- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 44 ชัยชนะสามครั้งรวดของซูหยวน!
บทที่ 44 ชัยชนะสามครั้งรวดของซูหยวน!
บทที่ 44 ชัยชนะสามครั้งรวดของซูหยวน!
เรื่องที่ระบบบอกว่าไท่ป๋ายเทียนจีเป็นจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ ซูหยวนไม่เชื่อแม้แต่คำเดียว
คนเขาแค่มีดวงชะตาที่อธิบายยากนิดหน่อยเท่านั้นเอง
แต่ถ้าตัดเรื่องการใส่ร้ายว่าเป็นจอมมารอะไรนั่นออกไป เนื้อหาหลักของภารกิจนี้ก็ถือว่าปกติมาก
ดึงดูดความสนใจของบุคคลสำคัญ แล้วได้รับการสนับสนุนจากบุคคลสำคัญ เป็นพล็อตเรื่องที่พระเอกสุดๆ
แถมเป้าหมายในการเรียกความสนใจนี้ ก็ตรงกับแผนการต่อสู้ที่เขาเตรียมจะใช้ในการประลองยุทธ์พอดิบพอดี
วิชามาร · ดัชนีศาสตรา ซึ่งเป็นหนึ่งในซีรี่ส์วิชามาร·เบญจดัชนี ซูหยวนหมายตาเอาไว้อย่างแน่นอน!
และในขณะที่เขากำลังฮึกเหิม ทันใดนั้น ก็มีอีกร่างหนึ่งเดินออกมาจากเรือเหาะ
นั่นคือเด็กโลลิ ผมขาวตาสีทอง หน้าตาน่ารักน่าชังราวกับตุ๊กตา
เธอสวมชุดกระโปรงเดินออกมาอย่างสง่างาม แล้วก็กลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งสนามทันที
พวกแพ้ทางผมขาวมีอยู่ทุกที่จริงๆ
"ซูหยวน ดูสิ นั่นเด็กผู้หญิงที่เราเจอที่โรงอาหารครั้งก่อนนี่นา เธอน่าจะเป็นลูกสาวของไท่ป๋ายเทียนจีนะ"
เฉินนั่วยีที่ยืนอยู่ข้างหน้าซูหยวนหันกลับมาพูดด้วยความประหลาดใจ
"อืม เห็นแล้ว"
ซูหยวนตอบรับส่งๆ หน้าตาย แต่ในใจกลอกตามองบน
เรื่องที่โลลิผมขาวเป็นลูกสาวของไท่ป๋ายเทียนจี ไม่รู้ทำไม เขาถึงไม่แปลกใจเลยสักนิด
พ่อเป็นจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ ลูกสาวเป็นยอดฝีมือฝ่ายธรรมะงั้นสิ
ไอ้ระบบ มรึงนี่เข้าใจละครดราม่าครอบครัวจริงๆ
และหลังจากไท่ป๋ายอวี่ซี หรือก็คือโลลิผมขาวเดินออกมาจากเรือเหาะ ดวงตาสีทองคู่หนึ่งก็ล็อกเป้ามาที่ซูหยวนทันที
ในสายตาของเธอ พลังมารที่แผ่ออกมาจากตัวซูหยวนดูเข้มข้นขึ้นอีกหลายส่วน ใบหน้าน่ารักของโลลิน้อยจึงฉายแววพึงพอใจขึ้นมาทันที
"ปะป๊า ก่อนหน้านี้ได้ยินปะป๊าบอกว่า โรงเรียนมัธยมไท่หัวจะจัดการแข่งประลองยุทธ์เหรอคะ?"
โลลิน้อยหันไปถามไท่ป๋ายเทียนจี
ยังไม่ทันที่ฝ่ายหลังจะตอบ จางโหย่วเต๋อ ผอ.โรงเรียนไท่หัวก็หัวเราะร่าแล้วพูดว่า:
"คัดเลือกต้นกล้าดีๆ จากชั้น ม.6 มาไม่กี่คนเองครับ อยากให้ท่านเซียนไท่ป๋ายช่วยเป็นกรรมการ ชี้แนะนักเรียนที่ไม่ได้เรื่องของโรงเรียนเราสักหน่อย"
โลลิผมขาวร้องอ้อ แล้วพูดแบบไม่ไว้หน้าเลยว่า:
"ที่เล็กๆ อย่างโรงเรียนไท่หัว ไม่มีใครเข้าตาปะป๊าหนูได้หรอก ให้เขามาเป็นกรรมการ เสียเวลาเปล่าๆ"
จางโหย่วเต๋อ: "..."
ขวานคมแท้เหลา
ไท่ป๋ายเทียนจีส่ายหัว:
"อวี่ซี อย่าเสียมารยาท"
โลลิผมขาวกลับเถียงว่า:
"หนูก็แค่พูดความจริงนี่นา เอาอย่างนี้ไหม ปะป๊าไปเดินเล่นที่อื่นเถอะ เดี๋ยวหนูเป็นกรรมการการแข่งประลองยุทธ์นี้เอง"
"ลูก... จะเป็นกรรมการ?"
ไท่ป๋ายเทียนจีชะงักไปเล็กน้อย
เขาขมวดคิ้ว นึกถึงเรื่องเมื่อไม่กี่วันก่อน
นั่นคือวันที่สองที่เขาเพิ่งมาถึงเมืองไท่หัว ลูกสาวแอบหนีไปเที่ยวโรงเรียนมัธยมไท่หัวคนเดียว
เดิมทีไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่พอลูกสาวกลับมา เขากลับพบว่าลูกสาวที่ปกติพูดน้อยและเย็นชา ใบหน้ากลับมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นเป็นระยะๆ
ราวกับว่า... เด็กสาวกำลังมีความรัก!
แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง เด็กสิบกว่าขวบจะไปรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง
ดังนั้นเขาจึงแค่สงสัยเล็กน้อย แล้วก็โยนความคิดนี้ทิ้งไป
แต่ตอนนี้ ลูกสาวกลับมาที่โรงเรียนมัธยมไท่หัวอีกครั้ง แถมยังแสดงความกระตือรือร้นกับโรงเรียนนี้อย่างมาก ถึงขนาดเสนอตัวเป็นกรรมการประลองยุทธ์
อะไรกันแน่ที่ทำให้ลูกสาวของเขาใส่ใจขนาดนี้?
ไท่ป๋ายเทียนจีนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานทางโรงเรียนส่งรายชื่อผู้เข้าแข่งขันมาให้ดู ดูเหมือนลูกสาวจะหยิบไปอ่านแล้ว
"หรือว่า จะเกี่ยวกับใครซักคนในรายชื่อผู้เข้าแข่งขัน?"
ไท่ป๋ายเทียนจีมีความคิดวาบขึ้นมาในใจ รู้สึกว่าตัวเองเดาถูกไปแปดเก้าส่วน
"ได้ อวี่ซีลูกมาเป็นกรรมการการแข่งครั้งนี้เถอะ"
ไท่ป๋ายเทียนจีพยักหน้ารับอย่างง่ายดาย
ผู้อำนวยการจางโหย่วเต๋อได้ยินถึงกับงง
"ท่านเซียนไท่ป๋าย ให้เด็กคนหนึ่งมาเป็นกรรมการ จะดู..."
จางโหย่วเต๋ออยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไว้ หรือว่าเซียนกระบี่ไท่ป๋ายท่านนี้จะเป็นพวกเห่อลูกสาว?
ไท่ป๋ายเทียนจีโบกมือยิ้มๆ:
"ไม่เป็นไร ในเมื่อลูกสาวผมอยากลองเป็นกรรมการดู ก็ให้เค้าเป็นไปเถอะ พวกเราคอยดูอยู่ข้างๆ ก็พอ"
จางโหย่วเต๋อคิดดูแล้วก็เห็นด้วย
ขอแค่ให้ท่านเซียนไท่ป๋ายได้เห็นฝีไม้ลายมือของนักเรียนโรงเรียนตัวเอง จะมีตำแหน่งกรรมการหรือไม่ก็ไม่สำคัญ
ไท่ป๋ายเทียนจีมองลูกสาวอย่างมีนัยแฝง
พอลูกสาวได้เป็นกรรมการ เธออาจจะแสดงความลำเอียงต่อใครบางคนในรายชื่อ คนคนนั้นก็น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้นิสัยลูกสาวเปลี่ยนไปนั่นแหละ
ซูหยวนตอนนี้เหงื่อท่วมหลังแล้ว
เขารู้สึกว่ายัยเด็กเปรตเมสุคนนี้มาเป็นกรรมการต้องมีแผนร้ายแน่ๆ
นี่กะจะแกล้งเขารึเปล่า!
แต่การประลองยุทธ์เหมือนธนูที่ขึ้นสายแล้วต้องยิงออกไป ซูหยวนทำได้แค่ภาวนาให้ไท่ป๋ายอวี่ซีอย่าก่อเรื่อง ให้เขาชนะการแข่งนี้อย่างราบรื่น
หลีสื่อเฉวียนเป็นผู้รับผิดชอบการแข่งประลองยุทธ์ครั้งนี้ เธอรีบเชิญไท่ป๋ายเทียนจีและผู้บริหารโรงเรียนเข้านั่งประจำที่ แล้วเคลียร์พื้นที่ให้นักเรียนประลองฝีมือกัน
ส่วนไท่ป๋ายอวี่ซีในฐานะกรรมการ ก็นั่งลงที่โต๊ะกรรมการอย่างผ่าเผย
ผู้เข้าแข่งขันทั้งแปดคนรวมถึงซูหยวน ก็ก้าวออกมากลางสนาม
ขั้นตอนการแข่งครั้งนี้ง่ายมาก คือจับฉลากจับคู่สู้กัน จากรอบแปดคนเหลือสี่คน สี่คนเหลือสองคน แล้วตัดสินแชมป์
หลังจากแนะนำกติกาง่ายๆ หลีสื่อเฉวียนก็นำกล่องจับฉลากออกมา พูดกับผู้เข้าแข่งขันว่า:
"พวกเธอเรียงแถวขึ้นมาหยิบหมายเลข คนที่ได้เลขเดียวกันให้อยู่กลุ่มเดียวกัน"
การหยิบหมายเลขราบรื่นดี ซูหยวนจับได้หมายเลข 1 คู่ต่อสู้ที่เป็นหมายเลข 1 เหมือนกันคือนักเรียนขั้นขัดเกลาพลังปราณชั้น 6 จากห้องหก
และเขากับนักเรียนห้องหกคนนั้น ก็เป็นเพียงสองคนในสนามที่มีพลังขั้นขัดเกลาพลังปราณชั้น 6
ในสายตาคนนอกถือว่าเป็นแฮมส์เตอร์ตบกันเอง
ซูหยวนพอใจกับผลการจับฉลากนี้ แม้เขาจะมีวิธีชนะหลายแบบ แต่การไต่ระดับจากอ่อนไปหาเก่งแบบเกม RPG มันดูเป็นวิถีคนเทพกว่าจริงๆ
ในฐานะคู่หมายเลข 1 ซูหยวนและคู่ต่อสู้ต้องลงสนามเป็นคู่แรก
และในขณะที่ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นถอยออกไป เหลือเพียงซูหยวนและคู่ต่อสู้ยืนอยู่ รอแค่กรรมการเป่านกหวีดเริ่มสู้ เสียงใสๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
"หนูขอประกาศว่า การประลองครั้งนี้ซูหยวนชนะ"
ซูหยวน: "???"
เดี๋ยวนะ ฉันยังไม่ได้เริ่มสู้เลยนะ?
หลีสื่อเฉวียนที่เป็นกรรมการสนาม: "???"
เดี๋ยวนะ ฉันยังไม่ได้เป่านกหวีดโกงให้เขาเลยนะ!
นักเรียนที่ดูอยู่และผอ: "..."
ทุกคนหันขวับไปมองทิศทางของเสียง ซึ่งก็คือไท่ป๋ายอวี่ซีที่ยืนอยู่บนเก้าอี้กรรมการ ความสูงพอๆ กับผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่
ผอ.จางโหย่วเต๋อถามอย่างจนปัญญา:
"กรรมการไท่ป๋าย การประลองยังไม่เริ่ม ซูหยวนชนะได้ยังไงครับ?"
ไท่ป๋ายอวี่ซีปรายตามองอีกฝ่าย พูดเรียบๆ ว่า:
"ซูหยวนอยู่ห้องสอง คู่ต่อสู้เขาอยู่ห้องหก สองมาก่อนหก นี่คือชนะครั้งที่หนึ่ง"
"ซูหยวนชนะหนึ่งครั้ง ส่วนผู้เข้าแข่งขันคนอื่นชนะศูนย์ครั้ง นี่คือชนะครั้งที่สอง"
"ซูหยวนชนะสองครั้ง แต่ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นยังคงชนะศูนย์ครั้ง นี่คือชนะครั้งที่สาม"
"สู้สามครั้งชนะสามครั้ง เขาไม่ใช่แชมป์แล้วจะเป็นอะไร"
สิ้นคำพูดนี้ ทุกคนในที่นั้นต่างตระหนักถึงความจริงข้อหนึ่งอย่างชัดแจ้ง
การประลองยุทธ์ครั้งนี้แม่งมีการล็อคผลว่ะ!
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ซูหยวนกลางสนามพร้อมกัน เล่นเอาซูหยวนขนลุกซู่
และที่ทำให้ซูหยวนหัวใจจะวายยิ่งกว่า คือความคืบหน้าของภารกิจที่พุ่งพรวดบนหน้าจอระบบ
【ความคืบหน้าภารกิจ: ระดับความสนใจ (100/100)】