- หน้าแรก
- ข้ามเวลามารักบี๋ปี่ตง ก่อนชะตาโลกจะเริ่ม
- บทที่ 7 ศึกชิงหนึ่งเหรียญภูตทอง (ตอนต้น)
บทที่ 7 ศึกชิงหนึ่งเหรียญภูตทอง (ตอนต้น)
บทที่ 7 ศึกชิงหนึ่งเหรียญภูตทอง (ตอนต้น)
ตระกูลหมิ่นจือ ตระกูลตกอับที่ตั้งอยู่นอกเขตเมืองชายแดน ว่ากันว่าเคยรุ่งเรืองถึงขีดสุด แต่ด้วยเหตุการณ์ผันผวนเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ตระกูลล่มสลายลงอย่างสมบูรณ์ จนถึงปัจจุบัน พวกเขาขัดสนจนแทบไม่มีกิน แม้แต่บ้านเรือนในตัวเมืองยังต้องขายทิ้งใช้หนี้ ต้องระเห็จมาอาศัยเบียดเสียดกันอยู่ในบ้านร้างนอกเมือง รถม้าเก่าคร่ำคร่าโยกเยกมาจอดหยุดลงที่หน้าบ้านร้างแห่งนั้น มันดึงดูดความสนใจของคนข้างในทันที เด็กๆ วิ่งกรูออกมาดูเรื่องสนุก กระโดดโลดเต้นล้อมรอบรถม้ากันยกใหญ่ ม่านรถม้าถูกเลิกขึ้น เด็กสาวคนหนึ่งเดินออกมาจากด้านใน นางหันไปมองเชียนจิ่วเซียวที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับ "เจ้ารอข้าอยู่ตรงนี้แป๊บนะ เดี๋ยวข้าไปขอท่านปู่เอาเหรียญภูตทองมาให้" เด็กสาวพูดด้วยท่าทางขัดเขินเล็กน้อย
เชียนจิ่วเซียวที่นั่งอยู่บนรถม้าพยักหน้ารับ "อย่าให้รอนานล่ะ ข้าต้องรีบกลับเข้าเมือง" "ไม่ต้องห่วงน่า" เด็กสาวย่นปาก จากนั้นท่ามกลางวงล้อมของเด็กๆ นางก็เดินเข้าไปในเรือนร้างซอมซ่อ ฟังจากเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กๆ เชียนจิ่วเซียวก็ได้รู้ชื่อของเด็กสาวคนนี้เสียที 'ไป๋เฉินเซียง' เขานั่งเบื่อหน่ายอยู่บนรถม้า กวาดตามองไปรอบๆ เรือนแห่งนี้กว้างขวางทีเดียว แต่สภาพทรุดโทรมหนัก ปูนฉาบผนังหลุดร่อนออกมาเป็นแผ่นใหญ่ๆ กระเบื้องหลังคาก็แตกหักเสียหาย มีเศษกระเบื้องแตกๆ กองสุมไว้กันน้ำรั่วเวลาฝนตกหนัก "ตระกูลหัวดื้อจอมสร้างภาพ" เชียนจิ่วเซียวเบ้ปาก ตอนอยู่ที่โถงวิญญาณยุทธ์ เขาเคยได้ยินเรื่องราวของตระกูลหมิ่นจือมาบ้าง ว่ากันว่าตระกูลนี้เคยยิ่งใหญ่มาก เป็นตระกูลในสังกัดของสำนักเฮ่าเทียน ซึ่งเป็นผู้นำของสามสำนักใหญ่ในตอนนั้น แต่หลังจากที่ลุงของเชียนจิ่วเซียว 'เชียนสวินจี๋' ถูก 'ถังเฮ่า' ทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส สำนักเฮ่าเทียนก็จำใจต้องตัดหางปล่อยวัดเพื่อเอาตัวรอด ผลก็คือ ตระกูลใหญ่ๆ หลายตระกูลที่สังกัดอยู่กับพวกเขาในตอนนั้นถูกทอดทิ้งอย่างไม่ไยดี ความจริงแล้ว สำนักวิญญาณยุทธ์ก็ไม่ได้ทำอะไรพวกเขาเลย อีกสามตระกูลใหญ่สายเดี่ยวที่เหลือ แม้จะไม่ได้อยู่ดีกินดีเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ยังถือว่าลืมตาอ้าปากได้ แต่ตระกูลหมิ่นจือนี่สิพิเศษกว่าเพื่อน! พวกเขาหาเงินเองไม่ได้ แต่กลับยังหยิ่งในศักดิ์ศรีจอมปลอม ยอมอดตายดีกว่ารับข้าวสารแจก ทำไมเชียนจิ่วเซียวถึงบอกว่าตระกูลหมิ่นจือสร้างภาพน่ะหรือ? ต้องเริ่มเล่าจากเงินช่วยเหลือและข้าวสารแจกของสำนักวิญญาณยุทธ์ เพื่อช่วยเหลือวิญญาณจารย์ให้เติบโตได้มากขึ้น สำนักวิญญาณยุทธ์จะมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่งให้แก่วิญญาณจารย์ระดับล่างทุกเดือน แต่ตระกูลหมิ่นจือไม่เคยรับเลย แน่นอนว่านี่คือการแสดงจุดยืน เพราะความตกต่ำของตระกูลหมิ่นจือ แม้สาเหตุหลักจะมาจากการที่สำนักเฮ่าเทียนทิ้งพวกเขา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสำนักวิญญาณยุทธ์ก็มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ถึงพวกเขาจะไม่รับข้าวสารจากสำนักวิญญาณยุทธ์ ทว่าทุกปี พวกเขากลับบากหน้าไปเกาะกินอีกสามตระกูลใหญ่ พาคนทั้งตระกูลไปกินดื่มอย่างตะกละตะกลาม ขากลับยังหน้าด้านขอความช่วยเหลือจากทั้งสามตระกูลอีกต่างหาก พอลองคิดดูดีๆ ก็จะเห็นภาพชัดเจน ตระกูลหมิ่นจือหยิ่งในศักดิ์ศรีตรงไหน? ชัดเจนว่าพวกเขาก็แค่รู้สึกเสียหน้าที่จะต้องก้มหัวให้สำนักวิญญาณยุทธ์เท่านั้นเอง เข้าตำรายอมตายไม่ยอมเสียหน้า เชียนจิ่วเซียวส่ายหัวอย่างเหยียดหยาม
"อะไรนะ หนึ่งเหรียญภูตทองเชียวรึ?" เสียงแก่ชราที่เต็มไปด้วยความตกใจดังมาจากภายในเรือนร้าง "รถม้าวิเศษวิโสมาจากไหนทำด้วยทองรึไง? แค่มาส่งเที่ยวเดียวกล้าเรียกตั้งหนึ่งเหรียญภูตทอง?" "ท่านปู่..." ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้น ชายชรารูปร่างสูงผอมเดินออกมาด้วยท่าทางโกรธเกรี้ยว ด้านหลังมีเด็กสาวไป๋เฉินเซียงเดินตามมาติดๆ แต่ตอนนี้ไป๋เฉินเซียงก้มหน้าทำปากยื่น เหมือนกับว่าได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างมาก เห็นท่าทางของทั้งสองคน เชียนจิ่วเซียวขมวดคิ้ว อย่าบอกนะ? ว่าแค่หนึ่งเหรียญภูตทองพวกเขาก็จะเบี้ยว? เขารู้มานานแล้วว่าฐานะของตระกูลหมิ่นจือนั้นยากจนข้นแค้น แต่ถึงขนาดไม่มีปัญญาจ่ายหนึ่งเหรียญภูตทองเลยหรือ?
"ฮะ แฮ่ม พ่อหนุ่ม ผู้ปกครองของเจ้าอยู่ไหนรึ?" พอเห็นเชียนจิ่วเซียว ชายชราก็ฝืนยิ้มถาม ไป๋เฉินเซียงที่อยู่ด้านหลังกระตุกแขนเสื้อเขาเบาๆ แล้วกระซิบ "ท่านปู่ เขาเป็นคนขับรถม้า เขาเป็นคนพาข้ามาเอง" ชายชราชะงักไป ทันใดนั้นเขาก็หันมามองเชียนจิ่วเซียวอีกครั้ง แววตาเจ้าเล่ห์ฉายวาบขึ้นมา เขาประสานมือคารวะแล้วกล่าวว่า "พ่อหนุ่ม ข้าคือ 'ไป๋เฮ่อ' หลานสาวข้าบอกว่าเป็นเจ้าที่พานางกลับมาจากในเมือง ข้าต้องขอขอบคุณเจ้าจริงๆ" ไป๋เฮ่อ ผู้นำตระกูลหมิ่นจือ เชียนจิ่วเซียวรู้ทันทีในใจ เขาอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไป๋เฮ่อแล้วพูดว่า "ไม่เป็นไร ข้าว่างอยู่พอดี" เดิมทีเขาตั้งใจจะพูดตามมารยาท แต่ใครจะนึก ไป๋เฮ่อกลับยิ้มกว้างทันทีที่ได้ยิน "พ่อหนุ่มช่างมีน้ำใจกว้างขวาง" "ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ฟ้าก็มืดแล้ว พ่อหนุ่มสนใจจะพักค้างคืนที่ตระกูลข้าสักคืนไหม หรือว่า...?"
พระเจ้าช่วย คิดจะเบี้ยวหนี้จริงๆ ด้วย! เรื่องหนึ่งเหรียญภูตทองนั่นไม่พูดถึงสักคำ ใบหน้าของเชียนจิ่วเซียวมืดครึ้มลงทันที เขายื่นมือออกไปตรงๆ แล้วพูดว่า "หนึ่งเหรียญภูตทอง จ่ายมาแล้วข้าจะไปทันที ข้าไม่ค้าง" "อะไรนะ?" สีหน้าของไป๋เฮ่อเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที "พ่อหนุ่ม อย่าโลภมากนักเลย เรียกทีเดียวหนึ่งเหรียญภูตทอง" "จากในเมืองมาถึงที่นี่ อย่างมากข้าก็ให้เจ้าได้แค่ห้าเหรียญภูตเงินเท่านั้นแหละ" หนึ่งร้อยเหรียญภูตเงินถึงจะแลกได้หนึ่งเหรียญภูตทอง ตาแก่ไป๋เฮ่อนี่กดราคากันหน้าด้านๆ เลย ไม่สิ! ต่อให้หั่นราคาลงครึ่งนึงก็ยังไม่น่าเกลียดขนาดนี้ เชียนจิ่วเซียวโกรธจัดทันที เดิมทีเขาก็เป็นคนไม่กลัวฟ้ากลัวดินอยู่แล้ว จะยอมทนได้ยังไง? เขานั่งอยู่บนที่นั่งคนขับ อ้าปากด่ากราดเสียงดัง "ตาแก่ คิดจะเบี้ยวหนี้เรอะ?" "ตระกูลหมิ่นจือมันจนตรอกขนาดนี้เลยหรือไง? แค่หนึ่งเหรียญภูตทองยังคิดจะโกง หน้าไม่อายจริงๆ"
ใบหน้าของไป๋เฮ่อกระตุกยิกๆ มีชีวิตมาจนป่านนี้ ไม่เคยโดนใครด่าต่อหน้าต่อตาขนาดนี้มาก่อน "เจ้า... เจ้า..." เขาชี้หน้าเชียนจิ่วเซียว นิ้วสั่นระริกด้วยความโกรธจัด "เจ้ากล้าดียังไงมาพูดกับท่านปู่ของข้าแบบนี้" ไป๋เฉินเซียงก้าวออกมาปกป้อง "ทำไม?" เชียนจิ่วเซียวหรี่ตามองนาง "นี่คือนิสัยของตระกูลหมิ่นจือสินะ?" "เจ้าไม่ใช่เหรอที่บอกเองว่าถ้าข้ามาส่งจะให้หนึ่งเหรียญภูตทอง? พอมาถึงแล้วก็จะเบี้ยวหนี้?" "ได้ งั้นเดี๋ยวข้ากลับไป ข้าจะป่าวประกาศเรื่องงามหน้าของตระกูลหมิ่นจือให้ทั่ว ให้วงการวิญญาณจารย์ได้รับรู้กันถ้วนหน้าว่าตระกูลนี้มันสกปรกโสโครกแค่ไหน"
ไป๋เฉินเซียงพูดไม่ออก นางอดไม่ได้ที่จะหันไปมองปู่ไป๋เฮ่อ เห็นเพียงสีหน้าดำทะมึนราวกับก้นหม้อ อีกด้านหนึ่ง เชียนจิ่วเซียวเริ่มบังคับรถม้า เตรียมจะกลับทางเดิม เขาพูดจริงทำจริง พอกลับถึงเมืองเมื่อไหร่ เขาจะไปหาสำนักวิญญาณยุทธ์สาขาท้องถิ่น ให้ช่วยประจานตระกูลหมิ่นจือให้ย่อยยับไปเลย
"ท่านปู่ จ่ายเขาไปเถอะคะ" ไป๋เฉินเซียงพูดเสียงอ่อย "อย่างมาก... อย่างมากก็หักจากค่าขนมข้าเดือนหน้าก็ได้" "กลับมา ข้าจะจ่ายให้" ไป๋เฮ่อพูดเสียงเครียด ถ้าเรื่องนี้ถูกป่าวประกาศออกไปจริงๆ เขาจะเอาหน้าแก่ๆ ไปไว้ที่ไหน? แต่เชียนจิ่วเซียวไม่สนใจ บังคับรถม้ากลับทางเดิมหน้าตาเฉย คิดว่าเขาแคร์เงินแค่หนึ่งเหรียญภูตทองหรือไง? ค่าขนมเขาเดือนนึงเป็นหมื่นเหรียญภูตทองโน่น
"ข้าบอกให้หยุด!" จู่ๆ ไป๋เฮ่อก็ระเบิดโทสะ วินาทีถัดมา พลังวิญญาณก็พวยพุ่งออกจากร่าง เขาพุ่งตัวเข้าใส่รถม้าที่อยู่ไม่ไกลทันที