เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 วิชามาร ดัชนีลิขิต

บทที่ 18 วิชามาร ดัชนีลิขิต

บทที่ 18 วิชามาร ดัชนีลิขิต


วิชาพละจบลง ต่อด้วยวิชาจิตแห่งเต๋าอีกหนึ่งคาบ ในที่สุดการเรียนหนึ่งวันก็สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์

ซูหยวนไปรับถุงเศษข้าวเหลือทิ้งใบใหญ่ที่ฝากไว้โรงอาหาร ข้าวปลาก็ไม่ทันได้กิน พาเฉินนั่วยีออกจากโรงเรียนทันที

“ซูหยวน พวกเราไม่กินข้าวเย็นให้เรียบร้อยก่อนไปเหรอ?”

เฉินนั่วยียืนอยู่ที่หน้าประตูโรงเรียน มองไปทางโรงอาหารด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์

“ไม่ได้”

ซูหยวนตอบเสียงแข็ง:

“ฉันคำนวณไว้แล้ว กว่านักเรียนส่วนใหญ่จะกินเสร็จ แล้วโรงอาหารจะลดราคาพิเศษ ก็ต้องรออีกประมาณหนึ่งชั่วโมง”

“และเวลาหนึ่งชั่วโมงในช่วงเวลาอาหารเย็นนี้ มากพอที่จะให้พวกเราหาเงินได้สามร้อยกว่าหยวน ความคุ้มค่ามันสูงกว่าการรอของถูกในโรงอาหารเยอะ!”

“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง”

เฉินนั่วยีถึงบางอ้อ ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยอย่างจริงจัง

ซูหยวนพูดต่อ: “ตอนนี้อดทนไปก่อน รอทำงานเสร็จแล้ว เราค่อยไปกินข้าวในที่ที่ลดราคาเยอะกว่านี้”

เฉินนั่วยีตกตะลึง: “ยังมีที่ที่ถูกกว่าโรงอาหารโรงเรียนอีกเหรอ?”

ซูหยวน: “แน่นอน ถ้าอยากมีชีวิตที่ดีจากการทำงานพาร์ทไทม์ นอกจากต้องรู้จักหาเงินแล้ว ยังต้องรู้จักประหยัดด้วย เดี๋ยวฉันจะสอนเธอเองว่าต้องประหยัดยังไง”

พูดจบ ซูหยวนก็ลากเฉินนั่วยีที่มีสีหน้าเริ่มเลื่อมใสเขาไปที่สถานีขยะเพื่อทิ้งขยะก่อน จากนั้นมุ่งหน้าไปยังสถานีรับส่งอาหารเดลิเวอรี่แถวนั้น เบิกชุดพนักงานและหมวกกันน็อคให้เด็กสาว พร้อมสอนวิธีสมัครสมาชิกรายเดือนกระบี่บินสาธารณะ

ภายใต้การแนะนำของซูหยวน อดีตคุณหนูตระกูลใหญ่ก็ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางสายเดลิเวอรี่ที่ไม่มีวันหวนกลับอย่างเป็นทางการ

“ซูหยวน ฉันตามทางมาถึงจุดหมายแล้วนะ ทำไมไม่เห็นบ้านลูกค้าเลยอะ?”

“ไหนดูซิ บ้านลูกค้าอยู่ทิศใต้ บนเหนือล่างใต้ ซ้ายตะวันตกขวาตะวันออก ลูกค้าอยู่ชั้นใต้ดินสิบแปด บินลงไปข้างล่าง”

“ซูหยวน หน้าประตูมียามเยอะมากเลย เหมือนเขาจะไม่ให้ไรเดอร์เข้านะ เอาวางไว้ที่ตู้รับฝากหน้าประตูดีไหม”

“คนใจกล้ากินอิ่ม คนขี้ขลาดอดตาย บุกเข้าไปพร้อมกับฉัน! ถ้าบุกไม่เข้าเป็นความรับผิดชอบของเธอ ถ้าบุกเข้าได้ทุกอย่าง ลูกค้าเป็นคนรับผิดชอบ”

“ซูหยวน ฉันโดนยามจับแล้ว!”

“ร้องเพลงตามฉัน... เราต่างก็ใช้ชีวิตอย่างสุดกำลัง...”

ช่วงเวลาพีคของการส่งอาหารตั้งแต่หกโมงเย็นถึงสามทุ่มผ่านไปอย่างรวดเร็ว ซูหยวนและเฉินนั่วยีปิดโหมดรับงานอัตโนมัติ และเลิกงานอย่างเป็นทางการ

มองดูตัวเลขที่เพิ่มขึ้นในบัญชี ใบหน้าสวยของเฉินนั่วยีเต็มไปด้วยความตกตะลึง

“แค่สองชั่วโมงก็หาได้ตั้งขนาดนี้ ส่งอาหารนี่เป็นงานที่ดีจริงๆ”

ซูหยวนที่อยู่ข้างๆ รู้สึกผิดเล็กน้อย ส่งอาหารมันจะเป็นงานที่ดีได้ยังไง เขาถือว่าหลอกลวงอัจฉริยะฝ่ายธรรมะให้หลงผิดหรือเปล่าเนี่ย?

ทันใดนั้น ในหัวของซูหยวนก็มีเสียง “ติ๊ง” ดังขึ้น

【เวลาเพียงหนึ่งวัน ทำให้สตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้บริสุทธิ์ไร้มลทินตกต่ำจนถึงขั้นไม่สนใจการเรียน หันมาข้องแวะกับวิถีมาร ในด้านการชักจูงคนให้ตกต่ำ เจ้าคืออัจฉริยะอย่างแท้จริง!】

【ระดับการตกต่ำของสตรีศักดิ์สิทธิ์ +5%】*

【ภารกิจ: สตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้ตกต่ำ (สำเร็จ)】

【รางวัลภารกิจ: วิชามาร · ดัชนีลิขิต (ส่งมอบแล้ว)】*

【วิชามาร · ดัชนีลิขิต: เมื่อใช้งาน จะรับรู้ชะตาชีวิตของเป้าหมายที่กำหนดในวันนั้น (ยิ่งเป้าหมายมีตบะสูง ยิ่งใช้พลังปราณมาก)】

【หมายเหตุ: วิชามารนี้ไม่สามารถใช้กับตัวเองได้】

(*เปลี่ยนจากร่วงหล่นเป็นตกต่ำดีกว่าครับ รู้สึกว่าคำนี้ถูกต้องกว่า)

(*เปลี่ยนจากดัชนีบัญชาเป็นดัชนีลิขิตครับ จะได้เข้ากับคำอธิบาย)

วินาทีถัดมา ข้อมูลจำนวนมากไหลเข้าสู่สมองของซูหยวน ทำให้เขาเชี่ยวชาญวิชามารที่ชั่วร้ายและอันตรายนี้ได้ในพริบตา

ตามที่วิชามารระบุ สรรพชีวิตในโลกล้วนมีชะตาลิขิต แต่ชะตาไม่ใช่สิ่งตายตัว มันเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน

ทว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ก็มีกฎเกณฑ์บางอย่าง โดยขึ้นอยู่กับสถานะ ความแข็งแกร่ง สภาพแวดล้อม และปัจจัยอื่นๆ ของแต่ละคน ซึ่งจะจำกัดขอบเขตชะตาชีวิตในแต่ละวันเอาไว้

ยกตัวอย่างเช่นลูกเศรษฐี เนื่องจากทางบ้านรวย ชะตาชีวิตที่รีเฟรชออกมาในแต่ละวันจึงมักจะไม่มีคำพวก “ยากจนข้นแค้น” หรือ “เงินหมดกระเป๋า” ปรากฏขึ้น

ถ้าเป็นนักเรียน ชะตาชีวิตในแต่ละวันก็จะเกี่ยวกับเรื่องเรียน หรือเหตุการณ์ในโรงเรียน เช่น “การเรียนก้าวหน้า” “ครูบาอาจารย์ชื่นชม” “เพื่อนฝูงรักใคร่” “ป้าโรงอาหารตักกับข้าวให้เยอะ”

และชะตาชีวิตที่รีเฟรชออกมาในแต่ละวันนี้ จะต้องมีเหตุการณ์มายืนยันในวันนั้นแน่นอน

อย่างไรก็ตาม หากมีใครสามารถมองทะลุชะตาชีวิตของผู้อื่น และเข้าไปแทรกแซงอย่างรุนแรง ชะตาของคนคนนั้นก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง

“มองเห็นชะตาชีวิตของคนอื่นในหนึ่งวัน แล้วใช้อนาคตที่รู้ล่วงหน้าจากชะตานั้นมาวางกับดัก สังหารศัตรู... นี่มันวิชามารของจริงเลยนี่หว่า”

ซูหยวนพึมพำในใจ

เขาหันกลับไปมองเฉินนั่วยีที่อยู่ข้างๆ แล้วใช้วิชามาร · ดัชนีลิขิต

วินาทีถัดมา ซูหยวนรู้สึกว่าพลังปราณในร่างถูกสูบออกไปประมาณสามส่วน และบนหัวของเฉินนั่วยีก็ปรากฏตัวอักษรขนาดใหญ่ขึ้นมา

【คบคนพาล (เกิดผลแล้ว)】

“เชี่ย!”

ซูหยวนโกรธ!

อะไรคือคบคนพาล แล้วยังเกิดผลแล้วด้วย? นี่มันไม่ได้กำลังว่าเขาอยู่ใช่ไหม!

ระบบใส่ร้ายเขายังพอว่า แต่วิชามารที่ระบบให้มาก็ใส่ร้ายเขาด้วยเหรอ?

งั้นวิชามารนี้ก็เสียของเปล่าสิ?

“ซูหยวน ต่อไปเราจะไปไหนกันต่อ? ไปกินข้าวเหรอ?”

ตอนนั้นเอง เฉินนั่วยีหันกลับมา ดวงตาคู่สวยเป็นประกายภายใต้แสงไฟถนน ดูใสซื่อบริสุทธิ์

เด็กสาวเช่นนี้ ควรจะเป็นไข่มุกที่อยู่สูงส่ง แต่เพราะชุดเดลิเวอรี่ที่ไม่พอดีตัว กับหมวกกันน็อคเทอะทะนั่น ทำให้เธอดูมีความเป็นกันเองแบบสาวข้างบ้านมากขึ้น

ซูหยวนเหม่อลอยไปชั่วขณะ

โชคดีที่วิชาหลอมศพโบราณทำงานทันที ในหัวของซูหยวนจับเฉินนั่วยีมาหลอมเป็นศพเดินได้ ขจัดความคิดฟุ้งซ่านเหล่านั้นออกไป

เฮ้ยๆ สรุปแกเป็นวิชาหลอมศพ หรือเป็นคัมภีร์สงบจิตใจชั้นยอดกันแน่วะเนี่ย!

ซูหยวนกดวิชาหลอมศพโบราณกลับไปอย่างหงุดหงิด แล้วพูดว่า:

“ยังไม่ไป ต่อไปฉันจะพาเธอไปเป็นยาม ลุงหวังยามที่หมู่บ้านฉันมีวิชาใช้ไม้ง่ามขั้นเทพ เธอไปเรียนรู้ได้”

“อ๋อ ได้สิ”

เฉินนั่วยีพยักหน้า สีหน้าดูผิดหวังเล็กน้อย

ดูออกเลยว่าเธออยากกินข้าวมากๆ

หลังจากเปลี่ยนชุดเดลิเวอรี่ ทั้งสองก็มาถึงอพาร์ตเมนต์เฟยยวิ๋น ซูหยวนแนะนำเฉินนั่วยีให้รู้จักกับลุงหวัง

ตอนแรก ตาเฒ่าหวังยังสงสัยว่าสาวน้อยผิวพรรณผู้ดีอย่างเฉินนั่วยีจะทำงานยามไหวเหรอ แต่พอเฉินนั่วยีฝึกวิชาสิบแปดกระบวนท่าไม้ง่ามเทพจนสำเร็จขั้นต้นได้ภายในสิบห้านาที แถมยังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เขาก็ตกตะลึงจนแทบกราบกราน

“เสี่ยวซู หนูคนนี้เอ็งไปหามาจากไหน? แม่หนูนี่ก็มีกายเทพกำเนิดรปภ.เหมือนกัน ในบรรดาคนที่ลุงเคยเจอ พรสวรรค์เป็นรองแค่เอ็งคนเดียว!”

ลุงหวังลากซูหยวนไปคุยด้านข้าง ชี้ไปที่เฉินนั่วยีที่กำลังควงไม้ง่ามกันจลาจลอย่างคล่องแคล่วอยู่ไม่ไกล แล้วอุทานด้วยความทึ่ง

ซูหยวนเบะปาก พูดว่า:

“ลุงหวัง เขาไม่ใช่กายเทพกำเนิดรปภ. อะไรหรอก เขาแค่หัวดี เรียนรู้อะไรก็เร็ว อีกอย่างเขาเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีหน้าด้วยซ้ำ”

ลุงหวังยามถึงกับร้องอ๋อ จากนั้นก็ทำหน้าจริงจังแล้วพูดว่า:

“งั้นเอ็งต้องรีบคว้าโอกาสไว้ให้ดีนะ ผู้หญิงที่มีอนาคตไกล พรสวรรค์ดี แถมยังขยันขันแข็งแบบนี้ หายากนะเว้ย”

ซูหยวนทำหน้าตาย:

“ตอนนี้ผมอยากเรียนอย่างเดียวครับ”

ลุงหวัง: “เอ็งเอาจริงดิ?”

ซูหยวน: “อืม เอาจริง”

สำหรับเฉินนั่วยี ตอนนี้ซูหยวนยังไม่มีความคิดอะไรจริงๆ

ตอนนี้เขายังเป็นแค่สิ่งมีชีวิตชั้นล่างที่มีคะแนนห้าร้อยห้าสิบ เป็นไอ้หนุ่มผมทองที่หาเลี้ยงชีพด้วยงานพาร์ทไทม์ ไม่สนใจการเรียน

ถ้าเกิดมีความคิดไม่ดีกับเฉินนั่วยีขึ้นมาจริงๆ เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าพ่อราชามังกรของเธอจะทำอะไรกับเขาบ้าง

ตอนนี้ต้องพึ่งพี่ระบบแอบฟาร์มของไปก่อน

ส่วนหลังจากฟาร์มจนโหดแล้วน่ะเหรอ... หึๆ ฉันไม่กินเนื้อวัวว่ะ

(สำนวนจีน: หมายถึง ไม่กลัว/ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม)

จบบทที่ บทที่ 18 วิชามาร ดัชนีลิขิต

คัดลอกลิงก์แล้ว