เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 405 เหตุโจรกรรม

บทที่ 405 เหตุโจรกรรม

บทที่ 405 เหตุโจรกรรม


บทที่ 405 เหตุโจรกรรม

เวลาบ่ายโมงตรง เจ้าหน้าที่ตำรวจจากเขตข้างเคียงที่ฮานเฟยเคยพูดถึงก็เดินทางมาถึงเพื่อศึกษาดูงาน

เนื่องจากเป้าหมายหลักของเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้คือการมาพบสวีโม่และฮานเฟย ทั้งสองจึงไม่ได้ให้ตำรวจนายอื่นมารับรอง แต่เป็นคนออกไปต้อนรับด้วยตัวเอง

"หัวหน้าทีมฮาน หัวหน้าทีมสวี ได้ยินชื่อเสียงมานานครับ! ผมชื่อจางซงหยวน ส่วนสองคนนี้คือเพื่อนร่วมงานของผม เสี่ยวหวังกับเสี่ยวหลี่ครับ"

"สวัสดีครับหัวหน้าทีมฮาน สวัสดีครับหัวหน้าทีมสวี" ตำรวจอีกสองนายกล่าวทักทายเช่นกัน

จากนั้น สายตาของชายทั้งสามก็จับจ้องไปที่สวีโม่เป็นจุดเดียว

แม้จะไม่เคยเจอตัวจริงมาก่อน แต่พวกเขาก็รู้หน้าค่าตาของสวีโม่ดี เพราะเขาเคยเป็นคนดังมาก่อน

แม่เจ้า นี่มันอัจฉริยะ ดาวเด่นในวงการตำรวจชัดๆ!

ว่ากันว่าจนถึงทุกวันนี้ ยังไม่มีคดีไหนที่สวีโม่ไขไม่ได้

ที่เวอร์กว่านั้นคือ แทบทุกคดีที่สวีโม่รับผิดชอบ ล้วนปิดคดีได้ภายในวันเดียว แค่วันเดียวก็เพียงพอสำหรับเขาในการคลี่คลายคดีแล้ว

เทียบกับสถานีตำรวจที่อื่นที่ต้องใช้เวลาสามถึงห้าวัน หรือแม้แต่หนึ่งสัปดาห์ในการไขคดี บางคดีล่อไปครึ่งเดือนก็มี คนเก่งแบบสวีโม่จึงหาได้ยากยิ่ง

ไม่อย่างนั้น ผู้ใหญ่ในกรมของพวกเขาคงไม่คิดส่งพวกเขามาขอคำชี้แนะจากสวีโม่หรอก

"อย่าคุยกันข้างนอกเลย เข้ามาสิ เข้ามานั่งข้างในก่อน" ฮานเฟยยิ้มต้อนรับพร้อมกับผายมือเชิญทั้งสามคนเข้าไป

สวีโม่เองก็ยิ้มทักทายทั้งสามคนเช่นกัน

ภายในห้องทำงานของฮานเฟย

ทันทีที่เข้ามา ทั้งสามก็แจ้งจุดประสงค์ในการมาเยือนทันที

"หัวหน้าทีมฮาน หัวหน้าทีมสวี หลักๆ ที่พวกเราสามคนมาครั้งนี้ก็เพื่อขอคำชี้แนะและเรียนรู้เทคนิคการสืบสวนครับ"

แม้อีกฝ่ายจะรู้อยู่แล้ว แต่พวกเขาก็ต้องแจ้งจุดประสงค์ให้ชัดเจนตามมารยาท

ฮานเฟยไม่ได้พูดอะไร แต่หันไปมองสวีโม่ เป็นสัญญาณให้เขาเป็นคนสื่อสารกับทั้งสามคน

แม้ทั้งสามจะเอ่ยชื่อฮานเฟยด้วย แต่เขารู้ดีว่าจริงๆ แล้วคนกลุ่มนี้ต้องการมาเรียนรู้จากสวีโม่ ส่วนตัวเขาเองแม้จะมีฝีมือในการสืบสวนที่แข็งแกร่ง แต่ก็ยังห่างชั้นกับสวีโม่ และเหนือกว่าเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันแค่นิดหน่อย ซึ่งคงไม่ถึงขั้นทำให้คนอื่นต้องดั้นด้นมาขอคำชี้แนะถึงที่นี่

ทว่า จังหวะที่สวีโม่กำลังจะเอ่ยปากถ่อมตัว ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักออก

คนที่ผลักประตูเข้ามาคือเฉินเค่อ

"หัวหน้าทีมฮาน หัวหน้าทีมสวี แย่แล้วครับ!" พูดจบ เฉินเค่อก็ชำเลืองมองเพื่อนร่วมอาชีพจากต่างเขตทั้งสามคนในห้อง พยักหน้าให้เล็กน้อย แล้วหันกลับมามองฮานเฟยกับสวีโม่ "มีคดีเข้าครับ!"

ฮานเฟยอึ้งไปเลย

คดีเข้าอีกแล้วเรอะ!

แต่พอเห็นว่าเป็นเฉินเค่อ 'ตัวซวย' คนนี้ เขาก็ทำใจได้ "เฮ้อ ชินซะแล้ว... คนอย่างเฉินเค่อที่เป็น 'ตัวซวย' จะนำข่าวดีอะไรมาให้ได้กัน?"

"คดีอะไร? ว่ามาซิ"

เฉินเค่อมองเพื่อนร่วมอาชีพทั้งสามในห้องด้วยท่าทีลังเลเล็กน้อย

"พูดมาเลย" ฮานเฟยบอก "คนกันเองทั้งนั้น ไม่ต้องเกรงใจ"

พูดจบ เขาก็หันไปมองทั้งสามคน "พวกคุณสามคนสนใจจะไปสืบคดีด้วยกันไหมครับ?"

การมาของพวกเขาช่างประจวบเหมาะ ดูเหมือนจะไม่มีโอกาสได้สอนทฤษฎีการสืบสวนแล้ว แต่ในเมื่อมีคดีเข้ามาพอดี ก็พาพวกเขาไปร่วมสืบสวนหน้างานเลย ถือเป็นโอกาสเรียนรู้ไปในตัว

"ไปครับ ไป! พวกเราอยากเรียนรู้อยู่พอดี!" พอได้ยินแบบนั้น ดวงตาของตำรวจทั้งสามที่มาดูงานก็ลุกวาวทันที

แม่เจ้า พวกเขามาเพื่อเรียนรู้ ไม่นึกว่าจะประจวบเหมาะขนาดนี้ มาปุ๊บก็มีคดีปั๊บ!

แบบนี้ไม่ต้องมานั่งฟังบรรยายแล้ว ไปลงสนามจริงเลยไม่ดีกว่าเหรอ?

ถ้าได้เรียนรู้เคล็ดลับจากสวีโม่สักนิดสักหน่อย ต่อไปพวกเขาอาจจะไม่ต้องทำงานล่วงเวลาหรืออดหลับอดนอนสืบคดีอีกแล้วก็ได้

ฮานเฟย: "?"

จากสีหน้าของทั้งสามคน ฮานเฟยสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความ 'สมน้ำหน้า' นิดๆ

ทำไมทำหน้าตื่นเต้นดีใจกันขนาดนั้น?

ดีใจที่โรงพักเรามีคดีเหรอ?

พอเห็นฮานเฟยขมวดคิ้ว ทั้งสามก็รู้ตัวว่าเสียมารยาท จึงรีบปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมทันที

ฮานเฟยจึงคลายปมคิ้วลง แล้วพยักพเยิดหน้าไปทางเฉินเค่อ

เฉินเค่อจึงอธิบายรูปคดีคร่าวๆ

"เป็นคดีโจรกรรมครับ ห้องนิรภัยของบริษัทประกันภัยถูกปล้น ตู้นิรภัยทั้งหมดในห้องนิรภัยถูกกวาดเรียบ ทางบริษัทประกันประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปทั้งหมดรวมแล้ว... เกือบหนึ่งพันล้านหยวนครับ"

ทันทีที่พูดจบ คนในห้องต่างสูดหายใจเฮือก ตระหนักถึงความร้ายแรงของคดีทันที

บริษัทประกันภัยถูกปล้น ตู้นิรภัยถูกกวาดเกลี้ยง มูลค่าความเสียหายสูงถึงหนึ่งพันล้านหยวน นี่มันคดีใหญ่ระดับช้าง

คนที่สามารถกวาดทรัพย์สินในห้องนิรภัยของบริษัทประกันไปได้หมด ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา และการโจรกรรมครั้งนี้ต้องมีการวางแผนล่วงหน้ามาเป็นเวลานาน

คดีนี้น่าจะสืบยากแน่

ตำรวจดูงานทั้งสามนายยิ่งตื่นเต้นหนักเข้าไปอีก คดีใหญ่สิดี! คดีใหญ่แปลว่ามีอะไรให้เรียนรู้เยอะ ถ้าเป็นคดีลักเล็กขโมยน้อย พวกเขาคงผิดหวังแย่

แน่นอนว่าคราวนี้ทั้งสามไม่ได้แสดงความตื่นเต้นออกนอกหน้า เกรงว่าจะทำให้ฮานเฟยไม่พอใจอีก... การไปแสดงความดีใจตอนที่โรงพักอื่นเจอกับคดีใหญ่ที่ยุ่งยาก มันดูไม่เหมาะสมเท่าไหร่

ฮานเฟยขมวดคิ้ว "ไปดูที่เกิดเหตุกันก่อน"

...

บริษัทประกันภัยฮว๋าตุ้น

รถตำรวจหลายคันมาจอดที่หน้าทางเข้า ทันทีที่เจ้าหน้าที่ลงจากรถ ผู้จัดการบริษัทประกันในชุดสูทก็รีบวิ่งเข้ามาต้อนรับ

"คุณตำรวจ ในที่สุดก็มากันสักที!" ผู้จัดการร้องบอกอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นตำรวจ

บริษัทประกันภัยขึ้นชื่อเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยมาโดยตลอด

ลูกค้าฝากของมีค่าไว้กับบริษัทประกันเพราะเชื่อว่าที่นี่ปลอดภัยกว่าที่อื่น หากของที่ฝากไว้หายไป บริษัทประกันต้องชดใช้ค่าเสียหาย

คราวนี้ไม่ใช่แค่ของชิ้นสองชิ้นที่หาย แต่หายเกลี้ยง

ถ้าตามของกลับมาไม่ได้ บริษัทประกันอาจต้องชดใช้จนล้มละลาย ในฐานะผู้จัดการที่เข้าเวรอยู่ เขาไม่อยากตกงาน และไม่อยากซวยไปด้วย... ของในห้องนิรภัยดันมาหายตอนเขาเข้าเวรพอดี

"สถานการณ์เป็นยังไงครับ?" สวีโม่ถามผู้จัดการ

"ของหายครับ หายหมดเลย!" ผู้จัดการทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ "ตอนเช้ายังดีๆ อยู่เลย ทุกอย่างปกติ ใครจะรู้ว่าพอไฟดับตอนเที่ยง จู่ๆ ก็มีรูเบ้อเริ่มที่กำแพงห้องนิรภัย ตู้นิรภัยทั้งหมดถูกงัด ของลูกค้าหายไปหมดเกลี้ยงเลยครับ"

"มีรูใหญ่โผล่มาที่กำแพงเหรอครับ?"

"ใช่ครับ คุณตำรวจ เดี๋ยวผมพาไปดู" ผู้จัดการพูดพลางเดินนำทางทุกคนไป

พวกเขาลงลิฟต์ไปที่ชั้นใต้ดิน ผ่านด่านตรวจความปลอดภัยและประตูล็อครหัสหลายชั้น จนกระทั่งห้องนิรภัยขนาดใหญ่ปรากฏแก่สายตา

สิ่งที่น่าสังเกตคือ มีรูขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณหนึ่งเมตร ปรากฏอยู่บนกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กด้านหนึ่งของห้องนิรภัย

คาดว่ารูนี้คือช่องทางที่โจรใช้เข้ามาขโมยสมบัติทั้งหมดในห้องนิรภัย

เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินเข้าไปตรวจสอบใกล้ๆ

"เชี่ย..." เฉินเค่อมองรอยตัดเรียบกริบบนกำแพงอย่างเหม่อลอย "กำแพงนี่หนาตั้งสองเมตรได้มั้ง? เจาะเข้ามาได้ยังไงเนี่ย?"

จบบทที่ บทที่ 405 เหตุโจรกรรม

คัดลอกลิงก์แล้ว