- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 126 สอนบ้าอะไร! แกเปลี่ยนคนให้เป็นผีน่ะสิ!
บทที่ 126 สอนบ้าอะไร! แกเปลี่ยนคนให้เป็นผีน่ะสิ!
บทที่ 126 สอนบ้าอะไร! แกเปลี่ยนคนให้เป็นผีน่ะสิ!
เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว การติวเข้มตลอดสองชั่วโมงก็จบลง
ผลของการสะกดจิตในปราณกระบี่ปัญญาก็ค่อยๆ จางหายไป
เซียวคง, จางจวิ้น, จินฮ่าว, อูสื่ออิง, ฉู่หลานซี และนักเรียนขั้นขัดเกลาพลังปราณชั้นแปดชั้นเก้าคนอื่นๆ เป็นกลุ่มแรกที่ได้สติกลับคืนมา
นอกจาก อูสื่ออิงและฉู่หลานซีที่ไม่ได้แสดงความเห็นอะไร คนอื่นๆ ต่างพากันจ้องมองซูหยวนด้วยความโกรธแค้น!
"ซูหยวน! แกทำเกินไปแล้วนะ!"
"ใช้วิธีสะกดจิตบังคับให้พวกเราเรียน วิชามารแบบนี้แกยังกล้าใช้ออกมาได้อีกเหรอ?"
เซียวคงตะโกนด้วยความเดือดดาล เตรียมจะตบโต๊ะลุกขึ้นยืน
แต่ซูหยวนชิงพูดเตือนขึ้นมาก่อน:
"ถึงผลของการสะกดจิตจะหายไปแล้ว แต่ปราณกระบี่เมื่อครู่ยังแฝงไปด้วยพลังวิญญาณจากห้วงอันธการจำนวนมหาศาล ตอนนี้ความไวต่อความรู้สึกของร่างกายพวกนายพุ่งสูงกว่าปกติถึงสิบเท่าเชียวนะ"
"อย่าขยับมั่วซั่วล่ะ ไม่งั้น ถ้าเผลอไปกระตุ้นจุดเซ็นซิทิฟบางจุดเข้าจนทนไม่ไหว ฉันไม่รับผิดชอบนะ"
มือของเซียวคงที่ง้างค้างอยู่กลางอากาศแข็งทื่อไปทันที
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคำเตือนของซูหยวน อีกส่วนหนึ่งคือ... เขารู้สึกถึงความผิดปกติของร่างกายจริงๆ
แค่ยกมือขึ้นแล้วเสื้อผ้าเสียดสีกับผิวหนัง เขาก็แทบจะทนไม่ไหวแล้ว
เขาทำได้เพียงรักษาท่ายกมือค้างไว้แบบนั้น—ท่ายกมือที่คงทำให้ชาวยิวต้องหน้าถอดสีกันหมด*—แล้วจ้องมองซูหยวนด้วยความเจ็บใจ
(*ท่ายกมือของท่านผู้นำ คงไม่ต้องให้บอกนะครับว่าใคร 55555)
จางจวิ้นเองก็โกรธจัดเช่นกัน:
"ซูหยวน! วันนี้แกพูดอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์ ฉันจะเอาเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องเรียนไปฟ้องลุงใหญ่ของฉัน!"
"ฉันจะให้เขาเห็นธาตุแท้ของแก! แล้วสั่งเพิกถอนสิทธิ์การสอนของแกซะ!"
ซูหยวนยืนเอามือไพล่หลัง กวาดตามองเพื่อนร่วมชั้นที่ทยอยได้สติกันมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วยิ้มกล่าวว่า:
"เพื่อนๆ ทุกคน ผมรู้ว่าตอนนี้พวกนายกำลังหัวร้อน แต่ขอให้ใจเย็นๆ ก่อนได้ไหม!"
"ก่อนที่จะโวยวายเรื่องที่ผมสะกดจิตและบังคับให้พวกนายเรียน ทำไมทุกคนไม่ลองย้อนนึกถึงผลลัพธ์ของการเรียนดูก่อนล่ะครับ?"
"ถึงจะไม่มีเครื่องมือตรวจสอบระดับมืออาชีพ แต่ผมกล้าฟันธงเลยว่า จิตใจของพวกนายส่วนใหญ่หลังจากผ่านการขัดเกลามาสองชั่วโมง คะแนนด้านจิตเต๋าจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งส่วนแน่ๆ"
"ในขณะเดียวกัน ด้วยการชำระล้างจากพลังแห่งจิตใจ แม้พวกนายจะยังไม่เข้าใจปราณกระบี่ปัญญาอย่างถ่องแท้ แต่พลังปราณในจุดตันเถียนก็บริสุทธิ์ขึ้นในระดับหนึ่งแล้ว!"
"ผมอยากจะถามทุกคนว่า ตอนที่พวกนายมีสติครบถ้วน พวกคุณเรียนรู้ได้ประสิทธิภาพสูงขนาดนี้ไหม?"
สิ้นคำพูดนั้น นักเรียนห้องพิเศษทุกคนก็เผลอสำรวจภายในร่างกายตัวเองโดยไม่รู้ตัว
แล้วพวกเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า สิ่งที่ซูหยวนพูดมานั้นไม่มีผิดเพี้ยนเลยแม้แต่น้อย
ถ้าตัดเรื่องความอัปยศที่ต้องตกอยู่ภายใต้การสะกดจิตและทำตามคำสั่งซูหยวนทุกอย่าง ทิ้งไป...
"ถึงแกจะสะกดจิตพวกเราเพื่อเร่งความเร็วในการเรียนก็เถอะ แต่... แต่การถูกคนอื่นควบคุมความคิดและร่างกาย ฉันรับไม่ได้จริงๆ"
จางจวิ้นยังคงเถียงข้างๆ คูๆ แต่น้ำเสียงในครั้งนี้อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนเซียวคง คุณชายใหญ่ผู้หยิ่งทะนง ย่อมไม่ยอมรับง่ายๆ เขายังคงจ้องซูหยวนด้วยสายตาเย็นชา
ซูหยวนไม่ตื่นตระหนก เพียงแค่พูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า:
"ใครบอกว่านี่คือการสะกดจิต พูดให้ถูกคือ วิธีการสอนของผมเรียกว่า 'ระบบบอท' ต่างหาก!"
"ถ้าเปรียบร่างกายของพวกนายเป็นไอดีเกม และการเรียนคือการดันเจี้ยนประจำวัน สิ่งที่ผมทำก็แค่รับฝากไอดีพวกนายไปลงดันเจี้ยนให้เท่านั้นเอง แถมอัตราการดรอปของ ยังสูงกว่าพวกนายเล่นเองตั้งเยอะ"
"พอจบการบอท พวกนายก็ไม่เสียอะไรเลย แถมยังได้ของรางวัลเพียบ! ทำไมถึงจะไม่ทำล่ะ?"
จางจวิ้นและนักเรียนหลายคนได้ฟังดังนั้น ความโกรธบนใบหน้าก็ค่อยๆ จางหายไป และเริ่มตกอยู่ในห้วงความคิด
คนเดียวในห้องที่ยังมีจุดยืนมั่นคงอยู่บ้าง ก็มีแค่เซียวคง
ซูหยวนคาดการณ์เรื่องนี้ไว้แล้ว เขาหันไปมองเซียวคงด้วยสายตาสงบนิ่ง แล้วถามว่า:
"คุณชายเซียว นายก้าวผ่านทิฐิในใจตัวเองไม่ได้จริงๆ เหรอครับ?"
เซียวคงยกมือขึ้นประกาศอย่างเย่อหยิ่ง:
"ชีวิตของฉัน เซียวคง ไม่เคยต้องก้มหัวให้ใคร ความอัปยศในวันนี้! วันหน้าฉันจะมาเอาคืนจากนายให้ได้!"
สิ้นคำพูด กลิ่นอายของดินปืนก็คละคลุ้งไปทั่วห้องเรียนทันที
ทว่า ซูหยวนกลับไม่รับคำท้านั้น เขาส่ายหน้าเบาๆ:
"พ่อหนุ่ม ทำไมนายถึงชอบเอาชนะแต่กลับขี้เกียจแบบนี้?"
"ว่าไงนะ?"
เซียวคงขมวดคิ้วแน่น โกรธจนแทบจะมีไฟลุกออกจากหัว
"คนอื่นไม่รู้ แต่นายคิดว่าฉันไม่รู้เป้าหมายและความทะเยอทะยานของนายงั้นเหรอ?"
"นายอยากจะเอาชนะ 'เธอคนนั้น' อย่างขาวสะอาดใช่ไหม? แต่ถามหน่อยเถอะว่านายพยายามทำอะไรเพื่อสิ่งนั้นบ้าง?"
"นายไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ฝึกฝนไปตามปกติเหมือนนักเรียนคนอื่นๆ นายคิดว่าแค่พยายามแค่นั้นจะไล่ตามคนคนนั้นทันเหรอ?"
"ผิดแล้ว! นอกจากเขาจะมีพรสวรรค์มากกว่านายแล้ว เขายังพยายามมากกว่านายด้วย!"
ซูหยวนใช้น้ำเสียงเย็นเยียบ บอกเล่าความจริงที่ทำให้เซียวคงรู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย:
"ทั้งที่แค่ถูกสะกดจิตชั่วโมงกว่าๆ ก็ได้ผลลัพธ์มากกว่านายฝึกเองตามปกติถึงสามวัน แต่นายกลับเลือกที่จะต่อต้านเพราะศักดิ์ศรีอันเปราะบางและตื้นเขินนั่น"
"นายเคยคิดไหมว่าถ้าเสียโอกาสในการ 'ฝากบอท' นี้ไป นายจะตามหลังเพื่อนคนอื่นไปไกลแค่ไหน และจะห่างชั้นจากคนคนนั้นไปอีกเท่าไหร่?"
"ฉันเคยเจออัจฉริยะมาเยอะ บางคนเพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้น ถึงกับยอมกินเศษอาหารเหลือในโรงอาหาร หรือแม้กระทั่งยอมขายเรือนร่างของตัวเอง"
"ถ้าแค่ความอัปยศแค่นี้ยังทนไม่ได้ ในอนาคตนายจะปีนขึ้นไปสู่จุดสูงสุดได้ยังไง?"
คำพูดที่เย็นชาชุดใหญ่ทำให้ความโกรธบนใบหน้าของเซียวคงค่อยๆ เลือนหายไป และตกอยู่ในความเงียบงันอันยาวนาน
ซูหยวนก็หยุดพูดในจังหวะที่เหมาะสม ทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคเดียว
"คลาสเรียนของผมจากนี้ ทุกคาบ จะใช้ระบบการสอนแบบ 'ฝากบอท' ทั้งหมด"
"ถ้าไม่อยากรับการฝากบอทจากผมก็ไม่เป็นไร แต่อย่าเอาวิธีการสอนของผมไปโพทะนาข้างนอกมั่วซั่ว"
"ถ้าทำให้ทุกคนอดเรียนพิเศษกันหมด ผมว่าทุกคนคงจะมีปัญหากับนายแน่"
สิ้นเสียงซูหยวน นักเรียนห้องพิเศษที่ยอมรับการสอนแบบฝากบอทแล้ว ต่างพากันหันไปมองเซียวคงอย่างพร้อมเพรียง
แต่ทว่า ยังไม่ทันที่เพื่อนคนอื่นจะพูดเกลี้ยกล่อม เซียวคงก็เงยหน้าขึ้น ความหยิ่งยโสในสีหน้าหายไปจนหมดสิ้น
เขาลุกขึ้นยืน โค้งคำนับซูหยวนอย่างจริงจัง และพูดด้วยความจริงใจ:
"ท่านอาจารย์ครับ ผมอยากเก่งขึ้น!"
"คลาสต่อๆ ไปของอาจารย์ ผมขอเหมาหมดครับ!"
ซูหยวนพยักหน้ายิ้ม แผ่ออร่าความเป็นปรมาจารย์ออกมาเต็มเปี่ยม
และเมื่อเซียวคงยอมรับการเรียนแบบฝากบอท นักเรียนคนอื่นๆ ก็ไม่มีใครคัดค้านอีกต่อไป ต่างพากันลุกขึ้นทำความเคารพซูหยวน
ส่วนเรื่องที่พวกเขาถูกซูหยวนสะกดจิตน่ะเหรอ?
พวกเขาย่อมไม่บอกใครเด็ดขาด
เฉินนั่วยีที่ยืนอยู่ข้างกายซูหยวนมองดูเด็กหนุ่มข้างๆ ดวงตาคู่งามเธอก็ฉายแววประหลาดใจ
เธอนึกว่าซูหยวนจะใช้วิธีข่มขู่แกมบังคับเหมือนที่เคยทำ เพื่อบีบให้ทุกคนยอมจำนน
แต่ที่คาดไม่ถึงคือ ซูหยวนกลับใช้วิธีที่ดูธรรมมะจนชนะใจทุกคนได้!
ทำไมถึงดูเท่จังนะ?
วิธีติวแบบวิชามารเหรอ? ร้ายกาจจริงๆ
คลาสเรียนจบลงเพียงเท่านี้ หลังเลิกเรียน ซูหยวนก็ไลฟ์สดตามปกติเป็นเวลาสามชั่วโมง
ทันทีที่ลงไลฟ์ เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากเฉินเซียน
เนื้อหาในสายนั้นเรียบง่าย คือต้องการนัดเจอเขาที่เมืองทองคำเพื่อถามไถ่เกี่ยวกับสถานการณ์ของซูหยวน
นี่เพิ่งเป็นวันแรกหลังจากไท่ป๋ายเทียนจีจากไป หมอนั่นก็อดทนรอไม่ไหวอยากจะมาคิดบัญชีเขาซะแล้ว ดูท่าคุณชายเฉินผู้นี้จะให้ความสำคัญกับเขามากจริงๆ