- หน้าแรก
- เรียลลิตี้ลักพาตัวอลเวง เมื่อผมเล่นนอกบทกับซุปตาร์
- บทที่ 404 หัวหน้าทีมฮาน คุณเปลี่ยนไปนะ
บทที่ 404 หัวหน้าทีมฮาน คุณเปลี่ยนไปนะ
บทที่ 404 หัวหน้าทีมฮาน คุณเปลี่ยนไปนะ
บทที่ 404 หัวหน้าทีมฮาน คุณเปลี่ยนไปนะ
"ชานี้นายซื้อที่ไหน? ชั่งละเท่าไหร่? เดี๋ยวฉันจะไปซื้อบ้าง"
หลังจากฮานเฟยพูดจบ เขาก็ละเลียดจิบชาต่อ ดื่มด่ำไปกับกลิ่นหอมของมันอย่างเต็มที่
ไม่นาน ชาถ้วยเล็กในมือของฮานเฟยก็หมดลง
แต่สวีโม่ก็ยังไม่ยอมบอกว่าซื้อชามาจากที่ไหน
สวีโม่หยิบกระป๋องใส่ชาออกมา แล้วเลื่อนไปตรงหน้าฮานเฟย
"ชานี้... หาซื้อไม่ง่ายหรอกครับ ถ้าหัวหน้าชอบ ผมยกให้กระป๋องนึงเลย"
ได้ยินแบบนั้น ฮานเฟยก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที
คำว่า 'หาซื้อไม่ง่าย' หมายความว่ายังไง? หมายความว่าฉันหาซื้อไม่ได้ หรือฉันไม่มีปัญญาซื้อ?
แม้ทรัพย์สินจะเทียบกับสวีโม่ไม่ได้ แต่รายได้ของฮานเฟยก็ไม่ได้น้อยนิดขนาดนั้น แค่ชาจะไม่มีปัญญาซื้อเชียวเหรอ?
นี่ดูถูกใครอยู่ห๊ะ?
ฮานเฟยขมวดคิ้ว แล้วดันกระป๋องชาที่สวีโม่ให้กลับไป "ใครบอกว่าฉันอยากให้นายยกให้? นายหมายความว่าไง? คิดว่าฉันไม่มีปัญญาซื้อชาพวกนี้รึไง? รีบบอกมาว่าซื้อที่ไหน ชั่งละเท่าไหร่ เดี๋ยวเลิกงานวันนี้ฉันจะไปเหมามาสักหลายชั่ง ฉันล่ะเกลียดขี้หน้าพวกเศรษฐีใหม่อย่างนายที่สุดเลย"
ตอนท้ายเขายังไม่ลืมที่จะเสริมว่า
"ก็แค่ชาต้าหงเผาไม่ใช่เหรอ? จะแพงแค่ไหนกันเชียว? นอกจากต้าหงเผาจากต้นแม่พันธุ์ไม่กี่ต้นบนเขาอู่อี๋ที่ฉันซื้อไม่ไหว ที่เหลือก็แค่เศษเงินน่า"
ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้! นี่มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี!
ชาแค่นี้จะมีราคาเท่าไหร่กันเชียว?
เขาเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้ จะให้มารับของบริจาคแบบนี้ได้ยังไง
สีหน้าของสวีโม่ดูอึดอัดเล็กน้อย
"นี่ก็เด็ดมาจากต้นแม่พันธุ์ไม่กี่ต้นบนเขาอู่อี๋นั่นแหละครับ..."
เหตุผลที่เขาตั้งใจจะยกชาให้ฮานเฟยไปเลยก็เพราะว่าชานี้หาซื้อยากจริงๆ ในท้องตลาดแทบจะหาไม่ได้แล้ว ต้าหงเผาต้นแม่พันธุ์ของแท้ที่หลงเหลืออยู่ล้วนอยู่ในมือนักดื่มชาชั้นเซียนที่ไม่ยอมปล่อยของง่ายๆ พูดตรงๆ ก็คือ มีเงินก็ซื้อไม่ได้ มันเป็นของล้ำค่าที่ประเมินราคาไม่ได้
"อย่ามาล้อเล่น... ต้าหงเผาจากต้นแม่พันธุ์มันหาไม่ได้แล้ว นายจะไปซื้อได้ยังไง? อย่ามาตลก" ฮานเฟยสวนกลับไปโดยไม่รู้ตัว
เขาคิดว่าสวีโม่กำลังอำเขาเล่น
แต่หลังจากสังเกตสีหน้าของสวีโม่ดีๆ ฮานเฟยก็รู้สึกว่าสวีโม่ดูไม่เหมือนคนล้อเล่น... สีหน้าเขาจริงจังมาก
เขาสูดกลิ่นหอมของชาที่อบอวลอยู่ในห้อง แล้วเดาะลิ้มชิมรสหวานที่ยังติดอยู่ที่ปลายลิ้น
ฮานเฟยกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
เขาดื่มชามาก็เยอะ ทั้งดีและเลวปะปนกันไป แต่ชาที่สวีโม่ชงให้นี้ ไม่ว่าจะกลิ่นหรือรสชาติ มันเหนือชั้นกว่าชาทั้งหมดที่เขาเคยดื่มมาอย่างเทียบไม่ติด
หรือว่า นี่จะเป็นต้าหงเผาจากต้นแม่พันธุ์บนเขาอู่อี๋จริงๆ...
เพราะนอกจากชาใน 'ตำนาน' ชนิดนี้แล้ว ก็ไม่น่าจะมีชาตัวไหนที่จะเหนือชั้นกว่าชาอื่นๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบขนาดนี้
มองดูกระป๋องชาบนโต๊ะ ฮานเฟยถามเสียงสั่น "นายไม่ได้ล้อเล่นใช่มั้ย? นี่คือต้าหงเผาจากต้นแม่พันธุ์เขาอู่อี๋จริงๆ เหรอ?"
สวีโม่พยักหน้า "ใช่ครับ ผมไม่ได้ล้อเล่น!"
ฮานเฟย: "w(゚Д゚)w???"
แม้จะไม่เคยดื่มชานี้มาก่อน แต่ฮานเฟยก็เคยได้ยินกิตติศัพท์ของมัน
ต้าหงเผาต้นแม่พันธุ์บนเขาอู่อี๋มีอยู่ทั้งหมดแค่หกต้น ผลผลิตต่อปีไม่ถึงหนึ่งชั่ง
บวกกับที่มีการสั่งห้ามเก็บเกี่ยวไปนานแล้ว ราคาของมันจึงพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ การประมูลครั้งล่าสุดเมื่อนานมาแล้ว ชาเพียงยี่สิบกรัมถูกประมูลไปในราคาสูงลิ่วถึง 208,000 หยวน
คำนวณดูแล้วตกกรัมละหมื่นกว่าหยวน ชาหนึ่งชั่งก็ปาเข้าไปห้าล้านกว่าหยวน ทองคำที่ว่าแพงยังกลายเป็นเด็กๆ เมื่อเทียบกับมัน
ยิ่งไปกว่านั้น ราคาประมูลนี้เป็นเพียงราคาอ้างอิง เพราะการประมูลครั้งล่าสุดก็ผ่านมากว่าสิบปีแล้ว ถ้าตอนนั้นยังขายได้ราคาสูงเสียดฟ้าขนาดกรัมละหมื่น ตอนนี้จะไม่ยิ่งแพงกว่าเดิมเหรอ? อย่าว่าแต่กรัมละหมื่นเลย กรัมละสามหมื่นห้าหมื่นก็เป็นไปได้
ความจริงแล้ว ต่อให้มีเงินตอนนี้ก็อาจจะหาซื้อไม่ได้ด้วยซ้ำ ถึงมีเงินก็ต้องดูว่าคนอื่นยอมขายให้ไหม นี่คือสมบัติที่มีค่าแต่ไม่มีตลาดรองรับ
คิดได้ดังนั้น ฮานเฟยก็อดไม่ได้ที่จะมองดูกองใบชาจำนวนมากที่ลอยอยู่ในกาที่สวีโม่ใช้ชง
นี่ต้องใช้หลายกรัมแน่ๆ... ต่อให้คิดตามราคาประมูลเมื่อสิบปีก่อนที่กรัมละหมื่น ชากานี้ก็ราคาหลายหมื่นหยวนแล้ว
งั้นถ้วยที่ฉันเพิ่งดื่มไปเมื่อกี้... ก็ต้องราคาอย่างน้อยหลายพันหยวนเลยสิ!?
ส่วนราคาของชาทั้งกระป๋องที่สวีโม่เพิ่งเลื่อนมาให้ ฮานเฟยไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าไอ้บบ้านี่จะมีมูลค่าเท่าไหร่?
เขาไม่มีปัญญาซื้อชานี้แน่ๆ และต่อให้มีเงิน เขาก็ไม่มีเส้นสายพอที่จะไปหาซื้อมาได้
ถ้ารู้ว่าชากระป๋องนี้แพงขนาดนี้ เมื่อกี้เขาจะดันกลับไปทำไม? รีบยัดใส่กระเป๋าแล้วเอากลับไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ!
บ้าเอ๊ย พลาดแล้ว!
ถ้าสวรรค์ให้โอกาสอีกครั้ง เขาจะพูดสามคำนั้นแน่นอนว่า: ขอบคุณครับ!
ฮานเฟยในฐานะผู้ประสบเหตุ รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง เสียใจแทบขาดใจ ไส้เขียวจนบิดเกลียวด้วยความเสียดาย!
"เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ?" จู่ๆ ฮานเฟยก็ถามขึ้น
สวีโม่ทำเสียง "หือ?" ด้วยความงุนงง
จากนั้นก็นึกย้อนถึงสิ่งที่เพิ่งพูดไป
"เมื่อกี้ผมพูดว่า: 'ใช่ครับ ผมไม่ได้ล้อเล่น!'"
"ไม่ใช่ ประโยคก่อนหน้านั้น"
"ประโยคก่อนหน้านั้นเหรอ? ประโยคก่อนหน้าคือ: 'นี่ก็เด็ดมาจากต้นแม่พันธุ์ไม่กี่ต้นบนเขาอู่อี๋นั่นแหละครับ...'"
"ไม่ใช่ ประโยคก่อนหน้านั้นอีก!"
"ประโยคก่อนหน้านั้นก็คือ: 'ชานี้หาซื้อไม่ง่ายหรอกครับ ถ้าหัวหน้าชอบ ผมยกให้กระป๋องนึงเลย'"
วินาทีถัดมา ฮานเฟยคว้ากระป๋องชาบนโต๊ะด้วยความเร็วแสง
"ตกลง! คนกันเองทั้งนั้น ฉันไม่เกรงใจนายนะ! ชานี้ฉันรับไว้เอง! นายทำงานต่อเถอะ!"
สวีโม่: "???"
เพียงชั่วพริบตา ฮานเฟยก็กอดกระป๋องชาวิ่งแจ้นออกจากห้องทำงานไปแล้ว
ความเร็วในการ 'ชิ่ง' ของเขาเร็วมากจนสวีโม่เห็นเป็นแค่ภาพติดตา
เวอร์เกินไปแล้ว!
ไอ้มาดขึงขังเมื่อกี้หายไปไหนหมด? หายวับไปเลยเหรอ!?
สวีโม่ยิ้มอย่างจนใจ หัวหน้าทีมฮาน คุณเปลี่ยนไปนะ
แน่นอนว่าสวีโม่ไม่ได้รู้สึกเสียดายชากระป๋องนั้น
ระบบเพิ่งให้รางวัลเป็นชามา 100 กิโลกรัมเมื่อวานนี้ ซึ่งเท่ากับผลผลิตชารวมสองร้อยปีของต้นต้าหงเผาแม่พันธุ์ทั้งหกต้นนั่นเลย ลำพังตัวเขาเองกินไม่หมดหรอก ให้ไปสักกระป๋องจะเป็นไรไป
เสียดายเหรอ? ไม่มีทาง!
ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง
คนที่ผลักประตูเข้ามาก็คือฮานเฟยนั่นเอง
ฮานเฟยโผล่หน้าเข้ามาแล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง "อย่าลืมที่ฉันบอกเมื่อกี้นะ ช่วงบ่ายจะมีตำรวจจากเขตข้างเคียงมาดูงานแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่นี่ ถึงตอนนั้นนายช่วยรับรองพวกเขาด้วย"
"จำได้ครับ" สวีโม่พยักหน้า
"ดี" น้ำเสียงของฮานเฟยกลับมาเป็นปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ "จำไว้นะ งานนี้นายต้องเป็นตัวหลัก นายรับผิดชอบอธิบายแนวคิดการไขคดีของนายให้สหายตำรวจที่มาดูงานฟังนะ"
กิตติศัพท์การไขคดีของสวีโม่แพร่กระจายไปทั่ววงการตำรวจแล้ว โดยเฉพาะตำรวจในหยางเฉิงต่างคุ้นเคยกับชื่อเสียงเรียงนามของสวีโม่เป็นอย่างดี
ผู้กำกับของสถานีตำรวจเขตข้างเคียงเองก็มีความคิดอยากให้ลูกน้องได้ฝึกฝนเพิ่มเติม จึงส่งคนมาเรียนรู้งานจากสวีโม่โดยเฉพาะ