- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 79 อู่สื่ออิงช็อกตาตั้ง!
บทที่ 79 อู่สื่ออิงช็อกตาตั้ง!
บทที่ 79 อู่สื่ออิงช็อกตาตั้ง!
ไอ้หนูนี่มันไม่เล่นตามกติกาเลยนี่หว่า!
ณ ตอนนี้ ไท่ป๋ายเทียนจีและเหล่าผู้บริหารโรงเรียนต่างมีความคิดเดียวกันผุดขึ้นในหัว
ขอถามหน่อยเถอะ เอ็งมีฉนวนกันความเร่าร้อนของวัยรุ่นหรือไง?
แล้วยัยหนูอู่สื่ออิงนี่ก็มีปัญหา!
กำลังสอบอยู่นะ! จะสนทำไมว่าเป็นคนที่รู้จักหรือเปล่า ฟันให้ตายไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ?
ถ้าไม่เปิดโอกาสให้ซูหยวนได้พูด ก็คงไม่โดนจอมมารคนนี้เป่าหูหรอก
ภายในแดนมายา แม้อู่สื่ออิงจะเชื่อว่าคนตรงหน้าคือจินฮ่าว แต่ก็ไม่ได้ไว้ใจจินฮ่าวในฐานะเพื่อนร่วมทีมทันที
การสอบวัดระดับยังไงก็ต้องสู้จนเหลือคนสุดท้าย อย่าว่าแต่จินฮ่าวเลย ต่อให้เป็นเซียวคง สุดท้ายก็ต้องกลายเป็นศัตรู
เธอคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า:
“ในเมื่อเจ็บอยู่ นายยังจะสอบต่อเหรอ? ถ้ารู้สึกว่าไม่ไหว ฉันช่วยสงเคราะห์ให้ไปสบายได้นะ”
ซูหยวน: “...”
คนอาจจะไม่ค่อยฉลาด แต่จิตใจโหดเหี้ยมนี่ของจริง
ซูหยวนไม่กล้าลังเล รีบตอบกลับไปว่า:
“ผมว่าผมยังพอไหวนะ”
“ถึงผู้น้อยจะไม่มีปัญญาไปชิงที่หนึ่งที่สองของห้องพิเศษ แต่ก็ยังอยากเก็บคะแนนดันอันดับตัวเองขึ้นมาหน่อย ไม่อยากให้เสียหน้าเด็กใหม่”
“อีกอย่าง เจ๊ดูคะแนนผมสิยังเป็นศูนย์อยู่เลย ฆ่าผมตอนนี้เจ๊ก็ไม่ได้คะแนนอะไร”
“สู้ให้ผมรักษาอาการบาดเจ็บก่อน รอผมเก็บคะแนนทำอันดับได้ซักหน่อย แล้วเจ๊ค่อยมาเชือดผมก็ยังไม่สาย”
อู่สื่ออิงเห็นด้วย จึงถามว่า: “แล้วนายจะให้ฉันช่วยยังไง?”
ซูหยวน: “ไม่ทราบว่าเจ๊อู่ยังจำตำแหน่งสัตว์อสูรที่เจ๊เพิ่งฆ่าไปได้ไหม? ไม่ปิดบังเจ๊นะ ผมมีวิชาลับที่ใช้เลือดเนื้อสัตว์อสูรมาบำรุงร่างกาย เร่งการรักษาบาดแผลได้”
ได้ยินคำขอนี้ อู่สื่ออิงยิ่งรู้สึกว่าไม่มีเหตุผลต้องปฏิเสธ
แดนมายาไท่ซูไม่ใช่โลกจริง วัตถุดิบจากสัตว์อสูรที่ฆ่าไปก็เอาออกไปไม่ได้ ยกให้จินฮ่าวรุ่นน้องคนนี้ใช้รักษาตัวก็ไม่เห็นเป็นไร
ส่วนเรื่องจินฮ่าวหายดีแล้วจะแว้งกัดไหม?
เธอรู้ฝีมือจินฮ่าวดี ไม่คณามือเธอหรอก จะกลัวอะไร
“ไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันพาไป”
“ขอบคุณครับเจ๊อู่”
อู่สื่ออิงชะงักเหมือนนึกอะไรได้ ถามต่อว่า:
“จริงสิ นายโดนใครไล่ล่ามาถึงได้สภาพนี้? ถ้าเจอตัว ฉันช่วยล้างแค้นให้ได้นะ”
“จินฮ่าว” กัดฟันพูดด้วยความแค้น:
“ก็ไอ้คนชื่อซูหยวน เด็กเจ้าถิ่นโรงเรียนนี้น่ะสิ ก่อนหน้านี้มันก็ใช้ยาชั่วร้ายทรมานผมจนเป็นแบบนี้!”
“เดิมทีพอเข้ามาผมกะจะไปคิดบัญชีกับมัน ใครจะคิดว่ามันเจ้าเล่ห์เพทุบาย วางกับดักไว้ล่วงหน้า จนทำร้ายผมเป็นสภาพนี้”
อู่สื่ออิงร้องอ๋อ:
“ซูหยวนสินะ หมอนั่นอยู่ในบัญชีดำที่ต้องฆ่าของฉันอยู่แล้ว เจอตัวเมื่อไหร่ฉันฆ่าแน่”
“ตอนนี้นายตามฉันมา แถวนี้มีมังกรเจียวหินดำตัวหนึ่งที่ฉันเพิ่งฆ่าไป”
พูดจบ สาวน้อยผมม่วงก็หันหลังเดินไปยังทิศที่ฆ่ามังกรเจียว แต่พอเดินไปได้สักพัก เธอกลับพบว่าจินฮ่าวไม่ได้ตามมา
สาวน้อยผมม่วงหันกลับมา เห็นจินฮ่าวยังซ่อนตัวนิ่งอยู่ในพงหญ้า จึงพูดอย่างไม่พอใจ:
“ทำไมไม่ตามมา? หรือที่พล่ามมาตั้งเยอะแค่อยากจะล่อให้ฉันไปพ้นๆ?”
“จินฮ่าว” หัวเราะแห้งๆ:
“เจ๊อู่ไปก่อนเลยครับ เดี๋ยวผมแกะรอยตามไปเอง ผมบาดเจ็บหนัก ไม่กล้าอยู่ใกล้เจ๊เกินไป”
อู่สื่ออิงเริ่มหงุดหงิด จินฮ่าวกำลังระแวงเธอสินะ! กลัวว่าอยู่ใกล้แล้วจะโดนเธอเชือดทิ้งงั้นสิ?
พวกอ่อนแอนี่คิดเยอะจริง
แต่สุดท้ายอู่สื่ออิงก็ไม่ได้พูดอะไร แค่เดินนำทางไปเปิดป่าข้างหน้าต่อ
เห็นแผ่นหลังอีกฝ่ายไกลออกไป ซูหยวนที่อยู่ในพงหญ้าก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
แต่เพราะตำแหน่งผู้เข้าสอบในแผนที่เล็กดูได้ตลอดเวลา เขาจะหันหลังวิ่งหนีเลยก็ไม่ได้ แบบนั้นอู่สื่ออิงจะรู้ตัวทันทีว่าผิดปกติแล้วไล่ตามมา
ยังไงก็ต้องตามไป
และถ้าบริหารจัดการดีๆ นี่อาจจะเป็นโอกาสฟาร์มเวลที่รวดเร็วก็ได้
อย่างเช่นศพมังกรเจียวหินดำตัวนั้น
ฮี่ๆ ถึงจะผ่านไปนานจนวิญญาณคงสลายไปแล้ว แต่ร่างกายของมันคือวัตถุดิบชั้นยอดในการหลอมยา
ซอมบี้จินฮ่าวมีหนึ่งแรงวัวหนึ่งแรงเสืออยู่แล้ว ต่อไปบวกหนึ่งแรงมังกรเจียวเข้าไป...
หนี?
หนีทำบ้าอะไร! สวนกลับสิวะครับ!
ยัยอู่สื่ออิงนี่โง่ก็จริง แต่ในเมื่อกล้าใส่ชื่อเขาไว้ในบัญชีต้องฆ่า งั้นก็ปล่อยไว้ไม่ได้!
คิดได้ดังนั้น ซูหยวนให้ซอมบี้จินฮ่าวเดินนำหน้า ส่วนตัวเองซ่อนในเงาของจินฮ่าวเคลื่อนที่ตามไป
เพราะในป่ามีต้นไม้เต็มไปหมด จึงไม่ต้องกังวลว่าอู่สื่ออิงที่เดินไปไกลจะสังเกตเห็นความผิดปกติ
บริวารวัวเสือทั้งสองตัวก็ทิ้งระยะห่างตามหลังมาไกลๆ เผื่อพลาดท่าถูกจับได้ ก็ให้พวกมันเป็นโล่เนื้อขวางไว้ สร้างโอกาสหนี
สรุปคือวางแผนไว้รัดกุมมาก
สิบนาทีต่อมา ซูหยวนมาถึงริมบึงพิษ ในน้ำมีศพมังกรเจียวดำยาวสิบกว่าเมตรลอยตุ๊บป่อง
ดูเหมือนเพื่อหลีกเลี่ยงการเห็น "วิชาลับ" ที่ "จินฮ่าว" จะใช้ อู่สื่ออิงจึงเดินเข้าไปรอในป่าทึบไกลออกไปแล้ว
ซูหยวนรีบไปที่ริมน้ำ ลากมังกรเจียวหินดำขึ้นมา พร้อมกับใส่โมเสกให้ตัวเองอย่างชำนาญ
ครู่ต่อมา วิชามาร·ดัชนีวิญญาณ ก็เสร็จสิ้น
ในมือซูหยวนมียาเม็ดประสิทธิภาพสูงลิ่วเพิ่มมาสามเม็ด
[ยาเม็ดสีดำเหลือบสีรุ้งที่ยังไม่ตั้งชื่อ: หลังรับประทานจะได้รับพละกำลังของมังกรเจียวหินดำวัยหนุ่ม และผิวหนังจะหลั่งพิษมังกรเจียวที่ร้ายแรงถึงตายออกมาไม่หยุด ต่อเนื่อง 12 ชั่วโมง!]
ซูหยวนเก็บไว้เองสองเม็ด แล้วยัดใส่ปากจินฮ่าวหนึ่งเม็ด
ในฐานะเจ้านาย เขาเซ็นส์ได้ทันทีว่าภายในร่างจินฮ่าวมีพละกำลังมหาศาลปะทุขึ้นมาไม่หยุดหย่อน
ไม่เกินจริงเลยที่จะบอกว่าพละกำลังของหมอนี่ตอนนี้ การพุ่งชนเต็มแรงแทบไม่ต่างอะไรกับรถบรรทุกสิบล้อที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง
แต่ที่ทำให้ซูหยวนรู้สึกคลื่นไส้หน่อยๆ คือทั่วร่างของจินฮ่าวเริ่มมีเมือกสีขาวขุ่นซึมออกมา
นั่นน่าจะเป็นพิษมังกรเจียวตามคำอธิบายยา
เห็นสภาพนี้ ซูหยวนล้มเลิกความคิดที่จะเก็บยาอีกสองเม็ดไว้กินเองทันที
หลังจากลบโมเสกออก ซูหยวนสั่งให้จินฮ่าวเดินหน้าต่อ ไม่นานก็ไปเจอกับอู่สื่ออิงที่รออยู่ในป่า
“อาการบาดเจ็บนายเป็นไง... เดี๋ยว! เกิดบ้าอะไรขึ้น ทำไมตัวนายถึงขยะแขยงแบบนั้น?”
พอเห็นจินฮ่าวในสภาพตัวขาวโพลนเหนียวเหนอะ อู่สื่ออิงรูม่านตาสั่นระริก ถอยหลังกรูดไปหลายก้าว ใบหน้าสวยแสดงความรังเกียจเต็มพิกัด
ซูหยวนที่ซ่อนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ข้างๆ จินฮ่าวอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย:
“ไม่มีอะไร แค่ใช้ยาขี้ผึ้งสมานแผลที่หลอมมาจากอวัยวะบำรุงกำลังชั้นยอดของมังกรเจียวหินดำน่ะ”
“อวัยวะบำรุงกำลังชั้นยอด?”
ดวงตาคู่งามของอู่สื่ออิงเบิกกว้าง มองสีของเมือกนั้น ในหัวพลันผุดคำคำหนึ่งขึ้นมา
มังกรโดยธรรมชาติมีความ...
มังกรเจียวก็เป็นมังกร ดังนั้นอวัยวะที่บำรุงที่สุดของมันคืออะไร ไม่ต้องพูดเยอะ
อู่สื่ออิงช็อกตาตั้ง
สายตาที่เธอมองจินฮ่าวเปลี่ยนไปเป็นความนับถืออย่างสุดซึ้ง
เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ เพื่อไต่อันดับห้องพิเศษ จินฮ่าวนี่ยอมแลกทุกอย่างจริงๆ!
มิน่าถึงแซ่จิน (ทอง) แถมชื่อยังมีตัวอักษรรื่อ (พระอาทิตย์/ร่วมเพศ) อีก
เป็นยอดคนที่ไม่สนฟ้าดิน หรือแม้แต่สนตัวเองจริงๆ
“เจ๊อู่ ผมอาการดีขึ้นมากแล้ว เดินไปพร้อมเจ๊ได้แล้วล่ะ งั้นเราไปกันเถอะ”
เมื่อซอมบี้วัวควายได้รับพลังหนึ่งมังกรเจียว ซูหยวนมั่นใจว่าสวนกลับได้แน่ จึงเสนอแผนชั่วร้ายทันที
แค่ให้ซอมบี้จินฮ่าวเข้าใกล้อู่สื่ออิง แล้วฉวยโอกาสตอนเผลอใช้กรงเล็บข่วน ให้พิษศพและพิษมังกรเจียวแทรกซึมเข้าร่างเธอพร้อมกัน...
ถึงตอนนั้น... หึหึหึ! อู่สื่ออิงตัวน้อยเอ๋ย เสร็จข้าแน่
แต่สิ่งที่ซูหยวนคาดไม่ถึงคือ พอได้ยินข้อเสนอนี้ อู่สื่ออิงกลับถอยหลังไปอีกหลายก้าว ส่ายหน้าดิก:
“มะ ไม่ต้อง ฉันว่ารักษาระยะห่างเหมือนเดิมดีแล้ว”
“งั้นฉันไปก่อนนะ ระหว่างทางถ้าผ่านซากสัตว์อสูรที่ฉันฆ่า นายอยากได้ก็จัดการเอาเอง”
พูดจบ อู่สื่ออิงก็รีบวิ่งหนีไปเหมือนหนีตัวกาลกิณี
ซูหยวน: “...”
อ้าวเฮ้ย ยัยนี่ทำไมจู่ๆ ฉลาดขึ้นมาได้? หรือสงสัยแล้ว?