- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 127 เรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว หาเงินก่อนดีกว่า
บทที่ 127 เรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว หาเงินก่อนดีกว่า
บทที่ 127 เรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว หาเงินก่อนดีกว่า
ภายในเมืองทองคำ ซูหยวนเพิ่งมาถึงร้านได้ไม่นาน เฉินเซียนก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าร้าน
"คุณชายเฉิน วันนี้เพิ่งเป็นวันแรกที่ท่านผู้บรรลุไท่ป๋ายจากไป ท่านเร่งรัดกันเกินไปหรือเปล่าครับ"
"ต่อให้ผมเริ่มวางสายสืบทันที ก็เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่จะหาจังหวะที่เจ้านั่นอยู่คนเดียวได้ปุบปับขนาดนี้"
ซูหยวนทำท่าผายมืออย่างจนปัญญา
"นายคิดมากไปแล้ว เด็กกำพร้ายากจนคนเดียวไม่คุ้มค่าให้ฉันต้องใส่ใจขนาดนั้นหรอก"
เฉินเซียนไม่ได้สนใจที่ซูหยวนเปลี่ยนสรรพนามเรียกเขา คนดังระดับเมืองไท่หัวอย่างเขา แค่เช็กนิดหน่อยก็รู้ตัวตนแล้ว
กลับกัน ถ้าซูหยวนยังแกล้งโง่ต่อไปสิถึงจะน่าสงสัย
เขาเพียงแค่แค่นเสียงในลำคอ แล้วพูดเรียบๆ ว่า:
"ที่ฉันมาก็เพื่อจะบอกนายว่า ในอีกสามวันข้างหน้า ไม่ว่าจะเจออะไรก็ไม่ต้องรายงานฉันแล้ว แค่จดบันทึกไว้ก็พอ ถึงเวลาแล้วฉันจะมาดูสรุปรวบยอดทีเดียว"
ซูหยวนชะงักไปเล็กน้อย
นี่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ก็อู้งานได้สามวันแล้วเหรอ?
งั้นก็เท่ากับได้เงินสามแสนไปฟรีๆ น่ะสิ?
เขาถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น:
"ไม่ทราบว่าเวลาที่ว่านั่นคือ..."
เฉินเซียนไม่ได้ปิดบัง พูดอย่างสบายๆ ว่า:
"ตอนแรกฉันวางแผนว่าพอเจ้านั่นอยู่คนเดียว จะเรียกให้เพื่อนสมัยมัธยมที่เรียนมหาวิทยาลัยในเมืองไท่หัวไปดักสั่งสอนมัน ให้มันได้รับบทเรียนที่จำไปจนวันตาย"
"แต่เมื่อเช้านี้ อาจารย์ท่านหนึ่งที่โรงเรียนฉันดูเหมือนจะค้นเจอข้อมูลจากคัมภีร์โบราณว่า ใน ‘แดนลับจินฮวา' อาจจะมีของที่ท่านสนใจอยู่"
"ท่านเลยถือโอกาสอ้างเรื่องมาเยี่ยมชมโรงเรียนมัธยมในเมืองไท่หัว เพื่อวางแผนจะเข้าไปสำรวจในแดนลับจินฮวา"
"ฉันเลยพยายามขอติดตามมาด้วย ในฐานะนักเรียนผู้ติดตามคณะเยี่ยมชม พรุ่งนี้เช้าคณะเยี่ยมชมจะออกเดินทาง คาดว่าจะถึงเมืองไท่หัวในอีกสามวัน"
"ในเมื่อฉันจะมาที่เมืองไท่หัวด้วยตัวเอง ก็ไม่จำเป็นต้องให้เพื่อนสมัยมัธยมลงมือแล้ว"
"ฉันจะลงมือบี้ไอ้เด็กหัวทองนั่นให้แหลกคามือด้วยตัวเอง"
ซูหยวน: "......"
เอาล่ะสิ จากเดิมที่ต้องรับมือเฉินเซียนคนเดียว ตอนนี้อัปเกรดเป็นต้องเจอกับคณะทัวร์จากหอกวนเทียนทั้งคณะเลยเหรอ
ถึงคนอื่นๆ ในหอกวนเทียนจะไม่รู้เรื่องความแค้นระหว่างเขากับเฉินเซียน...
แต่ชัดเจนว่า ถ้าเฉินเซียนเกิดเป็นอะไรขึ้นมาในถิ่นเมืองไท่หัว เหล่าอัจฉริยะระดับท็อปในคณะทัวร์คงไม่นิ่งดูดายแน่
พล็อตคลาสสิกแบบตีตัวเล็กแล้วตัวใหญ่โผล่มาช่วยชัดๆ
ส่วนตระกูลเฉิน?
ตระกูลเฉินยังพอคุยกันได้ เพราะหัวหน้าห้องเป็นคนของเขา ตราบใดที่เขาไม่ฆ่าเฉินเซียน ผู้ใหญ่ในตระกูลเฉินคงไม่ลดตัวลงมาเล่นด้วยหรอก
สรุปก็คือ ข่าวที่เฉินเซียนนำมาบอกนี้ เป็นผลเสียต่อเขาอย่างแรงส์
พอคณะทัวร์เข้ามาในเมืองไท่หัว อย่างน้อยก็ต้องอยู่สักอาทิตย์สองอาทิตย์แน่ๆ
เขาคงจะหนีไปไหนไม่ได้
เพราะคณะทัวร์ชูธงว่าจะมาเยี่ยมชมโรงเรียนมัธยมในเมืองไท่หัว นั่นหมายความว่าพวกเขามีโอกาสสูงมากที่จะมาเยือนโรงเรียนมัธยมไท่หัว
ถึงตอนนั้น เฉินเซียนแค่เสนอขอ "ชี้แนะ" รุ่นน้อง ก็สามารถหาเรื่องซ้อมเขาได้อย่างสมเหตุสมผล
ค่าความอันตรายพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
"ทำไม มีปัญหาลำบากใจเหรอ?"
เมื่อเห็นซูหยวนก้มหน้าครุ่นคิดหลังจากฟังจบ เฉินเซียนก็เลิกคิ้วถาม
"ปะ...เปล่าครับ"
ซูหยวนได้สติ รีบโบกมือปฏิเสธ:
"คุณชายเฉินวางใจได้ สามวันนี้ผมจะจับตาดูเจ้านั่นให้ดี! รับรองว่าจะไม่มีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้นก่อนที่คุณชายจะมาถึงเมืองไท่หัวแน่นอน"
เฉินเซียนพยักหน้าอย่างพอใจ ไม่พูดอะไรอีก หันหลังเดินจากไป
หลังจากส่งอีกฝ่ายกลับไปแล้ว ซูหยวนก็ครุ่นคิดอยู่นาน แต่ก็คิดหาทางออกดีๆ ไม่ออก
เขาถอนหายใจ
เรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว หาเงินก่อนดีกว่า
ใช่แล้ว ในข่าวร้ายสุดขีดที่เฉินเซียนนำมาบอก ซูหยวนยังตาไวเห็นช่องทางทำเงิน!
เรื่องที่คณะทูตจากหอกวนเทียนจะมาเยือนเมืองไท่หัวเพิ่งตัดสินใจเมื่อเช้า ตอนนี้น่าจะมีแค่เขาและคนไม่กี่คนที่รู้
ในเมื่อเป็นแบบนี้ ทำไมเขาไม่เอาข่าวนี้ไปขายล่ะ?
เชื่อว่าโรงเรียนชั้นนำอย่างมัธยมเย่าซิง หรือมัธยมเซียวสุ่ย ต้องสนใจข่าวนี้มากแน่ๆ
หึหึหึ!
ในแง่ของการทำธุรกิจ คุณชายเฉินนี่มันเทพเจ้าแห่งโชคลาภชัดๆ
พูดแล้วก็ทำเลย ซูหยวนเดินออกจากร้าน ตรงไปยังสำนักงานของโรงเรียนมัธยมเย่าซิงในเมืองทองคำ ทำท่าทางลึกลับบอกกับผู้ดูแลสำนักงานว่ามีข่าวสำคัญเกี่ยวกับ 'สิบสถาบันใหญ่' จะขาย
เป็นไปตามคาด อีกฝ่ายเชิญซูหยวนเข้าไปในสำนักงานอย่างสุภาพ และยอมจ่ายเงินหนึ่งแสนหยวนเพื่อแลกกับข้อมูลจากปากซูหยวน
จากนั้นผู้ดูแลคนนี้ก็รีบส่งข่าวนี้กลับไปทางโรงเรียนทันทีด้วยความร้อนรน
ทั้งสองฝ่ายต่างพอใจกับการซื้อขายครั้งนี้
ซูหยวนทำแบบเดิมอีกครั้ง ไปขายข่าวที่สำนักงานโรงเรียนมัธยมเซียวสุ่ย
ตอนแรกผู้ดูแลของเซียวสุ่ยขี้เกียจสนใจซูหยวน กะจะไล่ตะเพิดไปแล้ว
แต่พอซูหยวนโชว์สลิปโอนเงินจากโรงเรียนเย่าซิงให้ดู ผู้ดูแลของเซียวสุ่ยก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง โอนเงินหนึ่งแสนให้ซูหยวนทันที
ด้วยวิธีนี้ ซูหยวนตระเวนไปรอบๆ เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากโรงเรียนมัธยมที่มีสำนักงานในเมืองทองคำราวกับเก็บผัก
รวมถึงโรงเรียนของเขา มัธยมไท่หัวด้วย!
แต่โรงเรียนในเมืองไท่หัวที่มีทุนหนาพอจะเปิดสำนักงานในเมืองทองคำก็มีอยู่แค่ไม่กี่แห่ง สุดท้ายซูหยวนเลยทำเงินได้ไม่มากนัก แค่แปดแสน
แปดแสนเชียวนะ มนุษย์เงินเดือนหลายคนทำงานสิบปียังเก็บไม่ได้เลย
นี่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของแพลตฟอร์มและคอนเนกชั่นอย่างชัดเจน
พอได้เงินแปดแสนมานอนกอด ซูหยวนก็ล็อกเอาต์ออกจากแดนมายาไท่สวีอย่างอารมณ์ดี ปล่อยให้เฉินนั่วยีล็อกอินเข้าไปทำหน้าที่สาวน้อยหน้าร้านแทน
และเพราะวิกฤตที่เฉินเซียนนำมา ซูหยวนจึงไม่มีอารมณ์จะอู้งานเล่นเกม เขาตั้งใจบำเพ็ญเพียรอย่างจริงจังตลอดทั้งคืน
ด้วยความช่วยเหลือจากรากวิญญาณเซินหลัวเขาจึงทะลวงผ่านเข้าสู่ขั้นขัดเกลาพลังปราณชั้นแปดได้สำเร็จ!
ค่าพลังตบะ 80.3!
ผลการฝึกฝนระดับนี้ ในการสอบวัดระดับพลังปราณถือว่าเกือบจะได้คะแนนเต็มแล้ว
แน่นอนว่าในขณะที่เขาพัฒนา คนอื่นก็พัฒนาเช่นกัน
อย่างเช่นเฉินนั่วยี ที่เมื่อไม่กี่วันก่อนก็เพิ่งก้าวเข้าสู่ขั้นขัดเกลาพลังปราณชั้นเก้าอย่างเป็นทางการ
เก้าโมงเช้า
เมื่อซูหยวนเดินเข้ามาในห้องเรียนพิเศษ เขาก็พบทันทีว่าการตัดสินใจขายข่าวให้โรงเรียนต่างๆ ในเมืองไท่หัวเป็นการกระทำที่สะเพร่าไปหน่อย
ในห้องเรียน ผู้อำนวยการจางโหย่วเต๋อมารออยู่นานแล้ว
ปกติเขาจะเป็นคนใจดี แต่วันนี้กลับดูเคร่งขรึมขึ้นมา พอเด็กห้องพิเศษมาครบทุกคน เขาก็เอ่ยขึ้นช้าๆ:
"นักเรียนทุกคน มีข่าวด่วนจะแจ้งให้ทราบ"
"ตามข่าวที่เชื่อถือได้เมื่อคืนนี้ หอกวนเทียน ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบมหาวิทยาลัยเซียนชั้นนำ จะมาเยือนเมืองไท่หัวในอีกสามวันข้างหน้า เพื่อเยี่ยมชมบรรยากาศของโรงเรียนมัธยมในเมืองของเรา"
"ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนมัธยมแปดแห่งที่ติดอันดับท็อปไฟว์ของเมือง รวมถึงโรงเรียนมัธยมไท่หัวของเราด้วย จึงจัดประชุมด่วนเมื่อคืนและตกลงกันว่าจะจัดการสอบร่วมกันแปดโรงเรียนขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า"
"เนื้อหาการสอบคือการต่อสู้แบบทีม แต่ละโรงเรียนจะส่งทีมนักเรียนจำนวนเท่ากัน เข้าร่วมการต่อสู้ตะลุมบอนแปดโรงเรียน"
"และเพื่อให้สมจริงและยุติธรรมที่สุด การสอบร่วมแปดโรงเรียนนี้จะจัดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริง นอกจากห้ามใช้อุปกรณ์ภายนอกช่วยแล้ว วิทยายุทธ์อื่นๆ อนุญาตให้ใช้ได้ทั้งหมด"
"และเพื่อเป็นการเอื้อต่อห้องเรียนพิเศษของเรา ครูได้พยายามต่อรองจนสำเร็จ ให้จำนวนนักเรียนที่เข้าสอบของแต่ละโรงเรียนอยู่ที่สามสิบแปดคน"
พูดถึงตรงนี้ จางโหย่วเต๋อก็หยุดเว้นจังหวะ
สายตาของเขากวาดมองนักเรียนแต่ละคนที่บ้างก็ตกใจ บ้างก็กังวล หรือบ้างก็กระตือรือร้น ก่อนจะพูดอย่างจริงจังว่า:
"ครูรู้ว่าการสอบร่วมแปดโรงเรียนนี้มาแบบกะทันหัน แต่ครูเชื่อว่าตั้งแต่วันแรกที่ห้องเรียนพิเศษก่อตั้งขึ้น ทุกคนก็เตรียมใจพร้อมรับมือความท้าทายแบบนี้อยู่แล้ว"
"และนี่ไม่ใช่แค่ความท้าทาย แต่ยังเป็นโอกาส"
"ต่อให้ไม่ใช่เพื่อโรงเรียน ก็ขอให้ทุกคนทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่ออนาคตของตัวเอง เตรียมตัวให้พร้อมภายในเวลาสั้นๆ สามวันนี้"
และทันทีที่สิ้นเสียงของจางโหย่วเต๋อ ข้างหูของซูหยวนก็มีเสียง "ติ๊ง" ดังขึ้น!