- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 78 ผู้หญิงคนนี้ไม่ค่อยฉลาดจริงๆ ด้วย!
บทที่ 78 ผู้หญิงคนนี้ไม่ค่อยฉลาดจริงๆ ด้วย!
บทที่ 78 ผู้หญิงคนนี้ไม่ค่อยฉลาดจริงๆ ด้วย!
นอกจากเฉินนั่วยีและจางจวินแล้ว ตอนนี้ผู้เข้าสอบที่ทำผลงานโดดเด่นก็มีแต่นักเรียนใหม่
ในตารางคะแนน เซียวคงครองอันดับหนึ่งด้วยคะแนนสูงลิ่วถึง 2400 ร้อยคะแนน
แค่การสังหารจางจวินที่มีพลังชั้น 9 ก็ได้ไปหนึ่งพันคะแนนแล้ว
ต้องรู้ก่อนว่าการสอบเพิ่งเริ่มไปได้แค่ครึ่งชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น
รองลงมาคืออู่สื่ออิงและเฉินนั่วยี
ส่วนอันดับสี่ในตารางคะแนนคือซูหยวน
ในระบบของแดนมายาไท่ซู วัวป่าหลังดำที่ถูกโมเสกบังไว้นั้นถือว่าตายแล้ว วัวชั้น 7 ตัวนี้ทำคะแนนให้ซูหยวนไปเจ็ดร้อยแต้ม
ถ้านับรวมจินฮ่าวที่สามารถเปลี่ยนเป็นคะแนนได้ทุกเมื่อ คะแนนของซูหยวนจะพุ่งขึ้นไปอยู่อันดับสองทันที
ส่วนนักเรียนโรงเรียนเดียวกันอย่างฉู่หลานซี อู๋ซิงฉี ฯลฯ ยังอยู่ในช่วงสำรวจสนามสอบ แทบจะไม่ได้คะแนนเลย
ดังนั้นดูจากอันดับคะแนน คนที่จะกู้หน้าให้เด็กโรงเรียนเดิมได้ ก็มีแค่ซูหยวน
แม้จะรู้สึกว่าซูหยวนทำตัววิปริตแค่ไหน แต่พอโมเสกในจอของซูหยวนหายไป ผู้บริหารโรงเรียนก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเขา
ภาพที่เห็นคือซูหยวนกำลังนั่งอยู่บนหลังวัวเลือดที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนวัวป่าหลังดำเปี๊ยบ เพียงแต่ตัวเล็กลงหน่อย
มือข้างหนึ่งจูงจินฮ่าว อีกข้างขี่วัวเดินไปข้างหน้าอย่างสบายใจ
จะอธิบายภาพนี้ยังไงดี?
เอาเป็นว่าแรงกระแทกใจมันน้อยกว่าตอนเห็นจินฮ่าวกลายเป็นศพเดินได้นิดหน่อย
แต่สิ่งที่ผู้บริหารและไท่ป๋ายเทียนจีไม่ทันสังเกตคือ ซากหนังวัวและโครงกระดูกวัวที่กระจัดกระจายอยู่ตรงนั้น ไม่มีสสารพลังวิญญาณหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
เพราะเมื่อกี้ตอนซูหยวนหลอมสัตว์โลหิต เขาได้ใช้วิชามาร·ดัชนีวิญญาณ ควบคู่ไปด้วย
ยาเม็ดที่หลอมมาจากวัวป่าหลังดำ ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ซูหยวน แต่ถูกป้อนให้จินฮ่าวที่อยู่ข้างๆ ไปแล้ว
ผิวหนังของจินฮ่าวตอนนี้มีสีเขียวคล้ำจางๆ ที่สังเกตยาก เมื่อต้องแสงในมุมเฉพาะจะเห็นประกายโลหะแวววาว
สรรพคุณของยาเม็ดนั้นคือ:
[ยาเม็ดสีดำที่ยังไม่ตั้งชื่อ: หลังรับประทานจะเพิ่มความทนทานของผิวหนังอย่างมหาศาล เพิ่มพละกำลังและความอึดอย่างมหาศาล ต่อเนื่อง 12 ชั่วโมง!]
วัวป่าหลังดำดรอปยาดีใช้ได้ แทบยังสืบทอดความถึก แรงเยอะ อึดทนทายาด แบบฉบับวัวควายมาครบถ้วน
แต่ในเมื่อมีจินฮ่าวที่เป็น 'วัวควาย' ชั้นดีอยู่แล้ว ซูหยวนย่อมไม่กินยานี้เอง แต่เอาไปอัปเกรดให้จินฮ่าวแทน
จากนี้ก็โกยคะแนนต่อ พัฒนากองทัพวัวควายบริวารของตัวเอง
ดูเหมือนเพราะบริวารวัวควายทั้งสองตัวของเขามีกลิ่นเลือดคลุ้ง ไม่นานก็มีสัตว์อสูรตามกลิ่นมา
คราวนี้เป็นเสือโคร่งดำตัวใหญ่ ปล่อยออร่าดุร้าย ดูทรงแล้วอย่างต่ำก็ชั้น 8
ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ซูหยวนสั่งให้บริวารวัวควายของตัวเองพุ่งเข้าไปรุมทึ้งทันที
สิบนาทีต่อมาการต่อสู้จบลง โมเสกเต็มหน้าจอ
ยี่สิบนาทีต่อมา เสือโลหิตกลายเป็นบริวารใหม่ของซูหยวน ส่วนซอมบี้จินฮ่าวก็ได้บัฟพละกำลังเสือเพิ่ม
ซูหยวนประเมินว่าตอนนี้แรงของศพเดินได้ตัวนี้น่าจะไม่ด้อยไปกว่านักศึกษามหาวิทยาลัยระดับชั้น 9
วิญญาณของจินฮ่าวที่ยังติดอยู่ในร่างศพแล้วได้สัมผัสชีวิตมหาลัยก่อนวัยอันควรคงดีใจเนื้อเต้น
ส่วนซูหยวนได้คะแนนมาแปดร้อยแต้ม อันดับพุ่งขึ้นไปที่ 3
แต่ระหว่างจัดการซากเสือดำ เพราะอ้อยอิ่งอยู่นาน จุดแสงจุดหนึ่งในบริเวณใกล้เคียงจึงมุ่งหน้ามาทางซูหยวน
เห็นมีคนกล้าเข้ามารบกวนการฟาร์มของตัวเอง ซูหยวนไม่ตกใจแต่กลับดีใจ
ตบ NPC มันจะไปสนุกอะไร บริวารวัวควายของเขากำลังขาดแคลนการต่อสู้แบบเนื้อๆ เน้นๆ หวังว่าคนที่มาจะเป็นยอดฝีมือนะ
ถ้าเป็นนักเรียนใหม่มาก็จะดีมาก
เพราะการถูกจับมาหลอมเป็นศพเดินได้มันค่อนข้างทรมาน ถ้าเป็นนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน ซูหยวนก็ลำบากใจที่จะทำ คงได้แค่เชือดให้ตายๆ ไป
แต่สำหรับนักเรียนใหม่ที่ชอบรังแกเพื่อนของเขา ซูหยวนลงมือได้แบบไม่ตะขิดตะขวงใจ
เขา ซูหยวน เป็นคนดีที่แยกแยะบุญคุณความแค้นชัดเจนแบบนี้แหละ
จากนั้น ซูหยวนที่ซุ่มอยู่ในพงหญ้าก็เห็นสาวสวยผมยาวสีม่วงใบหน้าเย็นชาปรากฏตัวขึ้นในสายตา
อู่สื่ออิง!
อันดับสองของโรงเรียน รองแค่เซียวคง ยอดฝีมือขั้นขัดเกลาพลังปราณสูงสุด!
ทำไมเปิดมาก็เจอบอสใหญ่เลยวะ?
และสิ่งที่ทำให้ซูหยวนตกตะลึงยิ่งกว่าคือ เกล็ดสีดำเหลือบสีรุ้งขนาดเท่าฝ่ามือที่ห้อยอยู่ที่เอวของฝ่ายหญิง
นั่นมันเหมือนเกล็ดย้อนของมังกรเจียวหินดำ ส่วนความเก่งกาจของมังกรเจียวหินดำน่ะเหรอ... ต่อให้เป็นตัวไม่เต็มวัยก็มีพลังระดับขัดเกลาพลังปราณสูงสุด และสามารถจัดการมนุษย์ระดับเดียวกันที่มีอาวุธธรรมดาๆ ได้อย่างง่ายดาย 3-5 คนพร้อมกัน
(มังกรเจียวหรือมังกรน้ำ / มังกรวารีครับ)
ซูหยวนรีบดูตารางคะแนนอีกครั้ง เห็นคะแนนของอู่สื่ออิงพุ่งไปถึงสามพันเจ็ดร้อยแต้มตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
แม่คนนี้ เมื่อกี้ต้องเพิ่งฆ่ามังกรเจียวหินดำมาแน่ๆ
เชี่ย! สู้ไม่ได้เว้ย!
ซูหยวนหดหัวกลับทันที อดไม่ได้ที่จะมองไปที่กระบี่ชื่อหยวน
ข่าวดีคือ ถึงจะสู้ไม่ได้ แต่เขาก็สามารถใช้ท่า 'คนกระบี่รวมเป็นหนึ่ง' เหยียบกระบี่ชื่อหยวนหนีได้
แม้อู่สื่ออิงจะเก่งกว่าเขา แต่อาวุธของเธอก็แค่กระบี่บินมาตรฐาน ถ้าไม่โอเวอร์คล็อก ต่อให้ใช้แรงกินนมแม่มาก็ไล่เขาไม่ทัน
ทำไมรู้สึกเหมือนฉาก "ข้าโดนจักรพรรดิยุทธ์ไล่ล่า แต่ข้าไม่ตื่นตระหนก เพราะม้าของจักรพรรดิยุทธ์ไม่เร็วเท่าม้าของข้า" ชอบกล?
เพียงแต่ถ้าทำแบบนั้น ทรัพยากรที่สั่งสมมาก่อนหน้านี้ก็เสียเปล่าหมด ต้องเริ่มฟาร์มใหม่
เสียดายของจะตายชัก!
ส่วนความคิดของไท่ป๋ายเทียนจีและผู้บริหารโรงเรียนที่เห็นซูหยวนเจอกับอู่สื่ออิงน่ะเหรอ?
ถึงจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ในใจพวกเขาก็แอบหวังให้ซูหยวนโดนเล่นงานบ้าง
บางทีนี่อาจจะเป็นความรับผิดชอบตามธรรมชาติของผู้ฝึกตนฝ่ายธรรมะในการปราบปรามคนชั่วกำจัดคนเลว
ภายในแดนมายา อู่สื่ออิงมองแผนที่เล็ก แล้วตวัดสายตาเย็นชาไปทางพงหญ้าที่ซูหยวนซ่อนอยู่
“ฉันไม่สนว่าแกเป็นใคร ออกมาซะ”
ในพงหญ้าเงียบกริบ
อู่สื่ออิงขมวดคิ้ว พูดเสียงเย็น:
“ถ้าไม่อยากเสียหน้า ฉันก็จะได้ช่วยสงเคราะห์ให้”
พูดจบ กระบี่บินมาตรฐานด้านหลังก็ลอยขึ้นกลางอากาศ ปลายกระบี่ชี้ไปทางพงหญ้า พลังมหาศาลรวมตัวอยู่ในตัวกระบี่ พร้อมจะพุ่งออกไปทุกเมื่อ
ในที่สุด ร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ลุกขึ้นจากพงหญ้า:
“เจ๊อู่! อย่าเพิ่งแทง ผมเอง!”
ร่างนั้นลุกขึ้นยืน พร้อมกับเสียงอู้อี้ดังขึ้น
อู่สื่ออิงชะงักเล็กน้อย มองไปที่ใบหน้าซูบตอบแต่คุ้นตาของอีกฝ่าย
“จินฮ่าว?”
“ใช่ ผมเอง! พวกเดียวกันครับ!”
“จินฮ่าว” น้ำเสียงจริงใจ
อู่สื่ออิงเหลือบมองแผนที่เล็กอีกครั้ง พบว่าตรงหน้ามีจุดแสงแทนผู้เข้าสอบแค่จุดเดียว ในเมื่อจินฮ่าวยืนตัวเป็นๆ อยู่ตรงนี้ จุดแสงนี้ก็ต้องเป็นจินฮ่าว
แต่ว่า ทำไมเธอถึงรู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ นะ?
เธอพิจารณาอีกฝ่ายอย่างละเอียด ถามอย่างระแวดระวัง:
“จินฮ่าว ทำไมหน้านายถึงเขียวๆ ซีดๆ เหมือนคนตายแบบนั้น?”
“ก็เพราะผมกำลังโดนไล่ล่า หนีตายมาได้หวุดหวิด เลยตกใจจนหน้าซีดไงครับ”
“แล้วทำไมตัวนายถึงมีแต่กลิ่นคาวเลือด?”
“ผม... ผมก็บอกแล้วไงว่าโดนไล่ล่ามาจนบาดเจ็บ มีกลิ่นหน่อยก็เรื่องปกติ”
“แล้วทำไมเสียงนายถึงแหบพร่าอู้อี้แบบนั้น?”
“ตอนโดนไล่ฆ่าผมตะโกนเสียงดังไปหน่อย คอเลยอักเสบ...”
ฟังคำอธิบายจบ อู่สื่ออิงก็รู้สึกว่ามีเหตุผล พยักหน้า ความสงสัยในใจหายไปเกือบหมด
ซูหยวนที่ซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้าด้านหลังจินฮ่าว และพากย์เสียงแทนจินฮ่าว ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ช่วงเวลาวิกฤต โชคดีที่เขานึกถึงคำวิจารณ์ของอู๋ซิงฉีที่มีต่ออู่สื่ออิงได้
ผู้หญิงเก่งแต่สมองทึบ
อู๋ซิงฉีหลอกให้อู่สื่ออิงเหมาขนมปังขนมหวานที่บ้านเธอไปได้หมด แล้วทำไมเขาจะหลอกแม่นี่ไม่ได้?
และดูจากผลลัพธ์ เขาทำสำเร็จ ผู้หญิงคนนี้ไม่ค่อยฉลาดจริงๆ
ผู้ชมบนอัฒจันทร์อย่างไท่ป๋ายเทียนจีและเหล่าผู้บริหาร ต่างตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง