เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 403 สเกลยังเล็กไปนะ

บทที่ 403 สเกลยังเล็กไปนะ

บทที่ 403 สเกลยังเล็กไปนะ


บทที่ 403 สเกลยังเล็กไปนะ

พาดหัวข่าวใหญ่เขียนไว้ว่า:

"เรือบรรทุกเครื่องบิน 004 'เรือกวางตุ้ง' เปิดตัวและเข้าประจำการอย่างเป็นทางการ!"

แน่นอนว่าการเข้าประจำการของเรือ 004 ไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุด เพราะด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมา การสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินไม่ใช่เรื่องยากสำหรับประเทศอีกต่อไป

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรือบรรทุกเครื่องบิน 004 ลำนี้เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ขนาด 120,000 ตัน นี่คือสิ่งที่สร้างความฮือฮาให้กับสาธารณชนมากที่สุด

แม้เรือลำนี้จะได้รับบริจาคมาจากคุณสวีนามสมมติผู้ไม่ประสงค์ออกนาม แต่คาดการณ์ว่าหลังจากที่ประเทศได้ศึกษาและเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากเรือลำนี้แล้ว จะสามารถสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ลำต่อไปได้ในไม่ช้า! เผลอๆ อาจจะเชี่ยวชาญเทคโนโลยีด้านนี้อย่างสมบูรณ์เลยด้วยซ้ำ

ดังนั้น เรือบรรทุกเครื่องบิน 004 จึงมีความหมายที่สำคัญยิ่ง

หลังจากอ่านเนื้อหาข่าวจบ สวีโม่ก็โล่งใจเมื่อเห็นว่าข่าวระบุเพียงว่าได้รับบริจาคจากคุณสวีนามสมมติ โดยไม่ได้ระบุเจาะจงว่าเป็นใคร

คนกลัวดัง หมูกลัวอ้วน สวีโม่ไม่อยากตกเป็นเป้าความสนใจ โดยเฉพาะเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ขืนคนรู้เข้า ชาวเน็ตผู้กระตือรือร้นคงแห่กันมาจนหัวกระไดบ้านเขาไม่แห้งแน่ แถมหน้าที่การงานคงได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ในเวลาเดียวกัน กลุ่มแชตเรื่องงานของสถานีตำรวจก็คึกคักไม่แพ้กัน

เช่นเดียวกับสวีโม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจในสถานีไม่มีเวลาเช็กมือถือในเวลางาน เพราะมัวแต่วุ่นวายกับการสืบคดีมาทั้งวัน จนกระทั่งเลิกงานตอนเย็นถึงได้รู้ข่าวการเข้าประจำการของเรือบรรทุกเครื่องบิน 004

พวกเขารีบเข้ามาถกกันในกลุ่มทันที

"เชี่ย! พวกนายเห็นข่าวยัง? เรือ 004 เข้าประจำการแล้วนะเว้ย!"

"เพิ่งเห็น! แถมยังเป็นพลังงานนิวเคลียร์ด้วย ขนาดตั้ง 120,000 ตัน โคตรสุดยอด!"

"ให้ตายสิ เรือลำนี้ไม่ได้ใช้เงินภาษีสร้างนะ แต่มีขาใหญ่ใจปล้ำบริจาคให้โดยไม่ประสงค์ออกนาม ขาใหญ่คนนี้เป็นใครกันวะ? ใจป๋าขนาดบริจาคเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ น่าจะเป็นหมื่นล้านได้มั้ง?"

"มากกว่านั้นอีก หมื่นล้านมันแค่ราคาเรือพลังงานปกติ พลังงานนิวเคลียร์น่าจะแพงกว่านั้นเยอะ นี่แค่ค่าสร้างนะ ยังไม่รวมค่าวิจัยและพัฒนา! ค่า R&D น่าจะมหาศาลเลยล่ะ"

"ซี้ด... งั้นถ้ารวมค่าวิจัยด้วย คงทะลุแสนล้านเลยมั้ง?"

"พูดยาก แต่คงใกล้เคียง... ในข่าวบอกนามสกุลคนบริจาคด้วยนะ แซ่สวี เหมือนหัวหน้าทีมสวีของเราเลย"

"หัวหน้าทีมสวี คุณสวีนามสมมตินี่คงไม่ใช่ญาติหัวหน้าหรอกนะ? @สวีโม่"

"ต่อให้ตอนนี้ไม่ใช่ญาติ แต่เมื่อหลายร้อยปีก่อนก็คงแซ่เดียวกัน ฉันสังเกตว่าคนแซ่สวีนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ!"

"..."

ฮานเฟยเองก็เห็นบทสนทนาของลูกน้องในกลุ่ม

คนบริจาคเป็นญาติสวีโม่? เดาได้สเกลเล็กไปหน่อยมั้ง... คิดให้ใหญ่กว่านั้นสิ! ยิ่งเดาเวอร์เท่าไหร่ยิ่งดี!

คนบริจาคเป็นญาติสวีโม่เหรอ? ไม่ใช่ๆๆ เรือลำนี้สวีโม่เป็นคนบริจาคเองต่างหาก!

ต่างจากตำรวจคนอื่น ฮานเฟยรู้เบื้องลึกเบื้องหลังดี

แต่เพราะเซ็นสัญญาไปแล้ว ฮานเฟยรู้ว่าเรื่องนี้แพร่งพรายไม่ได้ เขาเลยเลือกที่จะเงียบ ไม่พิมพ์อะไรลงไปในกลุ่ม

เพื่อป้องกันการเผลอหลุดปาก ฮานเฟยเลยวางมือถือลง แกล้งทำเป็นไม่เห็นแชตของลูกน้องไปซะ

ความคิดของสวีโม่ก็คล้ายๆ กับฮานเฟย

ถ้าเป็นเวลาปกติ สวีโม่คงตอบกลับไปทีเล่นทีจริงว่า "ใช่แล้ว ฉันเป็นคนบริจาคเองแหละ"

แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เพราะเขาเซ็นสัญญาปกปิดความลับไปแล้ว เรื่องบริจาคเรือบรรทุกเครื่องบินเป็นเรื่องที่เปิดเผยไม่ได้ แม้แต่จะพูดเล่นก็ไม่ได้

หลังจากส่งอีโมจิไปตอบรับแบบขอไปที สวีโม่ก็วางมือถือลง

เขามองสี่สาวที่นั่งอยู่บนโซฟา "พวกคุณกินข้าวเย็นกันหรือยัง?"

"ยังเลย ยังไม่ได้คิดว่าจะกินอะไรดี แล้วนายล่ะ?"

"ผมก็ยังไม่ได้กิน งั้นคืนนี้เราไปกินที่ร้านอาหารกันไหม? วันนี้ผมได้โบนัสมา เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง"

"โอเค!" สี่สาวตอบเป็นเสียงเดียวกัน

ประจวบเหมาะกับวันนี้พวกเธอขี้เกียจทำกับข้าวพอดี การออกไปกินข้างนอกจึงเป็นไอเดียที่ดีมาก

ทุกคนตกลงกันอย่างรวดเร็วและตัดสินใจออกไปหาอะไรกิน

หลังจากล้างหน้าล้างตา สวีโม่ก็พาสี่สาวออกจากบ้าน

...

หลังมื้อเย็น สวีโม่แวะร้านดอกไม้ ซื้อไม้กระถางมาสองสามต้นใส่ไว้ท้ายรถ กะว่าจะเอาไปประดับที่โต๊ะทำงานในสถานีตำรวจพรุ่งนี้

ระหว่างทางกลับบ้าน เขาผ่านร้านขายชาและอุปกรณ์ชงชา สวีโม่เลยแวะเข้าไปซื้อชุดชงชามาด้วย เก็บไว้ท้ายรถเหมือนกัน กะว่าจะเอาไปลองชิมชาต้าหงเผาที่เพิ่งได้รับเป็นรางวัลจากระบบที่สถานีตำรวจพรุ่งนี้

วันรุ่งขึ้น

เมื่อสวีโม่มาถึงสถานีตำรวจ เขาทยอยขนกระถางต้นไม้และชุดชงชาจากรถขึ้นไปบนห้องทำงานหลายรอบ

อาศัยช่วงเวลาว่าง สวีโม่จัดวางกระถางต้นไม้ตามใจชอบ แล้วเริ่มชงชา

ทันใดนั้น ฮานเฟยก็ผลักประตูเดินเข้ามา

"สวีโม่ บ่ายนี้จะมีเจ้าหน้าที่จากสาขาย่อยเขตข้างๆ มาดูงานที่นี่ พอพวกเขามาถึง นายช่วยรับรองพวกเขาหน่อยนะ... ทำไมนายจู่ๆ ถึงมานั่งดื่มชาล่ะ? จำได้ว่านายไม่ดื่มชาไม่ใช่เหรอ? หืม? ชาของนายนี่ดีแฮะ กลิ่นหอมฟุ้งเชียว ชาอะไรน่ะ?"

ทันทีที่ฮานเฟยก้าวเข้ามา เขาก็ได้กลิ่นชาหอมสดชื่นเตะจมูก

ด้วยหน้าที่การงาน เขาต้องอดหลับอดนอนสืบคดีบ่อยๆ มีของกินไม่กี่อย่างที่ช่วยให้เขาตาสว่างได้ ฮานเฟยไม่ถนัดกาแฟ เขาเลยดื่มแต่ชา นานวันเข้าก็เลยมีความรู้เรื่องชาอยู่บ้าง

แต่ฮานเฟยเชื่อว่าในบรรดาชาทั้งหมดที่เขาเคยลิ้มลอง ไม่มีชาตัวไหนเทียบกลิ่นหอมของชาที่สวีโม่กำลังชงอยู่นี้ได้เลย

ฮานเฟยเริ่มสนใจ เขาถามสวีโม่ถึงชนิดของชา กะว่าจะไปหาซื้อมาดื่มบ้าง

"ต้าหงเผาครับ" สวีโม่ตอบตามความจริง

"ต้าหงเผา?" ฮานเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย กลิ่นมันต่างจากต้าหงเผาที่เขาเคยกินนี่นา!

แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ต้าหงเผาก็มีหลายเกรด กลิ่นและรสชาติของชาไม่ได้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์อย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับกรรมวิธีการคั่วด้วย กลิ่นจะต่างกันบ้างก็เป็นเรื่องปกติ

ส่วนเรื่องต้าหงเผาจากต้นแม่พันธุ์ที่เขาอู่อี๋ ฮานเฟยไม่ได้นึกถึงความเป็นไปได้นั้นเลย

ชาชนิดนั้นห้ามเก็บเกี่ยวแล้ว จะบอกว่าสูญพันธุ์ไปแล้วก็คงไม่ผิดนัก ต้นแม่พันธุ์ต้าหงเผาที่เหลืออยู่มีแต่เซียนชาตัวจริงเท่านั้นถึงจะมีครอบครอง เป็นไปไม่ได้เลยที่คนอย่างสวีโม่ซึ่งไม่มีความรู้เรื่องชาจะหาชาแบบนั้นมาได้

"ลองชิมหน่อยไหมครับ?" สวีโม่รินชาใส่ถ้วยส่งให้ฮานเฟย

อันที่จริง ต่อให้สวีโม่ไม่เสนอ ฮานเฟยก็กะว่าจะหน้าด้านขอชิมอยู่แล้ว กลิ่นชามันหอมเย้ายวนเกินไป แค่ได้กลิ่นก็ทำเอาฮานเฟยเปรี้ยวปากอยากลอง

ฮานเฟยยิ้มแล้วนั่งลง

"งั้นฉันไม่เกรงใจละนะ"

เขาหยิบถ้วยชาขึ้นมาดม กลิ่นหอมทำให้เขาเคลิบเคลิ้มทันที สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุข

"ชาของนายนี่อย่างต่ำๆ ต้องจินละหลายร้อยหยวนแน่ๆ ใช่ไหม?" เขาพูดพลางเป่าไล่ความร้อนแล้วจิบชาคำเล็กๆ

"อืม! ของแพงมันดีอย่างนี้นี่เอง รสชาติดีกว่าชาจินละไม่กี่สิบหยวนของฉันลิบลับเลย นายซื้อที่ไหน? เดี๋ยววันหลังฉันจะไปซื้อบ้าง"

ฮานเฟยติดใจเข้าให้แล้วและวางแผนจะซื้อมาตุนไว้เอง ชาจินละหลายร้อยหยวนถือว่าแพงเอาเรื่อง แต่ถ้ากัดฟันหน่อยเขาก็พอจ่ายไหว!

จบบทที่ บทที่ 403 สเกลยังเล็กไปนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว