เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 ประทีปนำทางหายนะ! ไท่ป๋ายเทียนจี!

บทที่ 43 ประทีปนำทางหายนะ! ไท่ป๋ายเทียนจี!

บทที่ 43 ประทีปนำทางหายนะ! ไท่ป๋ายเทียนจี!


"หลอมเสร็จแล้ว"

ซูหยวนเดินมาหาฉู่หลานซีและเฉินนั่วยีที่รออยู่ แล้ววางเม็ดยาสีแดงห้าเม็ดลงบนเคาน์เตอร์บาร์

ฉู่หลานซีพิจารณาเม็ดยาสีแดงสองสามที แล้วหันไปเรียกพนักงานที่กำลังง่วนอยู่ไม่ไกล:

"พี่หวัง มาตรวจของหน่อย"

"ได้ครับเถ้าแก่"

พนักงานที่ชื่อพี่หวังรีบวิ่งเข้ามา หยิบเม็ดยาสีแดงขึ้นมาหนึ่งเม็ด ขูดผงยาออกมาอย่างระมัดระวัง แล้วสูดเข้าปาก

"ซู๊ด——"

วินาทีถัดมา พี่หวังก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ กล้ามเนื้อทั่วร่างเริ่มเกร็งและกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้

ผ่านไปครู่ใหญ่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคลิบเคลิ้ม ค่อยๆ พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา ดูเหมือนทั้งร่างจะเข้าสู่โหมดเซียนในชั่วพริบตา กลายเป็นคนสงบเยือกเย็น

"เถ้าแก่ ของดีครับ ไม่มีปัญหา"

พี่หวังสูดจมูก พยักหน้าพูด

"ลำบากพี่แล้ว"

หลังจากไล่คนไปแล้ว ฉู่หลานซีก็มองซูหยวนด้วยความประหลาดใจ:

"มึงมีฝีมือจริงๆ ด้วย หลังเลิกเรียนสนใจมาทำพาร์ทไทม์เป็นนักปรุงยาที่ร้านกูไหม?"

"เรื่องค่าจ้างคุยกันได้ ปรุงยาอันเฉินได้หนึ่งเม็ดให้ร้อยหยวนเป็นไง? ที่ร้านใช้อาทิตย์หนึ่งประมาณเกือบร้อยเม็ด"

ได้ยินเรตค่าจ้างนี้ ซูหยวนก็เริ่มสนใจทันที

เพราะการปรุงยาของเขาไม่ต้องเฝ้าเตาหลอมหรือใช้เทคนิคยุ่งยากเหมือนนักปรุงยาตัวจริง

เขาแค่ใช้พลังปราณ ที่เหลือให้วิชามาร 'ดัชนีวิญญาณ' จัดการ

เพียงแต่ราคาที่ฉู่หลานซีเสนอนี้ สำหรับนักปรุงยาตัวจริงมันจะน้อยไปหน่อยไหม

แววตาของซูหยวนฉายแววอันตรายทันที:

"ไอ้หลาน นักปรุงยาได้เงินแค่นั้นเองเหรอ? มรึงคงไม่ได้กำลังกดราคาคนกันเองใช่มั้ย!"

ฉู่หลานซียิ้มแล้วตอบว่า:

"ไอ้หยวน นักปรุงยาตกยุคไปนานแล้ว เดี๋ยวนี้เด็กจบใหม่สาขาปรุงยามีเกลื่อนเมืองทุกปี นอกจากพวกที่มีฝีมือจริง ใครบ้างที่ไม่ใช่แรงงานในไลน์การผลิตยา?"

"ยิ่งเตาหลอมยาอัจฉริยะแพร่หลาย เงินเดือนนักปรุงยาระดับธรรมดาก็ยิ่งต่ำลง ราคานี้กูให้ราคาเพื่อนฝูงจริงๆ นะเว้ย"

ซูหยวนพูดไม่ออก

จำได้ว่าในนิยายเซียนแทบทุกเรื่อง นักปรุงยาเป็นอาชีพสูงส่งไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงตาเขามันถึงได้ไร้ค่าแบบนี้?

นี่คือข้อเสียของการบำเพ็ญเพียรในยุคอุตสาหกรรมสินะ จิตวิญญาณช่างฝีมืออะไรกัน? ไม่มีหรอก

"เออๆ ร้อยก็ร้อย"

ซูหยวนทำท่าอิดออด แต่ในใจกลับลิงโลด

แต่ฉู่หลานซีไม่รู้ความคิดจริงของเขา จึงพูดต่อว่า:

"เอาแบบนี้ นอกจากปรุงยาแล้ว มรึงมาแขวนป้ายเป็นพนักงานร้านกินตำแหน่งว่างๆ ด้วยสิ ให้ชั่วโมงละเจ็ดสิบเลย"

ซูหยวน: "ท่านพ่อบังเกิดเกล้า"

ฉู่หลานซีหันไปมองเฉินนั่วยีที่อยู่ข้างๆ:

"หัวหน้าห้อง เธอสนใจมาเป็นพนักงานต้อนรับที่ร้านฉันไหม ชั่วโมงละร้อยเจ็ดสิบ"

สิ้นคำพูดนี้ ซูหยวนกระชากคอเสื้อฉู่หลานซีทันที:

"ไอ้ลูกเวร หมายความว่าไงวะ ทำไมกูได้เจ็ดสิบ แต่หัวหน้าห้องได้ร้อยเจ็ดสิบ?"

ฉู่หลานซีตอบอย่างไม่รีบร้อน:

"มึงคิดว่าเงินกูลอยมากับลมหรือไง มีกูอยู่คนเดียวก็ดึงดูดลูกค้าผู้หญิงได้เยอะแล้ว ตอนนี้กูต้องการขยายฐานลูกค้าผู้ชายด่วน"

"แล้วก็เห็นๆ อยู่ มึงดึงดูดผู้ชายสู้สาวน้อยน่ารักสดใสไม่ได้"

"แต่ถ้า ถ้ามรึงยอมแต่งหญิง กุอาจจะพิจารณาขึ้นเงินเดือนให้นะ"

ซูหยวน: "..."

ในที่สุด ซูหยวนและเฉินนั่วยีก็รับงานนี้ และเริ่มงานทันทีในวันนั้น

แม้ร้านนี้จะเป็นสำนักมารเรต 17+ แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นคนทำงานในเมืองปกติ งานจึงค่อนข้างสบาย

เพียงแต่มันต่างจากชีวิตวิถีมารที่เดินบนเส้นด้ายของกฎหมายอย่างที่ซูหยวนคาดไว้ตอนแรกไปมากโข

ดังนั้น ซูหยวนและเฉินนั่วยีจึงเริ่มใช้ชีวิตแบบกลางวันไปเรียน เลิกเรียนไปกินห่านย่างที่โรงอาหาร แล้วไปทำงานพิเศษที่สำนักมี่เถาอูหลง

เวลาล่วงเลยมาถึงวันเสาร์

โรงเรียนมัธยมไท่หัวหยุดแค่วันอาทิตย์ ดังนั้นวันเสาร์ยังต้องไปเรียน

แต่เสาร์นี้ค่อนข้างพิเศษ นักเรียนชั้น ม.6 ทั้งแปดห้องไม่ได้เข้าเรียน แต่ถูกผอ.โรงเรียนพามาเข้าแถวที่สนามกีฬากันแต่เช้า

ยอดฝีมือที่มาจากหนึ่งในสิบสถาบันเซียนชั้นนำคนนั้นกำลังจะมาถึงแล้ว

ในที่สุด พร้อมกับลำแสงสายหนึ่งที่พาดผ่านขอบฟ้า ทุกคนต่างรู้สึกตื่นตัวขึ้นในใจ

มาแล้ว!

ซูหยวนยืนอยู่ในแถวห้องสอง มองดูเรือเหาะสุดหรูที่แล่นเข้ามาใกล้ด้วยความอิจฉา

เรือเหาะรูปทรงปราดเปรียวค่อยๆ ร่อนลงจอดกลางสนาม ท่ามกลางสายตาของทุกคน ประตูเรือเหาะค่อยๆ เปิดออก ร่างหนึ่งก้าวเดินออกมา

เหล่าผู้บริหารโรงเรียนรีบเข้าไปต้อนรับ ส่วนซูหยวนก็มองสำรวจผู้มาเยือนด้วยความอยากรู้อยากเห็น

นั่นคือชายหนุ่มที่ดูอายุไม่ถึงสามสิบปี คิ้วกระบี่ตาคมกริบดุจดาราบุคลิกสงบและหนักแน่น ไม่ได้ดูหยิ่งยโสแต่อย่างใด

แต่ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงอุทานเบาๆ ดังขึ้นในฝูงชน

"ข่าวลือเป็นจริงด้วย ยอดฝีมือที่มาเยี่ยมชมโรงเรียนเราคราวนี้ คือเซียนกระบี่ชื่อดังจากสำนักกระบี่สังหารมาร 'ไท่ป๋ายเทียนจี' จริงๆ ด้วย!"

"ได้ยินว่าเขาบรรลุขั้นจินตัน ตั้งแต่เมื่อสิบเอ็ดปีก่อน แถมยังเคยเป็นพรีเซนเตอร์ให้บริษัทจวี้เชวี่ย... แต่บริษัทจวี้เชวี่ยเจ๊งไปไม่นานหลังจากเขาเป็นพรีเซนเตอร์ให้นะ"

"ไท่ป๋ายเทียนจี?!"

เมื่อได้ยินเสียงวิจารณ์ของนักเรียนรอบข้าง ซูหยวนก็ตระหนักได้ทันทีว่าเขารู้จักบุคคลสำคัญตรงหน้านี้

แน่นอนว่ารู้จักจากโฆษณา

และคนผู้นี้ก็เป็นตำนานจริงๆ นอกจากจะจบการศึกษาจากสำนักกระบี่สังหารมารด้วยคะแนนอันดับหนึ่งของรุ่นแล้ว ยังเป็นผู้คิดค้นระบบวิถีกระบี่แบบใหม่ ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเซียนกระบี่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในรุ่นเยาว์ เผลอๆ ในอนาคตอาจจะตัดคำว่า 'หนึ่งใน' ออกไปได้เลย

แต่ถ้ามีดีแค่นั้น ชื่อเสียงของไท่ป๋ายเทียนจีก็คงเล่าขานกันแค่ในหมู่ผู้ฝึกกระบี่ ไม่ได้โด่งดังในวงกว้างขนาดนี้

สิ่งที่ทำให้เขาดังจริงๆ คือดวงชะตาอันแปลกประหลาดของเขา

เพราะไม่ว่าคนผู้นี้จะไปเป็นพรีเซนเตอร์ให้แบรนด์ไหน แบรนด์นั้นจะต้องประสบเคราะห์กรรมหนักภายในหนึ่งปี ไม่เจ๊งก็มูลค่าตลาดหายไปครึ่งหนึ่งเป็นอย่างน้อย

จะเรียกว่าเป็น 'ประทีปนำทางแห่งหายนะ' ของวงการธุรกิจก็ไม่เกินเลย

ซูหยวนเดาว่าเหตุผลที่เขามาสอนที่โรงเรียนมัธยมไท่หัว ส่วนหนึ่งคงเพราะบริษัทใหญ่ๆ ที่เคยโดนเขาทำซวยรวมหัวกันไล่เขามาแน่ๆ

แค่ไม่รู้ว่าดวงของคนผู้นี้จะส่งผลกระทบแค่กับบริษัทและสำนัก หรือจะลามมาถึงโรงเรียนด้วย

ซูหยวนอดเป็นห่วงอนาคตของโรงเรียนมัธยมไท่หัวไม่ได้ จะโดนความซวยเล่นงานจนต้องปิดกิจการไหมเนี่ย

และในขณะที่ซูหยวนกำลังคิดฟุ้งซ่านอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียง "ติ๊ง" ดังขึ้นข้างหู

【เจ้าได้เผชิญหน้ากับจอมมารผู้ยิ่งใหญ่!】

เอาล่ะ จอมมารผู้ยิ่งใหญ่มาอีกแล้ว ไอ้ระบบ ฉันมองไส้พุงแกออกหมดแล้ว

【ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเจ้า คือ 'จอมมารกระบี่' ไท่ป๋ายเทียนจี ผู้ซึ่งทำลายล้างสำนักจวี้เชวี่ย, สำนักกระบี่จักรพรรดิ, หอกระบี่โกลาหล และสร้างความเสียหายอย่างหนักแก่นิกายกระบี่เบญจธาตุ และตำหนักกระบี่ทานหลังมาแล้วตามลำดับ!】

【บัดนี้ จอมมารกระบี่ได้มาเยือนสำนักไท่หัว จิตใจที่มุ่งหวังจะทำลายล้างสำนักไท่หัวของเขานั้นช่างชัดเจนแจ้ง!】

【และแม้ว่าเจ้าจะไม่เต็มใจอยู่ใต้บังคับบัญชาผู้อื่น แต่ในเวลานี้เจ้าจำต้องก้มหัวให้จอมมารกระบี่ เพื่อยืมพลังของเขามาล้มล้างสำนักไท่หัว】

【ภารกิจซีรี่ส์แผนการทำลายล้างไท่หัวได้รับการอัปเดต!】

【ภารกิจ: ยืมอำนาจ】

【จงเข้าร่วมการประลองยุทธ์ที่กำลังจะมาถึง และทำให้จอมมารกระบี่หันมาสนใจเจ้าโดยไม่เปิดเผยตัวตน!】

【ความคืบหน้าภารกิจ: ระดับความสนใจ (0/100)】

【รางวัลภารกิจ: วิชามาร · ดัชนีศาสตรา】

จบบทที่ บทที่ 43 ประทีปนำทางหายนะ! ไท่ป๋ายเทียนจี!

คัดลอกลิงก์แล้ว