- หน้าแรก
- ข้าบำเพ็ญเซียนถูกกฎหมาย ทำไมพรี่ชายถึงบอกว่าข้าเป็นมาร
- บทที่ 17 เก้าวิธีหลอมอู๋ซิงฉี!
บทที่ 17 เก้าวิธีหลอมอู๋ซิงฉี!
บทที่ 17 เก้าวิธีหลอมอู๋ซิงฉี!
พฤติกรรมที่ผิดไปจากปกติของซูหยวน ย่อมดึงดูดความสนใจของครูพละอย่างจูเก๋อเถี่ย
ตอนแรกเขาไม่ได้ใส่ใจมากนัก คิดแค่ว่าซูหยวนคงฝืนทำเท่ เดี๋ยวพอหมดแรงก็คงกลับไปอยู่ท้ายแถวเหมือนเดิม
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อซูหยวนค่อยๆ ไต่อันดับขึ้นมาจนติดท็อป 3 ของกลุ่ม และไล่กวดอู๋ซิงฉีอย่างไม่ลดละ โดยไม่มีทีท่าว่าจะหลุดจากกลุ่มเลย จูเก๋อเถี่ยก็เริ่มนั่งไม่ติด
“ทำไมวันนี้ผลการวิ่งระยะไกลของซูหยวนถึงดีขนาดนี้? ทั้งที่การทดสอบครั้งก่อนเขายังอยู่แค่ระดับกลางๆ”
เขาพิจารณาซูหยวนอย่างละเอียด สายตาอันแหลมคมของผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานมองทะลุผิวหนังทุกส่วนของซูหยวน สังเกตกล้ามเนื้อภายใต้ผิวหนังนั้น
การเติบโตและเสริมแกร่งของกล้ามเนื้อในขณะที่ซูหยวนวิ่ง จูเก๋อเถี่ยเห็นมันอย่างชัดเจน
อัตราการยกระดับของร่างกายแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องปกติ
“ทำไมรู้สึกเหมือนพวกนักเพาะกายที่ใช้ยาเลยวะ? ไม่ว่าจะเป็นสภาวะจิตใจที่ตื่นตัว หรืออัตราการเติบโตของกล้ามเนื้อ รวมถึงหัว... หัวของซูหยวนดูเหมือนจะแหลมขึ้นหน่อยๆ ด้วย แค่ไม่ชัดมาก”
ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัวของจูเก๋อเถี่ย แต่เขาก็รีบปัดตกไปทันที
“ไม่สิ ถึงปริมาณกล้ามเนื้อจะเพิ่มขึ้นผิดปกติ แต่เทียบกับกล้ามเนื้อตายด้านของพวกนักเพาะกายใช้ยาแล้ว ของเขาดูสมส่วนและยืดหยุ่นมาก”
“หรือว่า...”
จูเก๋อเถี่ยใจเต้นแรง ความคิดที่น่าตื่นตะลึงยิ่งกว่าผุดขึ้นมา
“พอลองคิดดูดีๆ เมื่อตอนเที่ยงเขาเพิ่งกินอาหารที่เพียงพอสำหรับความต้องการทางโภชนาการของผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานของฉัน ของครูหลี และครูเยว่เข้าไป บางทีอาจจะเป็นเพราะเหตุนี้ ร่างกายของเขาถึงเกิดการระเบิดพลังอย่างมหาศาล!”
กินไม่อิ่ม แรงไม่มี ความสามารถจึงไม่ปรากฏ!
ประโยคนี้ผุดขึ้นในใจของจูเก๋อเถี่ย
“ที่ผ่านมาซูหยวนแสดงผลงานได้ธรรมดา หรือจะเป็นเพราะกินไม่อิ่ม สารอาหารไม่ถึง? และวันนี้พอเขาได้รับสารอาหารจำนวนมาก ในที่สุดก็แสดงพรสวรรค์ด้านกายาออกมางั้นเหรอ?”
“นี่... หรือว่าที่ผ่านมาฉันทำเพชรเม็ดงามด้านกายาหล่นหายไปโดยไม่รู้ตัว!”
ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นไปได้ ความตื่นเต้นพุ่งพล่าน
นอกจากความตื่นเต้น เขายังรู้สึกผิดอย่างมาก ทำไมเขาถึงไม่ดูแลเด็กคนนี้ให้เร็วกว่านี้นะ?
ถ้าซูหยวนถูกค้นพบพรสวรรค์ด้านกายาตั้งแต่ ม.4... ไม่สิ ตั้งแต่อนุบาล ป่านนี้อาจจะได้โควตาเข้าสิบมหาวิทยาลัยเซียนชั้นนำไปแล้ว
พอคิดได้แบบนี้ จูเก๋อเถี่ยก็อดเสียดายไม่ได้
แต่ไม่นานเขาก็ฮึดสู้ขึ้นมาใหม่ ยังเหลือเวลาอีกกว่าครึ่งปีกว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ตอนนี้ค้นพบความสามารถของซูหยวนและเริ่มปั้นเขาก็ยังไม่สาย!
เขา จูเก๋อเถี่ย จะไม่มีวันเป็นครูเฮงซวยที่ทำลายอนาคตศิษย์เด็ดขาด
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว การวิ่งระยะไกลหนึ่งชั่วโมงครึ่งจบลง สุดท้ายซูหยวนก็ยังตามอู๋ซิงฉีไม่ทัน แต่ก็ห่างกันแค่ครึ่งช่วงตัวเท่านั้น
ถ้าเวลาวิ่งนานกว่านี้อีกหน่อย เขาต้องแซงสาวแกลคนนี้ได้แน่
“หัวหน้าซู วันนี้นายโหดมาก! นายถึงกับระเบิดศักยภาพออกมาขนาดนี้เพื่อจะตามฉันให้ทัน หรือนี่คือพลังแห่งความรัก?”
ใบหน้าสีข้าวสาลีของอู๋ซิงฉีเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กๆ เธอหอบหายใจพลางเดินมาหาซูหยวน แล้วอุทานว่า:
“อีกนิดเดียวนายก็จะตามฉันทันแล้ว ถ้าเป็นงั้นฉันคงต้องทำตามสัญญาจริงๆ”
ฉันไม่เคยไปสัญญางั้นกับเธอเลยนะ เจ๊
ซูหยวนอยากจะตบมุกกลับไป
แต่ในขณะนั้นเอง สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปฉับพลัน ร่างกายเซถลาไปข้างหน้า มือทั้งสองข้างคว้าหาที่ยึดเกาะโดยสัญชาตญาณ และบังเอิญไปกดลงบน... ไหล่ทั้งสองข้างของอู๋ซิงฉีพอดี
อู๋ซิงฉีมองดูเด็กหนุ่มที่พร้อมจะล้มลงในอ้อมอกเธอได้ทุกเมื่อด้วยความตกใจ แล้วพูดอย่างเหลือเชื่อ:
“นี่คือความกล้าหาญที่ความรักมอบให้งั้นเหรอ? หัวหน้าซู ฉันนับถือในความเป็นลูกผู้ชายของนายจริงๆ!”
พูดจบ เธอก็ยกนิ้วโป้งให้
“พยุงหน่อย จะยืนไม่ไหวแล้ว”
ซูหยวนพูดอย่างหมดแรง
“อ้อ”
หลังจากให้อู๋ซิงฉีช่วยพยุงจนหายใจหายคอได้บ้าง ซูหยวนก็อดด่าไอ้ระบบหมาๆ ในใจไม่ได้
ผลข้างเคียงของเม็ดยาสีน้ำเงินไม่ได้บอกไว้ชัดเจน พอยาหมดฤทธิ์ปุ๊บก็หมดแรงข้าวต้มทันที
ยังดีที่หัวแหลมๆ ที่เกิดจากฤทธิ์ยากลับมาเป็นปกติแล้ว ไม่ได้ทิ้งร่องรอยอะไรไว้
ตอนนั้นเอง จูเก๋อเถี่ยก็เดินเข้ามา มองสำรวจซูหยวนครู่หนึ่ง แล้วพูดเรียบๆ ว่า:
“กล้ามเนื้อเธอฉีกขาดหลายจุด สามารถอดทนวิ่งระยะไกลหนึ่งชั่วโมงครึ่งจนจบได้ ถือว่าไม่ง่ายเลย”
พูดจบ เขาก็ยัดยารักษาอาการบาดเจ็บแบบแคปซูลใส่มือซูหยวน
แม้สีหน้าของจูเก๋อเถี่ยจะดูเย็นชา แต่ในใจกลับชื่นชมซูหยวนมากยิ่งขึ้น
แค่มีพรสวรรค์ด้านกายามันไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้เด็กนี่ไม่เพียงมีพรสวรรค์ ยังมีความอดทน กัดฟันวิ่งทั้งที่บาดเจ็บจนจบโดยที่ความเร็วไม่ตกเลย
ความมุ่งมั่นแบบนี้ ในอนาคตต้องเป็นเด็กพละที่ยอดเยี่ยมได้แน่
พอเรียนจบไปทำงานแบกปูน ก็คงแบกได้มากกว่าคนอื่นสักสองก้อน
“ขอบคุณครับอาจารย์”
หลังจากซูหยวนกินแคปซูลรักษาเข้าไป ไม่นานก็รู้สึกว่าความเจ็บปวดทั่วร่างค่อยๆ ทุเลาลง
แต่สรรพคุณของยาเทียบกับเม็ดยาสีน้ำเงินไม่ได้เลยสักนิด
ของที่พี่ระบบให้มานี่มันของแทร่จริงๆ
ทันใดนั้น ในหัวของซูหยวนก็มีเสียง “ติ๊ง” ดังขึ้น
【ความคืบหน้าของภารกิจ: ค่าความชอบผู้อาวุโสวิทยายุทธ์ (125/80) ค่าความชอบผู้อาวุโสกายาเหล็ก (85/80)】
【รางวัลภารกิจ: วิชามาร · หลอมศพโบราณ (มอบให้แล้ว)】
【วิชามาร · หลอมศพโบราณ: ด้วยวิธีการกักขังวิญญาณไว้ในร่างเนื้อ จะสามารถเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตที่มีวิญญาณทุกชนิดให้กลายเป็นศพเดินได้ภายใต้การควบคุมของผู้ใช้ ยิ่งสิ่งมีชีวิตมีระดับสูง ศพเดินได้ที่หลอมออกมาก็จะยิ่งแข็งแกร่ง!】
วินาทีถัดมา ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับวิชาหลอมศพโบราณทั้งหมดก็ไหลเข้าสู่สมองของซูหยวน
สมกับชื่อวิชามารหลอมศพโบราณจริงๆ ความรู้ที่แฝงอยู่นั้นชั่วร้ายอย่างถึงที่สุด แค่มองผ่านๆ ก็รู้สึกเหมือนวิญญาณจะแปดเปื้อน แต่ซูหยวนกลับเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ภายในวินาทีเดียว
ความรู้สึกที่จู่ๆ ก็กลายเป็นเซียนหลอมศพนี่มันจะพูดยังไงดีนะ...
เขาหันไปมองอู๋ซิงฉีที่กำลังพยุงเขาอยู่ ในหัวพลันปรากฏวิธีการเปลี่ยนเธอให้กลายเป็นศพเดินได้ถึงเก้าวิธี
จากนั้น ความเขินอายเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดจากการที่สาวแกลผิวแทนคนนี้เข้ามาใกล้ชิด ก็มลายหายไปจนหมดสิ้น
เฮ้ยๆ สรุปไอ้วิชาหลอมศพโบราณนี่มันมีผลช่วยขจัดกิเลสตัณหาให้ผู้ฝึกตนด้วยเหรอวะ?
แต่ฉันไม่ได้จะไปเป็นนักบวชถือศีลนะ มีความรักหวานๆ สักหน่อยมันไม่ดีหรือไง?
ซูหยวนพูดไม่ออก วิชามารหลอมศพโบราณบ้านี่ดูเหมือนจะมีแต่ข้อเสียล้วนๆ!
เขารีบใช้ 'หัวใจมารฟ่านจิ้ง' กดทับผลกระทบของวิชานี้ที่มีต่ออารมณ์ความรู้สึกของตน ถึงจะเลิกมองอู๋ซิงฉีเป็นศพได้
หลังจากจูเก๋อเถี่ยให้นักเรียนห้องสองพักสักครู่ ก็เริ่มกิจกรรมพละรอบใหม่
เดิมทีวิชาพละเรียนแค่สองชั่วโมง ต่อจากนั้นจะเป็นวิชาคณิตศาสตร์หนึ่งชั่วโมงที่รวมอยู่ในหมวดวิชาความรู้ทั่วไป
แต่พอใกล้ถึงเวลาเรียนคณิตศาสตร์ จูเก๋อเถี่ย ครูพละคนนี้ก็ประกาศว่า ครูคณิตศาสตร์ป่วย วิชาพละเรียนต่อ
พอข่าวนี้ประกาศออกมา ทั่วทั้งสนามกีฬาก็เต็มไปด้วยเสียงโอดครวญระงม
โชคดีที่ซูหยวนได้รับอนุญาตให้พักในคาบพละที่เหลือเนื่องจากอาการกล้ามเนื้อฉีกขาด ไม่งั้นถ้าไม่มีเม็ดยาสีน้ำเงินช่วย เขาคงไม่รอดแน่