรู้สึกอะไรบ้าง

แต่พอต้องมาเจอกับสัตว์อสูรขนปุกปุย ฉินปู้อี้กลับไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิดเดียว

เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วเพิ่มแรงฟันดาบลงไปอีก

"ฉึก!"

คมดาบฝังลึกเข้าไปในลำคอของราชันสัตว์เป่ย ทิ้งรอยแผลลึกจนเห็นกระดูก

"เจ้า.. เจ้า.. ไม่ได้รับผลกระทบเลยรึ?"

ราชันสัตว์เป่ยจ้องมองฉินปู้อี้ด้วยความตกตะลึง

ฉินปู้อี้ไม่สนใจความตกใจของมัน เขาเงื้อดาบซาเซิงฟันใส่อีกครั้ง

ราชันสัตว์เป่ยรีบถอยหนี เลือดที่ไหลรินออกจากคอคอยย้ำเตือนว่า มนุษย์ผู้นี้ไม่ง่าย หากประมาทเพียงนิดเดียวอาจถึงตาย

โดยธรรมชาติสัตว์เป่ยไม่ถนัดการต่อสู้ มักทำหน้าที่เป็นกุนซือในฝูงหมาป่า แม้จะบรรลุถึงระดับหยวนอิงขั้นปลายแล้วก็ตาม

วิธีการต่อสู้ก็มีแค่การใช้มนต์เสน่ห์ ยั่วยวน ให้ศัตรูตกอยู่ในภวังค์ แล้วค่อยสังหาร

เมื่อท่าไม้ตายใช้ไม่ได้ผลกับฉินปู้อี้ ในใจของนางก็เริ่มคิดหาทางหนีทีไล่แล้ว

"ซาเซิง: ถูลู่ (สังหารหมู่)!"

ฉินปู้อี้ถีบตัวพุ่งเข้าหา ดาบซาเซิงสั่นสะเทือนด้วยความเร็วสูงฟันเข้าใส่ราชันสัตว์เป่ย

"มนุษย์ผู้นี้เร็วนัก!"

แม้ราชันสัตว์เป่ยจะพยายามหลบสุดชีวิต แต่ความเร็วของนางยังเป็นรองฉินปู้อี้ ทำได้แค่หลบจุดตายเท่านั้น

ดาบซาเซิงฟันเข้าที่ขาหน้าของราชันสัตว์เป่ยอย่างจัง

"ฉับ!"

คมดาบวาดผ่าน ขาหน้าทั้งสองข้างของราชันสัตว์เป่ยขาดกระเด็นตกลงพื้น

"เอ๋ง!"

ราชันสัตว์เป่ยกรีดร้องลั่นถ้ำด้วยความเจ็บปวดจากการสูญเสียขาหน้า

นางไม่มีใจจะสู้อีกต่อไป ดวงตาสีแดงฉายแววอาฆาตมองฉินปู้อี้

ราวกับจะจดจำมนุษย์ผู้นี้ลงไปในกระดูกดำ แล้วหันหลังวิ่งหนีออกจากถ้ำ

ฉินปู้อี้ไล่ตามไปติดๆ พอพ้นปากถ้ำ เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาโจมตีเขาด้วยความเร็วสูง

"เปรี้ยง!"

ดาบซาเซิงถูกยกขึ้นมากันไว้ได้ทัน แรงปะทะมหาศาลส่งผ่านตัวดาบมาถึงแขน ฉินปู้อี้ต้องถอยหลังไปหลายก้าวถึงจะทรงตัวอยู่

เบื้องหน้าคือหมาป่ายักษ์สูงสามเมตร ยาวห้าเมตร จ้องมองฉินปู้อี้ด้วยสายตาอำมหิต

"เจ้ามนุษย์ บังอาจทำร้ายเป่ยเอ๋อร์สุดที่รักของข้า ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ"

เวลานี้ราชันสัตว์เป่ยยืนอยู่ข้างกายราชันหมาป่า กล่าวด้วยความเคียดแค้น "ท่านพี่ เจ้ามนุษย์ผู้นี้แหละเจ้าค่ะ ต้องแล่เนื้อเถือหนังมันให้สาสมกับความแค้นของข้า!"

มองดูคู่รักอสูรที่ยืนเคียงข้างกัน ฉินปู้อี้กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกเปี่ยมจิตสังหาร "ดีเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาตามหา ส่งพวกเจ้าไปลงนรกพร้อมกันซะเลย"

ราชันหมาป่าตะโกนก้อง "สามหาว! วันนี้คือวันตายของเจ้า"

"มีคนพูดแบบนี้กับข้าตั้งเยอะแยะ สุดท้ายก็ตายกันหมด นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินสัตว์เดรัจฉานพูดแบบนี้ เจ้าคิดว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานแค่ไหน? หนึ่งเค่อ (15 นาที) พอไหม?"

พูดจบ ฉินปู้อี้ก็เปิดฉากโจมตี แทงดาบซาเซิงเข้าใส่ดวงตาของราชันสัตว์เป่ย

"กล้ารึ!"

ราชันหมาป่าคำรามลั่น อ้าปากกว้างหมายขย้ำฉินปู้อี้

"อยากตายนักใช่ไหม งั้นก็ส่งเจ้าไปก่อน แล้วค่อยส่งนังเป่ยเอ๋อร์อะไรนั่นตามไปทีหลัง" ฉินปู้อี้ตะโกน

"ซาเซิง: ถูลู่ (สังหารหมู่)!"

ดาบซาเซิงสั่นสะเทือนด้วยความเร็วสูงจนดูเหมือนหยุดนิ่งอยู่ในมือฉินปู้อี้

นี่คือสิ่งที่เขาเรียนรู้จากการสังเกตดาบซาเซิงสำแดงเดชที่ตระกูลถัง

การเพิ่มความถี่ในการสั่นสะเทือนจนเกินขีดจำกัดที่ตาเปล่าจะมองเห็น ทำให้เกิดภาพลวงตาว่าดาบนิ่งสนิท

"อันตราย!"

ราชันหมาป่ารูม่านตาหดเกร็ง มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความตายจากดาบเล่มนั้น หากรับมือพลาดเพียงนิดเดียว อาจบาดเจ็บสาหัสได้

"ฟัน!" ฉินปู้อี้ตะโกน

"ฉึก!"

คมดาบแทงทะลุท้องราชันหมาป่า เลือดสาดกระเซ็น ผ่านชั้นขนและกล้ามเนื้อที่กำลังบิดเกร็ง มองเห็นลำไส้ภายในได้อย่างเลือนราง

"โฮก!"

ความเจ็บปวดที่ท้องทำให้ราชันหมาป่าร้องโหยหวนไม่หยุด

"ซาเซิง: จูเจวี๋ย (ประหารสิ้นสูญ)!"

จันทร์เสี้ยวจากดาบซาเซิงครอบคลุมร่างมหึมาของราชันหมาป่าไว้ทั้งตัว

"ฉึก!" "เคร้ง!" "ฉึก!"

"เคร้ง!" "เคร้ง!"...

เมื่อจันทร์เสี้ยวจางหาย ขนสวยเงางามของราชันหมาป่าบัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยเลือด

เลือดไหลนองลงตามตัว ปลุกสัญชาตญาณดิบให้ตื่นขึ้น ราชันหมาป่ากระโจนเข้าใส่ฉินปู้อี้อย่างบ้าคลั่ง

"วิชาหมาป่า: เทียนหลางซื่อซิน (หมาป่าสวรรค์กลืนใจ)!"

ปากที่กว้างพอจะกลืนวัวทั้งตัวได้ บัดนี้อ้ากว้างยิ่งกว่าเดิม ราวกับจะกลืนกินฉินปู้อี้เข้าไปทั้งตัว

เขี้ยวคมกริบเปล่งแสงสีแดงฉาน กัดลงมาอย่างดุดัน

ฉินปู้อี้ไม่หลบเลี่ยง กระชับดาบซาเซิงพุ่งสวนเข้าไปตรงๆ

"ซาเซิง: ถูลู่ (สังหารหมู่)!"

"กึ้ก!"

เขี้ยวของราชันหมาป่าขบลงบนใบดาบซาเซิง เกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบ

"ย้าก!"

ฉินปู้อี้คำราม รวบรวมพลังทั้งร่างส่งไปที่ตัวดาบ แรงกดดันเพิ่มขึ้นมหาศาลในพริบตา

"ตูม!"

ในการปะทะซึ่งหน้า ฉินปู้อี้ใช้ดาบซาเซิงซัดราชันหมาป่ากระเด็นไปไกลกว่าสิบเมตร

ยังไม่ทันที่ราชันหมาป่าจะลุกขึ้น การโจมตีระลอกใหม่ก็มาถึงตัว

"ซาเซิง: จูเจวี๋ย (ประหารสิ้นสูญ)!"

จันทร์เสี้ยวขนาดใหญ่กว่าตัวราชันหมาป่าปรากฏขึ้นอีกครั้ง

"ฉึก!" "ฉึก!"

"ฉึก!"...

เสียงคมมีดเฉือนเนื้อดังขึ้นต่อเนื่อง

เมื่อจันทร์เสี้ยวจางหาย ร่างของราชันหมาป่าพรุนเหมือนตะแกรง รูเลือดปรากฏทั่วร่างใหญ่โต

เลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุด ร่างของราชันหมาป่าโอนเอนราวกับเทียนไขต้องลม

"ซาเซิง: ถูลู่ (สังหารหมู่)!"

ดาบที่สั่นสะเทือนด้วยความเร็วสูงฟันเข้าที่คอของราชันหมาป่า

"ฉับ!"

หัวหมาป่าร่วงหล่นลงพื้น สายตาเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ ราวกับตั้งคำถามว่าทำไมระดับหยวนอิงขั้นสมบูรณ์อย่างมัน ถึงแพ้ให้กับมนุษย์ระดับหยวนอิงขั้นกลาง

ในการต่อสู้ระดับเดียวกัน สัตว์อสูรมักได้เปรียบเสมอ พลังการต่อสู้เหนือกว่ามนุษย์เห็นๆ แต่ทำไมถึงเป็นแบบนี้...

ฉินปู้อี้เดินไปที่หัวหมาป่า แล้วเอ่ยเบาๆ ว่า "อ่อนแอจริงๆ นึกว่าจะอยู่ได้สักเค่อ (15 นาที) ที่ไหนได้ แค่ครึ่งเค่อยังไม่ถึงเลย"

"ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวเป่ยเอ๋อร์ของเจ้าจะตามไปอยู่เป็นเพื่อนเร็วๆ นี้แหละ"

เมื่อได้ยินคำพูดเชือดเฉือนใจ แววตาของราชันหมาป่าก็ดับวูบลงโดยสมบูรณ์

【ติ๊ง! สังหารราชันหมาป่า รางวัลค่าสถานะ 10 แต้ม ถูกส่งมอบแล้ว】

ตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ ราชันสัตว์เป่ยก็อาศัยจังหวะชุลมุนหนีไปไกลลิบแล้ว โดยไม่สนใจความเป็นตายของสามีเลยแม้แต่น้อย

หลังจากเติมค่าสถานะลงในระดับการบำเพ็ญเพียร ฉินปู้อี้ก็แกะรอยเลือดไล่ล่าราชันสัตว์เป่ยต่อไป

จบบทที่ บทที่ 16 หมาป่าสิ้นชีพ สัตว์เป่ยหลบหนี!

คัดลอกลิงก์แล้ว