- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 95 ดวงใหญ่มาแล้ว!
บทที่ 95 ดวงใหญ่มาแล้ว!
บทที่ 95 ดวงใหญ่มาแล้ว!
"อะแฮ่ม แต่ทุกคนไม่ต้องกังวลไป"
ไท่ป๋ายเทียนจียังไงก็เอ็นดูลูกศิษย์ รีบแก้ตัวให้:
"แม้แรงกระแทกทางจิตใจของซูหยวนจะสูงถึงระดับ S แต่ระดับพลังของเขายังแค่ขั้นขัดเกลาพลังปราณชั้นหก"
"ต่อให้พลาดไปโดนพวกเธอเข้า โอกาสที่พวกเธอจะต้านทานแรงกระแทกทางจิตใจได้ก็มีสูงมาก"
ซูหยวนเงียบกริบ
อาจารย์ยังอ่อนหัดไปนะครับ ผมยังมีเมล็ดพันธุ์กระบี่ใจมารที่ยังไม่ได้ใช้เลย
หลังจากสร้างปราณกระบี่สายแรกได้ แม้ยังไม่ได้ลองใช้เมล็ดพันธุ์กระบี่จริงๆ แต่มันก็ส่งข้อมูลผลลัพธ์มาให้เขารู้แล้ว
ผลของการเสริมพลังจากเมล็ดพันธุ์กระบี่ใจมารนั้นเรียบง่าย คือสามารถหลอมรวมปราณกระบี่แห่งปัญญาที่กระจัดกระจายให้เป็นหนึ่งเดียว เพิ่มพลังทำลายมหาศาล
คล้ายกับผลของหัวใจมารฟ่านจิ้งที่รวมสมาธิ
ด้วยขีดความสามารถปัจจุบัน เขาสามารถรวมปราณกระบี่สามสายเข้าด้วยกันได้
นั่นหมายความว่า ถ้าเขายอมทุ่มพลังวิญญาณ พลังทำลายทางกายภาพอาจพุ่งไปถึงระดับ S สบายๆ
ส่วนการโจมตีทางจิต... ระดับ SS?
แต่เรื่องพวกนี้เก็บไว้เป็นความลับดีกว่า เดี๋ยวจะเสียน้ำใจกับเพื่อนๆ หมด
เก็บความลับเล็กๆ นี้ไว้ในใจ ซูหยวนยิ้มอย่างเป็นมิตร:
"เพื่อนๆ อย่าเกร็งเลย ผมซูหยวนรักสันติ ไม่เคยหันคมกระบี่ใส่พวกเดียวกัน... ยกเว้นจำเป็นจริงๆ"
"นาย... นายโกหก"
ท่ามกลางฝูงชน อู่สื่ออิงพูดเสียงอ่อย
"หือ?"
ซูหยวนตาโตใส่ สาวน้อยผมม่วงมาดเท่รีบเอามือปิดปาก ทำหน้าตาน่าสงสารไม่กล้าส่งเสียงอีก
นักเรียนห้องพิเศษ: "..."
เห็นทุกคนระแวงหนักกว่าเดิม ซูหยวนเลยต้องงัดท่าไม้ตายออกมา
เขาลุกพรวดขึ้นมา พูดด้วยสีหน้าจริงจัง:
"เพื่อนๆ ครับ ผมเคยบอกไว้แล้วว่าจะสอนเคล็ดวิชาจิตกระบี่ปัญญาให้ทุกคน ขอแค่ทุกคนเชื่อใจผม ผมจะจับมือสอนวิชานี้ให้เอง"
"ช่วงนี้อาจจะมีเก็บค่าเรียนพิเศษนิดๆ หน่อยๆ แต่รับรองว่าคุ้มค่าเกินราคา!"
"ลองคิดดูสิครับ ถ้าซื้อคอร์สผม ก็เท่ากับเป็นพี่น้องกับผม แล้วผมจะทำร้ายพี่น้องตัวเองได้ยังไง จริงไหมครับ?"
ได้ยินคำพูดจริงใจของซูหยวน นักเรียนห้องพิเศษก็เริ่มวางใจลงบ้าง
แถมหลายคนเริ่มสนใจ ถึงจะไม่รู้ว่าเคล็ดวิชาจิตกระบี่ปัญญาดีแค่ไหน แต่ดูทรงแล้วน่าจะสร้างปราณกระบี่พิเศษได้ ต้องเป็นวิชาระดับท็อปแน่ๆ
จ่ายเงินแล้วเรียนได้ คุ้มสุดๆ
แต่ตอนนั้นเอง มีคนตาดีเห็นจุดสังเกต
"แล้วถ้าไม่ซื้อคอร์สของนายล่ะ?"
"งั้นเขาก็ไม่ใช่พี่น้องผม"
ซูหยวนตอบสวนทันควัน
ไอ้บ้าเอ๊ย เผยธาตุแท้ออกมาแล้วสินะ!
ใครซื้อคอร์สเอ็ง เอ็งอาจจะจำไม่ได้ แต่ใครไม่ซื้อ เอ็งจำแม่นแน่นอนใช่ไหม!
แม่งเอ้ย ใครก็ได้มาจัดการไอ้จอมมารผู้ไร้กฎเกณฑ์คนนี้ทีเถอะ!
สุดท้ายไม่มีใครยอมเป็นหน่วยกล้าตาย ทุกคนก้มหน้าก้มตาศึกษาคัมภีร์กายกระบี่อมตะต่อเงียบๆ ทำเอาซูหยวนผิดหวังนิดหน่อย
แต่เขาก็ไม่ท้อใจ เรื่องขายคอร์สต้องใจเย็นๆ เดี๋ยวค่อยๆ ชักจูง (ล่อลวง) เพื่อนๆ ที่น่ารักทีหลังก็ได้
เขานั่งลงปรับพื้นฐานวิชาจิตกระบี่ปัญญา สร้างปราณกระบี่ออกมาอีกหลายสาย สักพักเฉินนั่วยีก็เรียนรู้วิชากายกระบี่อมตะเสร็จพอดี
ทั้งสองคนลาไท่ป๋ายเทียนจีแล้วออกไปทำงานพิเศษ
ระหว่างทาง ซูหยวนส่งไฟล์ภาพแคปหน้าจอเคล็ดวิชาจิตกระบี่ปัญญาไปให้เฉินนั่วยี, ฉู่หลานซี และอู๋ซิงฉี
"หัวหน้าห้อง เธอต้องรีบเรียนวิชานี้ให้เป็นนะ เดี๋ยวตอนขายคอร์สต้องให้เธอช่วยสอน"
ซูหยวนกำชับด้วยสีหน้าจริงจัง
เด็กสาวชะงักเล็กน้อย เอียงคออย่างสงสัย ไม่ค่อยเข้าใจ
ซูหยวนอธิบาย:
"ฉันฝึกวิชานี้สำเร็จด้วยทางลัด วิธีของฉันสอนคนอื่นไม่ได้ เลยต้องมีคนที่ฝึกด้วยวิธีดั้งเดิมจนสำเร็จมาช่วยสอนคู่กัน"
ซูหยวนพูดความจริง ถ้าไม่มีโปร "หัวใจมารฟ่านจิ้ง" ต่อให้มีฉายาจ้าวแห่งมาร เขาคงต้องใช้เวลาเป็นครึ่งเดือนกว่าจะฝึกสำเร็จ
แล้วคำถามคือ นักเรียนห้องพิเศษคนอื่นมีจิตเต๋าแต่กำเนิด หรือมีฉายาระดับรุ้งกันหรือไง?
ให้เขาสอนไปก็สอนไม่รู้เรื่องหรอก
เฉินนั่วยีไม่ค่อยเข้าใจความคิดของซูหยวน แต่ก็พยักหน้าเบาๆ
"อื้ม ฉันจะพยายาม"
หลังจากนั้นทั้งสองก็ไปวิ่งส่งอาหารอยู่หลายชั่วโมง พอหยินชีเยว่เลิกเรียนก็เริ่มไลฟ์สดทันที
ระหว่างไลฟ์ ซูหยวนเปิดตัวธุรกิจใหม่ภายใต้ข้ออ้าง ตอบสนองรสชาติและความต้องการที่หลากหลายของ "คนในครอบครัว"!
รายละเอียดธุรกิจง่ายมาก ลูกค้าในไลฟ์สั่งออเดอร์ ขอแค่เป็นวัตถุดิบที่มีชีวิตในสวนหลังโรงอาหาร ซูหยวนจะแปรรูปเป็นสินค้ากึ่งสำเร็จรูปให้
และตามความต้องการของลูกค้า มีตัวเลือกให้คงสภาพเดิมก่อนตาย หรือหมักจนเหลือแค่ขั้นตอนย่าง
เดาได้เลยว่า "วัตถุดิบ" กึ่งสำเร็จรูปบางส่วน อาจกลายเป็นพาหนะใหม่ของลูกค้าบางกลุ่ม
ทำถึงขั้นนี้ จริงๆ เสี่ยงโดนหน่วยงานรัฐเพ่งเล็งมาก ดังนั้นซูหยวนเลยตัดฟังก์ชั่นการต่อสู้ของวัตถุดิบออก เอาพิษศพออก ให้เป็นได้แค่โล่เนื้อรับตีนเท่านั้น
ถึงจะทำให้ออเดอร์ลดลง แต่ก็ดีกว่าไปกินข้าวแดงในคุก
ส่วนธุรกิจสัตว์โลหิต เอาไว้ก่อน
เพราะของพรรค์นั้นใครดูก็รู้ว่าเป็นวิชามาร แก้ตัวไม่ขึ้นหรอก
ขืนทำออกมา ไลฟ์บินแน่นอน
สองทุ่มครึ่ง จบไลฟ์ ซูหยวนที่กอบโกยไปเต็มกระเป๋ากับเฉินนั่วยี ก็ขี่กระบี่ชื่อหยวนเล่มเดียวกันมุ่งหน้าสู่ชานเมือง ท่ามกลางสายตาอาลัยอาวรณ์ของหยินชีเยว่
ช่วยไม่ได้ แถวชานเมืองไม่มีจุดคืนกระบี่เช่า เลยต้องใช้กระบี่เล่มเดียวกันแก้ขัด
เพียงแต่กระบี่ชื่อหยวนดูจะไม่ค่อยพอใจที่เฉินนั่วยีเหยียบมัน ซูหยวนรู้สึกเสียวสันหลังวาบๆ ตลอดทาง
สงสัยเพราะเข้าหน้าใบไม้ร่วงแล้วมั้ง
ใช้เวลาสิบนาทีก็มาถึงจุดนัดพบ นักเรียนห้องพิเศษมากันครบแล้ว
ถนนหลวงอยู่ข้างๆ นี่เอง
ในยุคเซียนครองเมือง กระบี่บินกับสัตว์อสูรเป็นพาหนะหลัก เดินทางไกลก็มีเรือเหาะ
แต่สำหรับการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ การขนส่งทางอากาศเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ ขนส่งทางบกกับทางน้ำคุ้มกว่าเห็นๆ
ทำให้บนถนนหลวงนอกเมือง รถร้อยคันจะเป็นรถพ่วงบรรทุกสินค้าซะ 99 คัน
ในโลกนี้ น้ำหนักร้อยตันคือลิมิตที่กฎหมายสั่ง แต่ 999 ตันก็นับเป็นร้อยตันได้!
รถบรรทุกบางคันที่แบกน้ำหนักเกินพิกัดอาจหนักถึงหลายพันตัน!
มองดูรถพ่วงที่วิ่งผ่านไปมาบนถนนหลวง ซูหยวนอดสยองไม่ได้
ก็ชาติก่อนเขาโดน "ดวงใหญ่" (รถบรรทุก) ชนจนข้ามมิติมาโลกนี้นี่นา
แล้วที่ซวยคือ สำนักขนส่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ดันชื่อ "สำนักต้ายวิ้น" (ดวงใหญ่/โชคใหญ่) พอดีเป๊ะ...
แล้วอาจารย์ไท่ป๋ายเรียกพวกเรามาทำอะไรข้างถนนหลวงเนี่ย?
คงไม่ใช่ให้ไปคอสเพลย์เป็นลูกระนาดชะลอความเร็วหรอกนะ
ทว่า กลัวอะไรมักจะได้อย่างนั้น
พอไท่ป๋ายเทียนจีมาถึงตรงเวลาเป๊ะ ประโยคแรกของเขาก็ทำเอาซูหยวนหน้ามืด
"ฉันคุยกับด่านเก็บเงินข้างหน้าและสิงห์รถบรรทุกส่วนใหญ่บนถนนสายนี้ไว้แล้ว ตอนนี้พวกเธอลงไปฝึกวิชาบนถนนหลวงได้เลย"