- หน้าแรก
- ระบบที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า
- บทที่ 17 ราชันหมีพิโรธ
บทที่ 17 ราชันหมีพิโรธ
บทที่ 17 ราชันหมีพิโรธ
ไม่นานนัก ฉินปู้อี้ก็ไล่ตามราชันสัตว์เป่ยที่กำลังหนีหัวซุกหัวซุนทัน
เขากระชับดาบซาเซิงมั่น เร่งความเร็วพุ่งเข้าหาแล้วตวัดดาบฟันใส่ราชันสัตว์เป่ย
"บัดซบ! เจ้าหมาป่าโง่นั่น ฆ่ามันไม่ได้งั้นรึ!"
ราชันสัตว์เป่ยเหลือบเห็นฉินปู้อี้ไล่หลังมาติดๆ ราวกับเห็นยมทูตมาทวงวิญญาณ นางสบถด่าเสียงเบา
"วิชาเป่ย: ตัวตายตัวแทน!"
"ฉับ!"
คมดาบฟันผ่านร่างของราชันสัตว์เป่ย กลุ่มควันระเบิดออกกลางอากาศ เมื่อควันจางหาย ที่พื้นเหลือเพียงหางท่อนหนึ่งตกอยู่
"อั้ก! ทำไมจู่ๆ ไอ้มนุษย์บ้านี่ถึงเก่งขึ้นผิดหูผิดตา!"
หลังจากสังหารราชันหมาป่า แต้มสถานะที่ได้รับทำให้ฉินปู้อี้แข็งแกร่งขึ้นอีกขั้น
แม้ราชันสัตว์เป่ยจะไหวตัวทัน แต่ก็ยังหลบคมดาบนี้ไม่พ้นทั้งหมด
ดาบซาเซิงฝากรอยแผลยาวพาดผ่านกลางหลังของนาง
"ซาเซิง: ถูลู่ (สังหารหมู่)!"
เสียงของฉินปู้อี้ในหูของราชันสัตว์เป่ยตอนนี้ ช่างน่าสะพรึงกลัวราวกับปีศาจจากขุมนรก
"ฉึก!"
คมดาบกรีดผ่านหน้าท้องของราชันสัตว์เป่ย ผ่าท้องจนเปิดอ้า เลือดสดๆ พุ่งกระฉูด
ราชันสัตว์เป่ยมองลำไส้ที่ไหลออกมา นางกัดฟันกรอดตัดสินใจเด็ดขาด "เจ้ามนุษย์ ข้าจำเจ้าไว้แล้ว! สักวันข้าจะกลับมาแล่เนื้อเจ้าเป็นหมื่นชิ้น!"
"วิชาเป่ย: ลี้ภัยพันลี้!"
นางรีดโลหิตบริสุทธิ์จากหัวใจออกมาเผาผลาญเพื่อใช้วิชาหนีตาย แม้จะทำให้พลังชีวิตเสียหายอย่างหนัก แต่ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ นางไม่มีทางเลือก
"ฟุ่บ!"
ความเร็วของราชันสัตว์เป่ยเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า ร่างของนางหายวับไปจากสายตาฉินปู้อี้อย่างรวดเร็ว
ฉินปู้อี้ไม่ได้ร้อนรน เขาค่อยๆ เหาะตามรอยเลือดไปอย่างใจเย็น ราวกับแมวไล่จับหนู
หนึ่งก้านธูปผ่านไป ฉินปู้อี้ก็เห็นราชันสัตว์เป่ยที่ความเร็วตกวูบอีกครั้ง
เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นข้างหูนาง "ไม่ต้องรอสักวันหรอก วันนี้เคลียร์ให้จบๆ ไปเลยดีกว่า"
ราชันสัตว์เป่ยมองฉินปู้อี้ที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ วิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
"ทำไม... ทำไมถึงตามมาทันเร็วขนาดนี้" สมองนางขาวโพลนไปหมด
นางพยายามข่มความกลัว ก้มหน้าก้มตาบินหนีต่อไป
"พี่หมี ช่วยข้าด้วย!"
นางตะโกนลั่นขณะบินหนี
"ใคร?" เสียงทุ้มต่ำดังมาจากเบื้องหน้า
หมีดำยักษ์สูงห้าเมตร ลำตัวกว้างสองเมตร เดินออกมาจากป่า
"ที่รัก ช่วยข้าด้วย!" ราชันสัตว์เป่ยร้องเรียกอย่างร้อนรน
จะไม่ให้ร้อนรนได้ยังไง ในเมื่อมัจจุราชไล่ตามมาติดๆ ตอนนี้มีฟางเส้นสุดท้ายมาให้เกาะ นางต้องคว้าไว้ให้แน่นที่สุด
"ใจเย็นๆ มีข้าอยู่ไม่ต้องกลัว"
"เอ๊ะ? มนุษย์ระดับหยวนอิงขั้นกลาง?" ราชันหมีอุทานด้วยความแปลกใจ
เมื่อมองสภาพบาดเจ็บสาหัสของราชันสัตว์เป่ย และกลิ่นอายของราชันหมาป่าที่ติดอยู่บนตัวฉินปู้อี้ ราชันหมีก็พอจะเดาเรื่องราวคร่าวๆ ได้
"หมีดำ? หรือจะเป็นราชันหมีระดับฮว่าเสิน?"
ราชันหมีที่ปรากฏตัวตรงหน้า เนตรสำรวจระบุว่ามีระดับฮว่าเสินขั้นต้น ทำให้ฉินปู้อี้มั่นใจในตัวตนของอีกฝ่ายทันที
เมื่อได้ยินสรรพนามที่ราชันสัตว์เป่ยเรียกราชันหมี ภาพราชันหมาป่าที่ตายไปก็ผุดขึ้นในหัว ฉินปู้อี้อดคิดไม่ได้ว่า
'ไม่รู้ว่าเจ้าหมาป่าที่ตายไป จะรู้ตัวไหมว่าบนหัวมีหมวกเขียวใบเบ้อเริ่มสวมอยู่ วิ่งเล่นอยู่ในทุ่งหญ้าเขียวขจีอย่างมีความสุข'
เห็นท่าทีราชันหมีที่พร้อมออกหน้าแทนราชันสัตว์เป่ย ฉินปู้อี้เริ่มตั้งคำถามกับรสนิยมของเผ่าอสูรอีกครั้ง
'วงการอสูรนี่มันมั่วซั่วจริงๆ...' เขาอดบ่นในใจไม่ได้
สลัดความคิดไร้สาระทิ้งไป มองดูราชันสัตว์เป่ยที่ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ฉินปู้อี้แผ่จิตสังหารพลางกล่าว "มีเจ้าแล้วไง? วันนี้ต่อให้ยมบาลมาเองก็ช่วยนางไม่ได้"
"ซาเซิง: ถูลู่ (สังหารหมู่)!"
เขาเร่งความเร็วพุ่งเข้าใส่ ดาบซาเซิงที่สั่นสะเทือนด้วยความเร็วสูงฟันลงที่คอของราชันสัตว์เป่ย
"เจ้ามนุษย์ บังอาจ! รนหาที่ตาย!" ราชันหมีคำรามลั่น
"พี่หมี ช่ว..."
"ฉับ!"
ยังไม่ทันสิ้นเสียงราชันสัตว์เป่ย คมดาบก็บั่นคอของนางขาดกระเด็น
หัวของราชันสัตว์เป่ยกลิ้งหลุนๆ ลงพื้น ฉินปู้อี้มองหัวนั้นแล้วถามอย่างสงสัย "หรือว่าเจ้าจะเป็นนางบำเรอแห่งวงการอสูรกันนะ?"
【ติ๊ง! สังหารราชันสัตว์เป่ย รางวัลค่าสถานะ 10 แต้ม ถูกส่งมอบแล้ว】
หลังจากเติมค่าสถานะลงในระดับการบำเพ็ญเพียร ข้อมูลส่วนตัวของฉินปู้อี้ในปัจจุบัน:
ชื่อ: ฉินปู้อี้ กายาเทียนฮวง · ขั้นต้น เพิ่มค่าสถานะทุกด้าน 5% ระดับการบำเพ็ญเพียร: ระดับสาม · หยวนอิง ขั้นปลาย (89/100) พละกำลัง: 89 ความเร็ว: 89 ความอึด: 89 พลังโจมตี: 89 พลังป้องกัน: 89 วาสนา: 89 ...... ดาบซาเซิง · ระดับสาม (89/100) พลังโจมตี: 89 เพลงดาบซาเซิง · ระดับสอง (50/50 · ขาดส่วนต่อขยาย ไม่สามารถทะลวงด่าน) พลังโจมตี: 50
ด้วยแต้มสถานะจากการสังหารราชันสัตว์เป่ย ฉินปู้อี้ทะลวงสู่ระดับหยวนอิงขั้นปลาย
"เจ้ามนุษย์ เจ้าทำให้ข้าโกรธแล้ว! ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ!" ราชันหมีคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด
"วิชาหมี: ซานเปิงตี้เลี่ย (ภูเขาถล่มแผ่นดินทลาย)!"
แสงสีเหลืองดินรวมตัวกันที่อุ้งเท้าหมีทั้งสองข้าง ราชันหมียกอุ้งเท้าขึ้นสูงแล้วตะปบใส่ฉินปู้อี้เต็มแรง
"เคร้ง!"
ฉินปู้อี้ไม่คิดปะทะตรงๆ เขาใช้ดาบซาเซิงปัดป้อง แล้วอาศัยแรงจากการโจมตีของราชันหมีดีดตัวหลบไปด้านข้าง
"ตูม!" เสียงดังสนั่น
อุ้งเท้าหมีกระแทกพื้น เกิดหลุมยักษ์ลึกสองจ้าง
"สมกับเป็นสัตว์อสูรระดับฮว่าเสิน การโจมตีนี้ต่อให้เป็นหยวนอิงขั้นสมบูรณ์ ถ้าโดนเข้าไปคงเละเป็นโจ๊ก"
ฉินปู้อี้มองหลุมยักษ์พลางคิดในใจ
"เอ๊ะ? หลบได้งั้นรึ" ราชันหมีแปลกใจ
"วิชาหมี: ฟานซาน (พลิกภูเขา)!"
อุ้งเท้าทั้งสองจิกเขาไปในดิน
"โฮก!"
ราชันหมีคำรามลั่น งัดก้อนดินหินขนาดมหึมารัศมีสามจ้างขึ้นมาจากพื้น
ด้วยพลังของราชันหมี ดินและหินเหล่านั้นจับตัวกันแน่นเป็นก้อนกลมดิกรวดเร็ว
"ไป!"
ก้อนหินยักษ์ราวกับภูเขาลูกย่อมๆ ถูกขว้างใส่ฉินปู้อี้อย่างแรง
"แย่แล้ว!"
ฉินปู้อี้อุทาน เร่งความเร็วสูงสุดถึงจะหลบการโจมตีได้แบบเฉียดฉิว
"ฟุ่บ!"
ก้อนหินยักษ์เฉียดผ่านร่างเขาไป แล้วระเบิดออกในระยะไกล
"ตูม!" พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
จุดที่ก้อนหินตกกลายเป็นหลุมลึกรัศมีสิบจ้าง
ฉินปู้อี้มองการโจมตีที่ "เฉียดตาย โดนเจ็บหนัก" นี้ด้วยความปวดหัว
จากการต่อสู้เมื่อครู่ ฉินปู้อี้มองออกว่าจุดอ่อนของราชันหมีคือความเร็ว
"ปะทะตรงๆ ไม่ได้ ต้องเล่นงานจุดอ่อนเท่านั้นถึงจะมีโอกาสชนะ" ฉินปู้อี้คิด
"ซาเซิง: ถูลู่ (สังหารหมู่)!"
ฉินปู้อี้เปิดฉากบุกด้วยดาบซาเซิง
"วิชาหมี: ซานเปิงตี้เลี่ย (ภูเขาถล่มแผ่นดินทลาย)!"
"เคร้ง!" "เคร้ง!"
"เปรี้ยง!" "เปรี้ยง!"
"ฉึก!"...
ผ่านไปหลายสิบกระบวนท่า ราชันหมีตะโกนอย่างหัวเสีย "เจ้ามนุษย์ เจ้าดีแต่หลบหัวซุกหัวซุนรึไง?"
ฉินปู้อี้มองราชันหมีด้วยสายตาเหมือนมองคนปัญญาอ่อน แล้วเยาะเย้ย "เจ้าโง่!"
"เจ้าอยากตายนักใช่ไหม!"
คำดูถูกของฉินปู้อี้ทำให้ราชันหมีสติขาดผึง
"วิชาหมี: ซุ่ยสือ (ทลายหิน)!"
"ปัง!"
อุ้งเท้าหมีตบใส่หินก้อนใหญ่ข้างตัว หินก้อนนั้นแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
"ดูซิว่าคราวนี้จะหนียังไง!"
"ไป!"
ราชันหมีผลักฝ่ามือออกไป เศษหินคมกริบนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่ฉินปู้อี้ราวกับห่าฝน
"ซาเซิง: จูเจวี๋ย (ประหารสิ้นสูญ)!"
จันทร์เสี้ยวจากดาบซาเซิงก่อตัวขึ้นเป็นเกราะป้องกันด้านหน้าฉินปู้อี้
"เคร้ง!" "เคร้ง!"
"เคร้ง!" "ฉึก"
...
เมื่อจันทร์เสี้ยวจางหาย เลือดสดๆ ไหลรินจากร่างฉินปู้อี้
ด้วยระดับพลังที่ห่างชั้นกันหนึ่งขั้นใหญ่ แม้ฉินปู้อี้จะทุ่มสุดตัว แต่ก็ยังมีเศษหินสามก้อนที่หลบไม่พ้น
ก้อนที่อันตรายที่สุดเฉียดขมับไป ส่วนอีกสองก้อน กระแทกเข้าที่ท้องและหน้าอก ทิ้งรูเลือดไว้สองรู
ฉินปู้อี้มองดูบาดแผลที่มีเลือดไหลซึมด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่ได้บาดเจ็บ
"เจ้ามนุษย์ หลบอีกสิ ฮ่าๆ"
ราชันหมีเห็นฉินปู้อี้บาดเจ็บก็หัวเราะด้วยความสะใจ
"วิชาหมี: ซุ่ยสือ (ทลายหิน)!"
เมื่อเห็นราชันหมีใช้มุกเดิม ครั้งนี้ฉินปู้อี้ไม่เลือกที่จะต้านรับ แต่หันหลังบินหนีเข้าป่าลึกทันที
"ฟุ่บ!" "ฟุ่บ!"
"ฟุ่บ!"...
เศษหินที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูงพลาดเป้า ไปกระแทกต้นไม้และพื้นดินจนเป็นหลุมพรุน
"เจ้ามนุษย์ แน่จริงอย่าหนีสิวะ! ถ้าจับได้ข้าจะถลกหนังเลาะเอ็นเจ้า!"
ราชันหมีตะโกนไล่หลัง แล้วเหาะตามฉินปู้อี้ไป
ร่างมหึมาทำให้การเคลื่อนไหวดูเทอะทะ หลังจากไล่กวดไปพักหนึ่ง ก็ทำได้แค่มองดูฉินปู้อี้หายลับไปจากสายตา
"มนุษย์บัดซบ! อย่าให้เจออีกนะ!"
ราชันหมีหยุดยืนด่าทอฉินปู้อี้อยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นจึงหันหลังบินกลับไปยังอาณาเขตของตน
ระหว่างทาง
"ซาเซิง: ถูลู่ (สังหารหมู่)!"
คมดาบอันเย็นยะเยือกและเปี่ยมจิตสังหารปรากฏขึ้นเงียบเชียบที่ด้านหลังราชันหมี
สัมผัสอันตรายแล่นวาบ ราชันหมีไม่คิดว่าฉินปู้อี้จะกล้าย้อนกลับมา อีกทั้งยังผ่อนคลายความระวังตัวไปแล้ว จึงป้องกันไม่ทัน
"ฉึก!"
คมมีดกรีดผ่านแผ่นหลังหมี ทิ้งรอยแผลลึกเห็นกระดูก
ราชันหมีร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด "รนหาที่ตาย!"
แต่เมื่อหันกลับไป ข้างหลังกลับว่างเปล่าไร้เงาคน
หาตัวฉินปู้อี้ไม่เจอ ราชันหมีคำรามด้วยความโกรธอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะระมัดระวังตัวบินกลับอาณาเขต...
"ซาเซิง: จูเจวี๋ย (ประหารสิ้นสูญ)!"
อันตรายมาเยือนจากด้านหลังอีกครั้ง ราชันหมีคำรามลั่น "แม่งเอ๊ย! มาอีกแล้ว ดีแต่ลอบกัดรึไงวะ"
จันทร์เสี้ยวครอบคลุมร่างราชันหมี แต่ครั้งนี้มันเตรียมตัวมาดี จึงไม่ได้รับบาดเจ็บ
แต่ทว่า... ขนที่เคยเงางามนุ่มสลวย หลังจากจันทร์เสี้ยวจางหายไป กลับแหว่งวิ่นราวกับถูกหมาแทะ...
การโจมตีครั้งนี้แม้ไม่สร้างความเสียหายทางกาย แต่ทำลายความภาคภูมิใจในขนสวยๆ ของเผ่าอสูรจนย่อยยับ
เรียกได้ว่า ดาเมจทางกายภาพต่ำ แต่ดาเมจทางจิตใจรุนแรงถึงขีดสุด
หันกลับไปเห็นฉินปู้อี้ยืนมองผลงานศิลปะบนตัวมันอยู่ไกลๆ ด้วยสายตาชื่นชม
ราชันหมีสติแตก ตาแดงก่ำคำรามลั่น "อ๊าก! ไอ้มนุษย์! ข้าจะฆ่าเจ้า! ข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้!"
มันไล่กวดฉินปู้อี้ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิม
หลังไล่จับกันพักใหญ่ ราชันหมีก็ต้องจำยอมดูฉินปู้อี้หายไปจากสายตาอีกครั้ง
"อ๊าก! น่าแค้นนัก! น่าแค้นใจยิ่งนัก!"
ราชันหมีระบายอารมณ์ด้วยการตบต้นไม้ข้างทาง
"ตูม!"
ต้นไม้ใหญ่ขนาดสามคนโอบหักโค่นลงในพริบตา
หลังจากอาละวาดกับต้นไม้จนหนำใจ ราชันหมีก็ออกเดินทางกลับอาณาเขตอีกครั้ง
คราวนี้มันเรียนรู้แล้ว แทบจะเดินหน้าหนึ่งก้าวหันหลังมองสามครั้ง ค่อยๆ กระดึ๊บกลับถิ่นอย่างเชื่องช้า
ตลอดทางไม่โดนโจมตีเลย ทำให้มันเริ่มสงสัย "ไอ้มนุษย์เจ้าเล่ห์นั่นถอดใจไปแล้วหรือ?"
ฉินปู้อี้ไม่มีทางถอดใจแน่นอน เมื่อเห็นความระมัดระวังตัวแจของราชันหมี การลอบโจมตีจากด้านหลังคงไม่ได้ผล
เขาจึงล่วงหน้ามารอที่เส้นทางที่ราชันหมีต้องผ่าน ขุดหลุมพรางขนาดพอดีตัวแล้วกลบเกลื่อนร่องรอยอย่างแนบเนียน
กดพลังและกลิ่นอายจนต่ำที่สุด รอคอยอย่างเงียบเชียบ
เมื่อราชันหมีปรากฏตัวในสายตา และเข้ามาใกล้ระยะโจมตีเรื่อยๆ เขานับถอยหลังในใจ:
"สาม!"
"สอง!"
"หนึ่ง!"
ราชันหมียังคงระแวงระวังเหมือนนกตื่นเกาทัณฑ์ เดินหน้าหันหลังมองตลอดเวลา ไม่เคยคาดคิดว่าภัยร้ายจะพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน
"ซาเซิง: ถูลู่ (สังหารหมู่)!"
ฉินปู้อี้ถีบตัวพุ่งขึ้นจากหลุมราวกับลูกธนูหลุดจากคันศร พุ่งเข้าใส่ราชันหมีอย่างรวดเร็ว
รวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่ดาบซาเซิง ฟันเสยขึ้นจากล่างสู่บน
"ฉึก!"