เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 ชัยชนะสามครั้งรวดของซูหยวน!

บทที่ 44 ชัยชนะสามครั้งรวดของซูหยวน!

บทที่ 44 ชัยชนะสามครั้งรวดของซูหยวน!


เรื่องที่ระบบบอกว่าไท่ป๋ายเทียนจีเป็นจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ ซูหยวนไม่เชื่อแม้แต่คำเดียว

คนเขาแค่มีดวงชะตาที่อธิบายยากนิดหน่อยเท่านั้นเอง

แต่ถ้าตัดเรื่องการใส่ร้ายว่าเป็นจอมมารอะไรนั่นออกไป เนื้อหาหลักของภารกิจนี้ก็ถือว่าปกติมาก

ดึงดูดความสนใจของบุคคลสำคัญ แล้วได้รับการสนับสนุนจากบุคคลสำคัญ เป็นพล็อตเรื่องที่พระเอกสุดๆ

แถมเป้าหมายในการเรียกความสนใจนี้ ก็ตรงกับแผนการต่อสู้ที่เขาเตรียมจะใช้ในการประลองยุทธ์พอดิบพอดี

วิชามาร · ดัชนีศาสตรา ซึ่งเป็นหนึ่งในซีรี่ส์วิชามาร·เบญจดัชนี ซูหยวนหมายตาเอาไว้อย่างแน่นอน!

และในขณะที่เขากำลังฮึกเหิม ทันใดนั้น ก็มีอีกร่างหนึ่งเดินออกมาจากเรือเหาะ

นั่นคือเด็กโลลิ ผมขาวตาสีทอง หน้าตาน่ารักน่าชังราวกับตุ๊กตา

เธอสวมชุดกระโปรงเดินออกมาอย่างสง่างาม แล้วก็กลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งสนามทันที

พวกแพ้ทางผมขาวมีอยู่ทุกที่จริงๆ

"ซูหยวน ดูสิ นั่นเด็กผู้หญิงที่เราเจอที่โรงอาหารครั้งก่อนนี่นา เธอน่าจะเป็นลูกสาวของไท่ป๋ายเทียนจีนะ"

เฉินนั่วยีที่ยืนอยู่ข้างหน้าซูหยวนหันกลับมาพูดด้วยความประหลาดใจ

"อืม เห็นแล้ว"

ซูหยวนตอบรับส่งๆ หน้าตาย แต่ในใจกลอกตามองบน

เรื่องที่โลลิผมขาวเป็นลูกสาวของไท่ป๋ายเทียนจี ไม่รู้ทำไม เขาถึงไม่แปลกใจเลยสักนิด

พ่อเป็นจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ ลูกสาวเป็นยอดฝีมือฝ่ายธรรมะงั้นสิ

ไอ้ระบบ มรึงนี่เข้าใจละครดราม่าครอบครัวจริงๆ

และหลังจากไท่ป๋ายอวี่ซี หรือก็คือโลลิผมขาวเดินออกมาจากเรือเหาะ ดวงตาสีทองคู่หนึ่งก็ล็อกเป้ามาที่ซูหยวนทันที

ในสายตาของเธอ พลังมารที่แผ่ออกมาจากตัวซูหยวนดูเข้มข้นขึ้นอีกหลายส่วน ใบหน้าน่ารักของโลลิน้อยจึงฉายแววพึงพอใจขึ้นมาทันที

"ปะป๊า ก่อนหน้านี้ได้ยินปะป๊าบอกว่า โรงเรียนมัธยมไท่หัวจะจัดการแข่งประลองยุทธ์เหรอคะ?"

โลลิน้อยหันไปถามไท่ป๋ายเทียนจี

ยังไม่ทันที่ฝ่ายหลังจะตอบ จางโหย่วเต๋อ ผอ.โรงเรียนไท่หัวก็หัวเราะร่าแล้วพูดว่า:

"คัดเลือกต้นกล้าดีๆ จากชั้น ม.6 มาไม่กี่คนเองครับ อยากให้ท่านเซียนไท่ป๋ายช่วยเป็นกรรมการ ชี้แนะนักเรียนที่ไม่ได้เรื่องของโรงเรียนเราสักหน่อย"

โลลิผมขาวร้องอ้อ แล้วพูดแบบไม่ไว้หน้าเลยว่า:

"ที่เล็กๆ อย่างโรงเรียนไท่หัว ไม่มีใครเข้าตาปะป๊าหนูได้หรอก ให้เขามาเป็นกรรมการ เสียเวลาเปล่าๆ"

จางโหย่วเต๋อ: "..."

ขวานคมแท้เหลา

ไท่ป๋ายเทียนจีส่ายหัว:

"อวี่ซี อย่าเสียมารยาท"

โลลิผมขาวกลับเถียงว่า:

"หนูก็แค่พูดความจริงนี่นา เอาอย่างนี้ไหม ปะป๊าไปเดินเล่นที่อื่นเถอะ เดี๋ยวหนูเป็นกรรมการการแข่งประลองยุทธ์นี้เอง"

"ลูก... จะเป็นกรรมการ?"

ไท่ป๋ายเทียนจีชะงักไปเล็กน้อย

เขาขมวดคิ้ว นึกถึงเรื่องเมื่อไม่กี่วันก่อน

นั่นคือวันที่สองที่เขาเพิ่งมาถึงเมืองไท่หัว ลูกสาวแอบหนีไปเที่ยวโรงเรียนมัธยมไท่หัวคนเดียว

เดิมทีไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่พอลูกสาวกลับมา เขากลับพบว่าลูกสาวที่ปกติพูดน้อยและเย็นชา ใบหน้ากลับมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นเป็นระยะๆ

ราวกับว่า... เด็กสาวกำลังมีความรัก!

แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง เด็กสิบกว่าขวบจะไปรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง

ดังนั้นเขาจึงแค่สงสัยเล็กน้อย แล้วก็โยนความคิดนี้ทิ้งไป

แต่ตอนนี้ ลูกสาวกลับมาที่โรงเรียนมัธยมไท่หัวอีกครั้ง แถมยังแสดงความกระตือรือร้นกับโรงเรียนนี้อย่างมาก ถึงขนาดเสนอตัวเป็นกรรมการประลองยุทธ์

อะไรกันแน่ที่ทำให้ลูกสาวของเขาใส่ใจขนาดนี้?

ไท่ป๋ายเทียนจีนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานทางโรงเรียนส่งรายชื่อผู้เข้าแข่งขันมาให้ดู ดูเหมือนลูกสาวจะหยิบไปอ่านแล้ว

"หรือว่า จะเกี่ยวกับใครซักคนในรายชื่อผู้เข้าแข่งขัน?"

ไท่ป๋ายเทียนจีมีความคิดวาบขึ้นมาในใจ รู้สึกว่าตัวเองเดาถูกไปแปดเก้าส่วน

"ได้ อวี่ซีลูกมาเป็นกรรมการการแข่งครั้งนี้เถอะ"

ไท่ป๋ายเทียนจีพยักหน้ารับอย่างง่ายดาย

ผู้อำนวยการจางโหย่วเต๋อได้ยินถึงกับงง

"ท่านเซียนไท่ป๋าย ให้เด็กคนหนึ่งมาเป็นกรรมการ จะดู..."

จางโหย่วเต๋ออยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไว้ หรือว่าเซียนกระบี่ไท่ป๋ายท่านนี้จะเป็นพวกเห่อลูกสาว?

ไท่ป๋ายเทียนจีโบกมือยิ้มๆ:

"ไม่เป็นไร ในเมื่อลูกสาวผมอยากลองเป็นกรรมการดู ก็ให้เค้าเป็นไปเถอะ พวกเราคอยดูอยู่ข้างๆ ก็พอ"

จางโหย่วเต๋อคิดดูแล้วก็เห็นด้วย

ขอแค่ให้ท่านเซียนไท่ป๋ายได้เห็นฝีไม้ลายมือของนักเรียนโรงเรียนตัวเอง จะมีตำแหน่งกรรมการหรือไม่ก็ไม่สำคัญ

ไท่ป๋ายเทียนจีมองลูกสาวอย่างมีนัยแฝง

พอลูกสาวได้เป็นกรรมการ เธออาจจะแสดงความลำเอียงต่อใครบางคนในรายชื่อ คนคนนั้นก็น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้นิสัยลูกสาวเปลี่ยนไปนั่นแหละ

ซูหยวนตอนนี้เหงื่อท่วมหลังแล้ว

เขารู้สึกว่ายัยเด็กเปรตเมสุคนนี้มาเป็นกรรมการต้องมีแผนร้ายแน่ๆ

นี่กะจะแกล้งเขารึเปล่า!

แต่การประลองยุทธ์เหมือนธนูที่ขึ้นสายแล้วต้องยิงออกไป ซูหยวนทำได้แค่ภาวนาให้ไท่ป๋ายอวี่ซีอย่าก่อเรื่อง ให้เขาชนะการแข่งนี้อย่างราบรื่น

หลีสื่อเฉวียนเป็นผู้รับผิดชอบการแข่งประลองยุทธ์ครั้งนี้ เธอรีบเชิญไท่ป๋ายเทียนจีและผู้บริหารโรงเรียนเข้านั่งประจำที่ แล้วเคลียร์พื้นที่ให้นักเรียนประลองฝีมือกัน

ส่วนไท่ป๋ายอวี่ซีในฐานะกรรมการ ก็นั่งลงที่โต๊ะกรรมการอย่างผ่าเผย

ผู้เข้าแข่งขันทั้งแปดคนรวมถึงซูหยวน ก็ก้าวออกมากลางสนาม

ขั้นตอนการแข่งครั้งนี้ง่ายมาก คือจับฉลากจับคู่สู้กัน จากรอบแปดคนเหลือสี่คน สี่คนเหลือสองคน แล้วตัดสินแชมป์

หลังจากแนะนำกติกาง่ายๆ หลีสื่อเฉวียนก็นำกล่องจับฉลากออกมา พูดกับผู้เข้าแข่งขันว่า:

"พวกเธอเรียงแถวขึ้นมาหยิบหมายเลข คนที่ได้เลขเดียวกันให้อยู่กลุ่มเดียวกัน"

การหยิบหมายเลขราบรื่นดี ซูหยวนจับได้หมายเลข 1 คู่ต่อสู้ที่เป็นหมายเลข 1 เหมือนกันคือนักเรียนขั้นขัดเกลาพลังปราณชั้น 6 จากห้องหก

และเขากับนักเรียนห้องหกคนนั้น ก็เป็นเพียงสองคนในสนามที่มีพลังขั้นขัดเกลาพลังปราณชั้น 6

ในสายตาคนนอกถือว่าเป็นแฮมส์เตอร์ตบกันเอง

ซูหยวนพอใจกับผลการจับฉลากนี้ แม้เขาจะมีวิธีชนะหลายแบบ แต่การไต่ระดับจากอ่อนไปหาเก่งแบบเกม RPG มันดูเป็นวิถีคนเทพกว่าจริงๆ

ในฐานะคู่หมายเลข 1 ซูหยวนและคู่ต่อสู้ต้องลงสนามเป็นคู่แรก

และในขณะที่ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นถอยออกไป เหลือเพียงซูหยวนและคู่ต่อสู้ยืนอยู่ รอแค่กรรมการเป่านกหวีดเริ่มสู้ เสียงใสๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

"หนูขอประกาศว่า การประลองครั้งนี้ซูหยวนชนะ"

ซูหยวน: "???"

เดี๋ยวนะ ฉันยังไม่ได้เริ่มสู้เลยนะ?

หลีสื่อเฉวียนที่เป็นกรรมการสนาม: "???"

เดี๋ยวนะ ฉันยังไม่ได้เป่านกหวีดโกงให้เขาเลยนะ!

นักเรียนที่ดูอยู่และผอ: "..."

ทุกคนหันขวับไปมองทิศทางของเสียง ซึ่งก็คือไท่ป๋ายอวี่ซีที่ยืนอยู่บนเก้าอี้กรรมการ ความสูงพอๆ กับผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่

ผอ.จางโหย่วเต๋อถามอย่างจนปัญญา:

"กรรมการไท่ป๋าย การประลองยังไม่เริ่ม ซูหยวนชนะได้ยังไงครับ?"

ไท่ป๋ายอวี่ซีปรายตามองอีกฝ่าย พูดเรียบๆ ว่า:

"ซูหยวนอยู่ห้องสอง คู่ต่อสู้เขาอยู่ห้องหก สองมาก่อนหก นี่คือชนะครั้งที่หนึ่ง"

"ซูหยวนชนะหนึ่งครั้ง ส่วนผู้เข้าแข่งขันคนอื่นชนะศูนย์ครั้ง นี่คือชนะครั้งที่สอง"

"ซูหยวนชนะสองครั้ง แต่ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นยังคงชนะศูนย์ครั้ง นี่คือชนะครั้งที่สาม"

"สู้สามครั้งชนะสามครั้ง เขาไม่ใช่แชมป์แล้วจะเป็นอะไร"

สิ้นคำพูดนี้ ทุกคนในที่นั้นต่างตระหนักถึงความจริงข้อหนึ่งอย่างชัดแจ้ง

การประลองยุทธ์ครั้งนี้แม่งมีการล็อคผลว่ะ!

สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ซูหยวนกลางสนามพร้อมกัน เล่นเอาซูหยวนขนลุกซู่

และที่ทำให้ซูหยวนหัวใจจะวายยิ่งกว่า คือความคืบหน้าของภารกิจที่พุ่งพรวดบนหน้าจอระบบ

【ความคืบหน้าภารกิจ: ระดับความสนใจ (100/100)】

จบบทที่ บทที่ 44 ชัยชนะสามครั้งรวดของซูหยวน!

คัดลอกลิงก์แล้ว